วันพุธที่ 26 กันยายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รอมา 4 ปี! เปิ้ล ไอริณ ร่ำไห้โล่งอกศาลไม่สั่งฟ้องคดีฉ้อโกง

เปิ้ล ไอริณ ร่ำไห้ดีใจศาลไม่สั่งฟ้องหลังเพื่อน-ผู้จัดการดาราดังแจ้งความกล่าวหาฉ้อโกงเงินหลังยืดเยื้อนานกว่า 4 ปี โอดสุดช้ำไม่เคยทำอะไรผิดแต่กลายเป็นผู้ต้องหามีแต่คนรังเกียจ เล็งฟ้องกลับคู่กรณีในคดีอาญาเดือนหน้า

เรียกว่าเหมือนยกภูเขาออกจากอกเลยทีเดียวสำหรับนักแสดงสาวเซ็กซี่ เปิ้ล ไอริณ ศรีแกล้ว หลังจากถูกเพื่อนตัวเองและผู้จัดการดาราดังแจ้งความว่านักแสดงสาวฉ้อโกงเงินค่าถ่ายทำโฆษณาสินค้ายี่ห้อหนึ่ง โดยอ้างว่าเจ้าตัวไม่มีส่วนเกี่ยวข้องในการทำงานครั้งนี้แต่อย่างใด แต่นักแสดงสาวไม่ยอมแพ้ งัดหลักฐานพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนเอง และสุดท้ายศาลสั่งไม่รับฟ้อง พร้อมทั้งให้คู่กรณีชดใช้ค่าเสียหายให้สาวเปิ้ลเป็นจำนวน 5 แสนบาท งานนี้นอกจากจะได้เงินแล้ว สาวเปิ้ลยังเตรียมดำเนินการฟ้องกลับทางคดีอาญาอีกด้วย ซึ่ง เปิ้ล เปิดใจถึงเรื่องราวทั้งหมดที่ร้านตำแหลก SCB Park เมื่อช่วงบ่ายวันที่ 16 มิ.ย. 2558 ที่ผ่านมา แบบหมดเปลือก

ถามถึงคดีความที่เกิดขึ้น?
เปิ้ล : เนื่องจากว่าคดีที่เกิดขึ้นเมื่อ 3-4 ปีก่อน เปิ้ลเคยไปแจ้งความมาแล้วครั้งหนึ่งที่กองปราบฯ แล้วบังเอิญคำสั่งศาลเพิ่งออกมาเมื่อเดือนก่อน เปิ้ลเลยต้องชี้แจงให้ทราบตามความเป็นจริงค่ะ เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อ 4 ปีก่อน เป็นตอนที่เปิ้ลเรียนจบจากอังกฤษกลับมาใหม่ๆ ไม่มีแพลนที่จะกลับมาเป็นนักแสดงหรืออยู่ในวงการ เปิ้ลเปิดบริษัทอีเวนต์ขึ้นมาส่วนตัว ทีนี้มีเพื่อนเปิ้ล 2 คน คือมีคุณจอยกับคุณบิวมาทาบทามให้ถ่ายทำโฆษณาขนตาชิ้นหนึ่ง เปิ้ลก็ถ่ายทำโฆษณาให้เป็นอย่างดี แต่พอวันที่ถ่ายทำจบ เขาเตรียมเงินมาไม่พอคือแค่ 60 เปอร์เซ็นต์ ก็ค้างอีก 40 เปอร์เซ็นต์ ก็บอกว่าให้เราขับรถตามไปเบิกที่แบงก์ เราก็บอกว่าไม่เป็นไร ด้วยความไว้ใจเพื่อนก็บอกว่าพรุ่งนี้โอนเข้ามาแล้วกัน เขาก็ขอเลขที่บัญชีไป หลังจากนั้นวันรุ่งขึ้นโทรไปเขาก็ไม่รับ แล้วเขาไม่ได้โอนเงินมา แต่ว่ามีตำรวจโทรมาหาเปิ้ลแล้วบอกว่าให้ออกมาคุยกันหน่อย เปิ้ลก็ถามว่าใคร ตำรวจก็บอกว่าผมจะขอเงินที่ให้ไป 60 เปอร์เซ็นต์คืน เปิ้ลบอกว่าอ้าว เปิ้ลทำงานไปแล้ว แล้วจะเอาเงินคืนได้ยังไง เขาก็บอกว่างานนี้ได้กระทำขึ้นโดยไม่มีเปิ้ลเกี่ยวข้องแต่อย่างใด แต่ว่าผู้ที่รับผิดชอบงานทั้งหมดคือคุณตั้ว เปิ้ลก็งงเพราะจริงๆ แล้วคุณตั้วเป็นเหมือนคนที่ติดต่อหาดาราที่เป็นพรีเซ็นเตอร์ชิ้นนี้เท่านั้นเอง เปิ้ลก็งงว่าเกิดอะไรขึ้น ก็เลยให้ทนายความโทรคุยกับตำรวจคนนี้ แล้วตำรวจก็บอกว่าถ้ายังไงเดี๋ยวจะออกหมายให้เราไปหาที่ สน.คลองตันด้วย เปิ้ลก็ไปถึง สน.คลองตัน ด้วยความซื่อ ไปคนเดียว เกิดมาก็ไม่เคยมีคดีอะไร ไปโดยไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ตำรวจก็ถามว่ารับทราบข้อกล่าวหาแล้วยอมรับไหม เปิ้ลก็บอกว่าไม่ยอมรับแล้วก็เอาสัญญาให้ดูว่าทางฝ่ายผู้จ้างเป็นคนร่างเอง พอดูเสร็จตำรวจก็บอกว่าถ้าเธอจะแจ้งกลับ เธอไม่รับทราบข้อกล่าวหา เธอต้องพิมพ์ลายนิ้วมือ เปิ้ลก็ไม่รู้เรื่อง ด้วยความที่ไม่เคยขึ้นโรงขึ้นศาล เปิ้ลก็เลยพิมพ์ลายนิ้วมือ พอเปิ้ลพิมพ์ลายนิ้วมือเสร็จ ตำรวจก็บอกว่านี่เป็นลายนิ้วมือที่รับทราบเป็นผู้ต้องหานะ และประวัติของเธอจะอยู่ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติด้วย หนูก็งง ร้องไห้เลย คือไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับชีวิต หลังจากนั้นเปิ้ลกลายเป็นผู้ต้องหาและไปรายงานตัวที่ศาลเป็นเวลา 1 ปีเต็มๆ นี่เป็นสิ่งที่เปิ้ลทุกข์และเศร้ามาก 


ครั้งหนึ่งเปิ้ลเคยเดินขึ้นไปในศาล แล้วแฟนคลับเปิ้ลเป็นนักเรียนฝึกหัด เขาก็ขอถ่ายรูป เขาก็ถามว่ามาทำอะไร เปิ้ลก็ยื่นใบให้เขาดูว่ามารายงานตัวเป็นผู้ต้องหาในคดีฉ้อโกง ซึ่งเราไม่ได้ทำอะไรผิดเลยทั้งที่งานเสร็จเรียบร้อย เงินได้ไม่ครบ และมีตัวแปรอีกตัวคือคุณจอย หทัยทิพย์ ซึ่งเปิ้ลยอมรับว่าเราทะเลาะกันที่ภูเก็ตก่อนที่จะเกิดเรื่องทั้งหมด โดยที่เปิ้ลไม่รู้ว่ามันจะเป็นเรื่องใหญ่ขนาดนี้ คือทะเลาะมีปากเสียงเนื่องจากคนหนึ่งต้องการไปเที่ยวลักษณะหนึ่ง แต่เปิ้ลไม่ไป เปิ้ลอยู่โรงแรม 2 วันแล้วเข้าพวกกับเขาไม่ได้ พอกลับมาคุณจอยเขาโทรมาบอกว่าเดี๋ยวจะแถลงข่าวนะ เปิ้ลถามเขาว่าจะแถลงอะไร เขาก็วางหูไปเลย วันรุ่งขึ้นเขาก็แถลงข่าวว่าเปิ้ลฉ้อโกงเพื่อน (โชว์เอกสารข่าวให้ดู) ซึ่งเปิ้ลไม่เคยโกงเงินใคร เงินตกบาทนึง เปิ้ลยังคืนทุกบาทเลยค่ะ แต่สิ่งที่เปิ้ลเจอเยอะมาก ทั้งโดนข่มขู่ มีข่าวในกูเกิล

ที่สำคัญคนชื่อจอยเขาโทรไปหาเพื่อนเปิ้ล เพื่อนเปิ้ลก็ถามว่าได้เบอร์มาได้ยังไง เขาก็บอกว่าฝากไปบอกเปิ้ลด้วยนะว่า “ใต้ฟ้าเมืองไทยนี้ ถ้าฉันอยากจะได้อะไร ฉันทำได้ทุกอย่างแหละ” พอเปิ้ลฟังแล้วรู้สึกว่าเขาก็ต้องทำกับหลายๆ คน เปิ้ลก็ไปแจ้งความว่าโดนข่มขู่ด้วยประโยคนี้ที่ สน.คันนายาว เปิ้ลไม่รู้จะทำยังไงเพราะเราอยู่คนเดียวด้วย ต้องให้กฎหมายเป็นเครื่องช่วย และหลังจากนั้นทางตำรวจ สน.คลองตัน ก็สั่งฟ้องเปิ้ลในฐานะเป็นผู้ฉ้อโกง ซึ่งจริงๆ แล้วในความรู้สึกเรามันไม่เมคเซ้นส์เลย ทั้งๆ ที่เรามีหลักฐานเอกสารทุกอย่าง แต่เมื่อเรื่องขึ้นไปถึงศาลยุติธรรมปรากฏว่าเราโดนสั่งไม่ฟ้อง แล้วทางศาลแพ่งวินิจฉัยพวกเขาทั้ง 3 คนร่วมกันแจ้งความเท็จ ต้องรับผิดชอบต่อโจทก์ด้วยการชำระค่าชดเชยเปิ้ลเป็นจำนวน 5 แสนบาท ซึ่งเปิ้ลกำลังดำเนินคดีอาญาต่อไปค่ะ

เห็นว่าตอนแรกเรียกเงิน 2 ล้าน?
เปิ้ล : คือตอนแรกเปิ้ลเรียกไป 2 ล้าน แต่ทางศาลสั่งมาให้ 5 แสนบาท จริงๆ แล้วสิ่งที่มีผลกระทบคือว่าตอนนั้นเปิ้ลทำเพลง "เบนซ์สปอร์ต" พอดี แล้วเปิ้ลมีทริปที่ต้องไปโชว์ตัวที่เยอรมันกับสวิตฯ แต่เปิ้ลไปไม่ได้เพราะติดเป็นผู้ต้องหา เปิ้ลไม่สามารถเดินทางออกนอกประเทศได้เป็นเวลา 2 ปีค่ะ มันเป็นสิ่งที่เราทุกข์ใจมากว่าอยู่ๆ เรามีประวัติเป็นผู้ต้องหาฉ้อโกง ทั้งๆ ที่เราไม่ได้ทำอะไรเลย เราต้องมีประวัติในกูเกิลโดยที่เราไม่เคยคิดจะโกงใคร ณ วันนี้เปิ้ลเลยมาขอความเป็นธรรมค่ะ เนื่องจากว่าเปิ้ลพูดกับศาลไว้ว่าเรื่องเงินชดเชยมันไม่มีความจำเป็นสำหรับเปิ้ลเลย เพราะเงินมันซื้อความรู้สึกที่เสียทั้งหมดไม่ได้ แต่สิ่งที่เสียไปคือชื่อเสียง แล้วเปิ้ลอยากจะให้ทางเขารับผิดชอบด้วยการลงสื่อขอโทษเราจำนวน 10 ฉบับ แต่ว่าทางเขาก็ไม่ลงขอโทษ เปิ้ลก็เลยแถลงข่าวค่ะ

คือจริงๆ งานนี้เป็นงานที่เปิ้ลดีลกับเจ้าของงานใช่ไหมคะ โดยจรรยาบรรณคุณตั้วเป็นแค่คนที่ติดต่อดารามา เขาไม่มีสิทธิ์จะติดต่อตรงกับเจ้าของงาน เพราะตัวเปิ้ลเองต้องเป็นคนที่ดูแลอีเวนต์ของดาราชิ้นนี้จนจบโปรเจกต์ เนื่องจากเปิ้ลเป็นโปรเจกต์เจ้าของงาน แต่พองานเสร็จปุ๊บ คุณตั้วเดินเข้าไปหาเจ้าของสินค้าแล้วยื่นนามบัตรให้แล้วบอกว่าเป็นเบอร์ตั้วนะ เปิ้ลยังไปถามเขาเลยว่าอ้าว พี่ให้เบอร์เขาได้ไง เขาก็บอกว่าจะให้ส่งภาษีที่อยู่มาให้ เปิ้ลก็บอกว่าแต่ก็ไม่ควรให้เบอร์นะ เปิ้ลก็งง หลังจากนั้นอีก 2-3 วัน คุณตั้วก็โทรมาหาเปิ้ลแล้วบอกว่าเปิ้ลเอาพี่ไปด่าเหรอ เปิ้ลก็งงมากว่าเอาไปด่ากับใคร เขาก็บอกว่าก็ไปด่ากับบิวน่ะสิ เปิ้ลก็บอกว่าด่าอะไรพี่ พี่อยู่ไหนเดี๋ยวหนูไปเคลียร์เลย แล้วพี่ตั้วบอกว่าถ้าเปิ้ลด่าพี่ พี่ขอให้เปิ้ลเสียโฉม แต่ก็ขอบคุณเขาเพราะหลังจากนั้นเปิ้ลรู้สึกตัวเองสวยขึ้นๆ ตลอดเลยค่ะ (ยิ้ม) หลังจากที่พี่ตั้วโทรมาด่าเปิ้ลเสร็จแล้ว พี่ตั้วก็เข้าไปรับงานเองกับช่างภาพอันดับหนึ่งของประเทศไทยค่ะ เขาเข้าไปรับงานชิ้นนี้เองแล้วโทรไปบอกกับเจ้าภาพว่าเราฉ้อโกงงานนี้นะ งานนี้เราไม่เกี่ยว ทั้งให้เบอร์เจ้าของแล้วรับงานด้วยตัวเอง ที่สำคัญคือไปร่วมแจ้งความเท็จด้วยว่างานนี้ได้กระทำขึ้นโดยไม่มีเปิ้ลเกี่ยวข้องแต่อย่างใด แต่ทางศาลก็เรียกเปิ้ลคุยแล้วบอกว่าเขาสงสัยว่าถ้าไม่มีหนูเกี่ยวข้อง แล้วหลักฐานทุกอย่างไม่ว่าการส่งอีเมล สัญญาจ้าง ทะเบียนภาษีต่างๆ ทำไมมีชื่อหนูหมดเลย ทุกอย่างมันค้านกันหมดเลยค่ะ

หลังจากนี้ต้องการให้เขาขอโทษยังไงบ้าง?
เปิ้ล : เปิ้ลก็ถือว่าวันนี้เปิ้ลได้มาแสดงความบริสุทธิ์ใจแล้ว 4 ปีที่ผ่านมาเปิ้ลพูดได้เลยว่าเปิ้ลทุกข์มากๆ เลยค่ะ มีครั้งนึงซึ่งเปิ้ลกำลังจะได้เป็นหุ้นส่วนในการทำงานชิ้นนึงแล้วเขาบอกว่าทางเจ้าของงานเขาเช็กประวัติเปิ้ลแล้วเปิ้ลมีประวัติฉ้อโกงน่ะ มันก็ทำให้เปิ้ลชวดงานชิ้นนั้นที่เปิ้ลควรจะได้ ตัวเปิ้ลเองเคยถามพระตอนที่มีปัญหา โทรไปร้องไห้กับพระที่นับถือว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับหนู ทำไมทำหนูแบบนี้ พระก็บอกว่าเป็นเพราะเธอไม่มีปีก ไม่มีชื่อเสียง ใครก็อยากทำร้ายเธอ หนูพูดตรงๆ เลยว่านี่เป็นสาเหตุ 100 เปอร์เซ็นต์ว่าเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้หนูกลับเข้ามาวงการ หลังจากหนูได้ยินพระพูด หนูก็ทำเพลงด้วยตัวเองและตั้งใจว่าหนูจะกลับมาในวงการให้ได้ เพื่อวันนึงหนูจะได้กลับมาพูดว่าจริงๆ หนูบริสุทธิ์ (เสียงสั่นเครือ) ทริปเยอรมันที่หนูเกือบจะได้ไปก็ตีเป็นเงินเกือบล้านบาท หนูต้องชวดสิ่งที่หนูควรจะได้ ลองคิดว่าถ้าเป็นพวกพี่ ทำงานเสร็จไปด้วยดี เจ้าของงานชมว่างานดีกว่าที่คิดไว้อีก งานเสร็จแต่ได้เงินไม่ครบ มีตำรวจโทรมาข่มขู่ แล้วเอาเปิ้ลไปพิมพ์ลายนิ้วมือและให้เปิ้ลเป็นผู้ต้องหา หลังจากนั้นพี่ตั้วโทรมาสาปแช่งหนูอีก ทุกอย่างที่หนูพูด สาบานว่าเป็นเรื่องจริงทั้งสิ้น เปิ้ลโดนกระทำจริงๆ หลายๆ อย่างพร้อมกันไปหมดเลย ตอนนั้นเป็นช่วงที่แย่ที่สุดในชีวิตตั้งแต่เกิดมา

ทำไมเปิ้ลไม่ยอมออกมาพูดตั้งแต่ช่วงที่เกิดเรื่อง?
เปิ้ล : เนื่องจากว่าคำวินิจฉัยของศาลถือเป็นสูงสุดค่ะ คำสั่งศาลเพิ่งออกมาค่ะ ถ้าคำสั่งศาลยังไม่ออกมาเปิ้ลยังพูดอะไรไม่ได้ แต่คำสั่งศาลเพิ่งออกมาสดๆ ร้อนๆ 2-3 อาทิตย์เองค่ะ เปิ้ลเลยหาโอกาสว่าเปิ้ลจะพูดให้ได้ วันนี้ถือว่าเป็นวันที่เปิ้ลรอคอยมา 4 ปีแล้วค่ะ คือตอนแรกเปิ้ลแจ้งความที่กองปราบแล้ว ถ้าเราทำความผิดจริง เปิ้ลจะไม่ดิ้นรนกระเสือกกระสนที่จะเข้าหาตำรวจไปแจ้งความ ทำทุกอย่างเท่าที่เราจะทำได้ค่ะ

แล้วถ้าในส่วนคำสั่งศาลมา เขาต้องชดใช้ค่าเสียหายเราอันอื่นด้วยไหม?
เปิ้ล : ไม่มีค่ะ มีแค่ให้ชดใช้ค่าเสียหาย เงินมันใช้แป๊บเดียวก็หมดค่ะ แต่ชื่อเสียงน่ะ ถ้าวันนี้เปิ้ลไม่ออกมาพูด ลูกหลานเปิ้ลในอนาคตเปิดดูเขาก็ต้องเห็นข่าวเปิ้ลฉ้อโกง คือมันลบออกไม่ได้ค่ะ เข้าไปเห็นแล้วมันทุกข์ใจตลอดค่ะ มันหนักเกินไปรึเปล่าสำหรับผู้หญิงคนเดียว (ร้องไห้)

แล้วเราจะเอายังไงกับ ผจก.ดาราคนนั้น?
เปิ้ล : พูดตรงๆ นะว่าตอนแรกเปิ้ลถือว่าพี่เขาเคยรู้จักกับเปิ้ลมาก่อน เขาเคยเหมือนน้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่ากับเรามาก่อน เขาเคยเป็นคนดูแลงานเราบ้างเมื่อก่อนนี้ ล่าสุดเปิ้ลขึ้นศาลกับเขาที่ศาลแพ่ง เขาไม่ได้มีทีท่าว่ารู้สึกผิด ถ้าวันนั้นเขารู้สึกผิดและขอโทษ มันก็จบไง แต่พอไปถึงปุ๊บ เขาก็ไปด่าเปิ้ลฉอดๆ ต่อหน้าศาล เปิ้ลก็เลยรู้สึกว่าเขาไม่เคยรู้สึกผิดเลยกับสิ่งที่เขากระทำขึ้น เขาก็พูดต่อหน้าเปิ้ลและศาลว่าทำไมจะต้องทำให้เป็นเรื่องใหญ่ด้วย จบๆ ไปได้ไหม เปิ้ลเลยบอกเขาว่าข้าแต่ศาลที่เคารพ หนูมายืนตรงนี้ได้เป็นเพราะพวกเขา ทำไมตอนมีเรื่องแรกๆ ไม่ยกหูมา เขาเป็นเพื่อนหนูไม่ยกหูมาบอกหนูล่ะ เรื่องจะได้จบไป แต่เขาเลือกที่จะไปแจ้งความ เลือกที่จะให้หนูเป็นผู้ต้องหา คือทุกอย่างเกิดขึ้นเพราะเขาเป็นต้นเหตุค่ะ หนูเลยรู้สึกว่าอย่างนึงคือเขาทำอย่างนี้มากับหลายๆ คนแล้ว ถ้าหนูไม่ออกมาพูด หนูเชื่อว่าวันหน้าเขาก็ทำกับคนอื่นอีก

เราดำเนินคดีทางอาญาไปถึงไหนแล้ว?
เปิ้ล : เดือนหน้าเปิ้ลจะฟ้องอาญาต่อไปค่ะ เพราะเปิ้ลต้องการความยุติธรรมมากกว่านี้ค่ะ เหมือนกับว่าเราไม่มีใครเลย ไม่รู้จะเดินหน้าต่อไปยังไง ตอนนั้นเปิ้ลอยากบอกเลยว่าเปิ้ลอยากให้พี่มานั่งในที่ของเปิ้ลนะ ช่วงที่เปิ้ลเกิดปัญหา ตัวเขาเองก็รู้ว่าแม่เปิ้ลน้องเปิ้ลเพิ่งตาย แล้วเราอยู่คนเดียว ต้องฝ่าฟันดิ้นรน ต้องไปขึ้นโรงพักรายงานตัวผู้ต้องหาตลอดเลยอะ มันแย่ที่สุดในชีวิตตั้งแต่เกิดมาแล้วค่ะ

ได้คุยกับเขาไหมหลังจากศาลตัดสิน?
เปิ้ล : หลังจากนั้นยังไม่ได้คุยกับใครเลยค่ะ จริงๆ แล้วเปิ้ลเชื่อว่าเขาไม่รู้สึกผิดหรอกค่ะ เปิ้ลเชื่อว่าเขาไม่รู้ว่าเขาทำอะไรไป แต่สิ่งที่เขาทำเนี่ย เปิ้ลพูดได้เลยว่ามันทำลายอนาคตคนคนนึงเลยค่ะ ทั้งๆ ที่เราก็เป็นแค่คนที่ตั้งใจทำงาน เป็นคนที่หาเลี้ยงชีวิตด้วยตัวคนเดียว เป็นคนที่ไม่เหลือใครเลยจริงๆ แต่สิ่งที่เขาทำมันเหมือนเหยียบย่ำ ทำให้เราต้องมีปัญหาได้ขนาดนี้ค่ะ

แล้วเงิน 5 แสนที่เราชนะคดี เราจะเอาไปทำอะไร?
เปิ้ล : ก็คงทำบุญค่ะ คือไม่ได้นึกเลยถึงเรื่องตรงนี้เพราะว่าเงินเป็นปัจจัยท้ายๆ เลยที่เปิ้ลนึกถึง แต่ปัจจัยแรกๆ เลยคือเขาควรมีจิตสำนึกที่ออกมาแสดงถึงความรู้สึกรับผิดชอบบ้างว่าเขาทำอะไรลงไป เพราะล่าสุดเปิ้ลคุยกับเขา เขาไม่ได้สำนึกเลยว่าเขาทำอะไรลงไปค่ะ พวกพี่ไม่เข้าใจหรอกว่าคนที่เกิดมาไม่เคยทำผิด เปิ้ลเดินเข้าไปในศาลแล้วยืนพิมพ์ลายนิ้วมือ มันเป็นความรู้สึกที่แย่มากเลยค่ะ มันควรเกิดกับเปิ้ลเหรอคะ

ถ้าเขาได้ดูอยู่ อยากบอกอะไรเขาไหม?
เปิ้ล : ก็อยากบอกว่าสิ่งที่เขาทำมันเลวร้ายมากๆ เลย ไม่อยากให้เขาไปทำแบบนี้กับใครอีกค่ะ เพราะความอยากได้อยากมีทุกคนอยากมีหมดแหละ แต่คุณไม่สามารถที่จะทำแบบนี้ได้ เปิ้ลเชื่อว่าฟ้ามีตาแน่นอน ไม่ว่าคุณจะใหญ่คับฟ้าขนาดไหน วันนึงคุณไม่ได้ใหญ่กว่ากรรมแน่นอนค่ะ ส่วนกับ ผจก.คนนั้น คือเขาไม่ใช่แค่ไม่ร่วมงานนะคะ หลังจากงานชิ้นนี้เสร็จ เขาไปหาช่างภาพมือหนึ่งคนนี้แล้วบอกว่างานนี้เปิ้ลโกงนะ เขาก็ไปหาดารามาถ่ายงานชิ้นนี้ซึ่งเป็นซุปเปอร์สตาร์คนนึงซึ่งเปิ้ลเป็นเพื่อนกับเขามาก่อน แล้วไปบอกว่าเปิ้ลฉ้อโกงนะ ซึ่งเขาไม่ได้แค่แลกเบอร์หรือโกงงานเราเท่านั้นนะคะ แต่เขาทำลายชื่อเสียงเราด้วยค่ะ พอหลังเสร็จงาน เพื่อนที่เป็นซุป'ตาร์คนนี้ก็ลบบีบีเราทิ้งไปเลย พอไปเจอตามงานก็มองเราหัวจรดเท้าเลยค่ะ กลายเป็นเราต้องเสียเพื่อนไปด้วย เสียชื่อเสียง พอเปิ้ลไปเจอช่างภาพคนนี้ เปิ้ลยกมือไหว้ เขาก็มองเปิ้ลแปลกๆ เลยค่ะ ซึ่งเราไม่ได้ทำอะไรผิดจริงๆ ค่ะ ถามว่าเรารู้ได้ไง คือเขาไปเอางานกับช่างภาพคนนี้แล้ว แล้วช่างภาพเขาบอกว่าทอมคนนี้มาเอางานแล้วยังบอกเลยว่าเปิ้ลไปฉ้อโกงใช่ไหม เขาไปแจ้งความที่โรงพักแล้วนะ เขาเป็นคนแย่มาก ไม่รู้เขาทำแบบนั้นได้ยังไงค่ะ

ตอนนี้เราเคลียร์กับทางช่างภาพและเพื่อนเรารึยัง?
เปิ้ล : เปิ้ลไม่เคยเคลียร์อะไรเลยค่ะ เปิ้ลเห็นสายตาเขากับฟีดแบ็กที่เจอเขาตามงาน เปิ้ลไม่กล้าพูดอะไรเลย แต่เปิ้ลเชื่อว่าหลังจากวันนี้ขอให้ทุกอย่างมันดีขึ้น เปิ้ลบริสุทธิ์แล้วค่ะ แค่นี้เปิ้ลก็ดีใจแล้ว พูดตรงๆ ว่าเปิ้ลรอวันนี้มา 4 ปีเต็มๆ แล้ว (ร้องไห้) เกิดมาไม่คิดเลยว่าชีวิตจะต้องมาขึ้นโรงพัก กลายเป็นผู้ต้องหา โดนคนรังเกียจโดยที่ไม่ได้ทำอะไรจริงๆ ค่ะ แต่ก็ต้องขอบคุณเขาที่สามารถทำให้เรามีแรงผลักดันให้กลับเข้ามาในวงการอีกครั้งค่ะ

ที่เปิ้ลบอกว่าไม่อยากให้เขาไปทำแบบนี้กับใครอีก แสดงว่าก่อนหน้านี้เคยมีกรณีแบบนี้มาแล้ว?
เปิ้ล : อันนี้ไม่ทราบจริงๆ แต่เปิ้ลเคยได้ยินว่าเขาเคยทำแบบนี้มาบ้างเหมือนกันค่ะ แต่ว่าเปิ้ลไม่เชื่อเพราะอยู่ในวงการมา 21 ปี เปิ้ลไม่เคยเจอใครที่เป็นพี่น้องกันอยู่ตั้งนาน แล้ววันนึงเขาไปเจออีกคนนึงซึ่งเป็นเจ้าของงานแค่ไม่กี่ชั่วโมง แล้วเรากลายเป็นหมาหัวเน่า เหมือนหมดประโยชน์ แล้วเรากลายเป็นผู้ต้องหา มันมีแบบนี้ในโลกด้วยเหรอคะ มันเกินไปที่จะรับได้ค่ะ

ตอนนี้ออกไปต่างประเทศได้แล้ว?
เปิ้ล : ได้แล้วค่ะ เปิ้ลเพิ่งออกนอกประเทศได้หลังคำสั่งศาลออกค่ะ ล่าสุดทาง สน.คลองตัน เปลี่ยนตำรวจที่จะทำคดีของเปิ้ลด้วยค่ะ

เราจะฟ้องกลับเมื่อไหร่?
เปิ้ล : ตอนนี้ทนายความกำลังดำเนินคดีในศาลอาญาต่อไป เปิ้ลก็จะดำเนินเรื่องถึงที่สุดค่ะ

เห็นว่าเขาโทรมาจะขอให้เรายอมความและจะชดใช้ให้?
เปิ้ล : ก็มีคุยๆ บ้างค่ะ แต่ยังไม่ได้คุยละเอียดอะไรมากค่ะ มันอยู่ที่ดุลยพินิจของศาล เปิ้ลไม่ทราบจริงๆ แต่เปิ้ลเชื่อว่าคนทำผิดก็ต้องได้รับความผิดที่ตัวเองทำค่ะ

กลัวเขาจะแถลงข่าวกลับไหม?
เปิ้ล : คือเปิ้ลว่าคำวินิจฉัยของศาลเป็นที่สิ้นสุดแล้วค่ะ ทุกอย่างที่เปิ้ลพูดเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริงๆ มันเป็นเรื่องที่อยู่ในคำวินิจฉัยของศาล ทุกเรื่องที่เปิ้ลพูดอยู่ในนี้หมดแล้วค่ะ (โชว์เอกสารให้ดู)

เปิ้ล ไอริณ ร่ำไห้ดีใจศาลไม่สั่งฟ้องหลังเพื่อน-ผู้จัดการดาราดังแจ้งความกล่าวหาฉ้อโกงเงินหลังยืดเยื้อนานกว่า 4 ปี โอดสุดช้ำไม่เคยทำอะไรผิดแต่กลายเป็นผู้ต้องหามีแต่คนรังเกียจ เล็งฟ้องกลับคู่กรณีในคดีอาญาเดือนหน้า 16 มิ.ย. 2558 18:32 16 มิ.ย. 2558 19:46 ไทยรัฐ