วันอาทิตย์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

จับยาบ้า อส.จังหวัด คนขับรถรองผู้ว่าฯประจวบคีรีขันธ์ พร้อมอาวุธ

จับยาบ้า อส.จังหวัด คนขับรถรองผู้ว่าฯประจวบคีรีขันธ์ รวมร้อยเม็ด พร้อมอาวุธ งดแถลงข่าว เกรง หน่วยงานราชการเสียหาย

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 16 มิถุนายน 2558 ที่ กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นัดผู้สื่อข่าวเพื่อแถลงข่าวกรณีจับยาบ้า อาสาสมัครจังหวัด ซึ่งเป็นพนักงานขับรถของรองผู้ว่าราชการจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ต่อมามีเจ้าหน้าที่ตำรวจได้มาแจ้งว่า ขอยกเลิกการแถลงข่าว เนื่องจากมีผู้บริหารระดับจังหวัดโทรศัพท์ขอให้งดการแถลงข่าวเพราะจะทำให้หน่วยงานราชการเสียหาย

สืบเนื่องจาก เมื่อวันที่ 15 มิถุนายน 2558 เวลา 14.30 น. พ.ต.ท.พฤหัส สังข์ประเสริฐ รองผกก.(ส) สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ ร.ต.ท.สุทิน ทัดรัตน์ รอง สว.สส. พร้อมด้วยกำลังชุดสืบสวน สภ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ ในฐานะเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส. ร่วมกันจับกุม นายวิรัตน์ หรือตี๋ หรือ เหว่า ด้วงขาว อายุ 45 ปี อยู่บ้านเลขที่ 2/112 หมู่ 3 ตำบลดอนตะโก อ.เมือง จ.ราชบุรี เป็น อาสาสมัครประจำกองร้อยอาสาสมัครรักษาดินแดนจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ทำหน้าที่ คนขับรถให้รองผู้ว่าราชการจังหวัด จากการล่อซื้อยาบ้าจำนวน 3 เม็ดในราคา 600 บาท

จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ตรวจค้นบ้านเลขที่ 123/6 ซอยฝายน้ำล้น หรือ ซอยข้างศูนย์ฝึกสมานมิตรถนนสวนสน หมู่ 2 ต.อ่าวน้อย อ.เมืองประจวบคีรีขันธ์ ซึ่งเป็นบ้านพักของผู้ต้องหา ตรวจพบยาบ้าอีกจำนวน 170 เม็ด อาวุธปืนสั้นซีแซด 1 กระบอกอาวุธปืนสั้นรีวอลเวอร์ขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก เครื่องกระสุน ลูกซองจำนวน 140 นัด เครื่องกระสุน ขนาด .38 จำนวน 55 นัด เครื่องกระสุนขนาด .45 จำนวน 30 นัด เครื่องกระสุน ขนาด 9 มม. จำนวน 70 นัด เครื่องกระสุน ขนาด .380 จำนวน 7 นัด ตรวจสอบเอกสารการมี และใช้ ปรากฏว่าไม่ได้รับอนุญาต เจ้าหน้าที่จับกุมดำเนินคดีตามกฎหมายในข้อหา จำหน่ายและมีไว้ในครอบครองเพื่อจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1 (ยาบ้า) โดยผิดกฎหมายและมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพาอาวุธปืนเข้าไปในเมือง หมู่บ้าน หรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควรหรือจำเป็นเร่งด่วน

ทางด้านแหล่งข่าวรายหนึ่งในชุดจับกุมกล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ และเจ้าหน้าที่ ป.ป.ส.ใช้ความพยายามในการติดตามกลุ่มผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติด แต่ที่ผ่านมาผู้ต้องหาหลายรายมักอ้างว่าเป็นคนของผู้ใหญ่ ซึ่งหลายรายมีหลักฐานมัดตัว แน่นหนา แต่หน่วยงานต้นสังกัดกลับเพิกเฉยทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจผู้ปฏิบัติงานหมดกำลังใจ