วันอาทิตย์ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ได้เวลาทบทวนตนเอง?

ร่างรัฐธรรมนูญใหม่ก่อให้เกิดวิวาทะ หนังสือพิมพ์พาดหัวข่าวว่า “ซัดกันนัว” ระหว่างนักการเมืองต่างพันธุ์ ระหว่างนักเลือกตั้งกับนักลากตั้ง สมาชิก สปช.บางคนประกาศว่าจะคว่ำร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อไม่ให้มีการลงประชามติไม่ให้มีการเลือกตั้งโดยเร็ว และถูกนักการเมืองวิจารณ์ว่าเป็นปาหี่ทางการเมือง เพราะเป็นร่างที่ สปช.เขียนเอง กลับจะล้มเสียเอง

วิวาทะเรื่องนี้ร้อนถึงรองโฆษกรัฐบาล พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด ออกมาวิจารณ์ว่า นักการเมืองไม่ว่าจะเป็นขั้วใดพรรคใดมักจะสนใจเฉพาะช่วงเวลาการเลือกตั้งแทบจะไม่เคยได้ยินเรื่องการปฏิรูปประเทศ ช่วงเวลานี้ควรหยุดเล่นการเมือง แต่ควรทำงานอย่างจริงจังเพื่อประเทศชาติ นักการเมืองควรกลับไปทบทวนตัวเอง ถ้ากลับมาอีกจะปฏิรูปอย่างไร?

วาทะที่ค่อนข้างร้อนแรงของรองโฆษกรัฐบาล เป็นการตอกย้ำความเป็น “จำเลยสังคม” ของนักการเมืองอีกครั้ง แม้แต่ผลการสำรวจความเห็นประชาชนของสวนดุสิตโพลครั้งล่าสุด เมื่อถามว่ากรณีการปลอดนักการเมือง ณ วันนี้ ประชาชนคิดอย่างไร? มีกลุ่มตัวอย่างถึงร้อยละ 84.39 ตอบว่าการปลอดนักการเมืองทำให้บ้านเมืองสงบไม่มีการชุมนุมวุ่นวาย

ภาพลักษณ์ของนักการเมืองที่ผ่านมาถูกมองว่าเอาแต่ทะเลาะกัน หลายครั้งถึงท้าตีท้าต่อยไม่มีใครยอมแพ้ใคร ถ้าแพ้เกมการ เมืองในสภาก็นำการเมืองออกไปเล่นตามท้องถนน ปลุกระดมประชาชนให้ร่วมการชุมนุม ยืดเยื้อ ยึดสถานที่สำคัญๆไม่ว่าจะเป็นทำเนียบรัฐบาล หรือศูนย์การค้า หลายครั้งนำไปสู่การนองเลือด และบางครั้งนำไปสู่การโค่นรัฐบาลเลือกตั้ง

นักการเมืองบางคนถูกกล่าวหาว่าไม่ใช่นักประชาธิปไตยที่แท้ ไม่ได้ศรัทธาเลื่อมใสในประชาธิปไตยอย่างจริงใจ แต่อาศัยคราบนักประชาธิปไตย และใช้กลไกประชาธิปไตยคือ “การเลือกตั้ง” เพื่อก้าวเข้าสู่อำนาจ โดยอ้างว่าทำเพื่อประชาชน แต่ถูกจับได้ว่าบริหารประเทศ โดยไม่ได้ยึด หลักประชาธิปไตย มีการแทรกแซงและครอบงำองค์กรตรวจสอบ และถ่วงดุลอำนาจ

นักการเมืองมักอ้างว่าเป็น “คนของประชาชน” เพราะมาจากเลือกตั้ง เป็นนักประชาธิปไตย ถ้าเป็นนักประชาธิปไตยแท้น่าจะรับฟังข้อเสนอแนะของรองโฆษกรัฐบาลที่ขอให้กลับไปทบทวนตัวเอง หากได้กลับมามีอำนาจอีกจะปฏิรูปอะไรเพื่อประเทศชาติบ้างเพื่อกอบกู้ศรัทธาให้แก่สถาบันการเมือง แต่ถ้าคิดว่าไม่ต้องทบทวน ต้องถือว่าเป็นโศกนาฏกรรมของชาติ

มองในแง่ดี วิวาทะทางการเมืองครั้งนี้ น่าจะเป็นโอกาสอันดีที่จะมีการแลกเปลี่ยน ความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมา ระหว่างฝ่ายต่างๆ ในสังคมที่พูดๆกันว่าปฏิรูปๆจะปฏิรูปอย่างไร? ไม่ว่าจะเป็นปัญหาธุรกิจการเมือง การทุจริตคอร์รัปชันที่เป็นมะเร็งร้าย ระบบอุปถัมภ์ในวงราชการที่ยึดหลัก “เพื่อนพ้องน้องพี่” และความเหลื่อมล้ำที่เลวร้ายระดับโลก.

16 มิ.ย. 2558 10:01 ไทยรัฐ