วันจันทร์ที่ 21 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

"พิษขยะ" จากธุรกิจทัวร์ไทย–จีน

โดย สายล่อฟ้า

ดูผิวเผินน่าจะดีแต่พอเจาะให้ลึกลงไปกลับไม่ดีอย่างที่คิด ...ครับ ผมกำลังพูดถึงนักท่องเที่ยวจากประเทศจีนที่แห่แหนมาเที่ยวเมืองไทยกันเป็นจำนวนมากจนกลายเป็นสินค้าสำคัญที่ช่วยค้ำยันเศรษฐกิจไทยให้พยุงตัวอยู่ได้

แน่นอนว่าการที่นักท่องเที่ยวมาไทยนั้นย่อมเป็นเรื่องดี โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากจีนที่เข้ามาทดแทนนักท่องเที่ยวจากยุโรป สหรัฐอเมริกาและรัสเซีย ซึ่งประสบปัญหาด้านเศรษฐกิจทำให้ไม่มีเงินจับจ่ายใช้สอยเหมือนก่อนหน้านี้

ทว่าแม้จะมีจำนวนมากกลับปรากฏว่าการจับจ่ายใช้สอยขณะที่อยู่เมืองไทย ซึ่งมีตัวเลขสูงพอสมควรไม่ได้เข้ากระเป๋าคนไทยสักเท่าใด

หรือภาษีเข้าคลังก็ไม่ได้มากมายเช่นกัน

คำถามก็คือมันเกิดอะไรขึ้นและทำไมถึงเป็นไปเช่นนั้น

คำตอบก็คือความไม่ปกติในธุรกิจการท่องเที่ยวที่เกิดจากบริษัททัวร์ของจีนและไทยที่หากินด้วยการใช้เล่ห์เพทุบายเอาเปรียบนักท่องเที่ยวในรูปแบบต่างๆ การไม่ยอมเสียภาษี การตั้งนอมินีสวมรอยเพื่อเลี่ยงกฎหมาย

ขณะเดียวกันก็เข้ามาควบคุมกิจการต่างๆที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว ใช้อิทธิพลในฐานะที่มีอำนาจต่อรองเอานักท่องเที่ยวเป็นตัวประกันเพื่อบีบบังคับให้โรงแรมต่างๆต้องปฏิบัติตามเงื่อนไข

ยกตัวอย่างเรื่องทัวร์ “ศูนย์เหรียญ” ที่ยังแก้ไขไม่ได้ แม้ว่ารัฐบาลจีนและไทย ซึ่งรู้เรื่องนี้พยายามที่จะจัดการแต่สุดท้ายก็ปล่อยปละละเลยจนเละเทะอย่างทุกวันนี้

วิธีการก็คือบริษัททัวร์ในจีน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นของคนจีนที่ขายทัวร์ให้นักท่องเที่ยวมาไทย โดยไม่มีค่าใช้จ่าย เช่น ซื้อทัวร์มาไทย 5 วัน 4 คืน ในราคาหัวละ 5,000-10,000 บาท ซึ่งบริษัทจะเก็บเงินส่วนนี้เอาไว้ทั้งหมดแล้วส่งนักท่องเที่ยวมาไทยให้บริษัททัวร์ในไทยรับผิดชอบทั้งหมด

ค่าโรงแรมที่พัก ค่ารถบัส ค่าอาหารเช้า ค่าเข้าชมสถานที่ต่างๆ ซึ่งก็คือศูนย์เหรียญนั่นแหละ เมื่อรับมาอย่างนี้บริษัททัวร์ไทยก็ต้องหารายได้จากลูกทัวร์โดยการขายทัวร์แพง เช่น ดูโชว์ โชว์ลามก หรือเที่ยวเกาะต่างๆ และอื่นๆ

รวมถึงการพาไปซื้อของหลายๆ ร้าน เช่น ร้านเพชร กระเป๋าหนัง หมอนยางพารา ยางู รังนก หรือหลอกขายพระเครื่องในราคาสูงกว่าปกติ

เพื่อเรียกค่าคอมมิชชั่นจากร้านค้าเหล่านั้นมาชดเชยค่าใช้จ่ายทั้งหมดที่เรียกว่าทัวร์ศูนย์เหรียญ ก็คือพฤติกรรม “ต้มตุ๋น” อย่างหน้าตาเฉย เมื่อรายได้ดีอย่างนี้ก็ต้องซื้อหัวนักท่องเที่ยวอีกด้วยหรือถ้าหากกรุ๊ปไหนไม่ซื้อของก็จะทิ้งลูกทัวร์อีกด้วย

ที่สำคัญก็คือไม่มีการแจ้งรายได้และเสียภาษีที่ถูกต้อง

แค่นี้ยังไม่พอ มีพฤติกรรมที่พิสดารอีกก็คือร้านค้าต่างๆ

ในแหล่งท่องเที่ยวไม่ว่าจะเป็นเชียงใหม่ กรุงเทพฯ โดยเฉพาะที่ภูเก็ตที่ทำมาค้าขายกับนักท่องเที่ยว ซึ่งมีทั้งที่เป็นของคนไทยเองหรือที่เป็นนอมินีของต่างชาติโดยเฉพาะคนจีน

เปิดร้านใหญ่โต มีลูกจ้างจำนวนมาก ขายสินค้าราคาแพงให้กับนักท่องเที่ยว แต่ไม่ยอมเสียภาษีร้าน และพนักงานร่วมมือกับบริษัททัวร์เปิดยุทธการต้มตุ๋นอย่างมโหฬาร บีบบังคับให้โรงแรมรับนักท่องเที่ยวหากไม่ยอมทำตามเงื่อนไขก็จะไม่ให้ลูกทัวร์ในกรุ๊ปเข้าพักปรากฏว่าไม่มีการแจ้งยอดภาษีอย่างตรงไปตรงมาทั้งๆ ที่จะต้องแจ้งยอดขายสินค้าทุกรายการได้เม็ดเงินแบบเนื้อๆ

นั่นเท่ากับว่ารัฐไม่ได้ภาษีจากส่วนนี้และยังเอาเปรียบร้านค้าอื่นๆที่ต้องเสียภาษีทุกรายการรวมถึงพนักงานด้วย บางรายเปิดใหญ่โตด้วยงบ 300-400 ล้าน แต่แจ้งทุนจดทะเบียนแค่ 2 ล้าน

เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล่นๆนะครับ...เป็นเรื่องใหญ่ที่รัฐบาลจะต้องเข้ามาแก้ไขอย่างเร่งด่วน ไม่ใช่ชื่นชมแต่ตัวเลขนักท่องเที่ยวเท่านั้น

ไหนๆ ก็จะกวาดขยะกันแล้วช่วยจัดการเรื่องนี้ให้เรียบร้อยด้วย.

“สายล่อฟ้า”

17 มิ.ย. 2558 10:17 ไทยรัฐ