วันอาทิตย์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กองทัพกับ คสช.

โดย หมัดเหล็ก

วันที่ 30 กันยายนนี้จะมี นายทหารยศนายพลเกษียณอายุราชการ ถึง 466 คน ในจำนวนนี้ประกอบด้วย พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล ปลัดกลาโหม พล.อ.วรพงษ์ สง่าเนตร ผบ.สส. พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รอง ผบ.สส. พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร ผบ.ทบ. พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รอง ผบ.ทบ.พล.อ.ฉัตรเฉลิม เฉลิมสุข เสธ.ทบ. พล.ร.อ.ไกรสร จันทร์สุวานิชย์ ผบ.ทร. พล.อ.อ.อานนท์ จารยะพันธุ์ รอง ผบ.ทอ. เป็นต้น

ล้วนแต่เป็นกำลังหลักของ คสช.ทั้งสิ้น

แม้จะมีคณะกรรมการพิจารณาแต่งตั้งนายทหารตามระเบียบของกระทรวงกลาโหมที่กำหนดให้ รมว.กลาโหม รมช.กลาโหม ปลัดกลาโหม ผบ.เหล่าทัพ เป็นกรรมการพิจารณา รายชื่อนายทหาร ตามการเสนอของ ผบ.เหล่าทัพ ก็ตาม

แต่ก็ต้องสอดคล้องกับสถานการณ์ด้วย

ชื่อของ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ในฐานะ รมว.กลาโหมจึงถูกดึงเข้ามาพัวพันกับข่าวการแต่งตั้ง ผบ.เหล่าทัพในรอบนี้ และเผอิญว่าตำแหน่ง ผบ.ทบ.ซึ่งเป็นตำแหน่งที่มีความสำคัญกับกองทัพและ คสช. มีแคนดิเดตอยู่ 2 คน

คนหนึ่งชื่อ พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผช.ผบ.ทบ. ที่เป็นนายทหารคนสนิทและน้องรักของ พล.อ.ประวิตร อีกคนชื่อ บิ๊กติ๊ก หรือ พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ผช.ผบ.ทบ. ที่มีศักดิ์เป็นน้องชายของนายกฯและหัวหน้า คสช.ในปัจจุบัน

จะเลือกใครย่อมมีความหมาย

ในยามหัวเลี้ยวหัวต่อของการ ต่อยอดอำนาจ ต้องประคองอำนาจให้ราบรื่นที่สุด ซึ่งไม่ว่าจะเป็น พล.อ.ปรีชา หรือ พล.อ.ธีรชัย ก็อยู่ในขั้วในสายเดียวกัน

แต่ถ้าในระยะยาว ในระยะที่จะต้องมีการเปลี่ยนขั้วอำนาจตามสถานการณ์ ในระยะที่กองทัพเองยังมีสนิมเนื้อ
ในอยู่ ไม่ใช่แค่ พล.อ.ประยุทธ์จะตัดสินใจกับการแต่งตั้งโยกย้ายในกองทัพเพื่อวางกำลังเอาไว้อย่างไรเท่านั้น

ต้องดูกระแสต้านจากภายนอกและภายในด้วย

รวมทั้งต้องดูอาการกิริยาของ พล.อ.ประวิตร และพล.อ.อุดมเดช ที่จะเป็นผู้เสนอชื่อ ผบ.ทบ.คนต่อไปด้วย เช่นกันซึ่งไม่ใช่จะดูแค่ความมั่นคงของ รัฐบาล หรือ คสช.เท่านั้น

ความมั่นคงในกองทัพก็สำคัญ

การ สืบทอดอำนาจ หรือ สืบทอดทายาท เป็นอะไรที่คล้ายๆกันแต่ไม่เหมือนกัน วันนี้คนที่จะต้องทำการบ้านในการแต่งตั้งโยกย้ายมากที่สุดคือ พล.อ.ประยุทธ์ แต่เพียงผู้เดียว

เพราะนั่นหมายถึงการลงจากหลังเสือโดยไม่ให้เสือกัดด้วย.

หมัดเหล็ก
mudlek@hotmail.com 

17 มิ.ย. 2558 10:20 ไทยรัฐ