วันอาทิตย์ที่ 16 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ผบ.ตร.นำ ชุดสืบยูฟัน ไปมาเลย์

ผบ.ตร.นำ ชุดสืบยูฟัน ไปมาเลย์

  • Share:

กลางเดือน ก.ค. อินโดฯขอแจม หมายจับเพิ่ม2

ชุดคลี่คลายคดียูฟันฯ ออกหมาย จับเพิ่มอีก 2 ราย เป็นแม่ข่ายอันดับ 2 รับหน้าที่พิธีกรบรรยาย ชักชวนให้มาร่วมธุรกิจ อีกรายเป็นเว็บมาสเตอร์รับจ้างจัดทำเว็บให้ ขณะที่ทางการอินโดนีเซียหวั่นพลเรือนตัวเองตกเป็นเหยื่อ จับมือตำรวจไทยร่วมสืบสวนเต็มที่ หลังพบเครือข่ายยูฟันฯ หลบหนีกบดาน แอบเปิดตลาดลงหุ้นแห่งใหม่ ขณะที่กลางเดือน ก.ค.นี้ ผบ.ตร.จะนำหมายจับ พร้อมทีมสืบสวนยูฟันฯเข้าหารือกับ ผบ.ตร.มาเลเซีย เพื่อช่วยติดตามจับกุมผู้ต้องหาที่หลบหนีอยู่

ชุดคลี่คลายคดียูฟันฯ เปิดหมายจับผู้ต้องหาเพิ่มอีก 2 ราย ทั้งเปิดเว็บไซต์และเป็นพิธีกรจัดอบรมครั้งนี้ เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 15 มิ.ย. ที่ศูนย์ปฏิบัติการสืบสวนและช่วยเหลือเหยื่อในคดีฉ้อโกงประชาชน (ยูฟัน) บก.ปคบ. ชั้น 4 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษาฯ ถนนแจ้งวัฒนะ กทม. พล.ต.ท.สุวิระ ทรงเมตตา ผู้ช่วย ผบ.ตร. พ.ต.อ.อังกูร คล้ายคลึง รอง ผบก.ปคบ. พ.ต.อ.นราเดช กลมทุกสิ่ง รอง ผบก.ภ.จ.ฉะเชิงเทรา พ.ต.ท.ปองพล เอี่ยมวิจารณ์ รอง ผกก.ฝ่ายกิจการการฝึกอบรม วตร.บช.ศ.ชรก.สนง.ผู้ช่วย ผบ.ตร. ประชุมกับ พ.ต.อ.ปรีโย วาเซโซ อุปทูตฝ่ายตำรวจ สถานทูตอินโดนีเซีย ประจำประเทศไทย เพื่อหารือวางแนวทางการสืบสวนร่วมกัน ในการติดตามตัวผู้ต้องหาที่หลบหนีอยู่ รวมทั้งติดตามทรัพย์สินของผู้ที่ถูกออกหมายจับจากการฉ้อโกงที่ลงทุนธุรกิจในประเทศอินโดนีเซีย ในการฟอกเงินกลับคืนให้กับผู้เสียหาย จากนั้นได้แถลงข่าวร่วมกัน เปิดเผยบุคคลที่ถูกออกหมายจับในคดียูฟันฯ รายที่ 44-45 คือ นายธีร์รัฐ ประทีประตโนภาส อายุ 41 ปี ตามหมายจับศาลอาญา เลขที่ 1040/2558 ลงวันที่ 23 พ.ค.58 และ น.ส.รัตนรัตน์ หรือเก่ง ประเสริฐศรี อายุ 40 ปี ตามหมายจับศาลอาญา เลขที่ 786/2558 ลงวันที่ 25 เม.ย.58 ในข้อหาร่วมกันกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน และจะเร่งติดตามตัวมาดำเนินคดีต่อไป

พล.ต.ท.สุวิระกล่าวว่า ตามโครงสร้างกลุ่ม บ.ยูฟันฯ มีนายธีร์รัฐเป็นบุคคลสำคัญมีตำแหน่งระดับผู้จัดการทั่วไป และเป็นผู้ว่าจ้างทำเว็บไซต์ระบบเว็บไซต์ของ บ.ยูฟันฯ ให้เป็นพื้นที่ประชาสัมพันธ์เผยแพร่กิจกรรมชักชวนหลอกลวงผู้เสียหาย ใช้ชื่อเว็บไซต์ www.ufunstorethailand.com และ www.ufunfoundation.org มีการว่าจ้างนายวันฉัตร สุดเเก้ว เว็บมาสเตอร์บริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง เป็นผู้จดทะเบียนเปิดเว็บไซต์ดังกล่าว และซัดทอดว่ามีนายธีร์รัฐเป็นผู้ว่าจ้างและยังมีบริษัทรับผลิตรายการสื่อมีเดีย ออแกไนซ์ทุกพิธีการ และเป็นพิธีกรรายการทีวี คนจัดรายการวิทยุ รับจัดงานอบรมให้กับ บ.ยูฟันฯ โดยนายธีร์รัฐได้ค่าจ้างจากการทำงานให้กับบริษัทยูฟันฯจำนวน 5 ล้านบาท ตำรวจจึงออกหมายจับ นอกจากนี้ได้ตรวจสอบพบว่านายธีร์รัฐยังมีหมายจับอื่นในลักษณะการใช้เอกสารปลอม แต่นายธีร์รัฐไหวตัวทันหลบหนีไปก่อน

พล.ต.ท.สุวิระกล่าวอีกว่า ส่วน น.ส.รัตนรัตน์ เป็นแม่ข่ายระดับ 2 และวิทยากรบรรยาย ชักชวนบุคคลอื่นเข้ามาร่วมธุรกิจของ บ.ยูฟันฯ มีผู้เสียหายเข้ามาแจ้งความจำนวนมาก ตำรวจมีการตรวจสอบเส้นทางการเงิน พบมีการโอนเงินให้กับเครือข่าย บ.ยูฟันฯ เป็นผู้ที่สร้างภาพลักษณ์ให้ประชาชนเห็นว่า บ.ยูฟันฯและค่าเงินยูโทเค่น มีความมั่นคงและมีศักยภาพ ถือเป็นตัวการสำคัญที่กระทำผิด ตำรวจมีการติดตามการบรรยายผ่านคลิปวีดิโอถือว่าครบองค์ประกอบความผิด ตำรวจจึงออกหมายจับ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

พล.ต.ท.สุวิระกล่าวต่อว่า ผู้บัญชาการตำรวจมาเลเซีย ได้ประสานกับชุดสืบสวนคดียูฟันฯ เชิญไปประเทศมาเลเซีย เพื่อประชุมหารือตั้งทีมสืบสวนมาเลเซีย ดำเนินงานร่วมกันกับทีมสืบสวนไทย ในการติดตามผู้ต้องหาคดีอาชญากรรมข้ามชาติ ทั้งนี้ตำรวจไทย มีการเตรียมข้อมูลการสืบสวน ระบุตัวผู้ถูกออกหมายจับที่หลบหนี เส้นทางโอนเงินออกนอกประเทศ เร่งแปลเป็นภาษาอังกฤษ ทั้งนี้ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา รอง ผบ.ตร. จะนำตำรวจชุดสืบสวนสอบสวนคดียูฟันฯ เดินทางไปหารือกันกับทางการมาเลเซีย คาดจะเดินทางไปประชุมร่วมกันในช่วงกลางเดือน ก.ค.นี้ นอกจากนี้จะนำหมายจับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับคดียูฟันฯ สัญชาติมาเลเซีย รวมถึงเอกสารข้อมูลทรัพย์สินของบุคคลเหล่านี้ มอบให้กับทางการมาเลเซียอย่างเป็นทางการ เพื่อดำเนินการอายัดทรัพย์สินส่งให้กับทางการไทย ตามความผิด พ.ร.บ.ฟอกเงิน และคืนให้กับผู้เสียหาย รวมทั้งติดตามผู้ที่หลบหนีอยู่ในประเทศมาเลเซีย ดำเนินการตามขั้นตอนส่งผู้ร้ายข้ามแดนต่อไป

“ผมประสานความร่วมมือกับประเทศอินโดนีเซีย หลังพบว่ากลุ่ม บ.ยูฟันฯ มีการนำเงินไปร่วมลงหุ้นเหมืองแร่ โดยมีการเผยแพร่ผ่านเฟซบุ๊ก บ.ยูฟันฯ จับมือกับ บ.พีที ซีหน่า (PT Sinar) ในการทำเหมืองแร่นิเกิลขนาดใหญ่ ในประเทศอินโดนีเซีย มีมูลค่าการลงทุนประมาณ 633,600 ล้านบาท คาดว่าในอีก 7 ปี จะมีกำไรถึง 198,000 ล้านบาท และเชิญชวนให้สมาชิกมาร่วมลงทุนนั้น ทางการอินโดนีเซียจะเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง ว่าที่บ.ยูฟันฯ กล่าวอ้างไปนั้นมีจริงหรือไม่” พล.ต.ท.สุวิระกล่าว

ขณะที่ พ.ต.อ.ปรีโยกล่าวว่า ทางการอินโดนีเซีย ยินดีให้ความร่วมมือกับทางการไทย ในการสืบสวนสอบสวนอย่างเต็มที่ จากนี้จะไปเตือนประชาชนที่ตกเป็นเหยื่อให้เข้าแจ้งความดำเนินคดี ส่วนเรื่องการฟอกเงินของ บ.ยูฟันฯ ที่พยายามจะเติบโตในประเทศอินโดนีเซีย จะมีวิธีการติดต่อกันระหว่างหน่วยงาน 3 ช่องทาง คือ 1.ในชั้นสืบสวนสอบสวนระหว่างตำรวจและตำรวจด้วยกัน 2.เมื่อเรื่องถึงชั้นอัยการจะมีการประสานงานกันระหว่างอัยการทั้ง 2 ประเทศ และ 3.แนวทางที่สามารถทำไปพร้อมกันได้ คือ การให้ข้อมูล ปปง.ของไทยส่งไปยัง ปปง.ของอินโดนีเซีย เพื่อหยุดยั้งการเติบโตของบริษัทนี้ ถ้าหากตรวจพบว่าบริษัทนี้มีจริง และพบว่าเงินนั้นได้ไปจากประเทศไทย ทางการอินโดนีเซียจะอายัดเงินก้อนนี้กลับประเทศไทย ทั้งนี้จากการตรวจสอบข้อมูลทางคอมพิวเตอร์ที่ใช้งานมาตั้งแต่ปี 2013 ไม่พบว่ามีชื่อบริษัทนี้จัดตั้งในประเทศอินโดนีเซีย แต่จะลองค้นข้อมูลย้อนหลังไปก่อนหน้านั้นต่อไป

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้