วันจันทร์ที่ 16 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

มาครบยกทีม Canon เปิดตัวกล้องถ่ายภาพรุ่นล่าสุดประจำปี 2015

แคนนอนจัดทัพเดินหน้าส่งขบวนสินค้าใหม่บุกตลาดชูจุดเด่น เรื่องคุณภาพและความละเอียดสูง นำโดยรุ่นเรือธง EOS 5DsR และ EOS 5Ds กล้อง DSLR ฟูลเฟรมความละเอียดภาพ 50.6 ล้านพิกเซล ซึ่งสูงที่สุดในกล้องประเภท DSLR ในปัจจุบัน ตามด้วย Cinema EOS XC10 กล้องซีนีม่าความละเอียดสูงแบบ 4K EOS 760D และ EOS 750D กล้อง DSLR-Entry Level ฟังก์ชั่นสูงระดับมืออาชีพ EOS M3 กล้องดิจิตอลมิลเลอร์เลสในตระกูล EOS PowerShot SX และ IXUS กล้องดิจิตอลคอมแพ็คซูเปอร์ซูมพร้อม WiFi ในตัว พร้อมเสริมความแข็งแกร่งด้วยแก็ทเจ็ทสุดล้ำ Canon Connect Station CS100 ที่สามารถโชว์-แชร์-แบ็คอัพไฟล์ภาพและวีดีโอ 1TB ในเครื่องเดียว


แคนนอนรุกหนักตลาดกล้องชูคุณภาพอันดับ 1 พร้อมจัดกระบวนทัพสินค้าใหม่ “HighResolution” ทั้ง กล้องซีนีม่า, ดีเอสแอลอาร์,มิลเลอร์เลส และ คอมแพ็คซูเปอร์ซูม พ่วงด้วยเทคโนโลยีสุดล้ำ CS100 เสริมความแข็งแกร่งในตลาด จัดทัพเดินหน้าส่งขบวนสินค้าใหม่บุกตลาดชูจุดเด่นเรื่องคุณภาพและความละเอียดสูง นำโดยรุ่นเรือธง EOS 5DsR และ EOS 5Ds กล้อง DSLR ฟูลเฟรมความละเอียดภาพ50.6 ล้านพิกเซล ซึ่งสูงที่สุดในกล้องประเภท DSLR ในปัจจุบัน ตามด้วย Cinema EOS XC10 กล้องซีนีม่าความละเอียดสูงแบบ4K EOS 760D และ EOS 750D กล้องDSLR-Entry Level ฟังก์ชั่นสูงระดับมืออาชีพEOS M3 กล้องดิจิตอลมิลเลอร์เลสในตระกูลEOS PowerShot SX และ IXUS กล้องดิจิตอลคอมแพ็คซูเปอร์ซูมพร้อม WiFi ในตัว พร้อมเสริมความแข็งแกร่งด้วยแก็ทเจ็ทสุดล้ำ CanonConnect Station CS100 ที่สามารถโชว์-แชร์-แบ็คอัพไฟล์ภาพและวีดีโอ 1TB ในเครื่องเดียว

มร.ชึง บุน ชัย ประธานบริษัทและประธานกรรมการบริหาร บริษัทแคนนอน มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด เปิดเผยว่า แคนนอนเป็นแบรนด์กล้องดิจิตอลชั้นนำของโลกที่มีรากฐานแข็งแกร่งนับตั้งแต่ก่อตั้งในปี 1937 และได้พัฒนานวัตกรรมกล้องบันทึกภาพใหม่ๆตลอดมาจนได้รับความนิยมทั่วโลก โดยเฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์ DSLR มียอดขายสูงสุดอันดับ 1 ทั่วโลกต่อเนื่องถึง 12 ปีซ้อน แม้ว่าปัจจุบันนี้ผู้บริโภคจะนิยมใช้สมาร์ทโฟนมากขึ้น แต่แคนนอนมองว่านี่คือโอกาสทางธุรกิจครั้งใหญ่ในอนาคตอันใกล้ คนรุ่นใหม่มีพฤติกรรมชอบการถ่ายภาพบ่อยขึ้นและภาพที่ได้ต้องมีคุณภาพดีขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นกล้องดิจิตอลที่จะแข่งขันในตลาดได้ต้องเน้นคุณภาพเป็นจุดสำคัญ ซึ่งคุณภาพคือหัวใจหลักของการผลิตสินค้าของแคนนอนอยู่แล้ว


ก้าวต่อไปของแคนนอนในฐานะผู้นำด้านกล้องดิจิตอลและการถ่ายภาพคือการให้ความรู้ สร้างค่านิยมให้คนรุ่นใหม่รักและสนุกกับการถ่ายภาพได้ไม่รู้จบ โดยแคนนอน มีโครงการที่จะจัดกิจกรรมเพื่อสนับสนุนแนวคิดในการสร้าง “CanonPhoto Culture” กว่า 200 โครงการภายในปี 2558 นี้ อาทิ การประกวดถ่ายภาพ การจัดเวิร์คชอป สัมมนา คอร์สอบรมถ่ายภาพเพื่อสร้างกิจกรรมที่หลากหลายให้กับลูกค้ามากขึ้น” นายวรินทร์ ตันติพงศ์พานิช ผู้อำนวยการอาวุโสและผู้จัดการทั่วไป บริษัท แคนนอน มาร์เก็ตติ้ง (ไทยแลนด์) จำกัด กล่าวเพิ่มเติมซึ่งในปีนี้แคนนอนได้แนะนำผลิตภัณฑ์เพื่อตอบสนองความต้องการใช้งานของกลุ่มเป้าหมายทุกกลุ่มตั้งแต่ลูกค้าทั่วไปจนถึงระดับมืออาชีพ และงานโปรดักชั่นขั้นสูง ได้แก่ กล้องEOS 5DsR และEOS 5Ds กล้องฟูลเฟรมระดับมืออาชีพความละเอียดสูงถึง 50.6 ล้านพิกเซล ใช้เซ็นเซอร์ CMOS แบบฟูลเฟรม 35 มม. และชิปประมวลผล Dual DIGIC 6 ระบบออโต้โฟกัส 61 จุดแบบ High-Density Reticular พร้อมระบบลดแรงสั่นสะเทือนจากกระจกสะท้อนภาพ ออกแบบใหม่ตอบโจทย์ทุกการใช้งานสำหรับมืออาชีพที่เน้นความคมชัดทุกรายละเอียด ทั้งงานถ่ายวิวทิวทัศน์กลางแจ้งงานในสตูดิโอ และภาพโฆษณาที่ต้องใช้ไฟล์ภาพขนาดใหญ่

Canon Cinema EOS XC10
ส่วนการถ่ายภาพยนตร์ แคนนอนเสริมทัพด้วย Cinema EOS XC10 กล้องถ่ายภาพยนตร์ขนาดจิ๋วแต่แจ๋วด้วยความละเอียดสูงถึง 4K และยังสามารถถ่ายภาพนิ่งได้12 ล้านพิกเซล เหมาะสำหรับระดับมืออาชีพและมือสมัครเล่นชั้นสูงในงานโปรดักชั่นที่ต้องการความคล่องตัวสูง เช่น การถ่ายทำภาพยนตร์ ละคร โฆษณา และสารคดี Cinema EOS XC10 ใช้เซ็นเซอร์แบบ CMOS ขนาด1 นิ้ว เลนส์ซีนีม่าซูมคุณภาพสูง 10X ชิปประมวลผลภาพ DIGIC5

Canon EOS 760D /EOS 750D
สำหรับลูกค้าทั่วไป แคนนอนเปิดตัวกล้อง DSLR ระดับ Entry Level ซึ่งเป็นสินค้าที่สร้างมูลค่าให้ EOS DSLR มากที่สุด โดยมีให้เลือกถึง 2 รุ่น คือ EOS 760D และ EOS 750D เพื่อนักถ่ายภาพมือสมัครเล่นที่เริ่มใช้กล้อง DSLR ที่เพิ่มฟังก์ชั่นใหม่ให้ใช้งานง่ายถ่ายภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวได้ชิ้นงานคุณภาพระดับมืออาชีพ พร้อม WiFi และ NFC ในตัวในราคาที่คุ้มค่า ในขณะที่กล้องกลุ่มดิจิตอลคอมแพ็ค แคนนอนบุกตลาดเต็มสูบด้วย EOSM3 กล้องดิจิตอลมิลเลอร์เลสที่ใช้เทคโนโลยีเดียวกับ Canon EOS รุ่นโปร แต่ย่อให้อยู่ในขนาดกระทัดรัด อาทิ เซ็นเซอร์ CMOS ขนาดใหญ่แบบ APS-C ความละเอียดสูงถึง 24.2 ล้านพิกเซล ชนิดเดียวกับที่ใช้ใน Canon EOS DSLR และระบบออโต้โฟกัส Hybrid CMOS AF III ที่รวดเร็ว ชิฟท์โฟกัสได้นุ่มนวลกว่าเดิม มี WiFi และ NFC ในตัว ที่สำคัญคือ มีเลนส์เสริมให้เลือกใช้ได้มากมายทั้งเลนส์ EF-M และ EF ของ EOS DSLR กว่า 70 รุ่น และกล้องดิจิตอลซูเปอร์ซูมกลุ่ม Powershot SX และ IXUS อีก 7 รุ่น ที่เล็ก ใช้ง่ายแต่อัดแน่นด้วยเลนส์ออปติคอลซูมไกลพิเศษ ตั้งแต่18 เท่า- 50 เท่า พร้อมระบบ Zoom Framing Assist ปรับซูมเองอัตโนมัติเพื่อเก็บภาพให้ไม่หลุดเฟรมให้ภาพสวยชัดเป๊ะแม้ซูมระยะไกล มี WiFi / NFC ในตัวกล้อง ซึ่งสามารถใช้กับ Canon Connect Station CS 100 ที่มีพื้นที่เก็บไฟล์ภาพและวิดีโอจากกล้องแคนนอนได้มากถึง 1 TB อีกทั้งยังแชร์ภาพไปยังกล้องแคนนอน WiFi รุ่นอื่นๆรวมถึง ทีวี สมาร์ทโฟน แทปเล็ท ได้ โดยผ่านระบบ WiFi และ NFC ในตัวเครื่อง CS100 เพื่อแชร์ภาพให้เพื่อนหรือดูภาพวิดีโอบนจอทีวีขนาดใหญ่ได้พร้อมกันทั้งครอบครัว

กล้องทุกรุ่นเริ่มวางจำหน่ายแล้วตั้งแต่วันนี้ ณ ร้านค้าตัวแทนจำหน่ายแคนนอนทั่วประเทศโดยผู้ที่สนใจสามารถดูรายละเอียดสินค้าเพิ่มเติมได้ที่ www.canon.co.th

EOS 5Ds EOS 5D sR
กล้อง DSLR ฟูลเฟรมความละเอียดสูงสุด 50.6 ล้านพิกเซล
ราคา EOS 5Ds- เฉพาะตัวกล้อง 125,000บาท
ราคา EOS 5DsR – เฉพาะตัวกล้อง 132,500 บาท

EOS 5DsR และ EOS 5Ds
กล้อง DSLR ระดับเรือธง 2 รุ่นใหม่ล่าสุดในตระกูล EOS มาพร้อมความสามารถสุดล้ำกับเซ็นเซอร์ CMOS แบบฟูลเฟรม 35มม.ให้ภาพละเอียดสูงสุดในกลุ่มกล้อง DSLR จากแคนนอนถึง 50.6 ล้านพิกเซล ทำงานฉับไวด้วยชิปประมวลผลDualDIGIC 6 ระบบออโต้โฟกัส 61 จุดแบบ High-Density Reticular พร้อมระบบลดแรงสั่นสะเทือนจากกระจกสะท้อนภาพออกแบบใหม่ตอบทุกโจทย์ใช้งานเพื่อนักถ่ายภาพมืออาชีพที่เน้นความคมชัดทุกรายละเอียด ทั้งงานถ่ายวิวทิวทัศน์กลางแจ้งงานในสตูดิโอ และภาพโฆษณาที่ต้องใช้ไฟล์ภาพขนาดใหญ่EOS5DsR ออกแบบเป็นพิเศษให้ทำงานเสมือนไม่มี Optical Low-Pass Filter (LPF) เพื่อให้ทุกรายละเอียดภาพมีความคมชัดสูงสุดอย่างน่าทึ่ง ขณะที่กล้อง EOS 5Ds ยังใช้ฟิลเตอร์ตัวนี้เพื่อลดการเกิดมอเรเอฟเฟคท์ (Moire effect) หรืออาการเหลือบเป็นลายคลื่นสีบนวัตถุกล้อง EOS 5DsR และEOS 5Ds มาพร้อมเทคโนโลยีขั้นสูงมากมายเพื่อรองรับความสามารถในการสร้างภาพความละเอียดสูงดังนี้

เซ็นเซอร์ CMOS แบบฟูลเฟรม 35 มม. ความละเอียด 50.6 ล้านพิกเซล นับเป็นกล้อง DSLR ที่ให้ความละเอียดสูงที่สุดของแคนนอน เมื่อนำภาพที่ได้ไปครอปเฉพาะจุดที่ต้องการภาพที่ออกมาก็ยังมีคุณภาพดีและรายละเอียดคมชัด เหมาะสำหรับงานพิมพ์ มีฟิลเตอร์กรองแสง OpticalLow-Pass filter แบบมาตรฐานที่ใช้กันในกล้องทั่วไปในกล้อง EOS 5Ds เพื่อช่วยลดการเกิดอาการเหลือบเป็นลายคลื่นสีบนวัตถุหรือที่รู้จักกันในชื่อ “มอเร เอฟเฟคท์” (Moireeffect) แต่สำหรับผู้ใช้ที่ต้องการความคมชัดในรายละเอียดและคุณภาพของชิ้นงานขั้นสูงสุดกล้อง EOS 5DsR จะเป็นตัวเลือกที่เหมาะสมกว่าเพราะแคนนอนได้ออกแบบให้กล้องรุ่นนี้ ทำงานเสมือนไม่มี Optical Low-Pass Filter (LPF) เพื่อให้เซ็นเซอร์ความละเอียด 50.6 ล้านพิกเซลทำหน้าที่ได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ มาพร้อมระบบลดแรงสั่นสะเทือนจากกระจกสะท้อนภาพเพื่อลดปัญหาภาพเบลอจากกล้องสั่นในกรณีที่กล้องมีความละเอียดพิกเซลสูงและเพิ่มระบบ Release Time Lag Arbitrary Setting ช่วยให้ผู้ใช้ตั้งเวลาเปิดและปิดกระจกเองได้ โดยเลือกหน่วงชัตเตอร์ได้ตั้งแต่ 1/8 วินาที – 2 วินาที เพิ่มโหมดถ่ายภาพอัตโนมัติ Picture Style แบบใหม่ คือ “Fine Detail” เพื่อเพิ่มความคมชัดของรายละเอียดภาพให้มากขึ้น เหมาะสำหรับผู้ใช้งานมืออาชีพเช่น การถ่ายภาพสถาปัตยกรรม แลนด์ สเคป แฟชั่น และภาพโฆษณา

ชิป Dual DIGIC 6 และระบบ AF 61 จุด
กล้อง EOS 5D sR และ EOS 5Ds ใช้ชิปประมวลผลอัจฉริยะ Dual DIGIC 6 ทำงานได้ฉับไวและถ่ายภาพต่อเนื่องสูงสุดได้ถึง5 เฟรมต่อวินาที แม้จะเป็นภาพที่มีข้อมูลภาพขนาดใหญ่ระดับ 50.6 ล้านพิกเซลก็ตาม กล้อง EOS 5DsR และ EOS 5Ds ใช้ระบบออโต้โฟกัสความแม่นยำสูง61 จุด แบบ High-Density Reticular แบบเดียวกับที่ใช้ในกล้อง EOS 5D Mark III ตอบสนองต่อวัตถุได้ดีแม้จะเป็นวัตถุที่มีการเคลื่อนไหวรวดเร็ว และยังมีระบบจดจำและติดตามวัตถุอัจฉริยะEOSiTR (Intelligent Tracking and Recognition) เพิ่มประสิทธิภาพการจับโฟกัสวัตถุเคลื่อนไหวให้ดียิ่งขึ้น ระบบการวัดแสงและปรับปริมาณแสงอัตโนมัติของกล้อง EOS 5DsR และ EOS 5Ds ใช้เซ็นเซอร์วัดแสงแบบRGB+ IR 150,000 พิกเซล 252 โซนในการคำนวนหาค่าแสงที่เหมาะสมโดยพิจารณาทั้งจากแสงที่ตามองเห็นได้ และแสงอินฟราเรดเพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาแม่นยำมากที่สุด

กล้อง EOS 5DsR และ EOS 5Ds ยังออกแบบเป็นพิเศษให้ตอบสนองความต้องการใช้งานที่หลากหลายของนักถ่ายภาพโดยติดตั้งปุ่มหมุน Custom Quick Control ช่วยปรับตั้งค่าต่างๆ ได้สะดวกรวดเร็วขณะเดียวกันผู้ใช้ยังสามารถเลือกปิดเปิดการแสดงผลข้อมูลต่างๆที่ใช้บ่อยบนหน้าจอได้เอง อาทิ รูรับแสง ความเร็วชัตเตอร์ โหมดถ่ายภาพและโหมดโฟกัส พร้อมทั้งยังออกแบบขนาดและตำแหน่งของไอค่อนต่างๆบนหน้าจอได้ตามใจชอบอีกด้วย มีโหมดถ่ายวิดีโอแบบ time-lapse อัตโนมัติที่ผู้ใช้สามารถเลือกตั้งเวลาถ่ายได้ตั้งแต่ทุก 1 วินาทีไปจนถึง 99 ชั่วโมง ที่ค่าแสงตั้งแต่ 2 – 3,600 ช่วยให้ผู้ใช้บันทึกการเจริญเติบโตของต้นไม้ การเคลื่อนที่ของก้อนเมฆและความเคลื่อนไหวของฝูงชนในเมืองใหญ่ได้อย่างง่ายดาย มีฟังก์ชั่น CropShooting แบบใหม่ ให้ผู้ใช้เลือกครอปภาพขณะถ่ายภาพได้2 ขนาด คือ 30.5 ล้านพิกเซลในโหมด 1.3x และ 19.6 ล้านพิกเซลในโหมด 1.6x

กล้อง DSLR Mid-Range คุณภาพระดับกล้อง Medium Format
ประสิทธิภาพในการถ่ายภาพความละเอียดสูงพิเศษภาพที่ถ่ายด้วยกล้อง EOS 5DsR และ EOS 5Ds จึงไม่เพียงมีคุณภาพใกล้เคียงกับกล้องMedium Format แต่กล้องทั้ง 2 รุ่นยังคล่องตัวในการใช้งานรอบด้านด้วยระบบออโต้โฟกัสที่รวดเร็วและความสามารถในถ่ายภาพต่อเนื่องที่เหนือชั้น ทำให้กล้องทั้งสองรุ่นทรงประสิทธิภาพทั้งการถ่ายภาพวิวทิวทัศน์ และภาพวัตถุเคลื่อนไหว นอกจากนี้ยังรองรับการใช้งานร่วมกับเลนส์ AF ของแคนนอนได้หลากหลายรุ่น ช่วยให้ผู้ใช้เพลิดเพลินกับการถ่ายภาพในมุมมองต่างๆได้ไม่รู้จบ โครงสร้างตัวกล้องออกแบบมาให้มีน้ำหนักเบาขึ้นและขนาดเล็กกว่าเมื่อเทียบกับกล้องMediumFormat ทั่วไปเพื่อเพิ่มความสะดวก และความคล่องตัวยิ่งขึ้นในการใช้งานแต่มีความทนทานสูง ป้องกันฝุ่นและน้ำได้ดีเช่นเดียวกับกล้อง EOS 5D MarkIII เมื่อต้องใช้งานในสภาพภูมิประเทศภูมิอากาศที่เลวร้าย


EOS 760D / EOS 750D
กล้องDSLR ระดับEntry Level ความละเอียด 24.2 ล้านพิกเซล พร้อม WiFi และ NFC
ราคา EOS 760D +เลนส์ EF-S 18-135 mm f/3.5-5.6 IS STM 39,900 บาท
ราคา EOS 750D +เลนส์ EF-S 18-135 mm f/3.5-5.6 IS STM 37,900 บาท
ราคา EOS 750D +เลนส์ EF-S 18-55 mm f/3.5-5.6 IS STM 28,900 บาท

EOS 750D และ EOS 760D
กล้อง DSLR ระดับ Entry Level สำหรับช่างภาพมือสมัครเล่นที่ต้องการพัฒนาฝีมือด้วยกล้อง DSLR ที่ตอบโจทย์ทั้งการถ่ายภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวกับฟังก์ชั่นใช้งานหลากหลายเข้าใจง่ายแต่ได้ชิ้นงานคุณภาพระดับมืออาชีพ ข้อแตกต่างใหญ่ระหว่างกล้อง EOS 760D และ EOS 750D อยู่ที่การออกแบบอินเตอร์เฟซโดยกล้อง EOS 760D เป็นกล้องตระกูล EOS ระดับ Entry Level รุ่นแรกที่มีหน้าจอแอลซีดีด้านบนตัวกล้อง เพื่อใช้แสดงข้อมูลความไวแสง ค่าแสง และปริมาณแบตเตอรี่ระหว่างใช้งานนอกเหนือจากหน้าจอแอลซีดีหลักด้านหลังที่ใช้ถ่ายภาพ การกดเลือกเมนูและตั้งค่าต่างๆในกล้อง EOS 760D ยังใกล้เคียงกับกล้อง DSLR รุ่นใหญ่มากกว่า โดยใช้ปุ่มหมุน Quick Control Dial และ Main Electronic Dial ช่วยให้ตั้งค่ากล้องได้สะดวกและค้นหารูปได้ง่ายขณะที่กล้อง EOS 750D มีปุ่มควบคุมการทำงานแบบกล้อง DSLRระดับ Entry Level ทั่วไป

เซ็นเซอร์ CMOS ความละเอียด 24.2 ล้านพิกเซล
กล้อง EOS 760D และ EOS 750D กล้อง DSLR ระดับ Entry Level 2 รุ่นแรกที่ให้ภาพละเอียดสูงสุดถึง 24.2 ล้านพิกเซล พร้อมชิปประมวลผลภาพอัจฉริยะ DIGIC6 ให้สีสันสดใส ใช้เซ็นเซอร์ CMOS และชิปประมวลผล DIGIC 6 ภาพต่อเนื่องได้สูงสุดถึง 5 เฟรมต่อวินาที มีช่วงความไวแสงตั้งแต่ 100 – 12,800 (ขยายได้ถึง 25,600) ครอบคลุมการถ่ายภาพได้หลายหลากทั้งภาพบุคคล กีฬา กลางแจ้ง หรือสภาพแวดล้อมที่มีแสงน้อยอย่างในอะควาเรี่ยม ไปจนถึงการรัวชัตเตอร์ถ่ายภาพวัตถุเคลื่อนไหวความเร็วสูง ฟังก์ชั่น EOS Scene Analysis และระบบ AF 19 จุดรุ่นใหม่ระบบวิเคราะห์สภาพแวดล้อมใหม่ รวมถึงระบบ Automatic Exposure (AE) และฟีเจอร์อื่นๆให้มีความฉับไวและแม่นยำมากขึ้น ความสามารถในการการตรวจจับสีผิวเพื่อให้กล้องจับโฟกัสติดตามใบหน้าบุคคลมากกว่าวัตถุรอบข้างมีเซ็นเซอร์วัดแสงแบบ RGB + IR ช่วยลดความผิดพลาดในการออโต้โฟกัสจากสภาพแวดล้อมที่มีแหล่งกำเนิดแสงหลายจุด และเพิ่มความแม่นยำในการคำนวณค่าไวท์บาลานซ์ด้วยการตรวจจับทั้งสีและแสงอินฟราเรด แล้วชดเชยค่าแสงทันที

ระบบออโต้โฟกัส 19 จุดแบบ cross type ทั้งหมด ครอบคลุมพื้นที่โฟกัสกว้างขึ้น จับโฟกัสได้เฉียบคม แม้วัตถุเคลื่อนไหวอยู่ก็ตาม เลือกปรับโหมดออโต้โฟกัสได้ทั้ง 1.แบบจุดเดียว(เหมาะสำหรับการโฟกัสที่แม่นยำยิ่งขึ้นและการถ่ายภาพวัตถุไม่เคลื่อนไหว) 2.แบบแบ่งโซน(แบ่งเป็น 5 โซนให้เลือก) และ3.แบบ 19 จุด (สำหรับการถ่ายภาพเคลื่อนไหวที่คาดเดาทิศทางไม่ได้เช่น เด็ก สัตว์เลี้ยง เป็นต้น)


Hybrid CMOS AF III รุ่นใหม่ หน้าจอ LCD ระบบทัชสกรีน
ออกแบบให้การถ่ายภาพ Live View ผ่านหน้าจอแอลซีดีที่ง่ายและสะดวก เทคโนโลยีออโต้โฟกัสแบบใหม่ Hybrid CMOS AF III ช่วยให้การจับโฟกัสระหว่างถ่ายภาพ Live View ทำได้รวดเร็วกว่าเดิมถึง 4.8 เท่า (เทียบกับระบบออโต้โฟกัส Hybrid CMOS AF II รุ่นก่อนในกล้อง EOS 100D) และโฟกัสได้เร็วเกือบเทียบเท่าเทคโนโลยี Dual Pixel CMOS AF ที่มีในกล้อง EOS 70D โดยระบบออโต้โฟกัสของกล้องทั้งสองรุ่นครอบคลุมพื้นที่หน้าจอถึงประมาณ 80% (ทั้งแนวตั้งและแนวนอน) จึงไม่พลาดที่จะตรวจจับและโฟกัสวัตถุเคลื่อนไหวหรือวัตถุที่มีการเคลื่อนที่ในทิศทางที่คาดเดาได้ยากอย่างเด็กหรือสัตว์เลี้ยง แม้ว่าวัตถุเหล่านี้ จะไม่ได้อยู่ในตำแหน่งกึ่งกลางเฟรม หน้าจอ LCD TouchScreen แบบ Vari-angle ปรับหมุนได้หลายทิศทาง ปรับการตั้งค่าต่างๆเช่น จุดโฟกัสและความเร็วชัตเตอร์ ได้ง่ายดายเพียงปลายนิ้วสัมผัส และสะดวกในการถ่ายภาพทั้งภาพมุมสูงและมุมต่ำติดตั้งโหมดถ่ายภาพ Servo Burst มากับกล้อง EOS760D ช่วยให้โฟกัสวัตถุได้ไม่มีหลุดขณะถ่ายภาพต่อเนื่องด้วยความเร็วสูงสุดได้ถึง3 เฟรมต่อวินาที นอกจากนี้ ระหว่างที่ถ่ายภาพ จอLCD จะไม่ดับหน้าจอเองโดยอัตโนมัติเพื่อช่วยให้การทำงานเป็นไปได้อย่างต่อเนื่อง

ถ่ายภาพวิดีโอระดับ Full HD
ระบบออโต้โฟกัส Hybrid CMOS AF III (หรือที่รู้จักกันอีกชื่อหนึ่งว่า Movie Servo AF เมื่ออยู่ในโหมดถ่ายวิดีโอ) ช่วยให้กล้องสามารถจับโฟกัสได้อย่างต่อเนื่อง ไม่มีสะดุด ย่นระยะเวลาการหาจุดโฟกัสให้ทำได้รวดเร็วแม้วัตถุนั้นจะเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลาก็ตาม High Dynamic Range (HDR) ในโหมดวิดีโอในกล้อง EOS 760D ช่วยให้ภาพแสดงรายละเอียดจากการเปิดรับแสงโอเวอร์ได้มากขึ้น ซึ่งเป็นเทคนิคเฉพาะในการผสานรวมภาพถ่าย 2 เฟรม ที่ถ่ายด้วยค่าการเปิดรับแสงที่แตกต่างกันเข้าด้วยกันเป็นเฟรมเดียว ปรับซูมดิจิตอลในโหมดวิดีโอได้ (กล้อง EOS 760D) เพิ่มระยะเลนส์จากขยาย 3 เท่าเป็น 10 เท่า สามารถจับภาพวัตถุระยะไกล เช่น สัตว์ป่า ได้อย่างง่ายดาย บันทึกวิดีโอฟอร์แมต MP4 ใช้บนอุปกรณ์ต่างๆ ได้หลากหลายทั้งสมาร์ทโฟนและเว็บไซต์โซเชียลมีเดียต่างๆ เช่น YouTube , Facebook พร้อมเติมฟังก์ชั่น Video Snapshot ช่วยให้ผู้ใช้สร้างคลิปวิดีโอในสไตล์ของตัวเอง โดย เลือกปรับความยาวได้นาน 2, 4 หรือ 8 วินาที มี Wi-Fi ในตัว เชื่อมต่อไร้สายเข้ากับเครือข่ายต่างๆรวมถึงอุปกรณ์สมาร์ทดีไวซ์ และพรินเตอร์ได้หลากหลาย รองรับเทคโนโลยี NFC ช่วยให้เชื่อมต่อกับอุปกรณ์อื่นๆที่รองรับ NFC ได้ง่ายๆ และถ่ายโอนไฟล์ได้รวดเร็วผ่านสัญญาณ Wi-Fi และบนแอพพลิเคชั่น “CameraConnect” กล้อง EOS 760D และ EOS 750Dยังใช้งานร่วมกับอุปกรณ์เสริมได้หลากหลายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานโดยแบตเตอรี่กริปใหม่รุ่น BG-E18 ช่วยยืดระยะเวลาการใช้งานแบตเตอรี่ออกไป จึงถ่ายภาพได้ยาวนานกว่า และยังช่วยเพิ่มความสะดวกในการถ่ายภาพแนวตั้งให้ถนัดมือยิ่งขึ้น


IXUS SERIES
ราคา 6,490 บาท (IXUS 275 HS)
ราคา 4,490 บาท (IXUS 170)
ราคา 2,990 บาท (IXUS160)

Canon IXUS 275 HS

Canon IXUS 170

Canon IXUS 160
กล้องดิจิตอลคอมแพ็คตระกูล IXUS ด้วยดีไซน์และสีสัน มีให้เลือกถึง 3 รุ่น คือ IXUS 275 HS, IXUS 170 และ IXUS160 ถ่ายรูปชัดเป๊ะ ซูมเยอะ ตัวกล้องเล็กเบาพร้อมพกไปเที่ยวได้ทุกที่ IXUS 275HS ใช้เซ็นเซอร์ CMOS ความละเอียดสูงถึง 20.2 ล้านพิกเซล ชิปประมวลผล DIGIC4+ เลนส์ซูมออปติคอล 12 เท่า และขยายซูมได้ไกลขึ้นถึง 24 เท่าพร้อมระบบ Auto Zoom ใหม่ที่สามารถตรวจจับและนับใบหน้าของคนในภาพ เพื่อให้กล้องคำนวณขนาดและจัดเฟรมภาพอัตโนมัติแล้วจึงปรับสัดส่วนระยะการซูมภาพให้ได้ระดับที่เหมาะสม เพื่อให้ได้องค์ประกอบภาพที่พอดีที่สุดไม่ตกเฟรม เวลาถ่ายภาพหมู่ หรือเวลาให้คนอื่นถ่ายภาพให้คุณ บันทึกวิดีโอระดับ Full HD มี Wi-Fi และ NFC ในตัว เพิ่มฟังก์ชั่นสั่งชัตเตอร์กล้องบนสมาร์ทโฟนและแทปเล็ตได้ พร้อมเทคโนโลยีแค่แตะก็เชื่อมต่อแบบ NFC เพิ่มความสะดวกในการแชร์ไฟล์รูปจากกล้องไปยังสมาร์ทโฟนและแทปเล็ตได้ทุกที่

Canon IXUS 170 & IXUS 160
ใช้เซ็นเซอร์ CCD ให้ภาพความละเอียด20.0 ล้านพิกเซล ชิปประมวลผลภาพอัจฉริยะ DIGIC 4+มีฟังก์ชั่นซูมอัจฉริยะและระบบกันสั่นและขยายซูมได้ไกลขึ้นถึง 24 เท่า (IXUS170) และ 18 เท่า (IXUS 160) ในราคาคุ้มค่าเพียง 2,990-4,990 บาท เท่านั้นIXUS170 มีเลนส์ซูม 12 เท่า ทางยาวโฟกัส 25-300 มม เพื่อมุมมองในการถ่ายรูปหมู่ให้กว้างขึ้น และโคลสอัพวัตถุที่อยู่ระยะไกลได้ในตัวเดียวในบอดี้ที่เล็กกะทัดรัด น้ำหนักเบา พกพาสะดวก เหลือเชื่อ IXUS 160 เลนส์ซูม 8 เท่า ทางยาวโฟกัส 28-224 มม ทั้งสองรุ่นมีเทคโนโลยีซูมพลัสเพิ่มพลังการซูมขึ้นเป็นสองเท่าโดยที่ไม่ทำให้คุณภาพของภาพลดลง กล้อง IXUS 170 และ IXUS160 จึงสามารถซูมภาพได้ไกลมากขึ้นเป็น 24 เท่าและ 16 เท่าตามลำดับมีเทคโนโลยี SmartAuto ปรับความสว่าง สี ระยะชัดตื้น ฯลฯ ให้อัตโนมัติเพื่อให้ภาพออกมาสวยเป็นธรรมชาติเช่น ต้องการถ่ายภาพพระอาทิตย์ตก กล้องจะเน้นโทนสีเหลืองอำพันที่อบอุ่นของท้องฟ้า เพื่อให้วัตถุที่ปรากฏในภาพมีสีเสมอกันพร้อมระบบป้องกันภาพสั่นไหวอัจฉริยะ IntelligentIS ที่เพิ่มความคมชัดให้ทุกภาพมากยิ่งขึ้น


Canon CINEMA EOS XC10
กล้องถ่ายภาพยนตร์ขนาดเล็กความละเอียดระดับ 4K
กล้องวิดีโอดิจิตอล “XC10” ซีรี่ส์ใหม่เจาะกลุ่มช่างภาพมืออาชีพและผู้ใช้กึ่งโปรพัฒนาพิเศษเพื่อรองรับงานโปรดักชั่นวิดีโอคมชัดระดับ 4K และภาพนิ่งคุณภาพสูง ใช้งานได้หลากหลายประเภทตั้งแต่งานถ่ายวิดีโอโปรโมท สารคดีภาพข่าว ไปจนถึงใช้เป็นกล้องแยกในการถ่ายทำภาพยนตร์ดิจิตอลสำหรับฉากที่ต้องการความคล่องตัวสูงกล้อง XC10 รุ่นใหม่รองรับงานถ่ายวิดีโอความละเอียดสูงระดับ 4K ให้คุณภาพสูง ด้วยประสิทธิภาพของ 4 เทคโนโลยีพัฒนาใหม่ล่าสุดจากแคนนอน ได้แก่ เซ็นเซอร์ CMOS ความไวสูงขนาด 1 นิ้ว เลนส์วิดีโอระดับ 4K ให้พลังขยายแบบออปติคอล10 เท่า ชิปประมวลผลภาพ DIGIC DV 5 ประสิทธิภาพสูงและฟังก์ชั่นบันทึกวิดีโอในรูปแบบ XF-AVC เอกสิทธิ์เฉพาะจากแคนนอน

กล้อง XC10 ใช้ระบบการบีบอัดไฟล์ 4K แบบIntra Frame ที่บิตเรตสูงสุดได้ถึง 305 Mbps ทำให้มีอัตราการบีบอัดข้อมูลสูงช่วยให้ข้อมูลมีขนาดเล็กลงโดยไม่สูญเสียคุณภาพ นอกจากนี้ยังรองรับการบันทึกข้อมูลในฟอร์แมตเดียวกับที่ใช้ในกล้องถ่ายภาพยนตร์ระบบ Cinema EOS System ของแคนนอน ช่วยให้ถ่ายภาพวิดีโอได้สวยงามน่าประทับใจ ลดปัญหาภาพมืดหรือสว่างเกินไปได้ดีแม้แต่ในสถานการณ์ที่มีแสงจ้าและพื้นที่มืดอยู่ในบริเวณเดียวกัน ตัวกล้องยังมาพร้อมช่องเสียบเมมโมรีการ์ดแบบ CFast 2.0 ซึ่งเป็นอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลความเร็วสูงสำหรับการถ่ายวิดีโอแบบ4K จึงไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลภายนอกอื่นๆเพิ่มเติม นอกจากนี้ กล้อง XC10 ยังสามารถถ่ายภาพนิ่งความละเอียดสูงได้ดีเพราะมีเซ็นเซอร์ CMOS ขนาด 1 นิ้วความละเอียด 12.0 ล้านพิกเซล สามารถปรับค่าความไวแสงสูงสุดได้ถึง 20000 ชัตเตอร์แบบกลไกยังช่วยลดปัญหาภาพเป็นริ้วที่เรียกว่า “rolling shutter skew” ที่มักเกิดขึ้นขณะถ่ายภาพวัตถุเคลื่อนไหวด้วยความเร็วสูง นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชั่น Frame Grab ช่วยให้ผู้ใช้จับภาพนิ่งความละเอียด 8.29 ล้านพิกเซล จากไฟล์วิดีโอ 4K ที่บันทึกด้วยความเร็ว 30 เฟรมต่อวินาทีได้ แคนนอนออกแบบให้กล้องรุ่นนี้มีขนาด 125 มม.(กว้าง) x102 มม.(สูง) x 122 มม.(หนา) หนัก 930 กรัม เพื่อให้มีบอดี้กะทัดรัดและน้ำหนักเบา มาพร้อมจอ LCD ที่สามารถปรับพับขึ้นได้ 90 องศาและปรับพับลงได้ 65 องศา ตัวกริปสามารถปรับหมุนขึ้นลงตามแกนได้ 90 องศาช่วยให้ถ่ายภาพได้หลากหลายมุมมอง บนสถานการณ์ที่ต้องการความคล่องตัวสูง

Canon EOS M3
กล้องดิจิตอลมิลเลอร์เลสคุณภาพระดับ DSLR
ราคา 22,900 บาท(กล้องพร้อมเลนส์ EF-M 18-55 mm f/3.5-5.6 IS STM)
ราคา 30,900 บาท(กล้องพร้อมเลนส์ EF-M 18-55 mm f/3.5-5.6 IS STM และ EF-M 55-200 mm f/4.5-6.3 IS STM)

Canon EOS M3
นำเอานวัตกรรมและเทคโนโลยีของกล้อง CanonEOS DSLR ที่ครองใจนักถ่ายภาพทั่วโลกมาย่อให้อยู่ในกล้องมิลเลอร์เลสตัวเล็กกะทัดรัด โฟกัสอัตโนมัติได้รวดเร็ว ชิฟท์โฟกัสได้สมูทกว่าด้วย “HybridCMOS AF III ” ระบบออโต้โฟกัสของกล้อง EOS M3 ใช้ Hybrid CMOS AF III พัฒนาใหม่ล่าสุดทำให้เซ็นเซอร์ CMOSจับออโต้โฟกัสระหว่างการถ่ายภาพแบบ Live View ได้เหนือกว่ากล้อง EOSM1 (ที่ใช้เทคโนโลยี Hybrid CMOS AF รุ่นแรก) ถึง 6.1 เท่า คุณภาพระดับกล้องโปร เซ็นเซอร์ CMOS ขนาดใหญ่แบบ APS-C ความละเอียดสูงถึง 24.2 ล้านพิกเซล ชนิดเดียวกับที่ใช้ใน Canon EOS DSLR ให้คุณภาพภาพที่ดีระดับกล้องโปรอีกทั้งยังเก็บรายละเอียด แสง สีสันของภาพได้เหนือกว่าเซ็นเซอร์ปกติ ช่วงความไวแสงที่กว้างมากถึง ISO 100 – 12800 ขยายได้ถึง ISO 25600 ทำให้การถ่ายภาพในสภาพแวดล้อมที่มีแสงน้อยโดยไม่ใช้แฟลชหรือขาตั้งกล้อง ทำให้ง่ายและให้สีสันสดใสเป็นธรรมชาติและด้วยประสิทธิภาพการทำงานอันยอดเยี่ยมของชิปประมวลผล DIGIC 6ลดการเกิด Noise เมื่อปรับ ISO ถึง 25600


ดีไซน์
จอ LCDTouchScreen หมุนได้ 180 องศา สำหรับการถ่ายภาพมุมต่ำหรือเซลฟี่ และยังปรับพับลงได้ 45 องศาช่วยในการถ่ายภาพมุมสูง หน้าจอระบบทัชสกรีนมียูสเซอร์อินเตอร์เฟซ (UI) ที่รวมเอาคุณสมบัติเด่นของกล้องDSLR และกล้องคอมแพ็คมาไว้ด้วยกัน หน้าจอแสดงข้อมูลที่จำเป็นทั้งหมดสำหรับนักถ่ายภาพมืออาชีพเอาไว้อย่างครบครันขณะเดียวกัน ยังปรับปรุงรูปแบบสไตล์การใช้งานแบบสองมือ ซึ่งเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของกล้องEOS M3 ให้สะดวกใช้งานและปรับตั้งค่ากล้องได้รวดเร็วยิ่งกว่าเดิม ใช้งานร่วมกับช่องมองภาพแบบอิเล็กทรอนิกส์ EVF-DC1 ได้ เพิ่มกริป และจัดวางปุ่มคอนโทรลใหม่ แม้จะมีขนาดเล็กกะทัดรัดแต่บอดี้จับถือกระชับ มีกริปที่โค้งเว้าพอดีตามหลักสรีระศาสตร์ช่วยให้ผู้ใช้จับถนัดใช้งานสะดวกแม้ถ่ายด้วยมือเดียว จัดวางปุ่มชัตเตอร์พอดีกับตำแหน่งของนิ้วชี้ ปุ่มไดอัลเปลี่ยนโหมดและปรับชดเชยแสงวางอยู่รอบปุ่มชัตเตอร์ มีแฟลชในตัว และยังมีช่องเสียบ แฟลชมาให้สาหรับในกรณีที่ต้องการติดแฟลช Speedlite เพิ่มเติม หรือใช้ตัวส่งสัญญาณเชื่อมต่อไร้สายกับแฟลชที่ติดเพิ่มเข้ามาเพื่อช่วยในการถ่ายภาพหรือติด macroring light เพื่อช่วยฉายแสงแฟลชให้ครอบคลุมไปยังวัตถุที่ต้องการถ่ายระยะใกล้ทั้งหมด


รองรับเลนส์มากกว่า 70 รุ่น
EOS M3 มาพร้อมชุดเลนส์ใหม่ครบชุด มีให้เลือก 4 รุ่น ซึ่งเป็นเลนส์ระบบ STM ทั้งหมด เพื่อให้ตอบสนองการทำงานโฟกัสของHybrid CMOS AFIII ได้อย่างเต็มที่ และถ้าใช้ EF-EOS Mount Adapter ก็จะสามารถขยับไปใช้เลนส์EF และ EF-S ของ EOS DSLR ได้อีกกว่า 70 รุ่น ยังไม่นับอุปกรณ์เสริมอื่นๆทั้งแฟลช วิวไฟเดอร์ ฯลฯ ที่มีให้เลือกใช้จุใจ รวมถึงเลนส์แพนเค้ก EF-M22mm f/2 STM Silver รุ่นสีเงินออกมาพร้อมกันเพื่อให้เข้ากับกล้องสีขาวอีกด้วยมี Built-in WiFi และ NFCในตัวกล้อง เชื่อมต่อกล้อง EOSM3 กับสมาร์ทโฟนแบบ WiFi เพื่อสั่งชัตเตอร์และตั้งค่ากล้องได้จากสมาร์ทโฟนหรือแชร์ภาพจากกล้องไปยังสมาร์ทโฟนได้รวดเร็ว เพิ่มความสะดวก รวดเร็วในการแชร์ภาพไปยังSocial Network ต่างๆ ได้ใช้ร่วมกับผลิตภัณฑ์ใหม่ Canon Connect Station CS100 ที่มีความจุในการแบ็คอัพไฟล์ภาพ,วิดีโอ ได้มากถึง 1 TB โชว์ภาพ ดูไฟล์ภาพ และวิดีโอบนจอ HDTV ได้

Canon PowerShot SX710 HS

Canon PowerShotSX610 HS

Canon PowerShotSX530 HS

Canon PowerShotSX410 IS

POWER SHOT SX SERIES
ซูมเยอะสะใจ พร้อม WiFi แชร์รูปได้ทุกที่
ราคา 11,490 บาท (PowerShotSX710 HS)
ราคา 8,490 บาท (PowerShotSX610 HS)
ราคา 11,990 บาท (PowerShotSX530 HS)
ราคา 7,490 บาท (PowerShotSX410 IS)

กล้องดิจิตอลคอมแพ็คซูเปอร์ซูมรุ่นใหม่ล่าสุด CanonPower Shot SX710 HS , SX610 HS , SX 530 HS และ SX 410IS กล้องตัวเล็ก ใช้ง่าย มีเลนส์ออปติคอลซูมไกลพิเศษตั้งแต่ 18 เท่า- 50 เท่า โดยกลุ่ม PowerShot SX530 HS และ SX410 IS เน้นดีไซน์เหมือนกล้องระดับมืออาชีพ แต่ขนาดเล็ก และน้ำหนักเบากว่า บอดี้ดีไซน์พิเศษจับกระชับมือใช้งานง่ายด้วยมือเดียวให้ภาพละเอียด 20 ล้านพิกเซล เลนส์ซูมระยะไกลขยาย 50 เท่า และ 40 เท่า ส่วนกลุ่ม PowerShot SX รุ่น 710 HS และ SX610 HS เน้นดีไซน์เพรียวบาง น้ำหนักเบา มีเลนส์ซูมขยายได้ 30 เท่า และ เลนส์ซูมขยายได้ 18 เท่า พร้อมเทคโนโลยีใหม่! Zoom Framing Assist ปรับซูมเองอัตโนมัติเพื่อเก็บภาพให้ไม่หลุดเฟรม และ WiFi / NFC ในตัวกล้อง ถ่ายรูปและแชร์ภาพที่สวยคมชัดกว่าที่เคยให้เพื่อนๆ ได้ดูทุกที่ทุกเวลา

โหมดซูมปรับปรุงใหม่
ฟังก์ชั่น Zoom Framing Assist ช่วยปรับทางยาวโฟกัสอัตโนมัติให้เหมาะสมกับองค์ประกอบของภาพ ในกรณีที่ภาพถ่ายบุคคลกล้องจะซูมเข้าหาลำตัวช่วงบนหรือศีรษะให้อัตโนมัติ และหากวัตถุเคลื่อนไหว กล้องจะซูมออกทันทีเพื่อให้ได้ภาพเต็มตัวนอกจากนั้นยังสามารถตรวจจับวัตถุหลายอย่างได้พร้อมๆ กัน โดยจะปรับซูมเองอัตโนมัติเพื่อเก็บภาพทุกคนให้พอดีเฟรมโหมด Auto Zoom ปรับปรุงใหม่ ช่วยปรับตั้งค่าระยะการซูมให้เหมาะสมในแต่ละเฟรมโดยอัตโนมัติ เหมาะสำหรับเวลาไปเที่ยวที่ต้องขอให้คนอื่นซึ่งอาจไม่คุ้นกับการตั้งระยะซูมช่วยถ่ายภาพ

วิดีโอคมชัดทั้งภาพและเสียงทุกจังหวะเคลื่อนไหว
ระบบกันสั่น Dynamic IS แบบ 5 แกนช่วยให้ได้ภาพวิดีโอคมชัดทุกจังหวะการเคลื่อนไหวแม้ไม่ได้ใช้ขาตั้งกล้องตรวจจับและชดเชยการสั่นเมื่อผู้ใช้เคลื่อนไหวได้รอบทิศ

Canon PowerShot SX530 HS - พลังซูม 50 เท่า
เลนส์ซูมขยาย 50 เท่า ทางยาวโฟกัส 24-1200 มม. ความละเอียด 16.0 ล้านพิกเซล ซูมภาพระยะไกลได้อย่างน่าทึ่ง อาทิ ภาพสัตว์ป่า เป็นต้น มีระบบซูมพลัสเพิ่มพลังขยายได้ถึง100 เท่า โดยที่ยังได้ภาพถ่ายคุณภาพดี ตัวเครื่องออกแบบพิเศษเพื่อให้จับกระชับมือช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการใช้งานได้สูงสุดชิปประมวลผลอัจฉริยะ DIGIC4+ และเซ็นเซอร์CMOS ขนาด ½.3 นิ้ว ความละเอียด 16.0 ล้านพิกเซล สีสันสดใส คมชัดทุกรายละเอียดและยังถ่ายวิดีโอระดับ Full HD 30p ได้คมชัด บันทึกในรูปแบบฟอร์แมต MP4 สะดวกในการแชร์ต่อบนเว็บดังอย่าง YouTube และ Facebook

Canon PowerShot SX410 IS - คู่ใจนักเดินทางด้วยพลังซูม 40 เท่า
ความละเอียด 20.0 ล้านพิกเซล เลนส์ซูมขยาย 40 เท่า ทางยาวโฟกัส 24-960 มม. รูรับแสงปรับได้f/3.5 – f/6.3 ช่วยให้ภาพอยู่ไกลแค่ไหนก็คมชัดทุกรายละเอียด มีระบบซูมพลัสเพิ่มพลังขยายได้ถึง2 เท่าเป็น 80xโดยไม่สูญเสียรายละเอียดของภาพ ชิปประมวลผลอัจฉริยะ DIGIC4+ ผสานกับเซ็นเซอร์ CCD ความละเอียด 20.0 ล้านพิกเซล ช่วยให้รายละเอียดภาพคมชัดโดดเด่นทุกระยะการซูม

Canon PowerShot SX710 HS & SX610 HS สลิม &เบา จับถนัดมือ
เซ็นเซอร์ให้ภาพละเอียด 20.3 ล้านพิกเซลกับเลนส์ซูมระยะไกล 30 เท่า ช่วงเลนส์กว้าง 25-750 มม. (เทียบเท่ากล้องฟิล์ม 35 มม.) ส่วนกล้อง PowerShot SX610 HS มาพร้อมเลนส์ซูมขยาย 18 เท่า ช่วงเลนส์กว้าง 25-450 มม. (เทียบเท่ากล้องฟิล์ม35 มม.)กล้อง Power Shot SX710 HS ใช้ชิปประมวลผลภาพ DIGIC6 รุ่นใหม่ พร้อมเซ็นเซอร์ CMOS ขนาด ½.3 นิ้ว ให้ภาพถ่ายคุณภาพสูง ขณะที่กล้อง Power Shot SX610 HS ใช้ชิปประมวลผล DIGIC 4+ และเซ็นเซอร์ CMOS ขนาด ½.3 นิ้วเช่นเดียวกัน มาพร้อมฟังก์ชั่นใช้งานขั้นสูงและน้ำหนักเบาเพียง269 กรัม และ 191 กรัม ตามลำดับ ด้วยพลังขยาย 30 เท่า กล้อง Power Shot SX710 HS จึงใช้งานถ่ายภาพได้หลากหลาย ช่วงเลนส์กว้างครอบคลุมถึงระยะ 25 มม.ช่วยให้จับภาพตึกสูงจากระยะไกลได้สวยงามขณะเดียวกันทางยาวโฟกัสสูงสุดที่ 750 มม. ก็ยังช่วยให้ซูมจับภาพคนที่หน้าต่างบนตึกสูงได้อย่างง่ายดายเมื่อเปิดใช้งานระบบซูมพลัสยิ่งช่วยเพิ่มพลังขยายได้ถึง 60 เท่า ไกลแค่ไหนก็จับภาพได้เหมือนอยู่ใกล้ทุกสถานการณ์ โดนใจคนชอบเที่ยวเพราะสามารถเก็บภาพสิ่งปลูกสร้างขนาดใหญ่หรือแม้แต่แนวภูเขาที่อยู่ห่างไกลออกไปได้อย่างสวยงามคมชัด

Connect Station CS100
โชว์-แชร์-แบ็คอัพไฟล์ภาพและวิดีโอ 1TB ในเครื่องเดียว แก็ทเจ็ทสุดล้ำจากแคนนอนเพื่อคนชอบถ่ายรูปยุคโซเชี่ยล
ผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดเอาใจผู้ที่ชื่นชอบการถ่ายภาพในยุคโชเชี่ยล Canon Connect Station รุ่น CS100 อุปกรณ์อัจฉริยะที่ใช้งานร่วมกับสมาร์ทโฟนแท็บเล็ต สมาร์ททีวี กล้องดิจิตอล และกล้องวิดีโอได้ โดยผู้ใช้สามารถเชื่อมต่อกับ CS100 กับอุปกรณ์ต่างๆ ได้หลายวิธี ทั้ง Wi-Fi, NFC, การ์ด SD/CF หรือสายยูเอสบี เป็นได้ทั้ง แบ็คอัพเก็บไฟล์ภาพ,วิดีโอ ลงในตัวเครื่องได้มากถึง 1TB โชว์ภาพ ดูไฟล์ภาพ และวิดีโอบนจอ HDTVได้ แชร์ภาพและวิดีโอจาก CS100 ไปยังกล้องดิจิตอล สมาร์ทโฟน หรือแท็บเล็ตเครื่องอื่นๆ ได้ ให้การถ่ายภาพเป็นกิจกรรมที่สร้างความใกล้ชิด แชร์ความทรงจำดีๆ ให้แก่กันในหมู่เพื่อนและครอบครัวมากขึ้น

Connect Station CS100
ผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดจากแคนนอนในคอนเซ็ปต์“สโตร์-โชว์-แชร์ เป็นได้ทั้งแบ็คอัพไฟล์แสดงภาพ และแชร์ไปยังอุปกรณ์อื่นๆ ได้ในเครื่องเดียว เพื่อนักถ่ายภาพยุคโซเชี่ยล ทำให้การถ่ายภาพและโชว์ภาพให้เพื่อนหรือคนในครอบครัวดูได้พร้อมกันสะดวกยิ่งขึ้นลดขั้นตอนการเชื่อมต่อสายเคเบิ้ลแบบเก่าที่แสนยุ่งยากออกไป


พื้นที่เก็บข้อมูล
ConnectStation CS100 มาพร้อมความจุขนาดใหญ่ถึง 1 TB รองรับการเก็บข้อมูลได้เป็นจำนวนมากโดยแคนนอนได้ออกแบบตัวเครื่องมาเป็นอย่างดี เพื่อช่วยให้ผู้ใช้แบ็คอัพข้อมูลที่ต้องการได้หลากหลายวิธีตามความสะดวกสำหรับอุปกรณ์ที่รองรับ NFC เช่น กล้องดิจิตอล เพียงแค่นำอุปกรณ์มาวางใกล้ๆ กับเครื่อง Connect Station CS100 ก็เชื่อมต่อถึงกันได้ทันที หลังจากนั้นจึงเลือกถ่ายโอนไฟล์ที่ต้องการเข้าไปเก็บไว้ในเครื่องได้สะดวกผ่านสัญญาณ Wi-Fi ผู้ใช้ยังสามารถนำเมมโมรีการ์ด SD/CF มาเสียบต่อตรงหรือนำกล้องดิจิตอลมาต่อเข้าเครื่อง โดยใช้สายต่อยูเอสบีก็ทำได้เช่นกัน เครื่อง Connect Station CS100 ยังมีระบบตรวจจับอัตโนมัติให้ตัวเครื่องทำการแบ็คอัพเฉพาะรูปภาพใหม่ๆได้อีกด้วย ป้องกันไม่ให้มีการก็อปปี้ภาพซ้ำๆ โดยไม่จำเป็น ช่วยประหยัดทั้งเวลาและพื้นที่จัดเก็บข้อมูลไฟล์รูปภาพและวิดีโอเหล่านี้จะถูกจัดเรียงอย่างเป็นระเบียบตามวันเวลาและชื่อกล้อง ช่วยให้ค้นภาพที่ต้องการได้ง่ายไม่ยุ่งยาก นอกจากนี้ผู้ใช้ยังสามารถจัดไฟล์เป็นอัลบั้มต่างๆได้เองตามหัวข้อที่ต้องการได้อีกด้วย

รายละเอียดภาพ
เครื่องConnect Station CS100 สามารถต่อเข้ากับทีวีสมัยใหม่ผ่านช่องHDMI และมีรีโมตคอนโทรลควบคุมการทำงาน ซึ่งข้อดีของการดูภาพถ่ายและวิดีโอบนจอทีวีขนาดใหญ่คือผู้ชมสามารถเพลิดเพลินกับความคมชัดของทุกรายละเอียดภาพได้แบบเต็มตาเต็มอารมณ์ ชนิดที่การดูภาพบนหน้าจอโทรศัพท์มือถือเล็กๆให้ไม่ได้ พลังการประมวลผลข้อมูลอันยอดเยี่ยมของ Connect Station CS100 ยังช่วยให้ตัวเครื่องเล่นวิดีโอความละเอียดสูงที่ผู้ใช้บันทึกเองได้อย่างราบรื่นไม่มีสะดุดให้ทุกคนในครอบครัวได้สนุกกับการหวนระลึกถึงความทรงจำแสนพิเศษร่วมกัน แชร์ง่ายสะดวกทุกที่ทุกเวลาสำหรับการแชร์ภาพและวิดีโอผู้ใช้สามารถอัพโหลดข้อมูลที่เก็บไว้ในเครื่อง Connect Station CS100 ไปยัง Canon Image Gateway (CiG) ได้โดยตรงผ่านสัญญาณอินเตอร์เน็ตไร้สายหรือจะแชร์ภาพและวิดีโอที่ต้องการจากตัวเครื่องไปยังเว็บไซต์โซเชียลมีเดียยอดนิยมอย่างFacebook, YouTube และ Twitter ก็ทำได้ทันทีเช่นกัน(ต้องตั้งค่าบน CiG ก่อน) ผู้ใช้ยังสามารถเชื่อมต่อเข้าเครื่อง Connect Station CS100 ได้โดยตรงผ่านเว็บบราวเซอร์จากอุปกรณ์พกพาต่างๆในกรณีที่อุปกรณ์ทั้งสองเครื่องเชื่อมต่อสัญญาณอินเตอร์เน็ตเครือข่ายเดียวกัน ช่วยให้สามารถเปิดดูไฟล์พร้อมดาวน์โหลดคอนเทนต์ต่างๆที่ต้องการได้ทันที ทำให้ในปัจจุบัน Connect Station CS100 ถือเป็นอุปกรณ์จัดเก็บข้อมูลเพียงรุ่นเดียวในตลาดที่รองรับการใช้งานผ่านเว็บบราวเซอร์โดยไม่ต้องมีการลงโปรแกรมอื่นๆเพิ่มเติม ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งานได้สูงสุด นอกจากนี้ผู้ใช้ยังสามารถเชื่อมต่อและถ่ายโอนข้อมูลระหว่างอุปกรณ์ Connect Station CS100 สองเครื่องได้ในเวลาเดียวกันผ่านบริการCiG ช่วยให้การแชร์ภาพระหว่างกลุ่มผู้ใช้เป็นเรื่องง่ายกว่าที่เคย ยกตัวอย่างเช่นครอบครัว ก สามารถตั้งค่าให้เครื่อง Connect Station CS100 ของตนเองเชื่อมต่อข้อมูลเข้ากับConnect Station CS100 อีกเครื่องที่วางอยู่ที่บ้านพ่อแม่ได้ เพื่อให้คุณปู่และคุณย่าได้ดูรูปถ่ายใหม่ๆของหลานๆ ได้ตลอดเวลา นอกจากนี้ แคนนอนยังออกแบบอินเตอร์เฟซของตัวเครื่อง Connect Station CS100 ให้ใช้งานได้ง่ายลดความสลับซับซ้อนของการใช้งานให้มีความสะดวกง่ายดายขึ้น.

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail  chang.arcom@thairath.co.th
F
acebook https://www.facebook.com/chang.arcom 

Canon ผู้ผลิตอุปกรณ์บันทึกภาพชั้นนำของโลกปล่อยผลิตภัณฑ์ใหม่ประจำปี 2015 เน้นประสิทธิภาพการใช้งานสูงสุด นำโดยรุ่นเรือธง EOS 5DsR และ EOS 5Ds กล้อง DSLR ฟูลเฟรม 50.6 ล้านพิกเซล สูงสุดในกล้อง DSLR 17 มิ.ย. 2558 12:36 17 มิ.ย. 2558 17:01 ไทยรัฐ