วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ชาวนาอ่างทองทุกข์หนัก ชลประทานลดการจ่ายน้ำทำนา

ชาวนาอ่างทองทุกข์หนัก ชลประทานลดการจ่ายน้ำทำนา

  • Share:

ชาวนาอ่างทองทุกข์หนัก หลังชลประทานลดการจ่ายน้ำทำนา ที่ลงทุนทำไปแล้ว หวั่น น้ำไม่เพียงพอหล่อเลี้ยงต้นข้าว ส่วนที่ยังไม่ลงมือเพาะปลูก หวั่น ทำนาผวาน้ำหลาก หนี้สินรุงรัง

เมื่อวันที่ 17 มิ.ย. 58 นางทัศนีย์ ทรงชอบ อายุ 57 ปี ชาวนาในทุ่งนาเทวราช อยู่บ้านเลขที่ 23/134 หมู่ 3 ตำบลเทวราช อำเภอไชโย จังหวัดอ่างทอง กล่าวว่า หลังรัฐบาลได้ประกาศหยุดจ่ายน้ำในช่วงหน้าแล้งที่ผ่านมา แล้วปล่อยน้ำให้ทำนาในช่วงเดือนพฤษภาคม ก็ได้ลงมือทำนาไปบางส่วน เนื่องจากน้ำในคลองชลประทานมีน้อย ลงทุนไปแล้ว ไร่ละประมาณ 4,000-5,000 บาท มีค่าเมล็ดข้าว ถ้าตีค่าปลูกข้าว ค่ายา เมื่อทราบว่าน้ำต้นทุนเหลือน้อย และให้ชะลอการทำนาออกไปในช่วงเดือนกรกฎาคม ถ้าลงมือในช่วงนั้น คงเก็บเกี่ยวไม่ทัน นาข้าวจะถูกน้ำท่วมตาย ถ้าเป็นอย่างนี้ 1 ปี ชาวนาไม่ได้ทำอะไรเลย ส่งผลให้ได้รับความเดือดร้อน เนื่องจากไม่มีรายได้ค่าใช้จ่ายในครอบครัว และที่สำคัญจะต้องใช้หนี้ธนาคารเพื่อการเกษตร และสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) แล้วจะไปหาเงินที่ไหนมาจ่ายหนี้

นายสมชาติ ยิ้มละไม้ อายุ 64 ปี บ้านเลขที่ 74/1 หมู่ 5 ตำบลสายทอง อำเภอป่าโมก จังหวัดอ่างทอง สมาชิกสภาเกษตรจังหวัดอ่างทอง กล่าวว่า ตนทำนาจำนวน 80 ไร่ อยู่ในทุ่งนา ตำบลสายทอง ติดกับทุ่งนาตำบลหัวไผ่ และทุ่งนาตำบลโรงช้าง พื้นที่ประมาณ 3,000 ไร่ เกษตรกรยังไม่ได้ลงมือทำนาเลย เนื่องจากไม่มีน้ำเพียงพอต่อการทำนา ตั้งแต่ เดือนมกราคม จนถึง เดือนมิถุนายน ชาวนาหลายรายเดือดร้อนมาก มีค่าใช้จ่ายต้องส่งลูกเรียน ต้องไปกู้หนี้ยืมสินนอกระบบมาใช้จ่าย ชาวนาบางส่วนที่จะไปทำการกู้ธนาคารเพื่อการเกษตร และสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) กู้ไม่ได้ เนื่องจากวงเงินกู้เต็ม ไหนจะต้องส่งดอกเบี้ย และเงินต้นก็ยังไม่มีส่ง ทำให้กู้เงินในระบบไม่ได้ จึงหันไปพึ่งเงินนอกระบบ นำมาซึ่งความเดือดร้อนของชาวนา

ในตอนนี้ทางชลประทานประกาศ ลดการจ่ายน้ำ และชะลอการปลูกข้าว เนื่องจากน้ำต้นทุนมีน้อย แต่สิ่งที่สำคัญที่สุด คือ ถ้าเดือนมิถุนายนไม่ได้ทำนา ก็จะทำให้เกษตรกรในทุ่งสายทอง หัวไผ่ โรงช้าง จะไม่ได้ทำนาเลยตลอดปีนี้ ต้องเสียโอกาสในการสร้างรายได้ไป 1 ปี เนื่องจาก ถ้าทำการปลูกข้าวในเดือนกรกฎาคมนั้น จะมีความเสี่ยงในการเก็บเกี่ยวแล้วผลผลิตเสียหาย และคนที่เป็นหนี้ (ธ.ก.ส.) จะทำอย่างไร จึงอยากวิงวอนรัฐบาลให้ช่วยแก้ปัญหา ช่วยเหลือชาวนาที่เดือดร้อนอย่างเร่งด่วน

เกษตรกรชะลอทำนา หวั่นน้ำมีไม่เพียงพอ

นายชูศักดิ์ ชูวงษ์ อายุ 46 ปี ชาวนา บ้านเลขที่ 43/1 หมู่ 5 ตำบลสายทอง อำเภอป่าโมก เปิดเผยว่า ตนทำนาจำนวน 30 ไร่ ในทุ่งสายทอง ปัจจุบันยังไม่ได้ลงมือทำนาเลย เนื่องจากประสบภัยแล้งขาดแคลนน้ำ และถ้าจะให้ทำนาในช่วงเดือนกรกฎาคม ก็คงไม่ทันเพราะน้ำท่วมนาแน่นอน ต้องเสียโอกาสในการทำนาไปตลอดปี ไหนจะเป็นหนี้ (ธ.ก.ส.) แล้วยังไม่มีเงินใช้ เนื่องจากไม่ได้ทำนา ค่าดอกเบี้ยก็ยังไม่มีจ่าย ในช่วงนี้ต้องช่วยเหลือตนเอง ปลูกผักหาเลี้ยงชีพสร้างรายได้โดยใช้น้ำจากบ่อบาดาล ดีกว่าไม่ได้ทำอะไรเลย

ส่วน นายอัฐวุฒิ ทัศนุรักษ์ อายุ 40 ปี ชาวนาตำบลเทวราช อำเภอไชโย เปิดเผยว่า ทำนาจำนวน 30 ไร่ ลงทุนกว่า 40,000-50,000 บาท ได้ลงมือเพราะปลูกไปแล้ว ข้าวประมาณ 1 เดือน และเมื่อทราบว่าชลประทานลดการปล่อยน้ำทำนา ทำให้ตนเป็นกังวลอย่างมากเนื่องจากกลัวว่าจะไม่มีเงินใช้หนี้ (ธ.ก.ส.) หากน้ำน้อยขาดการหล่อเลี้ยงต้นข้าวมีหวังต้นข้าวยืนต้นตาย ขาดทุนอย่างแน่นนอน ที่ตนเองต้องรีบทำนา เนื่องจากทุ่งนาเทวราชนั้นเป็นแก้มลิง ทุ่งนารับน้ำหากทำนาล่าช้า มีหวังข้าวจมน้ำตายผลผลิตเสียหาย

ด้าน นายสมพิศ พูลสวัสดิ์ เกษตรกรจังหวัดอ่างทอง เปิดเผยว่า พื้นที่ทำนาในจังหวัดอ่างทอง มีประมาณ 370,000 ไร่ ตอนนี้ปลูกข้าวไปแล้ว 120,000 ไร่ พื้นที่ที่เกษตรกรปลูกข้าวไปแล้วในขณะนี้ที่คาดว่า จะได้รับความเสียหายจากภัยแล้ง มีประมาณ 7,000 ไร่ แต่ตอนนี้ยังไม่ได้รับรายงานถึงความเสียหาย แต่ถ้ามีน้ำทยอยจ่ายมา จะเป็นการช่วยลดความเสียหาย ส่วนพื้นที่ที่น่าเป็นห่วง คือ พื้นที่ลุ่ม เกษตรกรยังไม่ได้ทำนาในช่วงที่ผ่านมา ในช่วงนี้ชาวนาในที่ลุ่มยังไม่ได้ทำการปลูกข้าว ต่อไปนี้ไม่มีโอกาสที่จะปลูกข้าวทำนาแล้ว เนื่องจากประมาณเดือนกันยายน และเดือนตุลาคม น้ำจะหลากมาก็จะไม่ได้ทำนาในรอบนี้ ต้องรอในรอบหน้า โดยพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบในการทำนาล่าช้า แล้วเสี่ยงต่อน้ำหลากท่วมผลผลิตนั้น มีทุ่งนาในอำเภอวิเศษชัยชาญ อำเภอป่าโมก อำเภอเมืองอ่างทอง อำเภอโพธิ์ทอง และอำเภอไชโย ตอนนี้ได้ประชาสัมพันธ์ให้ชาวนา และเกษตรกรทราบแล้วว่า น้ำต้นทุนในเขื่อนเหลือน้อยมาก ฝนไม่ตกต้องตามฤดูกาล จึงทำให้แผนการจ่ายน้ำของกรมชลประทานต้องเปลี่ยนไป

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้