วันพฤหัสบดีที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปฏิรูปลดเหลื่อมล้ำอีกด้าน พ.ร.บ.ยาสูบ

ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ ตอกย้ำประเด็นที่มีการเคลื่อนไหวคัดค้านร่างพระราชบัญญัติควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ. .... ว่ามีความจำเป็นที่จะต้องปรับปรุงให้เข้ากับสถานการณ์ในปัจจุบัน

สถานการณ์ที่เป็นอยู่....บริษัทบุหรี่มีเทคนิคด้านการตลาดใหม่ๆ รวมทั้งผลิตภัณฑ์ยาสูบชนิดใหม่ๆ ที่ไม่สามารถครอบคลุมด้วยกฎหมายเก่าที่มีอยู่

อีกทั้งได้เพิ่มเติมมาตรการเกี่ยวกับการควบคุมการตลาดและการส่งเสริมการขายของบริษัทบุหรี่ เพื่อปกป้องเยาวชนจากการเสพติดบุหรี่ ที่ประเทศไทยมีพันธกรณีเช่นเดียวกับอีก 178 ประเทศ ที่ต้องปฏิบัติตามในฐานะภาคีสมาชิกอนุสัญญาควบคุมยาสูบ องค์การอนามัยโลก
ประเด็นสำคัญ ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ใช้เวลาพิจารณายกร่างอย่างรอบคอบ รวมเวลาเกือบ 4 ปี โดย พ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ พ.ศ.2535...ได้มีการบังคับใช้มากว่า 20 ปีแล้ว

ท่ามกลางการเดินหน้ากฎหมายยาสูบฉบับใหม่ เหรียญอีกด้าน... ก็ยังมีหลายประเด็นที่เป็นข้อโต้แย้งคัดค้านมาอย่างต่อเนื่อง ขอให้มีการทบทวน...แก้ไข พิจารณาอย่างรอบคอบบนหลักนิติธรรม

นางวราภรณ์ นะมาตร์ ผู้อำนวยการสมาคมการค้ายาสูบไทย ตัวแทนของสมาชิกร้านค้าปลีกยาสูบขนาดเล็ก หรือที่เราๆท่านๆเรียกกันว่า “โชห่วย” ปัจจุบันมีสมาชิกราว 1,300 คน ส่วนใหญ่เป็นร้านค้ายาสูบขนาดเล็กกระจายอยู่ทั่วประเทศ สะท้อนว่า การควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบเป็นสิ่งจำเป็น แต่ไม่ควรมองข้ามผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับภาคอุตสาหกรรมยาสูบ

“การควบคุมยาสูบนั้นไม่อาจมองในมิติสุขภาพได้อย่างเดียว ในโลกแห่งความจริงมันยังมีมิติของการสร้างงาน สร้างรายได้ สร้างอาชีพ ให้กับทั้งรัฐบาล โรงงานยาสูบ ผู้ผลิต ผู้นำเข้า ผู้ค้าขายยาสูบ...ชาวไร่ยาสูบ”

ข้อขัดแย้งและความเห็นที่แตกต่างทั้งจากกระทรวงต่างๆ และผู้ได้รับผลกระทบ เสมือนเป็นเสียงเล็กๆที่พยายามสะท้อน เรียกร้องขอให้มีการแก้ไขปัญหาอย่างยุติธรรมกับทุกฝ่าย

วราภรณ์ บอกว่า มีการอ้างว่ากฎหมายฉบับนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อปกป้องเด็กและเยาวชน แต่มาตรการหลายอย่างกลับไม่เกี่ยวข้องกับเด็กและเยาวชน แก้ปัญหาไม่ตรงจุด

ยกตัวอย่างเช่นเมื่อวันที่ 20 พ.ค.ที่ผ่านมา ที่ท่านรองอธิบดีกรมอนามัยแถลงเกี่ยวกับเรื่องการสูบบุหรี่ของเด็ก ระบุชัดเจนว่า...

“ครอบครัว” และ “คนใกล้ชิด” เป็นปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการสูบบุหรี่มากที่สุดหรืองานวิจัยของ นพ.ชูชัย ศุภวงศ์ และ นพ.สุภกร บัวสาย พบว่า เหตุผลที่เริ่มสูบบุหรี่เพราะความสนุก... 1 ใน 4 ยอมรับว่าทำตามกลุ่มเพื่อน ดังนั้น...สาเหตุไม่ใช่เพราะผู้ประกอบการหรือเพราะร้านค้าปลีก จึงต้องมาทบทวนให้ดีว่าเรากำลังเดินมาถูกทางหรือไม่ที่มาลงโทษผู้ประกอบการ

“วาทกรรมปกป้องเด็กและเยาวชนนั้นไม่อาจปกปิดความจริงของสาเหตุการสูบบุหรี่ไปได้”

ประเด็นปัญหาของร่างกฎหมายฯ หนึ่ง...ไม่มีการระบุหลักการและเหตุผลที่ชัดเจนในร่างกฎหมายฯ ถัดมา...ขอบเขตของร่างกฎหมายฯ เกินเลยกว่าเรื่องการดูแลสุขภาพ แต่กลับเข้ามาจำกัดและลิดรอนสิทธิ-เสรีภาพในการประกอบการอย่างไม่ได้สัดส่วน

สาม...มีมาตรการที่สร้างภาระกับผู้ประกอบการและขัดแย้งกับกฎหมายของหน่วยงานอื่น เช่น กฎหมายสรรพสามิต กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา รวมทั้งกฎหมายการค้าระหว่างประเทศ

สี่...นอกจากนั้นยังมีมาตรการที่ไม่เกี่ยวข้องกับการดูแลรักษาสุขภาพอนามัยของประชาชนโดยตรง ปราศจากหลักฐานที่สามารถพิสูจน์ยอมรับได้ว่ามาตรการเหล่านี้จะสามารถปกป้องเด็กและเยาวชน ทั้งที่มีมาตรการห้ามเด็ก...เยาวชนเข้าถึงผลิตภัณฑ์ยาสูบอยู่แล้ว

ข้อสุดท้าย...ให้อำนาจเจ้าหน้าที่รัฐไปออกกฎหมายลูกโดยไม่ผ่านกระบวนการพิจารณาของคณะรัฐมนตรีและรัฐสภาเป็นจำนวนมาก อันเป็นการขยายอำนาจเจ้าหน้าที่ของรัฐ

เมื่อลงลึกในรายละเอียดรายมาตรา ยกตัวอย่างมาตรา 4 ปัญหาคำนิยามของคำว่า “การสื่อสารการตลาด” ...ถ้อยคำในมาตรานี้มีความกว้างอย่างมาก และเมื่อเป็นส่วนสำคัญของมาตรา 30 ของร่างกฎหมายนี้ก็จะกระทบกระเทือนกับเสรีภาพในการประกอบกิจการและการสื่อสารตามปกติของผู้ประกอบการโดยตรง

“มีความไม่ชัดเจน ต้องมีการตีความถ้อยคำ เช่น ขอบข่ายของคำว่าการสร้างข่าวหมายถึงอย่างไร ขอบเขตของการสร้างข่าวหมายถึงอย่างไร”

นับรวมไปถึงการจำกัดสิทธิและเสรีภาพในสาระสำคัญ ในเรื่องเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น การพูด การเขียน การพิมพ์ การโฆษณา เช่น การห้ามการประชาสัมพันธ์ การสร้างข่าว การเผยแพร่ข่าวสารของผู้ประกอบการทั้งหมด ซึ่งการจำกัดเสรีภาพนั้นต้องทำไปเท่าที่จำเป็นและไม่กระทบต่อสาระสำคัญแห่งเสรีภาพนั้น

มาตรา 37 ปัญหาการกำหนดหีบห่อการบังคับใช้บุหรี่ซองเรียบละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา

ข้อนี้...มองว่าเป็นการให้อำนาจอย่างกว้างขวางกับเจ้าหน้าที่ไปออกอนุบัญญัติในภายหลัง เพื่อควบคุมหรือบังคับรูปแบบของหีบห่อผลิตภัณฑ์ยาสูบ โดยคำแนะนำของคณะกรรมการตามร่างกฎหมายนี้ ซึ่งอาจบังคับใช้รูปแบบหีบห่อที่เหมือนกันและอาจไม่อนุญาตให้ใช้เครื่องหมายการค้าในการแสดงบนหีบห่อ

นำไปสู่...การบังคับใช้บุหรี่ซองเรียบ (Plain Packaging)

“การออกประกาศของรัฐมนตรีนั้นไม่ต้องผ่านกระบวนการความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีหรือการพิจารณาโดยรัฐสภา ทั้งที่มาตรการนี้กระทบต่อสิทธิในทรัพย์สิน สิทธิ...เสรีภาพในการประกอบการ...สิทธิในการสื่อสารและเป็นปัญหาเรื่องการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ตามพระราชบัญญัติเครื่องหมายการค้า พ.ศ.2534”

นอกจากนี้การบังคับใช้ซองบุหรี่แบบเรียบเป็นการเพิ่มภาระกับร้านค้าอย่างเกินสมควร วราภรณ์ บอกว่า การที่หีบห่อสินค้าถูกกำหนดให้มีรูปแบบเหมือนกันหมดจะทำให้การจัดเรียงสินค้า การหยิบสินค้ามีความยุ่งยากมากขึ้น เสียเวลามากขึ้นในการบริการลูกค้าในร้านเพราะไม่สามารถแยกความแตกต่างของสินค้าได้ชัดเจน

ย้ำไปแล้วหลายครั้งในหลายเวที...บุหรี่ซองเรียบจะทำให้ผู้ปลอมแปลงบุหรี่ปลอมแปลงสินค้าได้มากขึ้น การกำหนดให้ซองบุหรี่เหมือนกันทั้งหมดนั้นผลกระทบอีกมุมหนึ่งจะทำให้ปัญหาปลอมแปลงบุหรี่เพิ่มมากขึ้น

ประกอบกับปัจจุบันมีการใช้ภาพคำเตือนบนพื้นที่ด้านหน้าและด้านหลังร้อยละ 85 และด้านข้างร้อยละ 60 อยู่แล้ว...บนซองผลิตภัณฑ์ยาสูบจึงแทบไม่เหลือพื้นที่ในการสื่อสารข้อมูลให้กับผู้บริโภค ทั้งที่บัญญัติไว้ตามกฎหมายภาษีสรรพสามิตและข้อมูลอื่นๆที่ผู้บริโภคควรทราบ

กรณี “ซองบุหรี่แบบเรียบ ไม่ได้ทำให้อัตราการสูบบุหรี่หรือยอดขายบุหรี่ลดลง...” ถือเป็นเรื่องร้อนในแวดวงรณรงค์เพื่อการไม่สูบบุหรี่ คุณหมอประกิต ย้ำว่า ที่ผ่านมาบริษัทบุหรี่พยายามที่จะใช้วิธีการต่างๆ โดยเฉพาะการสรรหาข้อมูลที่บิดเบือนข้อเท็จจริงออกมาเผยแพร่ให้เกิดความเข้าใจผิด...พยายามใช้วิธีการในลักษณะเดียวกันนี้มาโดยตลอดระยะเวลา 30 ปี ส่วนสาเหตุที่บริษัทบุหรี่ ออกมาต่อต้านเรื่องบุหรี่ซองเรียบอย่างหนักนั้น...

ขอบอกเพียงสั้นๆว่า... “นั่นเพราะแนวทางนี้ได้ผล”

บทสรุปสุดท้ายถ้ามุ่งหวังปฏิรูป...ลดเหลื่อมล้ำกันอย่างจริงจัง จริงใจ ไม่ว่าเรื่องใดปัญหาใดต้องคลี่คลายให้ได้บทสรุปที่เหมาะสม...เพื่อสร้างกติกาในการอยู่ร่วมกันในสังคมได้อย่างสมดุล.