วันพุธที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สปช.ปฏิรูปทิ้งทวน ชงเปิด 'กาสิโน'

‘ประวิตร’สั่งล่ามือโพสต์ปฏิวัติซ้อน

“ประวิตร-อนุพงษ์” ประสานเสียงดับข่าวปล่อยปฏิวัติซ้อน ยัน กองทัพปึ้กไม่แตกแถวล้านเปอร์เซ็นต์ “บิ๊กป้อม” สั่งล่าตัว ไอ้โม่งโพสต์ป่วน ปล่อยฟรี สปช.โหวตรับ-ไม่รับ รธน. “ประยุทธ์” ลั่นขอทำงานหนักลุยปฏิรูป แจงสื่อนอกทำหน้าที่ไม่เกิน 2 ปี “วิษณุ” ปรามพวกปากไวปลุกคว่ำร่างแรก จ่อออกเกณฑ์ดึงอดีต สปช.- บ้านเลขที่ 111-109 ร่วมวงสภาขับเคลื่อนปฏิรูปฯ ด้าน สปช.ถกลับเสียงยังแตก ไร้ข้อสรุปล้มหรือผ่าน เร่งปั่นผลงาน 5 เรื่องด่วน 12 สปช.กลุ่มรักชาติ ทิ้งทวนชงผุดกาสิโนพัทยา ฟอกภาษีบาปมาปลูกป่า-พัฒนาประเทศ “สมยศ” ยกผู้ใหญ่-อดีต ผบ.ตร.แห่เตือน ยิ่งต้องรอบคอบ ส่ง สนง.กำลังพลตรวจยิบถอดยศ “ทักษิณ”

หลังจาก พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหมและ ผบ.ทบ. ออกมาปฏิเสธกระแสข่าวลือการปฏิวัติซ้อน ล่าสุด พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม ออกมายืนยันเช่นเดียวกัน พร้อมทั้งสั่งการให้เจ้าหน้าที่ติดตามตัวคนที่โพสต์ปั่นกระแสข่าวดังกล่าวผ่านโซเชียลมาดำเนินการตามกฎหมาย

“บิ๊กป้อม” ปล่อย สปช.ชี้ชะตา รธน.

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 15 มิ.ย.ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและ รมว.กลาโหม กล่าวว่า กรณีสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) บางคนออกมาแสดงความคิดเห็นจะคว่ำร่างรัฐธรรมนูญนั้น ไม่เป็นไร เขามีสิทธิจะคว่ำหรือไม่คว่ำ ถ้ารัฐธรรมนูญดีเขาคงจะผ่านเอง ถ้ายังไม่ดีก็คงยังไม่ให้ผ่านเท่านั้นเอง ถึงบอกว่าเขามีสิทธิทำทุกอย่างตามที่ตัวเองคิด คิดอย่างไรก็เอาตามนั้น ไม่มีใครชี้นำ

สั่งล่ามือโพสต์ปั่นปฏิวัติซ้อน

พล.อ.ประวิตรยังกล่าวถึงเสียงวิพากษ์วิจารณ์กรณีเซ็นคำสั่งให้นายทหารออกจากราชการเนื่องจากครบเกษียณอายุราชการเร็วกว่าที่ผ่านมาว่า ไม่มี เป็นเรื่องปกติ เป็นงานรูทีน ส่วนการแต่งตั้งโยกย้ายยังไม่ถึงเวลา ประมาณเดือน ส.ค.-ก.ย.ยังมีเวลา เมื่อถามว่ารายชื่อแคนดิเดตขึ้น ผบ.ทบ.ระหว่าง พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา กับ พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผช.ผบ.ทบ. มีใครในใจหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่มี ตอบไปหลายทีแล้ว เมื่อถามถึงกระแสข่าวการปฏิวัติซ้อน พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า ไม่มี ใครจะปฏิวัติ บอกมาสิ ไม่มีทหารคนไหนหรอก เวลานี้มันเงียบสงบดีไม่มีอะไรหรอก ไม่มีเหตุ เขาไม่มีทำอะไรหรอก ยุติได้แล้วเลิกพูดเถอะ คนที่เขียนลงในโซเชียลมีเดียตนกำลังตามอยู่ ให้ตามอยู่ 4-5 สายเอาโซเชียลมาดู เดี๋ยวจับได้จะเอาตัวมา ไม่รู้ว่าเขียนมาทำไม ระวังเถอะจับได้มีเรื่องกันแน่นอน เมื่อถามว่าแสดงว่ายังมีคนยุแยงกองทัพให้แตกกัน พล.อ.ประวิตรกล่าวว่า คนสองคน เวลานี้สถานการณ์ปกติดีทุกอย่าง รัฐบาลก็ทำงานดี ไม่มีอะไร เรียบร้อยดี

ไม่ห่วง สปช.เสียงแตกคว่ำหรือผ่าน

ด้าน พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่สมาชิก สปช.เสียงแตกเรื่องการคว่ำร่างรัฐธรรมนูญว่า ไม่เป็นไร นี่ไม่ใช่การทะเลาะกัน แต่มองต่างมุม ถกเถียงกันเพื่อให้ข้อยุติที่ดีและให้จบ พูดกันให้แจ่มแจ้งอย่ามัวแต่ไปอมพะนำกันอยู่ โดยนำข้อยุตินั้นมาใช้งานได้ ส่วนอายุของรัฐบาลเวลานี้นายกรัฐมนตรียังคงยืนยันตามโรดแม็ป แต่โรดแม็ปเดิมไม่มีประชามติ เมื่อมีประชามติเข้ามาเวลาก็จะยืดออกไปตามขั้นตอนการทำประชามติเท่านั้น ส่วนเรื่องการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ไม่ทราบ แต่รัฐบาลยังสามารถทำงานได้

ทหารปึ้กไม่มี ปว.ล้านเปอร์เซ็นต์

พล.อ.อนุพงษ์กล่าวต่อว่า ส่วนกระแสข่าวการปฏิวัติซ้อนนั้น ไม่มีล้านเปอร์เซ็นต์ เป็นเพียงข่าวปล่อย มาจากทางสื่อมวลชน ห้วงเวลาขณะนี้ไม่ใช่วาระที่จะมาพูดกัน ประเทศไทยไม่ใช่ของเล่น ไม่ใช่ว่าใครอยากทำก็ทำได้ ตนตอบได้เลยว่าเมื่อถึงเวลาที่ทำได้ก็จะรู้เอง นั่นหมายความว่าสถานการณ์ไปไม่ได้ คนเขารู้ ไม่ใช่ว่าอยู่ดีๆใครอยากทำก็ทำ หรือคิดว่าอยากมีก็มี มันไม่ใช่ ที่บอกว่าไม่มีเพราะทหารดีรวมกลุ่มเข้มแข็ง แต่ตราบใดที่คนเห็นว่ารัฐบาลทำงานตอบสนองได้ ไม่โกง ไม่ลุแก่อำนาจ ยังบริหารงานได้ อยู่แค่ช่วงระยะเวลาหนึ่ง เมื่อมีรัฐธรรมนูญเขาก็บอกว่าต้องออก ที่ผ่านมาเรายึดตามโรดแม็ปเดิมมาตลอด คือต้องมีการเลือกตั้งต้นปี 59 แต่เมื่อมีขั้นตอนการทำประชามติเพิ่มเติมเข้ามา นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย เล็งเห็นว่าต้องใช้เวลาเพิ่ม ครม.และ คสช.ไม่ได้เป็นฝ่ายยืดหรือขยายเวลาโรดแม็ปออกไป

“บิ๊กตู่” บ่นขยะล้นใจทำโมโหทุกวัน

เมื่อเวลา 10.30 น. ที่ห้างสรรพสินค้าสยามพารากอน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. เป็นประธานเปิดงานวันสิ่งแวดล้อมโลก ประจำปี 2558 “7 พันล้านฝัน 7 พันล้านใจคิดห่วงใยในผืนโลก” โดยนายกฯได้เป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือการงดใช้ถุงพลาสติก ในวันที่ 15 ของทุกเดือนของภาคธุรกิจเอกชน ห้างร้านต่างๆ ทั้งนี้ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวเปิดงานตอนหนึ่งว่า การดูแลสิ่งแวดล้อมต้องเริ่มจากการใช้ทรัพยากรอย่างประหยัดในครอบครัว ต่อเนื่องไปยังโรงเรียน และสังคมต้องนำพลังงานมาหมุนเวียน หวังว่าการเปิดงานครั้งนี้จะเกิดผลสัมฤทธิ์อย่างต่อเนื่องไม่ใช่เปิดงานแล้วก็จบไป อยากให้ฟังที่ตนพูดบ้างไม่ใช่ดูแต่ป้าแย้มอย่างเดียว พอป้าแย้มจบก็มีข้าบดินทร์ พอตนมาก็เปลี่ยนช่อง ให้ตนไปแสดงละครไหมจะได้ดูตนบ้าง และขอให้ทุกคนทำใจให้สะอาดเหมือนที่ตนพยายามทำทุกวัน แต่ก็มีขยะเข้ามาในใจ หงุดหงิดโมโหทุกวันตอนอ่านหนังสือพิมพ์ แต่ก็จะทำเท่าที่ทำได้ให้ดีที่สุด เพราะรับปากไว้แล้ว

สอนกันแต่เสรีภาพไม่พูดถึงหน้าที่

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า ขอให้เป็นหน้าที่ทุกคนที่ต้องใช้ทรัพยากรด้วยกัน วันนี้เทคโนโลยีรวดเร็ว แต่จิตใจคนตามไม่ทัน ดังนั้นจะทำอย่างไรให้จิตใจพัฒนาการได้เร็วกว่านี้ ต้องรู้เท่าทัน และช่วยกันลดความเหลื่อมล้ำในสังคม การสร้างวินัยให้คนในชาติถือเป็นปัญหาหลักที่บิดเบือนมาตั้งแต่การศึกษาที่สอนแต่เรื่องเสรีภาพ หรืออะไรที่ไร้ขีดจำกัด แต่ไม่เคยพูดถึงหน้าที่ ถ้ารัฐบาลทำตัวดีประชาชนก็ต้องร่วมมือ ถ้ารัฐบาลไม่ดีก็ว่ากันใหม่ วันนี้ต้องดูแลคนจนที่อยู่ในพื้นที่ที่ไม่ถูกต้อง ต้องหาที่อยู่ให้ได้ ตนเสนอให้จัดอพาร์ตเมนต์ใกล้รถไฟฟ้าหรือที่มีระบบขนส่ง โดยให้เช่าหรือซื้อผ่อนราคาไม่เกิน 3 แสนบาท ผ่อนเดือนละ 1,000-2,000 บาทต่อเดือน ที่ผ่านมาไม่มีรัฐบาลไหนทำเพราะกลัวเสียคะแนนเสียง ตนไม่มีคะแนนเสียงขออย่ามาต่อต้าน ทุกวันนี้ตนพูดอยู่คนเดียว โดนอยู่คนเดียว อยากขอให้ทุกคนช่วยกันกำหนดอนาคตประเทศไทยว่าจะให้เป็นแบบที่ตนว่าหรือจะเป็นแบบที่คนอื่นว่า

ขอทำงานหนักลุยปฏิรูป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 15 มิ.ย. กรมประชาสัมพันธ์ได้เผยแพร่ “จดหมายข่าวรัฐบาล เพื่อประชาชน” ฉบับที่ 4 โดย พล.อ.ประยุทธ์ ได้เขียนบทความ “จากใจนายกรัฐมนตรี” ตอนหนึ่งว่า การเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งที่ทำได้ยาก หากไม่มุ่งมั่นพอ เพราะอาจทำให้รู้สึกไม่มั่นคง และกังวลผลที่จะตามมา หลายครั้งการเปลี่ยนแปลงทำไปเพื่อพัฒนาไปสู่สิ่งที่ดีกว่า ปรับปรุงพฤติกรรมเดิมๆที่อาจไม่ถูกต้อง ไม่เหมาะสม ไม่ก้าวหน้าก็สมควรต้องเปลี่ยนแปลง มีหลายอย่างที่ตนอยากเห็นการเปลี่ยนแปลง ส่วนใหญ่อยู่ในค่านิยม 12 ประการ และหวังจะเห็นคนไทยยึดถือปฏิบัติ และไม่ใช่บอกคนอื่นให้เปลี่ยนเท่านั้น ทุกคนควรตั้งมั่นที่จะปรับเปลี่ยนตัวเอง กล้าเผชิญสิ่งใหม่ หากมั่นใจว่าสิ่งนั้นเป็นไปเพื่อส่วนรวม มีสิ่งท้าทายและต้องเปลี่ยนแปลงหลายอย่าง ต้องศึกษาเพื่อการตัดสินใจที่ดีที่สุด ต้องทำงานหนักอีกหลายเท่าตัวเพื่อให้บรรลุภารกิจการปฏิรูปสังคม นำประเทศสู่ความมั่นคง มั่งคั่งที่ยั่งยืน

ย้ำทำหน้าที่ไม่เกิน 2 ปี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 13 มิ.ย. สำนักข่าวอัลจาซีร่าเผยแพร่คำสัมภาษณ์ทางโทรทัศน์ของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่กล่าวเป็นภาษาไทยตอนหนึ่งว่า ไม่ได้คิดว่าตัวเองเหมาะสมที่จะเข้ามาบริหารประเทศ แต่สถานการณ์ก่อนวันที่ 22 พ.ค. ไม่มีใครจะทำได้ นอกจากตนคนเดียว เพราะเป็นสถานการณ์ที่ติดขัดด้วยกฎหมายรัฐธรรมนูญ ความขัดแย้ง ซึ่งรัฐบาลที่แล้วแก้ไขไม่ได้ รวมทั้งงบประมาณเดินต่อไม่ได้ รัฐบาลขณะนั้นไม่มีอำนาจเต็ม มีเพียงกฎอัยการศึกที่ใช้ได้ แต่ตนเป็นผู้ประกาศใช้ได้คนเดียว ยืนยันว่าไม่ได้เป็นศัตรูกับคนเสื้อแดงและเหลือง ซึ่งคิดว่าทำอย่างไรประชาชนถึงจะไม่ขัดแย้งกัน ต้องไม่มีสี ตนทำหน้าที่นี้ไม่เกิน 2 ปีและต่อไปแกนนำทุกฝ่ายต้องเดินหน้าสู่กระบวนการยุติธรรม ถ้าผิดศาลก็ตัดสินว่าผิด ไม่ได้ไปรังแก แม้เหตุที่เกิดขึ้นจะอยู่ในช่วงสถานการณ์การเมือง แต่ใครเอาคนเหล่านี้มาเผาศาลากลาง ใครเอาคนเหล่านี้มาใช้อาวุธ ยิงทหาร ยิงเจ้าหน้าที่ ยิงสถานที่ราชการ เขารับกันหรือไม่ ซึ่งหลักฐานมีอยู่ชัดเจน วันนี้อย่าไปพูดว่า ตนกันฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไว้

“วิษณุ” ตบปาก สปช.ปลุกคว่ำร่าง

ขณะที่นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวถึง กรณี สปช.บางคนออกมาพูดในลักษณะต้องการให้คว่ำร่างรัฐธรรมนูญว่า เป็นเรื่องของ สปช.แต่ละคน แต่สิ่งที่ถูกต้องไม่ควรจะเกิดการรณรงค์ใดๆ ในเวลานี้ว่าให้ผ่านหรือให้คว่ำ เพราะอยู่ระหว่างที่ กมธ.ยกร่างฯกำลังปรับแก้ เมื่อถึงระยะหนึ่งจะรู้ว่าจะมีการปรับแก้หรือไม่ ควรจะอยู่เฉยๆ ในเมื่อยังไม่เห็นหน้าตาจะรณรงค์ไปทำไม ส่วนที่นายวันชัย สอนศิริ โฆษกวิป สปช.ระบุว่าควรจะตัดเสื้อใหม่มากกว่ามาปรับแก้นั้นแล้วแต่เขา อย่าเอาความคิดเขามาถามตน วันหลังช่วยเอาความคิดตนไปถามเขาด้วย และไม่เชื่อว่าความคิดเห็นตรงนี้จะทำให้สมาชิก สปช. 250 คน คิดอย่างนั้นได้ เมื่อถามว่า แสดงว่ารัฐบาลคุมเสียง สปช.ได้ใช่หรือไม่ นายวิษณุตอบว่า คุมไม่ได้ ถ้าคุมได้คงไม่เป็นอย่างนี้

แย้มใครไม่หลังยาวไม่ตกงาน

นายวิษณุกล่าวว่า ส่วนการทำงานของ สปช.ที่เหลือเวลาอีกไม่กี่เดือนต้องส่งงานต่อให้สภาขับเคลื่อนปฏิรูปนั้น การวางกรอบปฏิรูปจะไปคิดอะไรกว้างๆ ไม่ได้แล้ว อะไรเร่งด่วนหรืออะไรที่นายกฯพูดในสภา หรือสิ่งที่รัฐบาลทำอยู่ไปดูด้วย อย่าไปตั้งต้นนับหนึ่งใหม่ และไปปรับปรุงประสิทธิภาพการทำงานให้ดีขึ้น สำหรับการแต่งตั้งสภาขับเคลื่อนปฏิรูปไม่จำเป็นต้องตั้งทีเดียว 200 คน นายกฯทยอยแต่งตั้งทีละชุดก็ได้ คงมีการประกาศหลักเกณฑ์หาตัวคนมาเป็นสภาขับเคลื่อนปฏิรูป โดยส่วนหนึ่งมาจาก สปช.และคนนอกส่วนหนึ่ง รวมถึงสมาชิกบ้านเลขที่ 111 และ 109 ก็มีโอกาส เพราะไม่อย่างนั้นคงไม่ปลดล็อก ที่ไม่ใช่เป็นการปลดล็อกเพื่อตั้งนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ สมาชิก คสช.มาแทน ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกฯอย่างที่สื่อยุแยง สปช.ที่จะมาเป็นสภาขับเคลื่อนปฏิรูปได้จะมองการปฏิบัติหน้าที่ที่ผ่านมาด้วย เข้าประชุมต่อเนื่อง ทำหน้าที่ได้ดี เสนอความคิดเห็นสร้างสรรค์หรือไม่ และหลังมีสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปก็จะตั้งวิปร่วมทำงานกับรัฐบาล เพื่อเกิดความชัดเจนในแนวทางปฏิรูป

อุบไต๋มีแผนรับมือถ้าถึงทางตัน

เมื่อถามว่า นายพิชัย รัตตกุล อดีตหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่าหาก สปช.คว่ำร่างรัฐธรรมนูญ ไม่ควรตั้งกรรมการร่างรัฐธรรมนูญให้ยุ่งยาก ควรเลือกรัฐธรรมนูญฉบับใดฉบับหนึ่งมาปรับแก้ นายวิษณุ กล่าวว่า พร้อมรับฟัง อะไรที่เป็นประโยชน์จะหยิบมาใช้ แต่ยืนยันสิ่งที่รัฐบาลทำอยู่ไม่ได้วกวน แต่ทำข้อกฎหมาย ต้องมีขั้นตอน ต้องคิดเผื่อไว้หลายสถานการณ์ ถ้าระหว่างทางหากสปช.ไม่ให้ผ่าน ประชามติไม่ผ่าน หรือแม้แต่ กมธ.ยกร่างฯน้อยใจคิดลาออกจะทำอย่างไร ต้องใส่หมดทุกทาง ต้องเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวแก้ไขเพิ่มเติม เผื่อไว้ 10 สถานการณ์ แต่คงไม่เกิดพร้อมกันทั้งหมด เมื่อถามว่า หากทุกอย่างไม่ลงล็อกตามแผนที่วางไว้ มีทางออกอย่างอื่นด้วยหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า มีแต่ยังไม่ถึงเวลาที่จะบอก รอให้เกิดปัญหาก่อน ถ้าบอกไปก่อนเขารู้ไต๋หมด มีสารพัดวิธี อย่างถ้าห่วงว่าการทำประชามติจะถูกขัดขวาง ก็อย่าลืมว่ารัฐบาลยังมีอำนาจตามมาตรา 44 อยู่

สปช.ถกลับเร่งงานโค้งสุดท้าย

เมื่อเวลา 09.00 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) มีนายเทียนฉาย กีระนันทน์ ประธาน สปช. ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อหารือวาระพิเศษนอกรอบ พิจารณาแนวทางการทำงานของ สปช.ตามโรดแม็ปที่เหลือเวลาการทำงานอีก 2 เดือนกว่า ภายหลังจาก ครม. และ คสช. มีมติแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว 57 โดยเป็นการประชุมลับภายในเฉพาะสมาชิก สปช.เท่านั้น ไม่ให้เจ้าหน้าที่เข้าร่วมและไม่ถ่ายทอดสดผ่านสถานีโทรทัศน์ และวิทยุของรัฐสภา รวมทั้งไม่มีการถ่ายทอดผ่านระบบวงจรปิดให้สื่อมวลชนติดตามผล

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเทียนฉายชี้แจงเหตุผลการเรียกประชุม สปช.นัดพิเศษว่า เนื่องจาก ครม. และ คสช.แก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราวปี 57 ให้ สปช.ยุติการปฏิบัติหน้าที่ไม่ว่าจะลงมติรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ทำให้ สปช.มีเวลาทำงานเหลือแค่ 2 เดือน จึงต้องวางกรอบการทำงานให้ชัดเจน จากนั้นสมาชิก สปช.ได้อภิปรายกันอย่างกว้างขวาง เน้นเรื่องการทำงานในช่วงเวลาที่เหลืออยู่ โดยที่ประชุมเป็นห่วงการยกร่างกฎหมายปฏิรูปประมาณ 30 ฉบับว่าอาจเสร็จไม่ทันก่อนที่ สปช.จะถูกยุบ คาดว่าจะพิจารณาเสร็จแค่ 50% หรือ 15-20 ฉบับ ส่วนที่เหลือต้องให้รัฐบาล สนช.และสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศดำเนินการต่อ

เสียงแตกลงมติผ่านร่าง รธน.

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากนี้ ที่ประชุมได้พูดคุยถึงการลงมติรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ โดยนายวันชัย สอนศิริ สปช.อภิปรายโน้มน้าวให้ สปช.ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ โดยบ้านเมืองยังไม่เรียบร้อย ไม่ควรเสี่ยงปล่อยให้รัฐธรรมนูญไปทำประชามติ ซึ่งคาดว่าประชาชนโหวตคว่ำแน่นอน จะเสียงบประมาณ 3,000 ล้านบาท ขณะที่นายนิรันดร์ พันทรกิจ กมธ.ปฏิรูปการเมือง อภิปรายตำหนิสมาชิก สปช.บางคนไปแสดงความเห็นภายนอกว่า สปช.ต้องการคว่ำร่างรัฐธรรมนูญ รวมถึงบางคนที่ไปแถลงข่าว ว่าสาเหตุที่ ครม.แก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราวเพื่อให้ สปช.ยุติบทบาท เพราะ สปช.ชอบดราม่าไม่ทำงาน ยิ่งตอกย้ำให้ภาพลักษณ์ของ สปช.เสียหายมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม สปช.ยังมีความเห็นแตกต่างเป็น 2 ทางคือ 1.กลุ่มที่เห็นว่าร่างรัฐธรรมนูญจะผ่านความเห็นชอบจาก สปช. เพราะเชื่อว่า กมธ.ยกร่างฯจะแก้ไขรัฐธรรมนูญหลายประเด็นตามที่กลุ่มเสนอแปรญัตติทั้ง 9 กลุ่มท้วงติงมา เพราะอยากจะทำงานต่อในการยกร่างกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญและกฎหมายลูก จึงพร้อมแก้ไขรัฐธรรมนูญในหลายประเด็น 2.กลุ่มที่เห็นว่าร่างรัฐธรรมนูญจะไม่ผ่านความเห็นชอบจาก สปช. เนื่องจากเห็นว่ามีข้อบกพร่องหลายอย่าง แม้จะแก้ไขอย่างไรก็ยังมีตำหนิอยู่ ไม่เป็นที่พอใจ จึงอยากให้ สปช.คว่ำร่างรัฐธรรมนูญแล้วยกร่างฯใหม่ อย่างไรก็ตาม สุดท้ายแล้วสมาชิก สปช.เห็นว่า ขณะนี้ยังเร็วเกินไปที่จะตัดสินใจเรื่องการลงมติ จะขอรอดูเนื้อหารัฐธรรมนูญร่างสุดท้ายของ กมธ.ยกร่างฯว่ามีการปรับปรุงแก้ไขมากน้อยเพียงใด ก่อนจะตัดสินใจอีกครั้ง

ขีดเส้นปฏิรูปด่วน 5 เรื่อง

ต่อมาเวลา 13.45 น. นายวันชัย สอนศิริ โฆษกคณะ กมธ.วิสามัญกิจการสภาปฏิรูปแห่งชาติ (วิป สปช.) แถลงว่า ในที่ประชุมมี สปช.ขออภิปรายจำนวนมาก จึงพูดคุยไม่จบในวันเดียว จึงนัดประชุมอีกครั้งในวันที่ 24 มิ.ย. ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ ประเด็นสำคัญที่พูดคุยกันคือ การวางแนวทางทำงานของ สปช.ช่วง 2 เดือนหลังจากนี้ โดยให้คณะ กมธ.ปฏิรูปของ สปช.ทั้ง 18 ด้านส่งแผนงานปฏิรูปภายในวันที่ 30 มิ.ย. เพื่อให้ที่ประชุม สปช.พิจารณาให้เสร็จภายในสิ้นเดือน ก.ค. ขอให้ สปช.เดินหน้าทำงานจนถึงวินาทีสุดท้าย โดยกำหนดประเด็นปฏิรูปเร่งด่วน 5 เรื่องต้องเป็นรูปธรรมชัดเจน ได้แก่ 1.การปราบปรามการทุจริต 2.การเลือกตั้งที่สุจริต 3. การปกครองส่วนท้องถิ่นและการบริหารราชการแผ่นดิน 4.การปฏิรูปตำรวจ 5.การลดความเหลื่อมล้ำและสร้างความเป็นธรรมในสังคม ส่วนการลงมติรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญขอให้พิจารณาด้วยความรอบคอบ ส่วนการตั้งคำถามของ สปช.เรื่องการทำประชามติ สปช.จะหารืออีกครั้งหลังเห็นรัฐธรรมนูญร่างสุดท้ายก่อนการลงมติ

กมธ.ยกร่างฯเคาะที่มา ส.ว. 16 มิ.ย.

เมื่อเวลา 14.15 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ มีนายมานิจ สุขสมจิตร รองประธาน กมธ.ยกร่างฯคนที่ 2 ทำหน้าที่ประธานการประชุม เพื่อหาข้อสรุปการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญในส่วนที่เกี่ยวกับการคลัง และการงบประมาณ โดยเฉพาะการกำหนดคำนิยาม “เงินแผ่นดิน” ไว้ในร่างรัฐธรรมนูญ โดยที่ประชุมได้อภิปรายกันอย่างกว้างขวาง ว่า ควรบัญญัติเรื่องดังกล่าวไว้ในร่างรัฐธรรมนูญหรือนำไปไว้ในกฎหมายลูก แต่ยังไม่ได้สรุป แต่จะนำความเห็นที่สมาชิกเสนอมา ไปประกอบการพิจารณาในช่วงที่มีการพิจารณาเป็นรายมาตรา ทั้งนี้ การประชุม กมธ.ยกร่างฯในวันที่ 16 มิ.ย. จะเริ่มประชุมเวลา 09.30 น. เพื่อพิจารณาประเด็นสมาชิกวุฒิสภา (ส.ว.) โดยเฉพาะระบบการได้มาและอำนาจ หน้าที่ของ ส.ว.ในการพิจารณาเสนอกฎหมาย การให้ความเห็นการตั้งรัฐมนตรี และการถอดถอนบุคคลออกจากตำแหน่ง

แฉลีลาต่อรองนั่งสภาขับเคลื่อน

นายอุเทน ชาติภิญโญ หัวหน้าพรรคคนไทย กล่าวถึงกรณีที่ คสช. และ ครม.เสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราว ให้ สปช.ยุติการปฏิบัติหน้าที่หลังการลงมติรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ และตั้งสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปมาทำหน้าที่แทนว่า สะท้อนให้เห็นถึงความล้มเหลวในการทำงานของ สปช. รวมถึงวิธีการคัดเลือกบุคคลเข้ามาทำงาน ใช้พวกคนหน้าเดิมๆ ที่มีส่วนสร้างปัญหาให้ประเทศ อยากให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ปรับเปลี่ยนแนวคิดการเลือกใช้คน การปฏิรูปต้องเน้นคุณภาพคนที่คิดเป็นทำได้และคิดได้ทำเป็น ไม่ใช่ดีแต่สร้างภาพโดยใช้วาทกรรมไปวันๆ อย่างที่เป็นอยู่ หรือใช้เฉพาะโครงสร้าง คสช.ขับเคลื่อน กำหนดแนวทางปฏิรูปก็ได้ ส่วนกรณี สปช.บางส่วนพยายามลงมติคว่ำร่างรัฐธรรมนูญ อยากให้ดูเนื้อหาร่างสุดท้ายก่อน ไม่ใช่ยังไม่เห็นก็ปล่อยข่าวจะคว่ำ เหมือนต้องการแสดงพลังต่อรองให้ได้เข้าร่วมสภาขับเคลื่อนฯ หรือมีตำแหน่งหน้าที่ต่อในยุค คสช.

กกต.นัดถกเตรียมพร้อมประชามติ

นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการ กกต.เปิดเผยว่า วันที่ 16 มิ.ย. กกต.จะประชุมเตรียมความพร้อมการจัดทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ทั้งการออกระเบียบและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง การบริหารจัดการด้านธุรการ การจัดหาโรงพิมพ์บัตรลงคะแนนและกระดาษ การรณรงค์การทำประชามติ เป็นต้น ส่วนกรณีที่นางสดศรี สัตยธรรม อดีต กกต.ด้านกิจการพรรคการเมืองและการออกเสียงประชามติห่วงใย กกต.ว่าอาจถูกโดนร้องเรียนได้หากรับหน้าที่ออกระเบียบการทำประชามตินั้น ท่านเป็นห่วงตั้งแต่การทำจัดทำประชามติเมื่อปี 2550 แล้ว คงนำไปหารือกันในที่ประชุม กกต.ด้วย ยืนยันว่า กกต.จะพิจารณาด้วยความรอบคอบ

สปช.กลุ่มรักชาติชงตั้งกาสิโนพัทยา

อีกเรื่อง เมื่อเวลา 13.30 น. ที่รัฐสภา กลุ่มรักชาติ ที่มีสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) 12 คน นำโดย พ.ต.อาณันย์ วัชโรทัย นายเกรียงไกร ภูมิเหล่าแจ้ง นายดำรงค์ พิเดช และนายบุญเลิศ คชายุทธเดช สมาชิก สปช. ร่วมแถลงข่าวเตรียมเสนอให้มีการตั้งบ่อนกาสิโนในประเทศไทย โดย พ.ต.อาณันย์ กล่าวว่า ที่ผ่านมาทุกรัฐบาลพยายามให้มีกาสิโนในประเทศอย่างถูกกฎหมาย เพราะกรุงเทพฯมีชาว ต่างชาติเข้ามาท่องเที่ยวจำนวนมาก จึงมองในมิติทางเศรษฐกิจเป็นการสร้างรายได้ จะช่วยให้เงินไม่ไหลออกนอกประเทศ ส่วนหนึ่งของรายได้นำเข้ารัฐเพื่อใช้พัฒนาประเทศด้านต่างๆ ได้ อีกทั้งปัจจุบันรอบบ้านเรามีกาสิโนประมาณ 22 แห่ง แต่ละแห่งมีคนเล่นพนัน 700-1,000 คน เฉลี่ยคนละ 50,000 บาท ในอีก 3-4 ปีข้างหน้า ตามชายแดนจะเป็นลาสเวกัสนักพนันกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ เป็นคนไทย ทั้งนี้ จะเสนอเรื่องนี้ต่อประธาน สปช. การตัดสินใจสุดท้ายขึ้นอยู่กับคณะรัฐมนตรี (ครม.) และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พื้นที่เหมาะสมน่าจะเป็นเมืองพัทยา

“เกรียงไกร” หนุนฟอกภาษีบาป

ด้านนายเกรียงไกรกล่าวว่า คนไทยส่วนใหญ่รู้จักการพนัน ทั้งตีไก่ ชกมวย หลายคนออกไปเล่นในต่างประเทศ การเปิดกาสิโนไม่ใช่เรื่องเสียหาย แต่เป็นเรื่องดีในการจัดเก็บรายได้เข้ารัฐ เราต้องดึงภาษีบาปมาเป็นภาษีบุญช่วยเหลือคนจน พัฒนาประเทศด้านต่างๆ เรื่องดังกล่าวจึงเป็นอุดมการณ์ในการขับเคลื่อนสิ่งที่เป็นประโยชน์ ทั้งนี้ เน้นให้คนต่างชาติเข้ามาเล่นมากกว่าคนไทย ซึ่งในส่วนของคนไทยต้องมีการแสดงสเตตเมนต์ก่อน หลังจากนี้อาจมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาศึกษาผลดี ผลเสียของการตั้งกาสิโน และผลักดันให้มีกาสิโนต่อไป

“ดำรงค์” โอ่ดึงเงินเทามาปลูกป่า

นายดำรงค์กล่าวว่า ปัญหาการตัดไม้ทำลายป่าในปัจจุบัน ส่งผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมอย่างที่เป็นอยู่ แม้รัฐบาลจะมีนโยบายทวงคืนผืนป่า เข้าตัดต้นยางพาราที่นายทุนบุกรุกพื้นที่ป่าต้นน้ำแล้ว แต่ก็ยังต้องใช้เวลาและงบประมาณปลูกป่า เงินที่ต้องใช้ในการปลูกป่าคืนธรรมชาติและรักษาทรัพยากรป่าไม้ปีละ 3,000 ล้านบาท ไม่เพียงพอ ยิ่งรัฐบาลประสบปัญหาการหาเงินมาพัฒนาประเทศ พวกตนจึงเห็นควรว่าต้องทำเงินนอกระบบให้ถูกต้อง ดังนั้น การทำบ่อนกาสิโนเน้นให้นักท่องเที่ยวต่างชาติที่มาเที่ยวในไทยใช้บริการเป็นทางหนึ่งที่จะสร้างรายได้รัฐเพื่อนำมาพัฒนาประเทศ เพราะเพื่อนบ้านรอบประ– เทศไทยต่างตั้งบ่อนกาสิโนกันหมดแล้ว

“สมยศ” ยกผู้ใหญ่เตือนยิ่งรอบคอบ

พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. กล่าวถึงการดำเนินการถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีว่า การถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณเป็นเรื่องละเอียดอ่อน หลายฝ่ายจับตาต้องการจะรู้ว่าผลจะออกมาอย่างไร จึงต้องพิจารณาอย่างละเอียดให้รอบคอบ จะไม่ใช้อารมณ์ความรู้สึกส่วนตัว หรือแรงกดดันของกระแสใดๆ มาใช้ในการพิจารณา ช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาหลังมีเรื่องนี้ปรากฏ ต้องขอขอบคุณท่านผู้ใหญ่หลายท่าน เช่น นายพิเชษฐ พันธุ์–วิชาติกุล อดีต รมช.คลัง ที่เขียนเรื่องเกี่ยวกับการถอดยศลงในเฟซบุ๊ก พล.ต.อ.วิรุฬห์ ฟื้นแสน อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อพรรคเพื่อไทย ที่ทำบันทึกเปิดผนึกถึงตน แสดงความคิดเห็นในข้อกฎหมาย ตลอดจนอดีตผบ.ตร.หลายๆท่าน ที่โทรศัพท์มาให้คำแนะนำ เป็นเหตุให้ต้องใช้ความรอบคอบยิ่งขึ้นกว่าที่เคยคาดคิด

ส่งตรวจอีกไม่รีบร้อนตามแรงกดดัน

พล.ต.อ.สมยศกล่าวอีกว่า ขณะนี้เรื่องดังกล่าวได้ผ่านการพิจารณาของคณะกรรมการชุดที่ พล.ต.อ.ชัยยะ ศิริอำพันธ์กุล ที่ปรึกษา (สบ 10) เป็นประธาน และเรื่องมาถึงมือตนเรียบร้อยแล้วเป็นขั้นตอนที่ต้องพิจารณาดำเนินการ เบื้องต้นได้มอบให้สำนักงานกำลังพลไปประมวล ตรวจสอบประเด็นที่คณะกรรมการพิจารณาขึ้นมา เพื่อให้เป็นไปตามขั้นตอนของระเบียบข้อบังคับให้ถูกต้อง จากนั้นสำนักงานกำลังพลจะประมวลเรื่องส่งให้ตนอีกครั้ง เพื่อพิจารณาความเห็น ซึ่งระเบียบไม่ได้บอกว่าต้องใช้ระยะเวลานานเท่าไหร่ แต่ต้องรอบคอบ คงไม่รีบร้อนดำเนินการใดๆ ตามแรงกดดัน

“โอ๊ค” โต้ตัดต่อภาพ “ทักษิณ”

วันเดียวกัน นายพานทองแท้ ชินวัตร บุตรชายพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กตอบโต้กระแสข่าวบนโลกโซเชียลที่โจมตี พ.ต.ท.ทักษิณ หลังจากนายพานทองแท้โพสต์รูปและข้อความ พ.ต.ท.ทักษิณไปร่วมประชุมเรื่อง Bio Medicine ตามคำเชิญของ Imperial College ที่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ก่อนหน้านี้ โดยนายพานทองแท้ระบุว่า “สลิ่มดิ้นกันพราดๆ จะเป็นจะตายให้ได้ครับ บ้างก็หาว่าเป็นภาพตัดต่อบ้าง คุณพ่อผมเข้าประเทศอังกฤษไม่ได้บ้าง นอนป่วยอยู่เลยอยากจะกลบข่าวบ้าง คุณพ่อเป็นข่าวตามสื่อต่างๆต่อเนื่อง เพราะพวกฝ่ายตรงข้ามที่ชอบกระพือข่าว ขยายประเด็นหาจุดสนใจให้คนติดตาม ขาประจำคนหนึ่ง สมาชิก สนช. ที่ชื่อสมชาย แสวงการ ไม่กี่วันที่แล้วก็เขียนเฟซบุ๊กว่าคุณพ่อผมกลัวข้อหาก่อการร้าย วันนี้ก็เขียนว่าตัดต่อรูปอีก โปรโมตต่อไปเยอะๆครับ ต่อไปนี้พ่อผมไปบรรยายที่ไหน ไปประชุมสัมมนากับองค์กรใด รัฐบาลประเทศไหนเชิญไปให้คำปรึกษา ผมจะจัดมาให้เป็นคลิป เอามาแชร์กันให้สนุกกันไปเลย”

ขณะเดียวกัน นายพานทองแท้ยังได้โพสต์ภาพของ พ.ต.ท.ทักษิณ รวมทั้งลิงก์อินสตาแกรมของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร น้องสาว ไว้ด้วย โดยเป็นคลิปที่ พ.ต.ท.ทักษิณกำลังกินพิซซ่าอยู่ที่ห้างแฮร์รอดส์ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ

“บิ๊กเต่า” ปัดเกาเหลาปลัดแรงงาน

ที่กระทรวงแรงงาน พล.อ.สุรศักดิ์ กาญจนรัตน์ รมว.แรงงาน กล่าวถึงกระแสข่าวความขัดแย้งกับนายนคร ศิลปอาชา ปลัดกระทรวงแรงงาน จนไม่ยอมลงนามรับทราบหนังสือคำสั่งแต่งตั้งนายสุทธิ สุโกศล แรงงานจังหวัดขอนแก่น และนางเพชรรัตน์ สินอวย ผอ.สำนักนโยบายและยุทธศาสตร์ สำนักงานปลัดกระทรวงแรงงาน เป็นผู้ช่วยปลัดกระทรวงแรงงานว่า เพิ่งกลับจากเดินทางไปประชุมองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ไอแอลโอ) ที่นครเจนีวา สมาพันธรัฐสวิส เห็นข่าวนี้แล้วรู้สึกเซ็ง ปลัดกระทรวงก็ไปด้วยกัน ยังงงว่ามีข่าวซดเกาเหลาได้อย่างไร การประชุม ครม.ครั้งก่อนก็มีข่าวจะย้ายปลัดกระทรวงแรงงานพ่วงด้วย ทั้งที่ไม่เคยคิดจะย้ายใคร การจะย้ายต้องส่งชื่อให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและรมว.กลาโหม แต่ไม่เคยเสนอชื่อ ตั้งแต่เข้ามาเป็น รมว.แรงงาน ตั้งหน้าตั้งตาทำงานอย่างเดียว ที่ยังไม่ลงนามรับทราบคำสั่งแต่งตั้ง 2 ผู้ช่วยปลัดกระทรวง ตามที่ปลัดกระทรวงเสนอมาไม่ได้ดึงเวลา เพียงแต่ขอดูคะแนนก่อน ไม่ใช่ว่าส่งอะไรให้มาแล้วก็เซ็นไปตามนั้น

“อนุพงษ์” ยังไม่รู้ตั้งใครนั่งปลัด มท.

ที่ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงการแต่งตั้งปลัดกระทรวงมหาดไทย แทนนายวิบูลย์ สงวนพงศ์ ปลัดกระทรวงมหาดไทยที่จะเกษียณอายุราชการ โดยมีรายชื่อนายกฤษฎา บุญราช อธิบดีกรมการปกครอง และนายภาณุ อุทัยรัตน์ เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ และอดีตรองปลัดกระทรวงมหาดไทยเป็นแคนดิเดต ว่า ด้วยสัตย์จริงตนยังไม่รู้เรื่อง ต้องดูทั้งหมดว่าจะเป็นใคร ส่วนคุณสมบัติจะต้องดีและเก่ง

“พระสุเทพ” ให้การเพิ่มคดีโรงพัก

เมื่อเวลา 08.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จ.นนทบุรี พระสุเทพ ปภากโร หรือนายสุเทพ เทือกสุบรรณ อดีตรองนายกรัฐมนตรีเดินทางเข้าชี้แจงแก้ข้อกล่าวหาเพิ่มเติมกรณีการทุจริตโครงการก่อสร้างอาคารที่ทำการสถานีตำรวจ (ทดแทน) 396 แห่งต่อคณะอนุกรรมการไต่สวน ป.ป.ช. ภายหลังการให้ข้อมูลกว่า 3 ชั่วโมง พระสุเทพกล่าวว่า ได้นำข้อมูลกรณีสร้างโรงพักทดแทนมาให้คณะอนุกรรมการไต่สวน พร้อมชี้แจงด้วยวาจาต่อโดยยืนยันว่าปฏิบัติหน้าที่ด้วยความถูกต้องตามมติ ครม.และกฎหมาย ส่วนการก่อสร้างไม่เสร็จเป็นการบริหารสัญญาของสตช.กับผู้รับเหมา คิดว่ามาให้ข้อมูลครั้งที่ 2 ครบถ้วนแล้ว คงไม่ต้องมาให้ข้อมูลอีก แต่หากคณะอนุกรรมการไต่สวนฯต้องการข้อมูลเพิ่มก็เรียกมาได้

7 นศ.ดาวดินเลื่อนรายงานตัว

เวลา 13.30 น. พล.ต.ต.จิตรจรูญ ศรีวนิชย์ ผบก.ภ.จ.ขอนแก่น กล่าวหลังการประชุมพนักงานสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่น กรณีกลุ่มนักศึกษาคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น ในชื่อ “กลุ่มดาวดิน” ขอเลื่อนการเข้ารายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ หลังครบกำหนด 7 วันว่า ทนายความและนายประกันของกลุ่มดาวดินทั้ง 7 คน เข้าพบพนักงานสอบสวน ขอเอกสารการเลื่อนรายงานตัวฐานความผิดฝ่าฝืนคำสั่ง คสช.ที่ 3/2558 ออกไปอีก 4 วัน เพราะนำพยานมาให้พนักงานสอบสวนสอบปากคำเพิ่มเติม พนักงานสอบสวนเจ้าของคดีพิจารณาให้เลื่อนไปจนถึงวันที่ 19 มิ.ย. โดยห้ามนำพยานมาให้ปากคำวันที่ 19 มิ.ย.อย่างเด็ดขาด เพราะพยานทั้ง 5 คนที่อ้างมาจะทำให้การสอบสวนล่าช้า ทั้งนี้สำนวนสอบสวนคดีนี้เสร็จสิ้นแล้ว เตรียมนำตัวส่งอัยการศาลทหาร มทบ.23 ค่ายศรีพัชรินทร์ วันที่ 19 มิ.ย.หากครบ 15 วันของการรายงานตัวแล้วทั้ง 7 คน ไม่เข้ารายงานตัวจะอายัดเงินประกันคนละ 7,500 บาท พร้อมออกหมายเรียกและส่งเรื่องให้อัยการทหารและศาลทหาร มทบ.23 ดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายต่อไปทันที

หลังจาก พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหมและ ผบ.ทบ. ออกมาปฏิเสธกระแสข่าวลือการปฏิวัติซ้อน ล่าสุด พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม ออกมายืนยันเช่นเดียวกัน พร้อมทั้งสั่งการให้เจ้าหน้าที่ติดตามตัวคนที่โพสต์ 16 มิ.ย. 2558 08:03 16 มิ.ย. 2558 08:05 ไทยรัฐ


advertisement