วันพุธที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ตามเงื่อนสถานการณ์

งานเลี้ยงย่อมมีวันเลิกรา ได้เวลาเก่าไปใหม่มา

ตามปฏิทินในโปรแกรมงาน ล่าสุด “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ได้ลงนามในคำสั่งกระทรวงกลาโหม ที่ 422/2558 เรื่องให้นายทหารออกจากราชการ เนื่องจากครบเกษียณอายุราชการ ในวันที่ 30 กันยายน 2558 จำนวนทั้งหมด 446 นาย

รวมถึงตำแหน่งหลักๆอาทิ พล.อ.ศิริชัย ดิษฐกุล ปลัดกระทรวงกลาโหม พล.อ.วรพงษ์ สง่าเนตร ผบ.ทหารสูงสุด พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รอง ผบ.ทหารสูงสุด “บิ๊กโด่ง” พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร ผบ.ทบ. พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รอง ผบ.ทบ. พล.ร.อ.ไกรสร จันทร์สุวานิชย์ ผบ.ทร.

นี่คือจังหวะการเปลี่ยนถ่ายขุมอำนาจขุนศึกท็อปบูตที่ถูกจับตา

เพราะมันแปรผันตรงกับยุทธศาสตร์การประคองเหลี่ยมอำนาจพิเศษของ คสช.

โดยเฉพาะไฮไลต์อยู่ที่ตำแหน่ง ผบ.ทบ.คนที่ 39 ที่มีแคนดิเคต “คั่ว” กันอยู่ระหว่าง “บิ๊กหมู” พล.อ.ธีรชัย นาควานิช ผู้ช่วย ผบ.ทบ. น้องรัก “บูรพาพยัคฆ์” คนสนิทของ พล.อ.ประวิตร กับ “บิ๊กติ๊ก” พล.อ.ปรีชา จันทร์โอชา ผู้ช่วย ผบ.ทบ. น้องชายของ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช.

ถ้าเป็นภาษามวยหรือฟุตบอลก็ต้องบอกไม่มีใครถือ “แต้มต่อ”

ตามเงื่อนสถานการณ์ที่คู่คี่สูสีมาก โอกาส 50 ต่อ 50

ปัจจัยชี้ขาดต้องวัดใจกัน “เลือดข้นกว่าน้ำ” หรือ “น้ำข้นกว่าเลือด”

โดยความเคลื่อนไหวข่าววงใน ภายในวันสุดสัปดาห์นี้จะมีการนัดถกกันนอกรอบในหมู่พี่ๆน้องๆในขุมอำนาจ คสช.เพื่อให้ได้บทสรุปจะกาชื่อใคร

ไม่ให้กระแสความอึมครึมไหลไปถึงจุดเสี่ยง “หักดิบ”

ขณะที่ข่าววงนอก ว่ากันตามขั้นตอนกระบวนการที่ พล.อ.ประวิตรได้นัดผู้บัญชาการเหล่าทัพหารือการจัดทำบัญชีโยกย้ายนายทหารประจำปี 2558 ในเดือนกรกฎาคมนี้

และทุกอย่างจะไปจบที่คณะกรรมการปรับย้ายนายทหารชั้นนายพล ตาม พ.ร.บ.จัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหมฯ หรือ “บอร์ดกลาโหม” ทำการเคาะโผ

โดยที่ พล.อ.ประยุทธ์คือคนสุดท้ายที่จะเซ็นชื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯ

เอาเป็นว่า จ่าฝูงกองทัพบกคนใหม่กลายเป็นเงื่อนไขเกมอำนาจที่ต้องลุ้นกันหนัก

ในจังหวะที่น่าจะโยงต่อเนื่องกัน กับคิวที่ พล.อ.อุดมเดช ต้องออกมาปฏิเสธกระแสข่าวลือ “ปฏิวัติซ้อน” เป็นแค่เรื่องของขบวนการป่วนเมือง หวังเสี้ยมให้เกิดความไม่ไว้ใจกัน

ยืนยันกองทัพสนับสนุนรัฐบาล คสช.ทุกอย่าง

ตามฟอร์ม ข่าวปฏิวัติซ้ำแทรกมาตามร่องรอย “ปริแยก” จากการขยับขุนศึก

และที่ต้องรีบสยบแรงกระเพื่อมกันก่อนเลย ในอารมณ์ที่ พล.อ.ประยุทธ์บอกปัดข่าวการปรับ ครม. เบรกกระแสการดึงนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ คสช.เข้าร่วม ครม.

เรื่องของเรื่อง การปรับคณะรัฐมนตรีมันต้องมีคนผิดหวังสมหวัง ไม่ต่างจากรัฐบาลจากการเลือกตั้ง อาการคนที่หลุดจากตำแหน่งก็เป็นความเสี่ยงที่จะเกิดแรงกระเพื่อมอย่างเลี่ยงไม่ได้

ประกอบกับ พล.อ.ประยุทธ์ เป็นคนขี้เกรงใจเพื่อน พี่น้อง การจะดำเนินการหักหาญน้ำใจกันมันเลยต้องคิดแล้วคิดอีกหลายตลบ

แต่ถึงที่สุดในมุมของทหาร ประเทศชาติต้องมาก่อน

ตามเงื่อนสถานการณ์ด้านเศรษฐกิจที่บังคับ ยากจะยื้อเวลาออกไปได้ ข่าววงในทุกสายฟันธงตรงกันการปรับ ครม.ยกเครื่องทีมเศรษฐกิจจะเกิดขึ้นในระยะเวลาอันใกล้นี้

ชื่อของ “สมคิด จาตุศรีพิทักษ์” มาแน่ๆ

เหตุผลไม่ใช่แค่ความเก่ง ชื่อชั้นสามารถเรียกความมั่นใจนักลงทุนได้เท่านั้น

แต่สิ่งสำคัญมันอยู่ตรงคุณสมบัติพิเศษที่ผ่านบทพิสูจน์ของ “ฝ่ายคุมเกมอำนาจ” ดูมานานจนไว้ใจแล้วว่า นายสมคิดเป็นนักการเมืองที่คิดและทำเพื่อประชาชนก่อนตัวเอง

จากบทบาทคนเบื้องหลัง ทำงานกับรัฐบาลทหารมาตั้งแต่ยุครัฐบาล คมช.ของ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ มาจนถึงยุค คสช.ของ พล.อ.ประยุทธ์

ถึงจุดที่ “สมคิด” ต้องออกมาเล่นในสนามเองแล้ว.

ทีมข่าวการเมือง