วันศุกร์ที่ 21 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

น่ากลัวกว่าปฏิวัติซ้อน

บรรทัดนี้ ต้องปรบมือดังๆให้กับฮีโร่ตัวจริง

ทีมฟุตบอลชาติไทยโชว์ฟอร์มหรูเอาชนะทีมเมียนมาขึ้นแท่นเป็นแชมป์ซีเกมส์ ครั้งที่ 28 พร้อมๆกับทัพนักกีฬาไทยได้ครองความเป็นเจ้าเหรียญทอง

ช่วงเวลาแห่งการคืนความสุขให้คนไทยได้ปลาบปลื้มไปอีกพักใหญ่

กลบกระแส เบียดพื้นที่ข่าวอื่นไปอีกหลายวัน

โดยเฉพาะข่าวลือร้อนๆปมปฏิวัติซ้ำ รัฐประหารซ้อน ที่โผล่แทรกเข้ามาตามร่องรอยร้าวๆ

ในจังหวะการเปลี่ยนตัวจ่าฝูงกองทัพบกคนใหม่ แทนที่ “บิ๊กโด่ง” พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร ผบ.ทบ. ที่จะเกษียณอายุราชการในเดือนกันยายนนี้

ชนิดที่บิ๊ก คสช.ต้องสั่งล่าตัวการปล่อยข่าวกันยกใหญ่

แต่เรื่องของเรื่อง โดยควันที่โชยมามันก็ยากจะกลบได้ ในเมื่อเงื่อนไขสถานการณ์มันก็เข้าเค้า โยงเข้าความตามท้องเรื่อง

“เลือดข้นกว่าน้ำ” หรือ “น้ำข้นกว่าเลือด”

ตามโปรแกรมการชิงธง ผบ.ทบ. ระหว่าง “บิ๊กติ๊ก” พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ผู้ช่วย ผบ.ทบ. น้องชาย “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ หัวหน้า คสช. กับ “บิ๊กหมู” พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผู้ช่วย ผบ.ทบ. น้องรักคนสนิท “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม

ต่างคนต่างมีกองหนุน สถานการณ์คู่คี่สูสี

ใครเข้าวิน อีกฝ่ายหนีไม่พ้นอาการทางใจ เข้าเหลี่ยม “ตอกลิ่ม” ขยายรอยร้าว ระหว่างพี่ๆน้องๆ

ข่าวลือปฏิวัติซ้ำ รัฐประหารซ้อน จึงเข้าเค้าตามรูปการณ์

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น มันก็น่าจะเป็นแค่กระแสชั่วครู่ชั่วยาม ตามธรรมชาติ “แอ่นแอ๊น” ไม่ได้คิดทำกันง่ายๆ

และอย่างที่ประเมินได้ ณ วันนี้ดุลอำนาจทั้งหมดทั้งปวง ไหลมาอยู่กับ “บิ๊กตู่” ในฐานะผู้ถือดาบสารพัดนึก มาตรา 44 ไว้ในกำมือ

แต่นั่นไม่สำคัญเท่าความไว้วางใจของประชาชนคนไทยที่มอบให้ “นายกฯลุงตู่”

ยากที่ใครจะโค่นได้ เว้นแต่จะแพ้ภัยตัวเอง

ตามอารมณ์แบบที่ “บิ๊กตู่” เล่นบทโอดครวญเรตติ้งรายการ “คืนความสุข” ในวันศุกร์สุดสัปดาห์

สู้ละครดัง “ป้าแย้ม” กับ “ข้าบดินทร์” ไม่ได้

โอดเป็นนัย คนไทยเริ่มไม่อินกับรายการคืนความสุข ไม่ฟัง ในสิ่งที่ คสช.ตั้งใจจะทำให้

เรื่องของเรื่องการยกตัวอย่างละครดังที่คนดูกันทั่วบ้านทั่วเมือง มันสะท้อนว่า นายกฯและหัวหน้า คสช.เป็นคนที่ติดตามความเคลื่อนไหว เช็กกระแสสังคมตลอดเวลา

อาการแบบนี้ “ความรู้สึกไว” แน่นอน

และนั่นก็น่าจะอยู่ในสายตาแล้ว ตามสถานการณ์ล่าสุดที่มีการยืนยันตัวเลขอย่างเป็นทางการ น้ำในเขื่อนหลักอย่างเขื่อนภูมิพล จังหวัดตาก และเขื่อนสิริกิติ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ เหลือใช้ได้อีกแค่ 30 กว่าวัน

โดยที่กรมชลประทานหมดหนทางแก้ไข ทำได้แค่จัดพิธีขอฝน เท่านั้น

ขณะที่นายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา รมว.เกษตรและสหกรณ์ ต้องขอให้ทหารใช้มาตรการควบคุมพื้นที่ปลูกข้าวในเขตลุ่มภาคกลาง 22 จังหวัด ที่ยังไม่ได้ปลูกข้าวนาปีอีก 4 ล้านไร่ ให้รอไปก่อน

ตามสถานการณ์ยิ่งแย่กันไปใหญ่ จากเศรษฐกิจที่ลามถึงปากท้อง เกษตรกรชาวนายังต้องเจอภัยแล้งทำการเพาะปลูกข้าว ไม่ได้ จะเอารายได้จากไหนมาใช้จ่าย

ไม่ใช่แค่เกษตรกรรากหญ้า ล่าสุดข้อมูลจากธนาคารพาณิชย์สะท้อนยอดการใช้บัตรเครดิตสูงขึ้น อันเป็นผลจากสถานการณ์เศรษฐกิจซบเซาเริ่มกระทบชนชั้นกลาง

รายได้ในการจับจ่ายใช้สอยเริ่มสะดุด

บรรยากาศมาถึงจุดที่ต้องระวัง อารมณ์ความเดือดร้อนลามถึงปากท้องประชาชน เป็นอะไรที่อันตรายที่สุดสำหรับรัฐบาลไม่ว่าพลเรือนหรือทหาร

งานนี้น่าห่วงกว่าข่าวลือปฏิวัติซ้อนเยอะ.

ทีมข่าวการเมือง

17 มิ.ย. 2558 03:32 17 มิ.ย. 2558 03:32 ไทยรัฐ