วันจันทร์ที่ 23 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ประตูที่ไม่มีใคร...กล้าเปิด

ตั้งแต่ต้นเดือนมิถุนายน...คุณภาณุ อุทัยรัตน์ เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนใต้ (ศอ.บต.) เขียนจดหมาย 417 ฉบับ ไปถึงผู้มีชื่อในบัญชีหมายจับ...ให้กลับบ้าน

จดหมายฉบับนี้พิมพ์ทั้งภาษาไทย-มลายู...คุณภาณุ เริ่มด้วยการแนะนำตัว...เป็นคนปัตตานี เป็นปลัดอำเภอ เป็นนายอำเภอเจาะไอร้อง อำเภอศรีสาคร เป็นผู้ว่าฯ ปัตตานี เคยนำ ขจก.และผู้ก่อเหตุร้ายมอบตัวแล้วนับร้อยคน

ทุกวันนี้ คนเหล่านี้ไม่มีคดี มีอาชีพ มีครอบครัว ลูกเมียมีความสุขทุกคน

เวลานี้ใกล้ช่วงรอมฎอน เป็นโอกาสที่น้องจะมาหาครอบครัวตามแนวทางของศาสนาอิสลามต้องคิดต้องทำแต่เรื่องดี จึงอยากขอให้มาเปิดบวชด้วยกัน ฉลองวันฮารีรายอด้วยกัน

“รอมฎอนปีนี้เป็นรอมฎอนที่ประเสริฐ เราทุกคนจะได้ผลบุญเต็มที่ การรายงานตัวครั้งนี้ แม่ทัพภาค 4 และ ศอ.บต.จะช่วยเหลือเต็มที่ทั้งด้านคดี ความปลอดภัย การใช้ชีวิตปกติ มีงานอาชีพ มีรายได้ ของน้องทุกคน”

ท้ายจดหมาย...คุณภาณุเขียนขั้นตอนรายงานตัว...

1. ประสานกับคนถือจดหมาย หรือกำนันผู้ใหญ่บ้าน อิหม่าม หรือญาติพี่น้อง ติดต่อนายอำเภอ ผู้กำกับตำรวจ หรือทหารที่ใกล้สุด

2. ทุกอย่างจะดำเนินการในทางลับและจะต้องรีบจัดการให้แล้วเสร็จในสัปดาห์สุดท้ายก่อนรอมฎอน (หมดเขต 15 มิ.ย.2558)

3. หากจะติดต่อ ศอ.บต. ให้ใช้สายด่วน ศอ.บต.1880

ผมนึกถึงภาพการก่อเหตุร้ายในยะลา ในปัตตานี นราธิวาส แล้วก็หนักใจ เมื่ออ่านจดหมายเลขา ศอ.บต.แล้วก็สบายใจ...โล่งใจ
ใน 417 ชื่อปีนี้ มีทั้งคนที่เป็นฝ่ายปฏิบัติการระดับแกนนำ มีหมายจับ ป.วิอาญา 8 ราย แต่หลายรายไม่มี...หมายจับ แต่กังวลไม่สบายใจ จึงหลบหนีไว้ก่อน

เคยได้ยินว่า ทุกปีก่อนรอมฎอนจะมีบรรยากาศที่ผมอยากเรียกว่า “หยุดยิง” อย่างนี้ และก็เข้าใจว่า จำนวนรายชื่อในบัญชีผู้ก่อเหตุร้าย ก็คงลดลง ความสงบสันติสุขตามเป้าหมาย...คงใกล้เข้าไปอีก

วิธีคลี่คลายปัญหาสามจังหวัดภาคใต้...แบบนี้ ไม่ใช่วิธีใหม่ สมัยรัฐบาลพลเอกเปรม...ใช้ได้ผลชะงัดชัดเจนแล้ว ทั้ง ผกค. ขจก. และ จคม.วางปืนเข้ามอบตัว เป็นผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย

หลังการมอบตัว หลายคนเป็นกำนัน เป็นผู้ใหญ่บ้าน เป็นมือไม้สำคัญของทางการ มีฐานะการงาน...มั่นคง

ผมมีนิทานเรื่อง...ประตูที่ไม่มีใครกล้าเปิด...(เรื่องเล็กๆความหมายใหญ่ๆ สำนักพิมพ์อินสไปร์ 2553) ขอเอามาเล่าต่อ
พระราชาประสงค์จะเลือกขุนนางรับหน้าที่สำคัญ โจทย์ของพระองค์ คือประตูใหญ่ของเมืองบานหนึ่ง มันทั้งใหญ่ทั้งหนาและหนัก...ยังไม่มีใครเคยเปิดมันได้

พวกขุนนางมองประตูบานนั้น...เหมือนถูกมนต์สะกด วิพากษ์ วิจารณ์กันไปต่างๆ การเปิดประตูคงยากนัก หลายคนไม่กล้ากระทั่งเฉียดเข้าใกล้

คนที่กล้า...และทำท่าฉลาดบางคน เดินเฉียดเข้าไป ไม่เห็นวี่แววเปิดได้ ก็ถอยออกมา

มีขุนนางเพียงคนเดียว เดินถึงประตูบานนั้น...เขามองมันอย่าง พินิจพิจารณา ไม่ช้าเขาก็เห็นโซ่หนักเส้นหนึ่ง เขาลองลากโซ่เส้นนั้น ไม่นานประตูบานใหญ่นั้นก็เปิดออก

นิทานเรื่องนี้จบลงตรงพระราชาตรัสว่า “เจ้าไม่จำกัดตัวเองจากสิ่งที่เจ้ามองเห็นและได้ยิน เจ้ามีความกล้าที่จะใช้สติปัญญา และพละกำลัง ที่จะเสี่ยงทดลอง

เพราะเหตุนี้ ข้าจะมอบตำแหน่งสำคัญที่สุดให้”

ปัญหาสามจังหวัดใต้ก็เหมือนประตูบานใหญ่...ที่เคยถูกเปิดมาแล้ว เพียงแต่คนรุ่นต่อมา...ไม่ใช้ปัญญา ทำให้มันปิดเกือบสนิท สนิมเกรอะกรัง

ใช้คนถูกแล้ว ประตูกำลังเผยอเปิดแล้ว ก็ต้องช่วยกันเปิดต่อไป นอกจากกำลัง และปัญญา ความจริงใจอย่างยวดยิ่ง เป็นแรงส่งที่สำคัญ.

กิเลน ประลองเชิง

17 มิ.ย. 2558 09:16 17 มิ.ย. 2558 09:16 ไทยรัฐ