วันพุธที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปิดประตูตีแมวต้องโละ สปช.

โดย สายล่อฟ้า

คงเป็นเพราะมัวแต่ไปยุ่งกับเรื่องรัฐธรรมนูญจนวุ่นวายกันไปหมด แต่ภารกิจสำคัญคือการปฏิรูปประเทศทุกด้านกลับไม่มีอะไรคืบหน้าอย่างที่ควรจะเป็น นั่นน่าจะเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้ คสช.ต้องปรับจูนเครื่องกันใหม่หมด

ด้วยการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวโละ สปช.และ กมธ. ยกร่างฯในทันทีที่ลงมติจะรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญก็ตาม

ทั้งๆที่ยังมีภาระต่อเนื่องทั้งการปฏิรูปประเทศและการจัดทำกฎหมายลูกอันเป็นองค์ประกอบให้สอดรับกัน

ทั้งนี้ การแก้ไขรัฐธรรมนูญได้กำหนดเอาไว้ว่า ถ้าร่างรัฐธรรมนูญถูกคว่ำ กมธ.ยกร่างฯ ก็จะสิ้นสุดลง คสช.ก็จะตั้ง กมธ.ชุดใหม่จำนวน 21 คน เพื่อร่างรัฐธรรมนูญให้เสร็จสิ้นภายในเวลา 180 วัน จากนั้นนำร่างไปทำประชามติ

ถ้าประชาชนเห็นชอบนายกฯก็จะนำขึ้นทูลเกล้าฯถวาย แต่ถ้า ไม่ผ่านก็จะนำรัฐธรรมนูญฉบับหนึ่งฉบับใดมาปัดฝุ่นแล้วประกาศใช้

สปช.แม้จะมีมติเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบก็จะต้องพ้นจากตำแหน่งไปในทันที ไม่ต้องทำหน้าที่พิจารณากฎหมายลูกหรือการปฏิรูปในด้านต่างๆ

เรียกว่าตัดมือตัดเท้ากันไปเลย

แต่นายกฯ จะตั้งสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศขึ้นมาแทนภายใน 30 วัน จำนวนไม่เกิน 200 คน โดยกำหนดคุณสมบัติต้องอายุไม่ต่ำกว่า 35 ปี เพียงแต่ไม่ห้ามนักการเมืองที่เคยถูกตัดสิทธิการเลือกตั้งและสามารถตั้ง สปช.ชุดเก่าได้ เพียงแต่จะได้รับการแต่งตั้งหรือไม่เท่านั้น

บ้านเลขที่ 111 และ 109 ก็มีสิทธิที่จะได้รับการแต่งตั้ง

หรือจะเป็นรัฐมนตรีก็ได้หากเห็นว่ามีความเหมาะสม กรณีนี้คงไม่ได้หมายถึง ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ เพียงคนเดียว แต่คนอื่นๆก็มีโอกาสที่จะได้รับแต่งตั้ง

ประเด็นมันอยู่ที่ว่าทำไม คสช.จึงตัดสินใจที่จะตัดเยื่อตัดใย สปช.ชุดนี้ทั้งๆที่ขั้นสุดท้ายก็เป็นคนแต่งตั้งเอง

ถือว่าลงเรือแป๊ะลำเดียวกันแท้ๆ

คงเป็นเพราะเมื่อลงเรือลำเดียวกัน แต่ไม่เข้าใจภารกิจที่มอบหมายโดยเฉพาะการปฏิรูปประเทศที่ไม่มีอะไรคืบหน้าสักเรื่อง ตรงกันข้ามกลับสร้างความวุ่นวายอวดเก่ง อวดกล้า แสดงความเก่งกาจแต่ในเรื่องรัฐธรรมนูญ

การปฏิรูปแทนที่จะร่วมมือร่วมใจกันดำเนินการเพื่อให้บรรลุเป้าหมาย กลับทำให้ คสช.ต้องเป็นฝ่ายแบกรับและตอบคำถามมา ตลอดว่าทำไมถึงไม่มีอะไรคืบหน้า

คสช.คงไม่หวั่นไหวอะไรหาก สปช.คิดจะรวมหัวกันเพื่อคว่ำรัฐธรรมนูญ เพราะไม่ว่าเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบก็ไม่มีผลอะไร เพราะถ้าผ่านก็ว่ากันไปตามกระบวนการที่กำหนดเอาไว้แล้ว

ตรงกันข้ามถ้าไม่ผ่าน คสช. ก็จะอยู่ยาวต่อไปโดยไม่ผิดกติกา

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ต้องมองให้ลึกลงไปแล้ว การเปิดช่องให้นักการเมืองที่เคยถูกเว้นวรรคการเมืองสามารถเข้ามาร่วมงานกับ คสช. ไม่ว่าจะเป็นรัฐมนตรี สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศถือว่าใจกว้างน่าจะทำให้ฝ่ายการเมืองมีความรู้สึกดีขึ้น

การเคลื่อนไหวทางการเมืองหรือการต่อต้านน่าจะลดลงไปโดยปริยายอันเป็นการสร้างความปรองดองไปโดยปริยาย

ขณะเดียวกันก็สามารถดึงบุคคลเหล่านี้เข้ามาร่วมงานไม่ว่าจะอยู่ในสถานะใดก็ตาม เพราะต้องไม่ลืมว่าพวกเขาเหล่านี้ยังมีคนที่มีความรู้ความสามารถและได้รับการยอมรับจากประชาชน

เพียงแต่จะเลือกใครเท่านั้น ซึ่งเป็นเรื่องที่จะต้องพิจารณาให้รอบคอบ เลือกคนที่เข้าใจต่อสภาพความเป็นจริงทางการเมือง

เพราะคงมีบทเรียนมาแล้วจากการตั้ง สนช. สปช. กมธ. หรือแม้กระทั่งรัฐมนตรี.

“สายล่อฟ้า”

15 มิ.ย. 2558 12:34 15 มิ.ย. 2558 12:34 ไทยรัฐ