วันศุกร์ที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

บอร์ดหวยฮึด เชือด'3เสือ'

บี้ภาษีย้อนหลัง-ปปง.ฟันซํ้า

บอร์ดสลากประชุมวันเดียวอนุมัติ 3 เรื่องใหญ่ ยกเลิกสลากการกุศล แล้วพิมพ์สลากกินแบ่งรัฐบาลชั่วคราว 22 ล้านฉบับ ยกเลิกรางวัลแจ็กพอต 52 ล้านบาท และอนุมัติรางวัลเลข 3 ตัวหน้า หวังสกัดราคาสลากทั่วประเทศไม่ให้เกินคู่ละ 80 บาท ด้าน “พล.ต.อภิรัชต์” ระบุจัดการเฉียบขาด คนขายเกินราคาด้วยการส่งชื่อผู้ค้าสลากรายใหญ่ 3 ราย ให้กรมสรรพากรตรวจสอบภาษี แล้วส่งต่อดีเอสไอ-ปปง.-ป.ป.ท.สอบสวนซ้ำ ลั่นหากยังทำตัวเป็นเสือนอนกิน อาจต้องใช้มาตรการเข้มงวดเข้าไปดำเนินการ

สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลเดินหน้าแก้ปัญหาการขายสลากเกินราคาอย่างต่อเนื่อง โดยเมื่อวันที่ 15 มิ.ย. ที่สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล สนามบินน้ำ จ.นนทบุรี พล.ต.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ รองแม่ทัพภาค 1 ในฐานะประธานกรรมการสลากกินแบ่งรัฐบาล (บอร์ด) เปิดเผยหลังประชุมบอร์ดสลากฯ ว่า สำนักงานสลากฯ ได้ส่งรายชื่อผู้ค้าที่มีพฤติกรรมขายสลากเกินราคาคู่ละ 80 บาท ให้กรมสรรพากรตรวจสอบภาษีแล้ว 3 ราย โดยขอยืนยันว่า การส่งรายชื่อผู้ค้าสลากไปให้กรม สรรพากรตรวจสอบครั้งนี้ไม่ได้เป็นการกลั่นแกล้ง แต่ไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดอะไรได้ในช่วงนี้ เพราะจะกระทบต่อการตรวจสอบ นอกจากนี้ สำนักงานสลากฯยังได้ส่งเรื่องดังกล่าวให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ให้ขยายผลต่อรวมถึงส่งไปยังสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ให้ช่วยตรวจสอบด้วย จึงอยากขอร้องให้ผู้ค้าขายในราคากำหนด เพราะถ้ายังทำตัวเป็นเสือนอนกินกันอยู่ คงต้องใช้มาตรการอย่างเข้มงวดเข้าไปดำเนินการ

สำหรับจำนวนการร้องเรียนของประชาชนที่แจ้งเบาะแสการจำหน่ายสลากเกินราคา ประธานบอร์ดกล่าวว่า ล่าสุด ที่ร้องเรียนผ่านทางคอลเซ็นเตอร์จำนวน 77 ราย ได้ตรวจสอบและปรับไปหมดทุกรายแล้ว ซึ่งจากมาตรการที่บอร์ดสลากออกมานั้น ส่งผลให้การขายสลากอยู่ที่คู่ละ 80 บาทแล้วประมาณร้อยละ 70 ของภาพรวมตลาดทั่วประเทศ ถือว่าให้ความร่วมมือในระดับหนึ่ง แสดงว่าผู้ค้ายังเชื่อฟังและเข้าใจเจตนารมณ์ที่รัฐบาลต้องการควบคุมราคา 80 บาท ถ้าระยะต่อไปยังควบคุมไม่ได้คงต้องใช้มาตรการเพิ่มเติมออกมา

ด้านนายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์ พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ในฐานะโฆษกบอร์ดสำนักงานสลากฯ กล่าวว่า ที่ประชุม บอร์ดได้อนุมัติ 3 เรื่องใหญ่ ประกอบด้วย 1.การยกเลิกสลากการกุศลจำนวน 22 ล้านฉบับ หลังจากที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ยังไม่อนุมัติให้สำนักงานสลากฯ ออกสลากการกุศลเพิ่มเติม โดยสลากการกุศลจะออกขายเป็นงวดสุดท้ายในวันที่ 16 ส.ค.58 ดังนั้น ที่ประชุมบอร์ดจึงเห็นชอบให้สำนักงานสลากฯพิมพ์สลากกินแบ่งรัฐบาลจำนวน 22 ล้านฉบับ เพื่อมาชดเชย กับสลากการกุศลที่ต้องยุติการพิมพ์และจำหน่าย

โดยสลากกินแบ่งรัฐบาลทั้ง 22 ล้านฉบับ จะจัดสรรให้แก่ผู้ค้ารายเดิมทั้งมูลนิธิ องค์กรการกุศล บริษัทนิติบุคคล แต่จะพิมพ์สลากดังกล่าวต่อไปอีก 4 เดือนเท่านั้น นับตั้งแต่เดือน ก.ย.จนถึงเดือน ธ.ค.58 ซึ่งไปบรรจบกับการจัดสรรโควตาใหม่ให้แก่ผู้ค้าสลาก รายย่อยจำนวน 48 ล้านฉบับ ที่ได้ต่ออายุไปตั้งแต่เดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา และจะสิ้นสุดในเดือน ธ.ค.58 รวมเป็นสลาก 70 ล้านฉบับ นอกจากนี้ ยังมีสลากอีก 4 ล้านฉบับที่จะหมดโควตาในเดือน ธ.ค.58 เช่นกัน รวมเป็นสลากทั้งหมด 74 ล้านฉบับ ที่หมดอายุโควตาพร้อมๆ กันในช่วงสิ้นปีนี้ ซึ่งจะทำให้สำนักงานสลากฯ มีโอกาสจัดสรรโควตาใหม่ทั้งหมดในต้นปี 2559 โดยจะนำผู้ค้ารายเดิมมาพิจารณาปรับปรุง และวางแผนจัดการกระจายใหม่เพื่อให้ราคาขายปลีกสลากไม่เกินคู่ละ 80 บาท อย่างเป็นระบบตามแผนการระยะที่ 2 ต่อเนื่องจากระยะแรก 3 เดือน คือ การควบคุมราคาสลากไม่ให้เกินคู่ละ 80 บาท

2.การยกเลิกรางวัลแจ็กพอต 52 ล้านบาท จากสลากกินแบ่งรัฐบาล จะยกเลิกในงวดเดือน ส.ค.นี้ และ 3.การจัดสรรเงินรางวัลใหม่ โดยจะเพิ่มรางวัลเลข 3 ตัวหน้า จำนวน 2 รางวัล และลดรางวัลเลขท้าย 3 ตัว จากเดิมมีทั้งหมด 4 รางวัล ลงเหลือ 2 รางวัล ซึ่งทำให้รางวัลเลข 3 ตัวหน้าและรางวัลเลขท้าย 3 ตัว มีโอกาสถูกอย่างละ 2 รางวัลเท่าๆกัน โดยจะเริ่มงวดแรกในวันที่ 1 ก.ย.นี้

นายธนวรรธน์กล่าวอีกว่า การยกเลิกสลากการกุศลแล้วเปลี่ยนแปลงมาเป็นสลากกินแบ่งรัฐบาล จะทำให้รัฐบาลมีรายได้เพิ่มอีกร้อยละ 20 จากจำนวนสลากที่พิมพ์ออกมาจำหน่าย 22 ล้านฉบับ หรือมีรายได้เพิ่มขึ้นอีกงวดละ 350-360 ล้านบาท หรือประมาณ 2,800 ล้านบาทในช่วง 4 เดือนของปีนี้ ส่วนสาเหตุที่บอร์ดสำนักงานสลากฯ ไม่ยุติการพิมพ์สลากทั้ง 22 ล้านฉบับ เนื่องจากการหยุดพิมพ์สลากจะส่งผลถึงกลไกและราคาสลากที่กำลังเข้าที่เข้าทาง เพราะผู้ค้าสลากส่วนใหญ่จำหน่ายสลากไม่เกินคู่ละ 80 บาท ส่วนที่จำหน่ายเกินกว่าคู่ละ 80 บาท จะเป็นการรวมเลขชุด และที่ผ่านมา ชุดเฉพาะกิจของสำนักงานสลากฯได้จับกุมและเปรียบเทียบปรับอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น ทางบอร์ดจึงจำเป็นต้องรักษาระดับราคาเพื่อรอให้สิ้นปีนี้ จะได้มีการปรับเปลี่ยนครั้งใหญ่ หลังจากที่สลากทั้งหมด 74 ล้านฉบับ กลับมาอยู่ในมือของสำนักงานสลากฯ

นอกจากนี้ จำนวนสลากทั้ง 22 ล้านฉบับ ได้มีการปรับเปลี่ยนโควตา โดยเพิ่มโควตาให้แก่องค์กรการกุศล 2 แห่ง รวมทั้งหมด 19,000 เล่ม (1 เล่มใหญ่มี 200 ฉบับ) คือ 1.สมาคมกีฬาคนพิการแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ จำนวน 12,000 เล่ม และ 2.สมาคมเพื่อคนพิการทางสติปัญญาแห่งประเทศไทย อีก 7,000 เล่ม โดยดึงโควตาคืนมาจากมูลนิธิสำนักงานสลากฯ ผู้ประกอบการรายใหญ่ และผู้ประกอบการรายกลาง

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ในวันเดียวกัน พล.ต.อภิรัชต์ยังได้ลงนามความร่วมมือกับนายสรัญ รังคศิริ ประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการกลุ่มธุรกิจปิโตรเคมีขั้นปลาย บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ในโครงการจัดสรรพื้นที่จำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาลในบริเวณปั๊มน้ำมัน ปตท. โดยสำนักงานสลากฯจะคัดเลือกผู้ค้า รวมถึงควบคุมและตรวจสอบราคาขายปลีกสลากไม่ให้เกินคู่ละ 80 บาท ที่ปั๊ม ปตท.ทั่วประเทศในระยะเริ่มแรก 400 แห่ง เป็นเวลา 1 ปี

สำหรับบรรยากาศการซื้อขายสลากฯทั่วประเทศ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ส่วนใหญ่ถือว่าเงียบเหงากว่าที่เคยเป็นมา โดย จ.กระบี่ พบว่าตามแผงขายสลากหลายแห่ง มีคนมาหาซื้อสลากค่อนข้างบางตา แม้จะขายในราคาใบละ 80 บาท ตามที่รัฐบาลกำหนด จากการสอบถามแม่ค้าหลายรายระบุว่าสลากขายไม่ดี น่าจะมาจากภาวะเศรษฐกิจไม่ดี เช่นเดียวกับที่ จ.สุราษฎร์ธานี ที่แม่ค้าสลากต่างบ่นเป็นเสียงเดียวกันว่าจำหน่ายได้น้อยเมื่อเทียบกับงวดที่ผ่านมา เนื่องจากไม่มีเลขชุดมาจำหน่าย เพราะหากนำมาขายเกินจะผิดกฎหมาย รวมถึงที่ริมถนนสุขุมวิท ต.ท่าประดู่ อ.เมืองระยอง แผงขายสลากต่างเงียบเหงาถ้วนหน้า แม่ค้าหลายรายระบุว่าขายสลากได้เรื่อยๆ แต่ไม่ดีเท่าที่ควร และลูกค้าส่วนใหญ่จะเลือกซื้อแต่เลขดัง

ด้านนายกำธร ถาวรสถิตย์ ผวจ.ขอนแก่น พร้อมด้วย พล.ต.ต.จรูญ ศรีวณิชย์ ผบก.ภ.จ.ขอนแก่น และ พ.อ.จตุพงษ์ บกบน รอง ผบก.กอ.รมน.ขอนแก่น ร่วมกันปล่อยแถวข้าราชการพลเรือน ทหาร ตำรวจ ออกกวาดล้างป้องปรามผู้ค้าสลากกินแบ่งรัฐบาลที่ขายเกินราคาในเขตเทศบาลนครขอนแก่น จากการตรวจสอบไม่พบผู้กระทำผิด ขณะเดียวกัน ผู้ค้าจัดโปรโมชั่นพิเศษ ซื้อ 10 ใบ ราคา 750 บาท ตกใบละ 75 บาท หากซื้อ 5 ใบ ราคา 390 ตกใบละ 78 บาท เนื่องจากขายไม่ดีต้องเร่งระบายออกให้หมดก่อนวันหวยออก ต่างจากที่ จ.อุดรธานี เมื่อ พ.ต.อ.อารี สินธุรา ผกก.สภ.หนองหาน จ.อุดรธานี สั่งให้ตำรวจสายตรวจออกตรวจแผงสลากกินแบ่งรัฐบาล ในเขตเทศบาลหนองหาน เพื่อให้ขายในราคาที่รัฐบาลกำหนด ใบละ 80 บาท จากการตรวจสอบพบว่าผู้ค้าให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ขณะเดียวกัน ผู้ค้าระบุว่าขายดีกว่างวดที่ผ่านมาเพราะราคาถูกลง

ส่วนที่ จ.ชลบุรี นางวิมลนันท์ โพธิ์บุญทอง อายุ 65 ปี เจ้าร้านขายสลากกินแบ่งรัฐบาล บริเวณข้างธนาคารกรุงไทย สาขาศรีราชา ถนนจอมพล ต.ศรีราชา อ.ศรีราชา เปิดเผยว่า หลังจากที่รัฐบาลมีนโยบายให้จำหน่ายสลากกินแบ่งรัฐบาล ราคาใบละ 80 บาท ผู้ค้าให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี แต่ลูกค้าค่อนข้างบางตา ทำให้ตนตัดสินใจจำหน่ายใบละ 70 บาท เนื่องจากใกล้วันหวยออก ถึงจะรับมาใบละ 73 บาท ต้องยอมขาดทุนเพื่อเอาเงินไปรับสลากกินแบ่งรัฐบาลมาจำหน่ายในงวดต่อไป

เช่นเดียวกับที่สี่แยกคอกวัว แหล่งใหญ่ในการขายสลากฯ ปรากฏว่าทุกแผงพร้อมใจปฏิบัติตามนโยบายรัฐ จำหน่ายสลากในราคาควบคุมคือ 80บาท แต่บรรยากาศการซื้อขายสลากงวดวันที่ 16 มิ.ย.2558 กลับซบเซาอย่างเห็นได้ชัด ประกอบกับผู้ค้าประเภทเดินเร่ขายสลาก หยุดการเดินทางมารับสลากงวด 16 มิ.ย.ไปขาย เพราะหวั่นขายไม่คุ้มกำไร ทำให้ยี่ปั๊วที่มีโควตาสลากของรัฐ ต้องปรับราคาขายสลากทั้งปลีกและส่ง ลงต่ำสุดเป็นประวัติการณ์เหลือเพียงคู่ละ 75-77 บาท เนื่องจากต้องการระบายสินค้า ทั้งนี้ นายประดิษฐ์ ดวงพรม ชาวมหาสารคาม ที่มารับลอตเตอรี่แบบชุดไปเร่ขาย ยอมรับว่างวดนี้ขายได้น้อยทั้งที่ราคาลดลง สำหรับการจำหน่ายลอตเตอรี่ในราคาควบคุม กลุ่มพ่อค้าเร่ได้รับผลกระทบมากสุด กำไรที่ได้มาไม่คุ้มกับค่าเหนื่อย

บอร์ดสลากประชุมวันเดียวอนุมัติ 3 เรื่องใหญ่ ยกเลิกสลากการกุศล แล้วพิมพ์สลากกินแบ่งรัฐบาลชั่วคราว 22 ล้านฉบับ ยกเลิกรางวัลแจ็กพอต 52 ล้านบาท และอนุมัติรางวัลเลข 3 ตัวหน้า หวังสกัดราคาสลากทั่วประเทศไม่ให้เกินคู่ละ 80 บาท 16 มิ.ย. 2558 07:39 ไทยรัฐ