วันอังคารที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ผบ.ทบ.ใหม่ "หยิกเล็บก็เจ็บเนื้อ"

โดย สายล่อฟ้า

ปีนี้เป็นอีกปีหนึ่งที่จะต้องมีการเปลี่ยนแปลงกันเป็นจำนวนมากทั้งในราชการและรัฐวิสาหกิจ โดยเฉพาะตำแหน่งในระดับหัวที่ต้องพ้นจากตำแหน่ง เนื่องจากเกษียณอายุราชการหรือครบวาระที่ต้องแต่งตั้งเข้าไปทำหน้าที่แทน

อย่างองค์กรสำคัญไม่ว่าจะเป็นผู้ว่าการ ธปท. ซึ่งอยู่ในขั้นการสรรหามีบุคคลให้เลือกอยู่ 5 ท่าน อีกไม่นานก็จะได้รู้ว่าเก้าอี้ตัวนี้จะเป็นของใคร

หรือที่ ปตท. รัฐวิสาหกิจใหญ่ที่มีเม็ดเงินและผลประโยชน์จำนวนมากที่จะต้องมีการแต่งตั้งผู้บริหารระดับสูงในตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่คนใหม่

2 ตำแหน่งนี้จึงเป็นที่น่าจับตามากที่สุด

แต่ที่ล่าช้าและยังไม่สามารถดำเนินการได้ก็คือผู้ว่าการ ททท. ซึ่งเป็นตำแหน่งสำคัญอีกตำแหน่งหนึ่ง ปรากฏว่าปล่อยให้ยืดเยื้อโดยไม่มีผู้ว่าการมานานแล้วจนต้องตั้งรักษาการแทนจนกว่าจะสรรหาคนใหม่มาแทนที่

ว่ากันว่าตำแหน่งนี้มีการเปิดศึกกำลังภายในกันจนปั่นป่วนมาถึงทุกวันนี้ ทั้งๆที่เป็นงานสำคัญ ซึ่งจะต้องมีผู้บริหารตัวจริงเข้ามาทำงาน

นี่เป็นเพียงตำแหน่งหลักๆเท่านั้น

นอกจากนั้นในแวดวงราชการ ซึ่งปีนี้มีหลายกระทรวงในระดับปลัดกระทรวงที่ต้องเกษียณอายุราชการเพื่อผ่องถ่ายให้คนใหม่รวมถึงในระดับอธิบดีก็มีจำนวนไม่น้อย

ถ้าจะพูดโดยรวมแล้วถือว่าเป็นการผ่องถ่ายตัวบุคคลแบบยกโหลเลยทีเดียว อยู่ที่ว่าการแต่งตั้งโยกย้ายจะได้บุคคลที่มีความรู้
ความสามารถมากน้อยแค่ไหน

จะเป็นไปด้วยความถูกต้อง ยุติธรรม ไม่มีปัญหาเด็กเส้นเด็กฝาก ไม่มีการร้องเรียนว่าไม่โปร่งใสหรือไม่

เป็นเรื่องที่ คสช.จะต้องรับไปเต็มๆ

เหนืออื่นใดหากสามารถเลือกคนดี คนเก่ง มีความซื่อสัตย์สุจริต ทำงานได้ใช้คนเป็นก็จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชน

ที่สำคัญก็คือหาก คสช. ที่คาดว่าจะต้องอยู่ยาวไปโดยปริยายหากได้ข้าราชการที่สามารถทำงานได้ตรงตามเจตนารมณ์ของ คสช. ที่เข้ามาปัดกวาดประเทศก็จะยิ่งเป็นการดี

เช่นกันต้องยอมรับว่าข้าราชการนั้นเหมือน “นกรู้” หากแน่ใจว่า คสช. จะอยู่ต่อไปอีก 2 ปี ก็คงจะต้องปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ได้ ปัญหาการเกียร์ว่างหรือรอรัฐบาลเลือกตั้งก็คงจะลดน้อยลงไปจึงไม่ต้องการไล่บี้กันเหมือนอย่างที่ผ่านมา

แต่ที่เป็นกลไกสำคัญคือหน่วยใหญ่คือทหารและตำรวจ ซึ่งมีนายทหารและนายตำรวจระดับสูงต้องพ้นจากตำแหน่ง จึงเป็นที่จับตากันมากว่าใครจะได้รับโอกาสเข้ามาทำหน้าที่สำคัญ

“ตำรวจ” นั้น พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. ที่จะเกษียณอายุราชการในปีนี้ ใครจะขึ้นมาเป็นแทนจึงน่าสนใจ

แคนดิเดตที่น่าจับตากันก็มี พล.ต.อ.เอก อังสนานนท์ พล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ทั้ง 3 คน ดำรงตำแหน่งรอง ผบ.ตร. แม้ว่ากฎกติกาใหม่จะกำหนดให้ ผบ.ตร.เป็นผู้เสนอ

รายชื่อ แต่เอาเข้าจริงแล้วน่าจะอยู่ที่การตัดสินใจของ คสช.มากกว่า

“ทหาร” นั้นปรากฏว่ามีนายทหารระดับนายพลเกษียณอายุราชการมากถึง 466 นาย ตำแหน่งสำคัญเช่น ผบ.ทหารสูงสุด ผบ.ทบ. และ ผบ.ทร.

แต่ไฮไลต์น่าจะอยู่ตำแหน่ง ผบ.ทบ. แคนดิเดตสำคัญก็คือ พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา น้องชาย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. และ พล.อ.ธีรชัย นาควานิช น้องรัก พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ พี่ใหญ่บูรพาพยัคฆ์

ใครได้เป็น ผบ.ทบ. ก็ไม่ต่างไปจาก “หยิกเล็บก็เจ็บเนื้อ” ทำนองนั้น...

“สายล่อฟ้า”

16 มิ.ย. 2558 10:37 ไทยรัฐ