วันพฤหัสบดีที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ไม่มีในแผนปฏิรูป ปธ.สปช. ปัดดันบ่อนกาสิโน

12สปช.ไม่สนเสนอเข้าคสช. บิ๊กตู่ให้ถามปชช.จะเอาไหม สังศิตแนะเอาแบบสิงคโปร์

“เทียนฉาย” ชิ่งแผนดันบ่อนกาสิโน ลั่นไม่ใช่หน้าที่-ไม่มีในแผนปฏิรูป กลุ่มรักชาติไม่ง้อจ่อชง “บิ๊กตู่” ดูโมเดล “สังศิต” ยกบ่อน สิงคโปร์เลิศมากแนะให้ลอกมาทำ นายกฯถามคนไทยรับได้หรือเปล่า ประธาน สปช.นัด 5-7 มิ.ย. เจอกันวันโหวตคว่ำร่าง รธน. “เสธ.อู้” เล็งเชิญ สปช.มากล่อมก่อนวันโหวต “บิ๊กตู่” ลั่นปฏิวัติมันจบไปแล้ว เผยรู้ตัวมือโพสต์เป็นใครกำลังล่าอยู่ ย้ำอีกรอบโรดแม็ปยังเหมือนเดิม มี รธน.-เลือกตั้งจบก็หมดหน้าที่ สปช.-ปชป.รุมยำ ผบ.ตร.ยื้อถอดยศ “ทักษิณ” ยุ “บิ๊กตู่” เรียกปรับทัศนคติ

จากกรณี สปช.ที่เรียกตัวเองว่ากลุ่มรักชาติได้เสนอให้มีการตั้งบ่อนกาสิโนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย โดยอ้างเพื่อนำเงินเข้ารัฐมาพัฒนาประเทศนั้น

“เทียนฉาย” ชิ่งแผนผุดบ่อนกาสิโน

เมื่อเวลา 13.45 น.วันที่ 16 มิ.ย.ที่รัฐสภา นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธานสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) กล่าวถึงกรณีมีสมาชิก สปช.12 คน เสนอตั้งกาสิโนถูกกฎหมายในประเทศ ว่า เรื่องดังกล่าวยังไม่มีการเสนอเข้า สปช.และยืนยันว่าไม่อยู่ในแผนการปฏิรูป เป็นเพียงการเสนอความเห็นของบุคคล แม้ว่าจะเป็นความเห็น สปช.แต่ยังไม่ผ่านการโหวต หรือลงมติในที่ประชุม ถือว่า สปช.อีก 238 คนไม่รู้เรื่อง ขณะนี้การทำงานตามวาระ 37 ปฏิรูป และ 6 วาระพัฒนา ก็พอดีตามกรอบเวลาแล้ว อะไรก็ตามที่นอกเหนือจากแผน จึงไม่ควรนำเสนอเข้าไปได้อีกงานที่มีอยู่ก็หนักแล้ว เรื่องการเปิดหรือปิดกาสิโนไม่ใช่เรื่องการปฏิรูป จึงไม่จำเป็นต้องนำมาพิจารณาในแผนการปฏิรูป ควรจะรอให้มีสภาขับเคลื่อนปฏิรูปประเทศ

กลุ่มรักชาติอ้าง สปช.หนุนกาสิโน

พ.ต.อาณันย์ วัชโรทัย สปช.กลุ่มรักชาติให้สัมภาษณ์ว่า ขณะนี้มี สปช.ตอบรับเรื่องดังกล่าวจำนวนมาก ไม่ใช่มีแค่ 12 คนในกลุ่มเท่านั้น หลังจากนี้จะนำหลักการเรื่องนี้แจ้งต่อนายเทียนฉาย กีระ-นันทน์ ประธาน สปช. พิจารณาว่าจะเห็นด้วยหรือไม่ พร้อมจะเสนอหลักการต่อ ครม.และ คสช.ด้วย มั่นใจว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.พร้อมจะรับฟังเหตุผล ถ้าผลักดันไม่ทันก่อนที่ สปช.จะสิ้นสุดวาระการปฏิบัติหน้าที่ จะไปผลักดันต่อในสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศต่อไป อยากผลักดันเป็นเรื่องเร่งด่วนให้สำเร็จภายในรัฐบาลนี้ เพื่อนำเงินมาช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ อยากให้ลองทำดู ถ้าทำไปแล้วไม่ดีก็ยกเลิกได้ ยืนยันการเสนอเรื่องนี้ไม่มีส่วนได้ส่วนเสีย ไม่ได้รับคำสั่งจากใครให้มาดำเนินการ กลุ่ม สปช. 12 คน ที่เสนอเรื่องนี้ ไม่ใช่นักพนัน ไม่มีส่วนได้เสีย แต่มองในมุมที่จะนำรายได้มาพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ ขณะนี้ได้เตรียมข้อมูลเรื่องการตั้งบ่อนกาสิโนไว้หมดแล้ว

ดึง “สังศิต” เป็นกุนซือใหญ่เสริมทัพ

เมื่อเวลา 13.30 น. ที่รัฐสภา สปช.กลุ่มรักชาติ 12 คน ได้ประชุมเพื่อพิจารณาถึงข้อเสนอตั้งกาสิโนถูกกฎหมาย ภายหลังการประชุมกว่า 2 ชั่วโมง นายเกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง หนึ่งใน สปช.กลุ่มรักชาติ กล่าวว่า ที่ประชุมเห็นพ้องว่าการตั้งกาสิโนนี้จะเน้นที่นักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นหลัก ไม่ใช่เปิดบริการทั่วไปเหมือนประเทศเพื่อนบ้าน แต่จะอยู่ในคอมเพล็กซ์เมืองศูนย์ประชุมนานาชาติ ที่มีสิ่งบันเทิงด้านต่างๆรองรับรวมถึงกาสิโน และไม่มีวัตถุประสงค์ที่จะตั้งกาสิโนขึ้นมาแทนบ่อนเถื่อน เพราะหน้าที่ปราบบ่อนพนันเถื่อนเป็นของตำรวจ กลุ่มย้ำวัตถุประสงค์เพื่อหาเงินเข้ารัฐใช้เพื่อการพัฒนาประเทศตามสโลแกนกลุ่มคือ นำภาษีบาปมาเป็นภาษีบุญ ขณะนี้มี สปช.ที่เห็นด้วยเข้าร่วมเป็น 23 คน โดยเชิญนายสังศิต พิริยะรังสรรค์ สปช. ในฐานะเคยทำวิจัยเรื่องเงินใต้ดินบ่อนการพนันมาเป็นที่ปรึกษากลุ่มและให้ข้อมูลเชิงเปรียบเทียบกับกาสิโนที่สิงคโปร์ มี พ.ต.อาณันย์ วัชโรทัย หนึ่งใน สปช.กลุ่มรักชาติรับเป็นประธานกลุ่ม มีนายบุญเลิศ คชายุทธเดช และตนเป็นคนขับเคลื่อนชี้แจงต่อสังคม

ชงแผนให้ “บิ๊กตู่”–ไม่ง้อ “เทียนฉาย”

นายเกรียงไกรกล่าวต่อว่า ต่อไปกลุ่มรักชาติจะขอข้อมูลทางวิชาการเรื่องบ่อนกาสิโนจากสถาบันต่างๆที่เคยวิจัยศึกษา เพื่อรวบรวมเป็นบทสรุปข้อมูลทุกด้าน อาทิ ผลวิจัยวิชาการ แหล่งเงินทุน ระบบการจัดการโครงการ เงินที่ไหลออกแต่ละปี เงินใต้ดินที่รั่วไหล ระบบการคัดกรองคนเข้าเล่น สัดส่วนการแบ่งกำไร ระบบสาธารณูปโภค การจ้างงาน ส่วนสถานที่ตั้งที่ยังเห็นต่างว่าจะเป็นเมืองท่องเที่ยวหรือพื้นที่กันดาร จะนำมาพูดกันและจะนัดประชุมในทุกวันจันทร์และอังคาร เพื่อศึกษาข้อมูลนำเสนอต่อประธาน สปช.ต่อไป หากประธาน สปช.ไม่รับ ก็จะเสนอนายกรัฐมนตรีต่อไป ส่วนรัฐบาลจะทำหรือไม่ก็เป็นอีกเรื่อง แต่ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่จะทำกาสิโนให้ถูกกฎหมาย ทั้งนี้ จะเร่งหารือเพื่อทำผลสรุปการศึกษาให้เสร็จก่อนวันที่ 30 มิ.ย. ส่งให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องต่อไป

อ้างสกัดฟอกเงิน–อุดรูรั่วหมื่น ล.

เมื่อถามว่ามีระบบป้องการฟอกเงินที่ชัดเจนหรือไม่ เพราะบ่อนการพนันที่ถูกกฎหมายอาจถูกนำมาใช้ในการฟอกเงินได้ นายเกรียงไกร ตอบว่า สำหรับผู้ที่จะเข้ามาเล่นต้องแสดงตัว จากการโชว์เงินสด เช่น 2 แสนบาทขึ้นไป โชว์สเตตเมนต์เงินฝากมากกว่า 1 ล้านบาท มีอาชีพและหลักแหล่งง่ายต่อการตรวจสอบว่าใครบ้างที่จะเอาเงินมาฟอก และจะหารือเพื่อป้องกันปัญหานี้ต่อไป ส่วนเงินรายได้ที่จะเข้ารัฐหารือเบื้องต้นคือ ใช้ช่วยเหลือคนพิการ ช่วยเด็ก เยาวชนด้านการศึกษา ใช้เพื่อปลูกป่าและอาจมีด้านอื่นๆ ดังนั้นถึงเวลาที่สังคมไทยต้องยอมรับความจริง อย่าปากว่าตาขยิบ เพราะสังคมไทยต้องยอมรับว่าเป็นนักเล่นพนันที่อาจจะมากกว่าบางชาติที่มีกาสิโนด้วยซ้ำ ทำไม ไม่ทำให้ถูกกฎหมาย ไปปกปิดเพื่อเป็นช่องทางให้เงินรั่วไหลออกนอกประเทศปีละหลายหมื่นล้านบาททำไม

“สังศิต” แนะอย่าเอาแบบเขมร–มาเก๊า

นายสังศิต พิริยะรังสรรค์ สปช.กล่าวถึงกรณีสปช.กลุ่มรักชาติ เตรียมเสนอให้รัฐบาลตั้งกาสิโนเพื่อดึงเงินเข้ารัฐว่า ต้องมองก่อนว่าการเสนอมีวัตถุประสงค์อย่างไร หากจะหาเงินเข้ารัฐ หรือทำให้ถูกต้องเพราะเพื่อนบ้านรอบๆประเทศไทยมีการ ตั้งบ่อนกาสิโนจำนวนมาก หากจะทำโดยเน้นรองรับอุตสาหกรรมการพนัน อย่างที่พม่า หรือมาเก๊า กัมพูชาทำอยู่นั้น ตนไม่เห็นด้วยที่จะให้มีบ่อนแบบนี้ เพราะจะเป็นแค่การเพิ่มตัวเลือกของนักพนันที่จะเลือกเข้าบ่อนกาสิโนเพิ่มขึ้นเท่านั้น

ยกโมเดลสิงคโปร์แจ๋วที่สุดแล้ว

นายสังศิตกล่าวต่อว่า หากจะทำกาสิโนให้ถูกกฎหมาย ก็ควรจะเล่นเกมใหญ่อย่างที่สิงคโปร์ทำ คือ สร้างเป็นอุตสาหกรรมท่องเที่ยวเพื่อรองรับการประชุมขององค์กรระดับสากลที่มีสมาชิกจำนวนมาก เพราะองค์กรเหล่านี้จะจัดการประชุมสมาชิกที่มีทั่วโลกทุกปี เช่น การประชุมทางการแพทย์ สาธารณสุข วิศวะ สถาปนิก ซึ่งเป็นอาชีพที่มีอำนาจในการใช้จ่ายสูงกว่านักพนัน โดยสมาคมเหล่านี้จะเลือกประเทศที่พร้อมทุกด้าน เพราะโรงแรมห้าดาวปกติไม่สามารถรองรับการประชุมขององค์กรที่มีสมาชิกทั่วโลกซึ่งจัดประชุมประจำปีครั้งละ 5,000-10,000 คนได้ จึงต้องมีทั้งศูนย์ประชุมนานาชาติรองรับระดับหมื่นคน มีเมืองท่องเที่ยว โรงแรม แหล่งช็อปปิ้งและแหล่งเอนเตอร์เทนให้ความบันเทิงต่างๆ มีเกม สวนสนุกและกาสิโนกับผู้ที่มาประชุม ดังนั้นหากจะสร้างกาสิโนก็ควรจะเป็นแค่หนึ่งในระบบเอนเตอร์เทนนี้เท่านั้น มีตัวอย่างที่สำเร็จแล้วคือ สิงคโปร์ที่ดึงดูดองค์กรใหญ่มาประชุมและสร้างรายได้ให้ชาติได้ เฉพาะแค่การช็อปปิ้งสร้างรายได้สูงถึง 20%

วางเกณฑ์เซียน–ดันนโยบายเพื่อชาติ

นายสังศิตกล่าวต่อว่า สำหรับปัญหาที่เกรงว่าจะมีคนไทยที่จะเข้ามาใช้บริการในกาสิโนที่ตั้งขึ้น ก็ต้องตั้งระบบคัดกรอง เช่น ที่สิงคโปร์คิดค่าเข้าครั้งละ 100ดอลลาร์สหรัฐฯ รายปี 1,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ คนในประเทศจะเข้าใช้ต้องมีรายได้กำไรสุทธิปีละ 2-3 ล้านบาท และโชว์สเตตเมนต์ เพื่อเป็นการคัดกรองคนที่พร้อม ที่มีกำลังจ่าย ไม่ใช่คนไม่พร้อม เพราะจะเป็นการสร้างปัญหาสังคมตามมาอีก ที่สำคัญต้องได้รัฐบาลมีความโปร่งใสในการดำเนินการในเรื่องนี้ โดยประกาศให้เป็นนโยบายเพื่อชาติและไม่มีการแสวงหาผลประโยชน์จากอำนาจหน้าที่ ซึ่งหากรัฐบาลจะทำก็ต้องเริ่ม เพราะใช้เวลาสร้างอย่างน้อย 5 ปี” นายสังศิตกล่าว

“บิ๊กตู่” ไม่มีจุดยืนเรื่องกาสิโน

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. กล่าวภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ถึงกรณี สปช.บางกลุ่มเสนอให้ดำเนินการจัดทำกาสิโนถูกกฎหมายขึ้นในประเทศไทยว่า ก็ไปว่ามา คนไทยยอมหรือไม่ ไปหามา ตนไม่มีจุดยืนเรื่องกาสิโน แต่จุดยืนของตนคือทำงานวันนี้ให้เรียบร้อย ส่วนเรื่องอนาคต เรื่องจะตั้งก็หารือกันมา คนทั้งประเทศรับได้หรือเปล่า

“บิ๊กป๊อก” บอกเรื่องมันใหญ่มาก

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวว่า ไม่มีความเห็นในเรื่องนี้ เพราะถือเป็นเรื่องใหญ่มากและเป็นเรื่องละเอียดอ่อน เกี่ยวข้องหลายมิติ ทั้งเศรษฐกิจ สังคม ที่สำคัญเกี่ยวข้องกับเรื่องความต้องการของประชาชนโดยรวม อีกอย่างเราเป็นเมืองพุทธ เรื่องนี้มีปัญหามาหลายสิบปีแล้วว่าคนไทยที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยเป็นอย่างไร อย่ามาโยนให้กระทรวงมหาดไทยในตอนนี้

พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหมและผบ.ทบ. กล่าวถึงกรณีที่สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) มีแนวคิดให้เปิดบ่อนกาสิโนเสรีในพื้นที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี ว่า เรื่องนี้เป็นข้อเสนอที่จะต้องหารือกันในส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ตนไม่อยากให้ข้อมูลใดๆ เพราะจะมีส่วนที่เกี่ยวข้องพิจารณาร่วมกันอีกครั้งหนึ่ง

ปชป.สวดยับขัดค่านิยม 12 ประการ

นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เสียดายเงินภาษีของประชาชนทั้งประเทศที่ต้องจ่ายภาษีเลือดตาแทบกระเด็นให้กับ สปช.เหล่านี้ แทนที่จะเรียกร้องให้แก้ไขปัญหาเศรษฐกิจที่ผู้คนยากจนถึงขนาดต้องฆ่าตัวตายยกครอบครัว แต่กลับมาผลักดันเรื่องอบายมุข พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. แต่งตั้งคนดีเหล่านี้ให้กินเงินเดือนเป็นแสนๆนั่งเครื่องบินฟรีทั่วประเทศให้มาทำการปฏิรูปประเทศด้านต่างๆให้ดีขึ้น แต่กลับเสนอสิ่งที่ขัดกับค่านิยม 12 ประการ ของหัวหน้า คสช. ไม่อายเด็กนักเรียนหรืออย่างไร

“ชูวิทย์” จวกออฟไซด์เกินหน้าที่

นายชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรครักประเทศไทย กล่าวว่า ไม่เข้าใจ สปช.งานในหน้าที่มีให้ทำมากมายไม่ทำ แต่กลับเสนอเรื่องนี้ ทั้งที่เหลือเวลาทำหน้าที่แค่ 2 เดือน แนะนำว่าเอาเวลาไปพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญที่ประชาชนเฝ้ารอดีกว่าไหม เพราะเรื่องชงตั้งบ่อนกาสิโนไม่ใช่หน้าที่ของ สปช. หรือจะขอวีซ่าเพื่ออยู่ต่อใช่หรือไม่ ว่าต้องศึกษาเพื่อการตั้งบ่อนกาสิโนหาเงินให้รัฐบาล ทั้งที่การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจเป็นเรื่องของทีมเศรษฐกิจของรัฐบาล จึงไม่เห็นด้วยกับแนวคิดที่จะตั้งบ่อนกาสิโนในช่วงเวลานี้ และอย่าคิดว่าแม้จะตั้งบ่อนกาสิโนถูกกฎหมายแล้ว บ่อนพนันเถื่อนจะหมดสิ้นไป ตนฟันธง บ่อนเถื่อนก็ยังมีอยู่ จึงขอให้ทำหน้าที่ของตัวเองในการปฏิรูปประเทศให้เต็มที่กับเวลาที่เหลืออยู่ดีกว่า

“เทียนฉาย” นัดวันโหวตค่ำร่าง รธน.

เมื่อเวลา 10.00 น. ที่รัฐสภา ในการประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ นายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธาน สปช.ได้แจ้งเรื่องต่อสมาชิกก่อนการประชุม 2 ประเด็น คือ 1 สรุปผลการหารือวาระพิเศษของ สปช.เมื่อวันที่ 15 มิ.ย. ที่ผ่านมา อาทิ การแจ้งต่อที่ประชุม สปช. เพื่อรับทราบสาระสำคัญของร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2557 (ฉบับชั่วคราว) ตามที่รัฐบาลเสนอให้ สนช. พิจารณาแก้ไข ซึ่งมีประเด็นสำคัญ คือ สปช. จะสิ้นสุดหลังจากให้ความเห็นชอบ หรือไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ สปช.สามารถเสนอคำถามพร้อมกับการประชามติร่างรัฐธรรมนูญได้ 1 คำถาม และคณะกมธ.ยกร่างฯ สามารถขยายระยะเวลาในการพิจารณาแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญไม่เกิน 30 วัน และสืบเนื่องจากการขยายระยะเวลาการพิจารณาแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญของ กมธ.ยกร่างฯ คาดว่า สปช. จะได้รับร่างรัฐธรรมนูญที่แก้ไขแล้วเสร็จภายในวันที่ 22 ส.ค. ส่งผลให้ สปช. อาจจะต้องพิจารณาให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญภายในวันที่ 5-7 ก.ย.

“เอกชัย” ห่วงประชามติไม่ผ่านมากกว่า

พล.อ.เอกชัย ศรีวิลาศ สปช.ให้สัมภาษณ์ว่า การแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญมีหลายประเด็น ที่มีการส่งคำขอแก้ไขมามากทั้งจาก สปช. สนช. ครม. และประชาชน ดังนั้น จะมาบอกว่า สปช.รับไม่รับร่างตอนนี้ยังพูดไม่ได้ เนื่องจากยังไม่ได้พิจารณาร่างรัฐธรรมนูญที่ กมธ.ยกร่างฯแก้ไข นอกจากนี้มีสมาชิก สปช.บางท่านกังวลว่า กมธ.ยกร่างฯจะสามารถแก้ไขร่างได้หรือไม่ เพราะมีประเด็นกว่า 100 ประเด็นที่ต้องปรับแก้ หากผ่าน สปช.จริง แต่การทำประชามติอาจจะไม่ผ่านก็ได้ เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ สปช.เป็นห่วง ไม่ใช่อย่างที่เป็นกระแสออกมาว่าจะล้มหรือไม่ล้มร่างรัฐธรรมนูญ

“เสธ.อู้” ไม่รู้ สปช.จะคว่ำร่าง รธน.จริง

พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช โฆษกคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ สปช.บางส่วนระบุจะคว่ำร่างรัฐธรรมนูญว่า การจะคว่ำร่างเป็นจริงหรือไม่ ยังไม่ถึงเวลาที่จะพิจารณา แต่เป็นธรรมดาที่คนจำนวนมากที่จะมองไปข้างหน้าต่างกัน ถือเป็นสิทธิ์ เราล้วนเป็นผู้ใหญ่กันแล้ว สิทธิ์ในการแสดงความเห็นไม่เป็นปัญหาต่อการยกร่างรัฐธรรมนูญภายในระยะเวลา 2 เดือนเศษที่เหลือ โดยช่วงนี้จนถึงวันที่ 23 มิ.ย.จะเข้าสู่การพิจารณาไล่เรียงเรื่องตามภาค ตามหมวดที่สำคัญ ที่เป็นข้อเสนอมีการแก้ไขที่มีความสำคัญยึดโยงไปกับหลายมาตรา โดยจะพิจารณาเพื่อให้ได้ข้อสรุป และในวันที่ 24 มิ.ย. จะเริ่มเข้าสู่การพิจารณา มาตรา 1 โดยจะนำสาระที่ได้ข้อสรุปประเด็นสำคัญ รวมถึงคำขอแก้ไขที่ภาคส่วนต่างๆ ได้ส่งเข้ามาพิจารณา

เล็งเชิญ สปช.มากล่อมก่อนจะโหวต

พล.อ.เลิศรัตน์ กล่าวต่อว่า ส่วนสัปดาห์สุดท้ายก่อนที่จะส่งร่างรัฐธรรมนูญให้ สปช.พิจารณา จะเชิญสปช.ที่เสนอคำขอแก้ไขเข้าร่วมประชุมฟังคำชี้แจงและเหตุผลของ กมธ.ยกร่างฯในวันที่ 21 ส.ค.ว่า ข้อเสนอใดที่รับไปแก้ไขรัฐธรรมนูญ หรือข้อเสนอใดที่ไม่รับไว้พิจารณา จะทำให้เกิดการยอมรับและเป็นโอกาสในการทำความเข้าใจก่อน สปช.จะลงมติร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อให้การทำงานเป็นไปด้วยความราบรื่นและสามารถทำให้เสร็จภายใต้กรอบเวลา ส่วนการขยายกรอบระยะเวลาการทำงานของ กมธ.ยกร่างฯ เบื้องต้น กมธ.ยกร่างฯ ได้หารือกันแล้วว่าจะขยาย แต่การจะมีมติจะต้องรอให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวผ่านความเห็นชอบ สนช. และประกาศในราชกิจจานุเบกษา เพื่อมีผลบังคับใช้ก่อน

กมธ.ยกร่างฯรับปากจะทำให้ดีที่สุด

นายคำนูณ สิทธิสมาน โฆษก กมธ.ยกร่างฯ กล่าวกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ ระบุว่าจะอยู่อีก 2 ปีว่า ตนไม่ทราบ แต่การทำหน้าที่ของ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ต้องทำหน้าที่อย่างดีที่สุด ซึ่งระยะเวลาทำงานหลังจากนี้ต้องนำคำขอแก้ไขจากทุกฝ่ายและทุกเรื่องมาพิจารณาเพื่อให้เกิดประโยชน์ไม่ใช่การยึดติดหรือยึดว่าตนเองเป็นเจ้าของรัฐธรรมนูญ ประเด็นรายละเอียดของร่างรัฐธรรมนูญที่จะมีการปรับแก้ไขอย่างไร ขอให้รอดูเนื้อหา ซึ่งตนเชื่อว่าจะเป็นประโยชน์กับทุกฝ่าย

ชี้นายกฯพูดจะอยู่ต่อเสี่ยงล้มร่าง รธน.

นายเจษฏ์ โทณะวณิก กมธ.ยกร่างฯ กล่าวว่า มองว่า พล.อ.ประยุทธ์ พูดเช่นนั้นไม่เหมาะ เพราะอาจทำให้เกิดผลกระทบ 3 ประการ คือ 1. หาก พล.อ.ประยุทธ์ จะอยู่ต่ออีก 2 ปี ซึ่งสอดคล้องกับที่บางฝ่ายออกมาเคลื่อนไหวในเรื่องของการทำประชามติเรื่องทำปฏิรูปให้แล้วเสร็จภายใน 2 ปี ก่อนประกาศการเลือกตั้ง สังคมอาจมองว่า พล.อ.ประยุทธ์ เป็นผู้สนับสนุนฝ่ายดังกล่าวได้ 2.หากจะมีการขยายวาระการทำงานต่อจะทำให้คนเข้าใจว่าเป็นข้อเสนอที่นำไปสู่การล้มร่างรัฐธรรมนูญเพื่อให้ได้อยู่ต่อ เพราะหากนับตามโรดแม็ปใหม่ที่รัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ. 2557 ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม กำหนดรายละเอียดไว้ จะมีกรอบดำเนินงานไม่ถึง 2 ปี และ 3. สังคมอาจตีความว่า พล.อ.ประยุทธ์ ไม่ต้องการให้มีการเลือกตั้งตามที่โรดแม็ปกำหนดไว้ แต่ก็เชื่อว่าคำพูดของ พล.อ.ประยุทธ์จะไม่กระทบกับการทำงานของ กมธ.ยกร่างฯตามที่ สปช.บางคนวิเคราะห์ไว้

1,130 ตุลาการเข้าชื่อค้านร่าง รธน.

นายศรีอัมพร ศาลิคุปต์ ผู้พิพากษาอาวุโสศาลฎีกา กล่าวถึงกรณีที่ผู้พิพากษาศาลยุติธรรม 1,130 คน เข้าชื่อในจดหมายเปิดผนึกคัดค้านร่างรัฐธรรมนูญในประเด็นที่เกี่ยวกับที่มาคณะกรรมการตุลาการ (ก.ต.) และการอุทธรณ์คำสั่งของ ก.ต.ที่ลงโทษวินัยผู้พิพากษาสามารถอุทธรณ์ต่อศาลฎีกาได้ว่า ในตอนนี้มีผู้พิพากษาที่เข้าชื่อลงในจดหมายเปิดผนึกแล้วกว่า 1,130 คน และคาดว่าจะมีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยยืนยันว่าการเข้าชื่อของผู้พิพากษาในครั้งนี้นั้นไม่ได้มีจุดประสงค์ที่จะล้มล้างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับ แต่เราแค่แสดงจุดยืนคัดค้านและป้องกันการก้าวล่วงและแทรกแซงอำนาจตุลาการซึ่งจะมีผลต่อการพิจารณาคดี ซึ่งตัวแทนผู้พิพากษาก็จะนำจดหมายเปิดผนึกนี้ไปมอบให้ ครม. คสช. สนช. สปช. คณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญต่อไป

“บิ๊กตู่” เซลฟี่มุ้งมิ้งนิสิตแพทย์จุฬาฯ

เมื่อเวลา 09.00 น. ที่ตึกบัญชาการ 1 ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานการประชุม ครม. โดยก่อนการประชุม นพ.สมชาย ธนวัฒนาเจริญ รองคณบดี ฝ่ายกิจการนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะประธานคณะกรรมการดำเนินงาน “เข็มอานันทมหิดล” พ.ศ.2558 นำนิสิตคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เข้ามอบเข็มที่ระลึกวันอานันทมหิดล ประจำปี พ.ศ.2558 แก่นายกฯและ ครม.ภายหลังมอบเข็มที่ระลึกนายกฯได้ร่วมถ่ายภาพเซลฟี่กับนิสิต โดย พล.อ.ประยุทธ์มีสีหน้าที่ยิ้มแย้ม ร่วมถ่ายเซลฟี่อย่างเป็นกันเอง

เดือดคนปล่อยข่าว ปว.ซ้อนจนวุ่น

ต่อมาเวลา 14.00 น. พล.อ.ประยุทธ์ให้สัมภาษณ์ภายหลังประชุม ครม.ถึงกรณี คสช.มีคำสั่งห้ามสมาคมผู้สื่อข่าวต่างประเทศจัดเสวนาเรื่องมาตรา 112 อย่างมีอารมณ์ว่า “คิดว่าควรจัดหรือไม่ คุณเป็นคนไทย คิดว่าควรหรือไม่ ถ้าไม่ควรก็ไม่ควรตั้งคำถามนี้ขึ้นมา ถ้าคิดว่าควรก็คงไม่ใช่คนไทย”

ผู้สื่อข่าวถามว่า นายกฯมองอย่างไรถึงกรณีที่กระแสข่าวจะมีการปฏิวัติซ้อน พล.อ.ประยุทธ์ ตอบว่า ไม่มอง มันต้องมีคนสักคนที่ปล่อยข่าวให้เกิดความวุ่นวายเท่านั้นเอง ทำไม ตนถามหลายครั้งแล้วว่าสื่อต้องช่วยตน เรื่องอย่างนี้มันจะเกิดขึ้นมาได้ไหม จะเกิดขึ้นจากสาเหตุอะไร ตนก็เป็นทหารเก่าใครจะมาปฏิวัติได้ เขารู้แล้วว่าเขาจะต้องทำตัวกันอย่างไร อะไรก็ปฏิวัติๆ ที่ตนออกมาทำปฏิวัติตนรับว่าเป็นคนทำ แต่มาทำเพื่อไม่ให้เกิดอีกในวันหน้า ทำไมต้องไปยุกันให้ออกไปออกมาให้มันบ่อย ไม่เข้าใจ ไม่มีเรื่องจะออกมาทำไม ใครจะอยากออกมาแบกรับความรับผิดชอบกันอย่างนี้ไม่มีหรอก

ลั่นมันจบไปแล้ว–อย่าแต่งนิยาย

เมื่อถามว่า เป็นการสร้างให้เกิดความหวาดระแวงกันเองหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ก็สร้างแล้วสื่อก็ไปขยายให้พวกเขา แค่คนพูดเพียงคนเดียวเท่านั้น ใครก็ยังไม่รู้เลย เขาพูดเพื่อวัตถุประสงค์อะไรก็ยังไม่รู้ ที่สำคัญยังไม่มีการยืนยันอะไร แต่สื่อก็ไปขุดคุ้ยกันอยู่นั่น มันจบไปแล้ว พูดกันทุกคนว่าเขาไม่เกี่ยว ยืนยันว่ามันไม่มี มันไม่ใช่นิยาย มันดีหรืออย่างไร ที่ตนเดินทางไปหลายประเทศซึ่งต่างประเทศมั่นใจว่าบ้านเรามีเสถียรภาพ พร้อมที่จะเข้ามาลงทุน เพียงแต่เขาถามว่าตนจะรักษาสถานการณ์แบบนี้อีกต่อไปหรือไม่ การเมืองจะทำให้เหตุการณ์กลับมาวุ่นวายอีกหรือไม่ ขอร้องให้ทุกคนหันกลับมาดูประเทศชาติกันบ้าง ยืนยันว่ายังไม่เคยฝืนโรดแม็ปเลยแม้แต่ตัวเดียว สื่อก็เขียนไปมาอยู่ได้ ใครจะพูดอะไรก็พูดไปแต่ขอยืนยันในโรดแม็ปที่วางไว้มีรัฐธรรมนูญ เลือกตั้งได้ก็เลือกตั้ง ประชามติผ่านเมื่อไรก็เลือก ถ้าไม่ผ่านก็ว่ากันใหม่เท่านั้นเอง

พอจะรู้ตัวแล้วใครเป็นมือโพสต์

เมื่อถามว่า จะเอาผิดกับคนที่ปล่อยข่าวหรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า ดูก่อน ขณะนี้ติดตามอยู่ พอรู้แล้วว่าเป็นใคร เมื่อถามย้ำว่า แล้วเรื่องการปฏิวัติตัวเองก็ไม่มีทางเป็นไปได้ใช่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ ตอบอย่างมีอารมณ์ว่า สื่อก็ไปช่วยอธิบาย เพราะขี้เกียจอธิบายแล้ว สังคมก็ไม่ต้องมาสงสัย เลิกเสียที ความคิดแบบนี้โดยเฉพาะเรื่องข่าวลือ ถ้าตนไม่ได้พูด นั่นก็คือไม่ใช่ เอาแบบนี้ นิ่งๆกันเสียบ้าง บ้านเมืองจะได้สงบ จะได้ไปทำอย่างอื่นกันบ้าง

ย้ำอีกทีโรดแม็ปยังเหมือนเดิม

ผู้สื่อข่าวถามว่า จะปรับในเรื่องโรดแม็ปหรือไม่เพราะ สปช.เตรียมคว่ำร่างรัฐธรรมนูญ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า โรดแม็ปเขียนไว้ชัดเจนอยู่แล้วมีกำหนดระยะเวลาที่ชัดเจน กรณีร่างรัฐธรรมนูญ ถ้าไม่ผ่านก็มีกำหนดเวลา มีการตั้ง กมธ.ขึ้นมาใหม่ เป็นไปตามขั้นตอน จึงไม่เห็นความจำเป็นต้องปรับโรดแม็ป ส่วนจะมีการล็อบบี้กันหรือไม่ ตนไม่ทราบเพราะไม่ได้อยู่ใน สปช. และไม่จำเป็นที่ตนต้องมีใบสั่งหรือส่งสัญญาณอะไรไป สปช.จะไปสั่งทำไปเพราะตั้งเขาขึ้นมาแล้ว มีเงินเดือนก็ต้องทำตามหน้าที่ของเขา ทำงานกันไป แต่ส่วนตัวคิดว่าเขามีความตั้งใจทำงานกันทุกคน เพียงแต่คนมันเยอะ มาจากหลายภาคหลายส่วน สิ่งที่ตนต้องการคือให้พวกเขาไปหารือกันว่าทำอย่างไรบ้านเมืองจะเดินหน้าต่อไปได้ แต่ปรากฏว่ามันก็ไปไม่ได้คือหารือกันไม่ได้ ต่างคนต่างมีความคิดของตัวเอง มีความคิดของพรรค วันนี้ เราต้องการปฏิรูปเพื่อส่งต่อการปฏิรูปดังกล่าวไปวันข้างหน้า มันเป็นโจทย์ของตน ซึ่งตนก็มีหน้าที่ของตนอยู่ ส่วน สปช. หรือ สนช.ก็ไปทำหน้าที่ของเขา

มี รธน.–เลือกตั้งจบก็หมดหน้าที่

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า เมื่อมีรัฐธรรมนูญเกิดขึ้นก็จะมีการเลือกตั้งตามมา ถือว่าจบหน้าที่ หน้าที่ของการปฏิรูปเขาก็ต้องไปเรียบเรียงว่าหลังการเลือกตั้งใหม่แล้ว ได้รัฐบาลใหม่เข้ามาจะต้องทำอะไรต่อ สนช.ต้องออกกฎหมายว่าจะทำอะไรกันต่อบ้าง มีกี่เรื่อง ไม่ใช่ว่าจะปฏิรูปภายในปีหรือ 2 ปีมันจะเสร็จ บางทีต้องใช้เวลาเป็นสิบๆปี ทุกประเทศก็ทำกันแบบนี้ ซึ่งตนก็อยู่ไม่ได้แล้ว จะไปอยู่อะไรกันนาน ถ้าทุกคนช่วยกันทำเช่นนี้ ประเทศชาติจะมีความชัดเจนมากขึ้น ไม่เลือกเขาเลือกเรา เอาประชาชนเป็นศูนย์กลาง มีความจริงใจ ไม่เอาเปรียบ ถ้านักการเมืองเป็นแบบนี้ทั้งหมด ประเทศจะไปได้โลดในวันข้างหน้า แต่ทุกวันนี้ติดขัดด้วยคำว่าประชาธิปไตย ดังนั้น ต้องปิดเรื่องคะแนนเสียง เรื่องการโหวต

“สุวพันธุ์” ยันปกติ–ไม่มี ปว.ซ้อน

นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงสถานการณ์ทางการเมืองหลังมีกระแสข่าวการปฏิวัติว่า เท่าที่ได้รับรายงานสถานการณ์ขณะนี้ไม่ถือว่ามีอะไรที่ผิดปกติ เมื่อถามว่า ขณะเดียวกัน ใกล้สู่ช่วงการทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ต้องจับตาดูเพิ่มมากขึ้นด้วยหรือไม่ นายสุวพันธุ์กล่าวว่า มาตรการต่างๆในการดูแลความปลอดภัย ก็ต้องปรับเข้ากับเหตุการณ์ แต่ขณะนี้ยังไม่เห็นมีอะไรที่น่าเป็นห่วง หน่วยข่าวด้านความมั่นคงมีการติดตามข่าวอย่างใกล้ชิดอยู่แล้ว ขณะที่การทำงานรัฐบาลยังคงเดินตามโรดแม็ป โดยนายกฯมีการสั่งการให้รัฐมนตรีแต่ละคนจัดทำรายงานส่ง ว่าด้วยสิ่งที่ทำไปแล้ว สิ่งที่ทำอยู่ และสิ่งที่กำลังจะส่งมอบที่จะถึง เม.ย.59 ส่วนเรื่องของสถานการณ์อยากให้ดูเป็นช่วงๆไป ที่ขณะนี้ต้องดูการปรับแก้รัฐธรรมนูญก่อน หลังหลายฝ่ายมีข้อเสนอแนะไป รวมถึงดูผลจากการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญชั่วคราวปี 57 ว่าเป็นอย่างไร ก็จะเห็นชัดเจนมากขึ้น

ผบ.ตร.เตือนโพสต์มั่วระวังคุก

ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร.กล่าวว่า ได้สั่งการให้ พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วย ผบ.ตร.ไปตรวจสอบกรณีที่มีการโพสต์ข้อความเกี่ยวกับเรื่องการปฏิวัติซ้อน มีบุคคลใดเป็นผู้โพสต์ ซึ่งหากการโพสต์ข้อความเหล่านั้นสร้างความตระหนกตกใจหรือความหวาดกลัวให้กับพี่น้องประชาชน หรือสร้างปัญหาเกี่ยวกับความมั่นคง จะมีการดำเนินคดีอาญา เพราะข้อความที่โพสต์ถ้าไม่เป็นความจริงมีความผิดตามกฎหมาย ดังนั้น ไม่ว่ากรณีใดที่มีผู้หลงผิด เข้าใจผิด แล้วใช้สื่อโซเชียลหรือสื่อใดๆก่อให้เกิดปัญหาในทุกกรณี ต่อไปนี้จะมอบหมายให้ บก.ปอท.ดำเนินการตรวจสอบและให้ดำเนินคดีทุกราย จากการตรวจสอบไม่มีมูลใดๆ เกี่ยวกับการปฏิวัติซ้อน เกิดจากความคึกคะนองของคนที่โพสต์ข้อความ หรือต้องการให้เกิดความแตกแยก บุคคลที่โพสต์ต้องรับผิดชอบ ตำรวจมั่นใจว่าจะได้ตัวบุคคลที่โพสต์

น้อง “บิ๊กตู่” มีแววชวดขึ้น ผบ.ทบ.

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงกลาโหมว่า หลังจากมีกระแสข่าวการแต่งตั้งโยกย้ายนายทหารประจำปี 58 แทนนายทหารที่เกษียณอายุราชการในเดือน ก.ย.58 จำนวน 466 คน โดยมีตำแหน่ง ผบ.ทบ. ต่อจาก พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร ผบ.ทบ.เป็นที่น่าจับตามอง โดยเฉพาะคู่แคนดิเดตระหว่าง “บิ๊กติ๊ก” พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ผู้ช่วย ผบ.ทบ. น้องชาย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. กับ “บิ๊กหมู” พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผู้ช่วย ผบ.ทบ.น้องรัก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ล่าสุดมีรายงานว่า พล.อ.ประวิตร ได้หารือกับ พล.อ.อุดมเดช ขอให้พิจารณา พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ขึ้นเป็น ผบ.ทบ. เนื่องจากมีความเหมาะสมหลายประการ ผ่านการคุมกำลังมาโชกโชน เป็นนายทหารบูรพาพยัคฆ์ด้วยกัน จึงขอให้ ผบ.ทบ.นำไปเป็นข้อคิดเห็นประกอบการพิจารณาในครั้งนี้ด้วย

เหินข้ามห้วยไปนั่งเก้าอี้ปลัด กห.

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ขณะที่ พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา แม้เป็นน้องชาย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. แต่ถ้าได้รับการพิจารณาแต่งตั้งเป็น ผบ.ทบ.อาจจะถูกตำหนิจากสังคมว่า นายกฯเลือกผลักดันน้องชายขึ้นสืบทอดอำนาจในกองทัพบกและจะกลายเป็นประวัติศาสตร์กองทัพบกที่มีพี่น้องตระกูลจันทร์โอชาได้เป็น ผบ.ทบ. สุดท้ายไม่ว่าใครจะได้เป็น ผบ.ทบ.ก็ต้องปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาล ดังนั้นวันนี้ พล.อ.ธีรชัยมีโอกาสสูงจะได้รับการแต่งตั้งเป็น ผบ.ทบ.จากการผลักดันของ รมว.กลาโหม พล.อ.ปรีชาจะได้รับตำแหน่งปลัดกระทรวงกลาโหม เพื่อลดกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในสังคมที่จ้องโจมตีการทำงานของนายกฯ ทั้งนี้ รมว.กลาโหมจะนัด ผบ.เหล่าทัพ หารือจัดทำบัญชีโยกย้ายนายทหารประจำปี 58 ในเดือน ก.ค.นี้ ก่อนนำรายชื่อเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการพิจารณานายทหารชั้นนายพล มี พล.อ.ประวิตร เป็นประธาน เมื่อได้ข้อสรุปจะเสนอต่อนายกรัฐมนตรี เพื่อนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ

สปช.บี้ ผบ.ตร.ยื้อถอดยศ “ทักษิณ”

เมื่อเวลา 09.00 น.ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) มีนายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธาน สปช.ทำหน้าที่ประธานการประชุม ก่อนเข้าสู่วาระการประชุม ได้เปิดโอกาสให้สมาชิก สปช.หารือเรื่องต่างๆ โดยนายประสาร มฤคพิทักษ์ สปช. กล่าวถึงกรณี พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. ยังไม่ดำเนินการถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีว่า เหตุใด พล.ต.อ.สมยศจึงไม่ยอมดำเนินการถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ หรือเห็นว่าใกล้เกษียณอายุราชการแล้ว จึงไม่กล้าทำอะไร ไม่เข้าใจว่าหลักฐานชัดเจนขนาดนี้ ทำไมจึงไม่ดำเนินการ ที่ผ่านมา พล.ต.อ.สมยศเคยพูดว่า ใหญ่แค่ไหน ถ้าทำผิดกฎหมายก็จะจับ อยากรู้ว่าจะยังรักษาสัจจะวาจาหรือไม่

ปชป.อัดดราม่า–วาระซ่อนเร้น

นายวัชระ เพชรทอง อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร.ดำเนินการเรื่องถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ เป็นไปอย่างล่าช้าว่า ชัดเจนแล้วว่า คนที่มีวาระซ่อนเร้นไม่ใช่ใครซ้ำยังให้สัมภาษณ์โยกโย้ไปมา คิดว่าประชาชนมองไม่ออกหรือ การอ้างว่ามีฝ่ายต้องการกับฝ่ายไม่ต้องการให้ถอดยศ ท่านจะพูดให้ประชาชนแตกแยกกันทำไม มีเจตนาอะไร แท้จริงแล้วที่ประชาชนเรียกร้องให้ท่านทำตามกฎหมายที่เคยปฏิบัติตามครรลองคลองธรรมมาโดยตลอด ไม่ใช่ทำตามใจท่าน ซึ่งคณะกรรมการกฤษฎีกาคณะใหญ่เคยตอบ สตช.ยืนยันถึง 2 ครั้งว่าสามารถถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณได้ทันที และผู้ตรวจการแผ่นดินก็ยืนยันซ้ำอีก การที่ท่านออกมาแสดงลีลาดราม่าอย่างนี้ ประชาชนทั่วประเทศเขามองออก

ยุนายกฯเรียกปรับทัศนคติ

นายวัชระกล่าวต่อว่า แสดงว่า พ.ต.ท.ทักษิณอยู่เหนือสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เหนือกระบวนการยุติธรรมของไทย ทำไมผิดไม่ต้องถูกถอดยศ ความยุติธรรมอยู่ที่ไหน ยิ่งชัดเจนว่าปัญหาของประเทศอยู่ที่ระบอบทักษิณที่ต้องการอยู่เหนือกระบวนการยุติธรรมของไทยทุกองค์กร ยิ่ง สตช.ยิ่งสมควรต้องปฏิรูปโดยด่วนที่สุด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ควรเรียกตัว ผบ.ตร.ไปปรับทัศนคติ ถ้าทำไม่ได้ หรือไม่กล้าทำ ก็ให้ลาออกหรือเปลี่ยนตัว ผบ.ตร.ใหม่

อัพเกรด ป.ป.ท.เทียบชั้น ป.ป.ช.

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุม ครม.ว่า ที่ประชุม ครม.มีมติเห็นชอบหลักการร่าง พ.ร.บ.มาตรการของฝ่ายบริหารในการป้องกันและปราบปรามการทุจริต และร่าง พ.ร.บ.ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม ตามที่กระทรวงยุติธรรมเสนอ และส่งให้คณะกรรมการกฤษฎีกาพิจารณาต่อไป ทั้งนี้ร่างกฎหมายดังกล่าวเป็นการยกระดับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) เป็นองค์อิสระในระดับใกล้เคียงกับคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ทั้งนี้เพื่อให้มีประสิทธิภาพในการป้องกันและปราบปรามการทุจริตที่เกิดขึ้นในภาครัฐมากยิ่งขึ้น และเป็นไปตามแนวทางในประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ฉบับที่ 69/2557 โดยได้กำหนดวิธีการสรรหาคณะกรรมการ ป.ป.ท.จากเดิมที่สรรหาบุคคลที่เหมาะสม 6 รายให้วุฒิสภาเป็นผู้พิจารณา ก่อนนำขึ้นทูลเกล้าฯ เป็นให้ ครม. ป.ป.ช. และคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน (คตง.) เสนอบุคคลที่เหมาะสมเป็นคณะกรรมการ ป.ป.ท. โดยต้องไม่เป็นบุคคลต้องห้ามตามที่กฎหมายกำหนดองค์กรละ 5 ราย รวมเป็น 15 ราย ก่อนส่งชื่อให้คณะกรรมการสรรหาคัดเลือกให้เหลือเพียง 6 ราย เพื่อให้นายกรัฐมนตรีนำขึ้นทูลเกล้าฯ โดยให้คณะกรรมการ ป.ป.ท.มีวาระการทำงาน 7 ปี

“บิ๊กตู่” ปลื้มหวย 80 บ.เข้าเป้า

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. กล่าวถึงการประเมินมาตรการแก้ปัญหาลอตเตอรี่ให้เหลือราคา 80 บาทว่า ดูว่าเขาขาย 80 หรือเปล่า ถ้าขายราคา 80 บาทนั่นแหละสำเร็จแล้วและจะแก้อะไรอีก ก็คุณต้องการ 80 บาท ก็ทำให้แล้ว อย่าเอาปัญหามาเลอะเทอะไปหมด ตนให้เวลามาตั้งนานแล้ว 8 เดือนทำไม่ได้ ก็สั่งทำให้ได้ภายในเดือนเดียว ถ้าตนไม่ทำก็บอกว่าไม่มีอำนาจ ใช้มาตรา 44 ก็ใช้ไม่ได้ ทำให้แล้วจะเอาอะไรอีก เดี๋ยวไปดูว่าระยะสอง ระยะสามทำอย่างไร วันนี้ก็ดึงโควตากลับมาเพิ่มตรงนี้ ตรงนั้นก็ลดลงก่อน ได้โควตาเพิ่มก็จะเพิ่มให้ คิดจนหัวจะผุแล้ว จะเอาอย่างไร จะให้ขาย 70 บาทหรือไม่

ขอตัว “ตั้ง อาชีวะ” รับโทษ ม.112

ที่สำนักงานอัยการสูงสุด นายวันชัย รุจนวงศ์ อธิบดีอัยการสำนักงานต่างประเทศ ฐานะโฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวถึงกรณีที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ร้องขอให้อัยการสูงสุดดำเนินการขอส่งนายเอกภพ เหลือรา หรือตั้ง อาชีวะ เป็นผู้ร้ายข้ามแดนตามความผิดฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดง ความอาฆาตมาดร้ายสถาบัน ตามกฎหมายอาญา มาตรา 112 ว่า หลังจากที่ สตช.ทำหนังสือขอให้อัยการสูงสุดขอส่งผู้ร้ายข้ามแดนนายเอกภพ ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญา พนักงานสอบสวนได้ส่งสำนวนพร้อมความเห็นควรสั่งฟ้องมาที่อัยการและพนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 6 มีคำสั่งฟ้อง โดย สตช.สืบสวนได้ความว่า นายเอกภพผู้ต้องหา ได้พักอาศัยอยู่ที่ประเทศนิวซีแลนด์ อัยการสูงสุดผู้ประสานงานกลาง ตาม พ.ร.บ.ส่งผู้ร้ายข้ามแดน จึงดำเนินการร้องขอส่งผู้ร้ายข้ามแดนไปยังทางการประเทศนิวซีแลนด์ เพื่อพิจารณาส่งตัวนายเอกภพเป็นผู้ร้ายข้ามแดนมาดำเนินคดีในประเทศไทยในความผิดดังกล่าวแล้ว

“เทียนฉาย” ชิ่งแผนดันบ่อนกาสิโน ลั่นไม่ ใช่หน้าที่-ไม่มี ในแผนปฏิรูป กลุ่มรักชาติไม่ง้อจ่อชง “บิ๊กตู่” ดูโมเดล “สังศิต” ยกบ่อน สิงคโปร์เลิศมากแนะให้ลอกมาทำ นายกฯถามคนไทยรับได้หรือเปล่า ประธาน สปช.นัด 5-7 มิ.ย. เจอกันวันโหวต 17 มิ.ย. 2558 07:52 17 มิ.ย. 2558 08:01 ไทยรัฐ