วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ศีลธรรมกับความจริง

ศีลธรรมกับความจริง

  • Share:

ณ วันนี้ ยังพูดได้เต็มปากเต็มคำ

ว่ากันตามบทที่ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช. ปาฐกถาพิเศษในการประชุมทางวิชาการระหว่างประเทศด้านการป้องกันและปราบปรามการทุจริต ครั้งที่ 3 ที่จัดโดยคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)

ช่วงหนึ่งพาดโยงถึงสถานการณ์ภายในประเทศที่วุ่นวายมาตลอดเป็นเชิงว่า ประเทศไทยยึดติดแต่อำนาจ จนต้องใช้กฎหมายที่แรงขึ้นเรื่อยๆ ทำให้เกิดการบาดเจ็บล้มตาย

แต่ในช่วงที่ตนเองเข้ามายังไม่มีคนตาย และพยายามทำให้เกิดคนดีเพิ่มมากขึ้น การโกงกินจะต้องไม่เกิดขึ้น เพราะจะกระทบต่อการพัฒนาและงบประมาณของประเทศ

ไม่มีคนตาย การโกงต้องไม่เกิดขึ้น

นี่แหละผลงานที่ “บิ๊กตู่” สามารถชูเป็นจุดขาย ในการเปรียบเทียบกับรัฐบาลก่อนหน้า

ขณะที่อีกเวทีหนึ่งก็มีเสียงคุ้นๆจากคนกันเองที่ “บิ๊กตู่” ต้องเงี่ยหูฟัง

ตามคิวที่ “ผู้ดีรัตนโกสินทร์” อย่างนายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกรัฐมนตรี ไปพูดในงานมอบรางวัล SVN AWARD ประจำปี 2557 ตอนหนึ่งโยงคาบเกี่ยวการรัฐประหารในประเทศไทย

เป็นนัยเตือนรัฐบาลทหาร คสช. ยึดอำนาจแล้ว ต้องทำให้ประเทศไทยไปสู่ประชาธิปไตยที่แท้จริง

ที่สำคัญอย่ายืดเวลาให้ตัวเองมากเกินไป

อดีตนายกฯอานันท์เตือนรัฐบาล คสช.ดังๆ ตั้งใจให้ได้ยินผ่านหูประชาชนทั่วไปด้วยว่า ยังมีเรื่องที่รัฐบาลต้องระมัดระวังอีกหลายอย่าง เช่น ปัญหาคอร์รัปชัน ทุกวันนี้ก็ได้เกิดขึ้นแล้ว และยังไม่ได้แก้อย่างแท้จริง ซึ่งจะทำให้ความน่าเชื่อถือของรัฐบาลขาดลงอย่างฉับพลัน

ส่วนการปฏิรูปที่ยังไม่ถึงไหน ในขณะที่มาตรการของรัฐบาลทหารทั้งด้านกฎหมายและการเมืองทำให้สังคมอึดอัด คนส่วนใหญ่ถูกปิดปาก พูดไม่ได้ ชุมนุมไม่ได้

นั่นก็ทำให้สถานการณ์ความสงบที่เห็นก็แค่ผิวเผิน แต่ไม่มีอนาคต

สรุปเลยว่า ผลงานแย่หมด ทีมงาน คสช.อย่าเพิ่งแบไต๋ต่อเวลาอำนาจ

นับเป็นอีกหนึ่งช็อตที่ “อดีตนายกฯอานันท์” จัดหนักแบบนิ่มๆ

แปลความตามท้องเรื่องเบื้องต้นเลย มันคือสัญญาณจากแนวร่วมขบวนการโค่น “ทักษิณ” ที่ยังไม่เออออห่อหมกกับมุกต่อโปรโมชั่น ลากยาวรัฐบาลทหาร

เหมือนยังจูนคลื่นไม่ตรงกันในกระบวนการแชร์อำนาจพิเศษ

ที่ล็อกอยู่ในมือ “ขั้วอำนาจบูรพาพยัคฆ์” เท่านั้น

แต่ที่แน่ๆต้องรีบดันในห้วงอำนาจพิเศษ เพราะไม่มีวันสำเร็จในรัฐบาลปกติ

กับปรากฏการณ์ร้อนๆที่สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) กลุ่มรักชาติจำนวน 12 คน จุดพลุเสนอให้ตั้งบ่อนกาสิโนถูกกฎหมายในประเทศไทย

และก็เป็นอะไรที่เซอร์ไพรส์ ล่าสุด “เดอะอ๊อด” พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร.ออกมาขานรับแนวคิดบ่อนกาสิโนเสรี แบบเปิดหน้าหนุนเต็มตัว

ประกาศดังๆขอเป็นผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติคนแรกที่กล้าเสนอเปิดบ่อนเสรี โดยก่อนเกษียณอายุราชการ 1 เดือนจะตั้งโต๊ะแถลงข่าวสนับสนุนการเปิดบ่อนเสรีเพื่อให้แนวคิดดังกล่าวเป็นความจริง

จ่อเปิดเว็บไซต์ส่วนตัวเพื่อสอบถามความคิดเห็นประชาชน

งานนี้ ผบ.ตร.ยืนยันเป็นความเห็นส่วนตัวเพียวๆไม่เกี่ยวกับใคร

เพราะหันไปที่ “บิ๊กตู่” ก็ไม่ตอบรับหรือปฏิเสธ ออกตัวแค่ไม่มีจุดยืนเรื่องกาสิโน ไปว่ากันมาเอง คนไทยทั้งประเทศยอมกันได้หรือไม่

ขณะที่ “บิ๊กป๊อก” พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กับ “บิ๊กโด่ง” พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม ผู้บัญชาการทหารบก ก็ออกลูกตีกรรเชียง ปัดเรื่องใหญ่ อย่าเพิ่งโยนเผือกร้อนมาให้

ขุนทหารใหญ่หลบกันวูบวาบ ไม่กล้าพูด “ความจริง” ที่ขัดศีลธรรม

แต่ว่ากันตามเค้าลางก็เห็นกันอยู่กับยุทธการการเดินหน้าทุบยี่ปั๊ว ซาปั๊ว จัดการล็อกราคาลอตเตอรี่ใบละ 80 บาท พร้อมๆกับการจะเพิ่มรางวัล 3 ตัวหน้า บวกออปชั่นเพิ่มให้คอหวย

สไตล์รัฐบาลทหารเน้นแนวปฏิบัติ มากกว่ามโนตามเสียงต้าน

เรื่องของเรื่องการพนันแฝงกับสังคมไทยอย่างฝังรากลึกมานาน ตามสภาพการณ์ที่ประเทศไทยพึ่งพารายได้จากภาคเกษตรกรรม หรืออุตสาหกรรม ก็ขึ้นๆลงๆ รายได้ไม่แน่นอน

ความเดือดร้อนลามถึงปากท้องชาวบ้าน รัฐบาลถังแตก ขาดสภาพคล่องในการบริหารงบประมาณ

ไฟต์บังคับ ต้องหารายได้จากด้านอื่นมาปะตูดขาด.

ทีมข่าวการเมือง

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้