วันศุกร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ย้ายถิ่นไม่สิ้นสุด

...ข่าวคราวผู้อพยพ “โรฮีนจา” ลดความร้อนแรงลงมากนับตั้งแต่เมืองไทยรับเป็นเจ้าภาพหารือระดับนานาชาติไปเมื่อ 29 พ.ค.ได้ข้อสรุปทุกชาติที่เกี่ยวข้องช่วยกันแบ่งเบารับภาระปัญหาบนพื้นฐานความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและเร่งสะสางเรื่องที่ตัวเองต่างต้องรับผิดชอบ รวมถึงจัดการกระบวนการลักลอบพาคนเข้าเมืองผิดกฎหมายและชำระเครือข่ายค้ามนุษย์...

แม้การแก้ปัญหาระยะแรกเปรียบเทียบได้กับ “ใช้ปลาสเตอร์ปิดแผลเอาไว้ก่อน” ก็ยังดีได้ความร่วมมือร่วมใจจากหลายประเทศช่วยกันแบ่งเบาภาระ เพราะกระบวนการแก้ปัญหาผู้อพยพ เป็นเรื่องซับซ้อนละเอียดอ่อน ไม่ใช่ดำเนินการให้สำเร็จลุล่วงได้ง่ายๆ ต้องใช้เวลาอีกนานนำไปสู่การแก้ปัญหาระยะกลางและระยะยาวต่อไป

ตามที่รู้กันว่า สำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอชซีอาร์) เข้าไปช่วยจัดการค่ายผู้อพยพ 2 แห่งในพื้นที่เมืองค็อกซ์ บาซาร์ อยู่ทางภาคตะวันออกเฉียงใต้ของบังกลาเทศใกล้ชายแดนด้านตะวันตกสุดของเมียนมาตั้งแต่ช่วงปี 2534 รองรับดูแลผู้อพยพโรฮีนจาที่ลงทะเบียนเอาไว้ราว 32,000 คน ไม่นับรวมผู้อพยพเคว้งคว้างอีกกว่า 200,000 คน ยังหาหลักแหล่งพักพิงระยะยาวไม่ได้...

ท่าทีความเคลื่อนไหวล่าสุดของ “บังกลาเทศ” ดินแดนส่วนหนึ่งที่เรียกได้ว่าเป็น “ต้นทาง” ของปัญหาผู้อพยพโรฮีนจา เตรียมย้ายค่ายผู้อพยพโรฮีนจาที่เมืองค็อกซ์ บาซาร์ ไปอยู่บนเกาะแห่งหนึ่งทางภาคใต้ของประเทศ

ยังไม่มีถ้อยแถลงหรือเปิดเผยรายละเอียดอย่างเป็นทางการจากรัฐบาลบังกลาเทศ แต่แหล่งข่าวท้องถิ่นอ้างว่ารัฐบาลตระเตรียมเรื่องนี้แล้ว โดยจะใช้พื้นที่เกาะขนาด 10,000 เอเคอร์ หรือราว2.5 หมื่นไร่ รองรับดูแลผู้อพยพที่ลงทะเบียนทั้งหมด

แต่ปัญหาและอุปสรรคมากมายที่เริ่มเกิดขึ้นและกำลังทยอยเกิดขึ้นตามมาอีกมากมาย ได้แก่ ผู้อพยพเต็มใจย้ายถิ่นฐานหรือไม่

เนื่องจากค่ายผู้อพยพแห่งใหม่อยู่ไกลจากชายแดนเมียนมามาก ต้องใช้การเดินทางทางบกและทางน้ำนานถึงราว 9 ชั่วโมง ทั้งอยู่ห่างจากแผ่นดินใหญ่ต้องใช้เรือเร็วเดินทางนานราว 2 ชั่วโมง

ยิ่งไปกว่านั้นคือ พื้นที่เกาะที่ว่าเพิ่งโผล่พ้นผิวน้ำทะเลเมื่อ 8 ปีก่อน ยังเป็นที่ลุ่มต่ำและเต็มไปด้วยป่าโกงกางที่รัฐบาลบังกลาเทศเร่งระดมปลูกหวังป้องกันน้ำทะเลกัดเซาะและบนเกาะยังไม่มีถนนหนทางหรือระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานเพียงพอ

เลวร้ายที่สุดคือ พื้นที่เกาะเมื่อถึงฤดูน้ำหลากและมรสุมช่วงเดือนมิถุนายนถึงกันยายน ทั้งเกาะอาจถูกน้ำท่วมได้สูงถึงระดับ 1 เมตร พื้นที่เสี่ยงโดนพายุไซโคลน ทั้งยังเป็นแหล่งซ่องสุมของเหล่าโจรสลัดในอ่าวเบงกอล

เหตุผลของรัฐบาลบังกลาเทศต้องการย้ายค่ายผู้อพยพโรฮีนจาไปจากเมืองค็อกซ์ บาซาร์ เพราะอยาก “ขอคืนพื้นที่” ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของชาติ เนื่องจากค็อกซ์ บาซาร์ มีชายหาดทรายบริสุทธิ์ผุดผ่องเป็นแนวยาวที่สุดแห่งหนึ่งของโลกระยะทางกว่า 125 กม...

อานุภาพ เงินกระแชง

16 มิ.ย. 2558 09:28