วันอังคารที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เซ็นปลดแล้ว พตท.โฉ่ ฉ้อโกงปชช.

‘พรเพชร’สั่ง เผยประวัติฯ โดนถอดยศ

ประธาน สนช.สั่งปลดผู้เชี่ยวชาญฉาว “รัฐธนันท์ หิรัญอมรภาคย์” จากตำแหน่งแล้ว หลังถูกกองปราบจับดำเนินคดีข้อหาฉ้อโกงประชาชน ตั้งบริษัทแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเก๊ สัญญาว่าจะให้ผลตอบแทน 10% แต่เบี้ยว ผู้เสียหายอีกกว่า 40 คน เตรียมแห่เข้าแจ้งความเพิ่ม รวมมูลค่าความเสียหาย 100-200 ล้านบาท สอบประวัติถูกออกจากราชการความผิดวินัยร้ายแรงสมัยเป็นพนักงานสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่น แถมถูกถอดยศและเรียกคืนเครื่องราชฯแล้ว

กรณีตำรวจกองปราบปรามจับกุมอดีตพนักงานสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่น นายรัฐธนันท์ หิรัญอมรภาคย์ อายุ 42 ปี และ น.ส.รินทร์ลภัส บุญพรวิจิตรโชติ อายุ 38 ปี ข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และข้อหาร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชนฯ หลังมีพฤติกรรมหลอกลวงประชาชนให้ร่วมลงทุนในบริษัทเดอะวอลล์สตรีท แคปปิตอล กรุ๊ป จำกัด อ้างทำธุรกิจแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ สัญญาว่าจะมีผลตอบแทน 10% เบื้องต้นมีผู้เสียหายกว่า 50 คนเข้าแจ้งความ รวมมูลค่าความเสียหายเกือบ 30 ล้านบาท หลังถูกจับกุมตัวมาสอบสวนยังทราบด้วยว่า นายรัฐธนันท์มีตำแหน่งเป็นผู้เชี่ยวชาญประจำตัวนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) อีกด้วย

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 16 มิ.ย. พ.ต.ท.ณัฐปกรณ์ ปัญญาดี พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการพิเศษ กก.1 บก.ป.เปิดเผยว่า เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวนายรัฐธนันท์ หิรัญอมรภาคย์ และ น.ส.รินทร์ลภัส บุญพรวิจิตรโชติ ไปขออำนาจศาลอาญารัชดาภิเษกฝากขังเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เบื้องต้นขอคัดค้านการให้ประกันตัวชั้นพนักงานสอบสวน เนื่องจากคดีดังกล่าวมีผู้เสียหายเป็นจำนวนมากเกรงว่าจะหลบหนี อย่างไร ก็ตาม สำหรับคดีนี้เบื้องต้นมีผู้เสียหายเข้ามาร้องทุกข์ 50 คน สอบปากคำไปเรียบร้อยแล้ว หลังจากสอบปากคำพนักงานสอบสวนได้รวบรวมข้อมูลพยานหลักฐาน อีกทั้งตรวจสอบข้อมูลผ่านทางธนาคารแห่งประเทศไทยว่า บริษัทเดอะวอลล์สตรีท แคปปิตอล กรุ๊ป จำกัด ประกอบธุรกิจถูกต้องหรือไม่

พ.ต.ท.ณัฐปกรณ์ กล่าวต่อไปว่า จากการตรวจสอบพบว่า บริษัทดังกล่าวไม่ได้รับอนุญาตให้ประกอบธุรกิจเกี่ยวข้องซื้อขายชำระเงินตราต่างประเทศ ตามกฎกระทรวงควบคุมการแลกเปลี่ยนเงินตราตาม พ.ร.บ.ควบคุมการแลกเปลี่ยนเงิน พ.ศ.2485 ก่อนขอศาลออกหมายจับและจับกุมผู้ต้องหาที่ร่วมก่อเหตุทั้ง 2 คน ส่วนการติดตามนายวรกร หรือเพชร ศรีอังคาร ผู้ต้องหาที่ยังหลบหนี อยู่ระหว่างการสืบสวนและติดตามจับกุม ทั้งนี้ หลังจากมีการนำเสนอข่าวไป มีผู้เสียหายลักษณะเดียวกันประสานจะเดินทางเข้ามาแจ้งความร้องทุกข์พร้อมให้ปากคำอีก 44 คน มูลค่าความเสียหายประมาณ 100-200 ล้านบาท คาดว่าจะเข้ามาในเร็ววันนี้

ขณะเดียวกันผู้เสียหายรายหนึ่งเผยกับผู้สื่อข่าวว่า เมื่อช่วงเดือนกันยายนปี 57 เข้ามาร่วมลงทุนกับบริษัทเดอะวอลล์สตรีท แคปปิตอล กรุ๊ป จำกัด จากการชักชวนของเพื่อน บอกว่าธุรกิจดังกล่าวมีรายได้ดีจะได้รับเงินปันผลกลับมาเป็นเงินร้อยละ 10 ของเงินลงทุนทุกๆวันที่ 5 ของเดือน ประกอบกับนายรัฐธนันท์เคยเป็นอดีตนายตำรวจมาก่อน อ้างว่าได้รับคัดเลือกเป็น สนช.ด้วยทำให้ดูน่าเชื่อถือ จึงตัดสินใจนำเงินที่มีอยู่เข้าไปร่วมลงทุน ระหว่างนั้นมีการพาไปอบรมและสอนเรื่องการเทรด FOREX เป็นระยะ ช่วงแรกได้รับเงินปันผลตามปกติ แต่พอผ่านไปไม่นานกลับไม่ได้รับเงินตามที่โฆษณาไว้ เมื่อเข้าไปสอบถามนายรัฐธนันท์ก็ถูกบ่ายเบี่ยงผัดผ่อนเลื่อนนัดออกไปเรื่อยๆจนถึงช่วงต้นปี จึงรู้สึกว่ากำลังตกเป็นเหยื่อถูกหลอกจากบริษัทดังกล่าวจึงเดินทางมาแจ้งความ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้ลบชื่อนายรัฐธนันท์ หิรัญอมรภาคย์ ออกไปหลังปรากฏเป็นข่าว อีกทั้งชุดสืบสวนได้ตรวจสอบประวัตินายรัฐธนันท์ หิรัญอมรภาคย์ พบว่า เปลี่ยนชื่อมาก่อน จากเดิมชื่อนายปิยะชัย สะเดา เป็นนายตำรวจยศ พ.ต.ท.ดำรงตำแหน่งเป็น สวส.สภ.เมืองขอนแก่น ระหว่างดำรงตำแหน่งมีเรื่องฟ้องร้องและถูกตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยร้ายแรง กรณีไม่รับแจ้งความจาก 2 สามีภรรยานายไชยเชษฐ์ เอี่ยมวิกาล อายุ 39 ปีและนางวิรัตน์ หัดขุนทด อายุ 35 ปี อยู่เลขที่ 137 หมู่ 7 ต.บ้านเป็ด อ.เมืองขอนแก่น หลังถูกสายตรวจเข้าค้นบ้านข้อหาลักลอบเล่นการพนัน แต่ว่าเงินหายไป 2,000 บาท ขณะนั้น พ.ต.ท.ปิยะชัย สะเดา ดำรงตำแหน่งเป็น สวส.สภ.เมืองขอนแก่น พยายามไกล่เกลี่ยและผู้เสียหายไม่ได้รับความเป็นธรรม จึงไปร้องเรียนต่อผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น ต่อมา พ.ต.ท.อนุกูล ดาวลอย รอง ผกก. (ป.) สภ.อ.เมืองขอนแก่น ตำแหน่งขณะนั้น ทราบเรื่องจึงเรียกนายไชยเชษฐ์และครอบครัวเข้าพบเพื่อสอบสวนหาข้อเท็จจริงและลงโทษตำรวจที่กระทำผิด

ขณะเดียวกันพบข้อมูลว่า เมื่อวันที่ 29 ต.ค. 2556 สำนักนายกรัฐมนตรีได้ออกประกาศ 4 ฉบับ เผยแพร่ในราชกิจจานุเบกษาพระราชทานพระบรม ราชานุญาตให้ถอดยศทหาร ตำรวจ และเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ รวม 21 นาย มี พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก รองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับสนองพระบรม ราชโองการ ฉบับที่ 3 มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ถอดอดีตข้าราชการตำรวจออกจากยศตำรวจ และเรียกคืนเครื่องราช อิสริยาภรณ์ที่ได้รับพระราชทานทุกชั้นตราตามข้อ 7 (2) และ (4) ของระเบียบสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการขอพระราชทานพระบรมราชานุญาตเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ฯ เนื่องจากกระทำผิดวินัยอย่างร้ายแรง และถูกลงโทษไล่ออกจากราชการจำนวน 7 ราย ลำดับที่ 5 ปรากฏชื่อ พันตำรวจโท ปิยะชัย สะเดา ตั้งแต่วันที่ 15 ม.ค.52 และเรียกคืนเครื่องราชอิสริยาภรณ์ชั้นตริตาภรณ์ช้างเผือก ตริตาภรณ์ มงกุฎไทย จัตุรถาภรณ์ช้างเผือก และจัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย

ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า เมื่อวันที่ 16 มิ.ย. นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ได้มอบหมายให้เลขานุการส่วนตัว โทรศัพท์มาชี้แจงต่อสื่อมวลชนถึงกรณีตำรวจกองปราบปรามจับกุมนายรัฐธนันท์ หิรัญอมรภาคย์ ผู้ เชี่ยวชาญประจำตัวประธาน สนช. ข้อหาฉ้อโกงประชาชน 27 ล้านบาทว่า ยอมรับว่านายรัฐธนันท์เป็นผู้เชี่ยวชาญประจำตัวจริง แต่เมื่อทราบข่าวว่า นายรัฐธนันท์ถูกจับข้อหาฉ้อโกงประชาชน ได้เซ็นคำสั่งปลดนายรัฐธนันท์ออกจากตำแหน่งทันที ตั้งแต่เมื่อวันที่ 15 มิ.ย.แล้ว โดยก่อนที่จะแต่งตั้งนายรัฐธนันท์มาเป็นผู้เชี่ยวชาญประจำตัว ได้มีการตรวจสอบคุณสมบัติพบว่า นายรัฐธนันท์มีคุณสมบัติถูกต้องครบถ้วน แต่ไม่ทราบมาก่อนว่าจะมีพฤติการณ์ฉ้อโกงตามที่เป็นข่าว

ประธาน สนช.สั่งปลดผู้เชี่ยวชาญฉาว “รัฐธนันท์ หิรัญอมรภาคย์” จากตำแหน่งแล้ว หลังถูกกองปราบจับดำเนินคดีข้อหาฉ้อโกงประชาชน ตั้งบริษัทแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศเก๊ สัญญาว่าจะให้ผลตอบแทน 10% แต่เบี้ยว ผู้เสียหายอีกกว่า 40 คน 17 มิ.ย. 2558 07:59 ไทยรัฐ