วันพุธที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ย้อนรอยคดีในตำนาน วิสามัญ 6 ศพ โจ ด่านช้าง

เป็นอีก 1 ข่าวใหญ่ของเมื่อวันก่อน สำหรับ กรณีการวิสามัญ สมาชิกขาใหญ่แดนสุราษฎร์ธานี "ตามาร" โดยรายล่าสุดที่ถูกตำรวจจับตายคือ นายสนิท หรือหนุน จันทนา อายุ 39 ปี ผู้ต้องหาค้ายาเสพติดที่รู้จักกันดีในกลุ่มในชื่อ “หมอ ตามาร” ก่อนเกิดเหตุตำรวจตรวจพื้นที่มาถึงหน้าหมู่บ้านรินทอง ซอยโรงอิฐ หมู่ 2 ต.มะขามเตี้ย เขตเทศบาลนครสุราษฎร์ธานี พบชายลักษณะคล้ายคนเมายา และทราบภายหลังคือ "หมอ ตามาร" กำลังทะเลาะกับสาววัยรุ่น

เมื่อเจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจสอบ นายสนิท หรือ "หมอ ตามาร" ก็วิ่งหนีเข้าไปในซอยโรงอิฐ จากนั้นได้โบกรถปิกอัพอีซูซุ ดีแมคซ์ ที่ชาวบ้านขับผ่านมา กระโดดขึ้นกระบะท้ายหนีเข้าไปในซอย เจ้าหน้าที่จึงติดตามเข้าไปเพราะคาดว่าในตัวน่าจะมี "สิ่งของผิดกฎหมาย" เมื่อตามไปถึงริมแม่น้ำตาปี โดยมีป่ากระถินเป็นที่ซ่อนตัว เจ้าหน้าที่จึงกระจายโอบล้อมและขอกำลังเสริม

ตำรวจใช้เวลาเกือบ 1 ชั่วโมงในการค้นหาจนพบ และพยายามตะโกนบอกให้มอบตัว ระหว่างที่ นายสนิท กำลังเดินออกมาพลางชูมือได้เกิดเหตุระทึกขึ้น เมื่อเขาได้ล้วงมือหยิบสิ่งของบางอย่าง ซึ่งทราบต่อมาว่าเป็นระเบิดลูกเกลี้ยงที่ทำในจีน พยายามดึงสลักปาใส่เจ้าหน้าที่ นาทีนี้ เสียง ปัง ปัง ปัง ดังสนั่น ตำรวจเปิดฉากยิงใส่ทันที "หมอ ตามาร" ถูกกระสุน 6 นัด 5 นัดเข้าที่หลัง อีก 1 พุ่งเจาะทะลุแก้มซ้ายตายคาที่ ปิดฉากชีวิต ตามลูกพี่ นายจักนรินทร์ จันโกมล อายุ 29 ปี หรือ "เอ็ม ตามาร"

ย้อนรอย "วิสามัญ" คดีในตำนาน "โจ ด่านช้าง" ตาย 6 ศพ

คดีนี้ไม่ใช่คดีแรก ที่เจ้าหน้าที่เลือกวิธี "วิสามัญฆาตกรรม" ในอดีตก็เคยเกิดเหตุการณ์ลักษณะเดียวกันนี้บ่อยครั้ง เพียงแต่สมัยก่อน น้อยครั้งที่เราจะได้เห็นภาพรุนแรงในวินาทีเกิดเหตุ ซึ่งแตกต่างจากปัจจุบัน 

คดีดังในตำนานที่ผู้คนยังกล่าวขวัญ คือ คดีวิสามัญฆาตกรรม 6 ศพ กลุ่มนักค้ายาของ นายสุพฤกษ์ หรือ สุเทพ เรือนใจมั่น "โจ ด่านช้าง"…ย้อนไปเมื่อปลายปี 2539 ช่วงตะวันใกล้ลับฟ้า กลุ่มคนร้าย 6 คน ควบรถกระบะโตโยต้าสีน้ำเงิน หมายเลขทะเบียน ป-2888 สุพรรณบุรี พร้อมอาวุธปืน และปืนสงคราม M-79 บุกบ้าน นายอุบล หรือ เล็ก บุญช่วย เลขที่ 64 หมู่ 6 ต.วังพลับ อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี

กลุ่มชายฉกรรจ์ทั้ง 6 บุกบ้านหลังนี้เพราะมีเป้าหมาย จะล้างหนี้แค้น เพราะ นายอุบล คือ พ่อค้าอาวุธสงครามและเอเย่นต์ "ยาม้า" (สมัยนั้นเรียกยาบ้าว่า "ยาม้า") เพราะระยะหลังได้ตีตัวออกห่างจากกลุ่ม "โจ ด่านช้าง" และพวกจึงหวังจะตามมาเก็บ แต่เพราะแคล้วคลาดหรือดวงดีก็ไม่รู้ นายอุบล กลับไม่อยู่บ้าน เพราะต้องไปขึ้นศาลในคดีกรรโชกทรัพย์ เมื่อกลับมาถึงบ้านก็ไหวตัวแจ้งตำรวจ สภ.บางตาเถร

เมื่อกลุ่ม "โจ ด่านช้าง" รู้เข้า จึงได้จับตัว นางน้ำค้าง บุญช่วย พี่สาวนายอุบลเป็นตัวประกัน แล้วบังคับให้พายเรือหนีไปยังฝั่งตรงข้ามเพื่อหนีเข้าไปในบ้านหลังหนึ่ง ซึ่งมีหัวหน้าครอบครัวเป็นชายพิการ ภรรยา และลูกสาววัย 11 ปี

สำหรับสภาพบ้านหลังนี้ เป็นบ้านที่ตั้งอยู่โดดๆ มีน้ำประมาณสูงเลยเข่า แล้วเจ้าหน้าที่ตำรวจ ผู้สื่อข่าว และไทยมุง ต่างล้อมบ้านเฝ้าสังเกตการณ์... ขณะเดียวกัน พล.ต.อ.สล้าง บุนนาค รองอธิบดีกรมตำรวจ (ขณะนั้น) พร้อมด้วยตำรวจชั้นผู้ใหญ่ได้เดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์ สั่งการจับกุมคนร้ายด้วยตัวเอง ขณะที่ โจ ด่านช้าง ได้ขอพบ จ.ส.ต.สกุล สวนดอกไม้ ตำรวจ สภ.อ.ด่านช้าง และ พ.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง รอง ผบก.ป. (ในขณะนั้น)


เกือบเที่ยงในวันต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้ง 2 นาย นำโดย พ.ต.อ.อัศวิน ซึ่งถอดชุดตำรวจ สวมเสื้อสีขาว เดินเข้าไปพบคนร้าย หลังเจรจาอยู่นาน คนร้ายยอมปล่อยตัวประกันออกมา พร้อมกับมอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ จึงได้เข้าใส่กุญแจมือ และพาเดินลุยน้ำออกมา มุ่งหน้าไปยังถนน ซึ่งห่างจากตัวบ้านประมาณ 50 เมตร ระหว่างนั้น จู่ๆ กลุ่มตำรวจก็ได้พา 6 คนร้ายเดินกลับเข้าไปในบ้านอีกครั้ง บอกว่าไม่พบอาวุธปืนเอ็ม-79 และเอ็ม 16 ที่ซุกซ่อนไว้ในบ้าน จึงพากลุ่มคนร้ายเข้าไปเอา 

เมื่อเข้าไปในบ้าน ปรากฏว่าได้มีเสียงปืนดังสนั่นติดต่อกันหลายสิบนัด ตำรวจที่คุมเชิงด้านนอก ชาวบ้าน และผู้สื่อข่าว ต่างตกใจ เมื่อเข้าไปในบ้านก็พบ 6 คนร้ายถูกยิงตายคาที่ ซึ่งตำรวจระบุว่า ระหว่างหาอาวุธ 1 ในคนร้ายได้หยิบปืนจากที่ซ่อนมาต่อสู้...!?

เหตุการณ์ยิงสนั่นในบ้านห้องปิดตาย ทำให้เกิดคำถามมากมาย ว่าทำ "เกินกว่าเหตุหรือไม่...!??" พ.ต.อ.อัศวิน กล่าวหลังเกิดเหตุว่า หลังจากเจรจาสำเร็จ คนร้ายปล่อยตัวประกันทั้งหมด ก็ได้เดินออกมาจากบ้าน และมายืนอยู่ที่บันไดข้างล่าง จึงไม่ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น มาทราบภายหลังว่าคนร้ายพุ่งไปหยิบปืนจะยิงตำรวจ เรื่องที่เกิดขึ้น ไม่เกินกว่าเหตุตามที่พูดกัน

พล.ต.อ.พจน์ บุญยะจินดา อธิบดีกรมตำรวจ ยืนยันว่า ตำรวจทำไปตามหน้าที่โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของตัวประกันเป็นสำคัญ การยิงต่อสู้กันและคนร้ายเสียชีวิตไม่ใช่เรื่องทำเกินกว่าเหตุหรือหน้าที่

เรื่องดังกล่าวกลายเป็นเรื่องใหญ่ ขนาดสื่อต่างชาติก็รายงานเรื่องนี้ ขณะที่องค์กรต่างๆ ก็ได้ยื่นหนังสือเรียกร้องให้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวน จนกระทั่ง พล.ต.อ.พจน์ อธิบดีกรมตำรวจ บอกว่าจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย ส่วนญาติผู้เสียชีวิต ได้ยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมต่อ นายคณิต ณ นคร อัยการสูงสุด (ขณะนั้น)

ในเรื่องนี้ พล.ต.ต.เสรี เตมียเวส รอง ผบช.ก. ได้แสดงความคิดเห็นว่า เรื่องนี้ตนรับไม่ได้ ข่าวที่ออกมาประชาชนสะใจกับการกระทำดังกล่าว เรื่องนี้เป็นเรื่องฝืนความรู้สึกและจิตใจ เมื่อผู้ต้องหามามอบตัวแล้ว กลับเข้าไปถูกยิงตาย ตนไม่เชื่อว่าคนร้ายจะแย่งปืนตำรวจได้ "อมพระมาพูดผมก็ไม่เชื่อ เป็นไปไม่ได้"

9 มี.ค.41 ได้มีคำสั่ง พล.ต.ท.เสรี เตมียเวส ผบช.ก. เป็นหัวหน้าสอบสวนชุดใหม่ จากนั้นได้เดินทางไปตรวจสอบหลักฐานที่วัดรองทอง ต.บางใหญ่ อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี เพราะบ้านหลังดังกล่าวถูกรื้อไปสร้างกุฏิแล้ว พบแผ่นไม้ 3 แผ่น มีรูกระสุน รวม 23 รู

ต่อมา 25 มี.ค.41 พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก อธิบดีกรมตำรวจ เป็นประธานการประชุม ก.ตร. เรื่องการโยกย้ายตำรวจที่เกี่ยวข้องคดีวิสามัญฆาตกรรม 6 ศพ ซึ่ง ก.ตร. ส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยในการโยกย้ายตำรวจที่เกี่ยวข้องคดีดังกล่าว เนื่องจากเหตุการณ์เกิดขึ้นนาน 2 ปีแล้ว และกรมตำรวจไม่ได้นำหลักฐานหรือข้อมูลใหม่ที่จะมีเหตุผลเพียงพอที่จะย้าย ถ้าหากย้ายจะถูกมองว่ากระทำผิด จึงได้มีการเสนอให้ลงคะแนนลับ

อย่างไรก็ดี เรื่องนี้ได้มีการสืบสวนข้อเท็จจริง ต่อมา พนักงานอัยการประจำศาลแขวงสุพรรณบุรี ได้ยื่นคำร้องต่อศาลให้ชันสูตรพลิกศพ กระทั่ง 8 ต.ค.42 ศาลแขวงสุพรรณบุรี ได้พิเคราะห์ข้อเท็จจริง หลังจากมีการยื่นบัญชีพยาน 130 ปาก ฟังความได้ว่า โจ ด่านช้าง และพวก 6 คน ถูก 3 นายดาบตำรวจยิงเสียชีวิต ขณะเกิดเหตุนำอาวุธปืนที่ซ่อนไว้มายิงต่อสู้ ขณะที่พ่อของโจ ก็ยอมรับคำตัดสิน.

เป็นอีก 1 ข่าวใหญ่ของเมื่อวันก่อน สำหรับ กรณีการวิสามัญ สมาชิกขาใหญ่แดนสุราษฎร์ธานี "ตามาร" โดยรายล่าสุดที่ถูกตำรวจจับตายคือ 15 มิ.ย. 2558 20:08 21 พ.ย. 2560 13:04 ไทยรัฐ