วันศุกร์ที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ตร.จับ 2 ร้านเหล้า ปล่อย 76 โจ๋มั่วสุม

ตำรวจลุยจับร้านเหล้า 2 แห่งริมถนนพหลโยธินใกล้แยกเกษตร ขณะเข้าไปตรวจยังมีดนตรีแสดงอยู่เสียงดังสนั่นหวั่นไหว ตรวจสอบพบเยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปี 76 คนนั่งดื่มกิน สูบบารากู่อย่างโจ๋งครึ่ม ตรวจสอบทั้ง 2 ร้านไม่มีใบอนุญาตเปิดสถานบริการ คุมตัวผู้จัดการร้านดำเนินคดี “สมยศ” ประกาศเอาจริง กำชับตำรวจสกัดเด็กแว้น รวมทั้งแหล่งมั่วสุมร้านเหล้าขาใหญ่ ปล่อยเยาวชนให้เข้าไปใช้บริการ แถมตั้งชุดร่วมตั้งด่านตรวจเข้มตั้งแต่เที่ยงคืนถึงเช้า

ตำรวจลุยจับแหล่งมั่วสุมเด็กและเยาวชนรายนี้ เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 01.30 น.วันที่ 13 มิ.ย. พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วย ผบ.ตร. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก บก.ปคม. สายตรวจปฏิบัติการพิเศษ 191 และ สน.พหลโยธิน สนธิกำลังเข้าตรวจสอบสถานบันเทิงใกล้กับสถานศึกษาจำนวน 2 แห่ง ประกอบด้วยร้านบิ้วต์ และร้านวันศุกร์ ทั้ง 2 ร้านตั้งอยู่เลขที่ 1979 ริมถนนพหลโยธินขาออกก่อนถึงแยกเกษตร-นวมินทร์ แขวงลาดยาว เขตจตุจักร กรุงเทพฯ ภายหลังจากได้รับแจ้งว่ามีเยาวชนเข้าไปมั่วสุมใช้บริการกันเป็นจำนวนมาก

เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงพบร้านเกิดเหตุเป็นอาคารชั้นเดียวร้านตั้งอยู่ติดกัน 2 ร้าน ยังมีการแสดงดนตรี ขายสุรา ปล่อยให้สูบบุหรี่และบารากู่ในร้านกันอย่างโจ๋งครึ่ม เจ้าหน้าที่จึงสั่งให้ดนตรีหยุดเล่นและเปิดไฟ พบวัยรุ่นหญิงชายนับร้อยอยู่ในร้าน ตรวจสอบร้านบิ้วต์พบเยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปี จำนวน 37 คน แบ่งเป็นชาย 33 คน หญิง 4 คน และอายุต่ำกว่า 18 ปี จำนวน 31 คน แบ่งเป็นชาย 27 คน และหญิง 4 คน รวม 68 คน ขณะที่กำลังอีกชุดเข้าตรวจสอบที่ร้านวันศุกร์ติดกัน พบเยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปี เข้ามาใช้บริการจำนวน 8 คน แบ่งเป็นชาย 5 คน และหญิง 3 คน รวมเยาวชนที่เข้ามาใช้บริการทั้งหมด 76 คน มีนายตฤณ ไกรขจรกิตติ อายุ 29 ปี แสดงตัวเป็นเจ้าของร้านบิ้วต์ และนางนุชรินทร์ ซลาย อายุ 38 ปี แสดงตัวเป็นเจ้าของร้านวันศุกร์ จึงควบคุมตัวมาสอบสวน

พล.ต.ท.ประวุฒิกล่าวว่า การตรวจค้นจับกุมครั้งนี้เป็นไปตามแนวทางของรัฐบาลเพื่อแก้ไขปัญหาร้านจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ใกล้กับสถานศึกษา เพื่อไม่ให้เกิดการมอมเมาเยาวชน จากการตรวจสอบทั้ง 2 ร้านพบว่า ผู้ประกอบการไม่มีใบอนุญาตประกอบสถานบันเทิง มีเพียงใบอนุญาตจำหน่ายสุราเท่านั้น ซึ่งตามกฎหมายจะสามารถจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ได้ถึงเวลา 24.00 น.เท่านั้น แต่กลับพบว่าจำหน่ายเกินเวลา อีกทั้งยังจำหน่ายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้เยาวชนอีกด้วย ทั้งนี้ เตรียมหารือกับกรมสรรพสามิตเรื่องการพิจารณาออกใบอนุญาตให้ร้านอาหารใกล้สถานศึกษา หากพบว่าร้านอยู่ใกล้กับสถานศึกษามากเกินไปก็ไม่ควรออกใบอนุญาตให้

“ส่วนเวลาจำหน่ายที่อยู่ช่วง 11.00-14.00 น.และ 17.00 น.เป็นช่วงที่นักเรียนนักศึกษากำลังเรียนอยู่ ต้องมีการพิจารณากันใหม่ และที่ 2 ร้านนี้ก็พบนักศึกษาจำนวนมาก ถ้าขายอาหารแล้วมีวงดนตรีต้องเลิกไม่เกินเที่ยงคืน แต่ที่นี่มักจะเปิดเกินเวลาอยู่เป็นประจำ ถ้าสายตรวจ สน.พหลโยธินไม่มาไล่ให้ปิดก็เปิดเลยเถิดกันไปใหญ่ ส่วนเรื่องการปราบเด็กแว้นตอนนี้ออกมาตรการให้สายตรวจตั้งด่านตรวจตั้งแต่เวลา 23.00-06.00 น.เพื่อป้องกันไม่ให้แข่งรถ แถมยังจับกุมรถที่ก่อคดีอื่นมาด้วยความผิดทาง พ.ร.บ.จราจรอื่นๆ ทั้งรถสวมทะเบียนและรถที่ถูกโจรกรรม อาทิตย์ที่ผ่านมาจับกุมรถผิดกฎหมายได้ 70 คัน เราจะเน้นหนักวันศุกร์กับเสาร์ซึ่งได้ผลเป็นที่น่าพอใจ ส่วนเด็กแว้นที่ถูกจับในพื้นที่ สน.ตลาดพลู ขบวนการสอบสวนยังเดินหน้าต่อไป สามารถเอาผิดผู้ปกครองได้บางส่วนแล้ว เนื่องจากพบว่าบุตรหลานเคยถูกจับกุมข้อหาแข่งรถมาก่อนหน้าที่จะถูกจับครั้งนี้เพียง 1 อาทิตย์เท่านั้น” พล.ต.ท.ประวุฒิกล่าว

เบื้องต้นแจ้งข้อหาเปิดสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต ข้อหาขายสุราเกินเวลาที่กฎหมายกำหนด ข้อหาขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ให้แก่บุคคลที่มีอายุต่ำกว่า 20 ปี ข้อหาขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์เกินเวลาที่กฎหมายกำหนด ข้อหาเป็นผู้ดำเนินการไม่จัดให้ส่วนหนึ่งส่วนใดหรือทั้งหมดของสถานที่สาธารณะเป็นเขตสูบบุหรี่และเขตปลอดบุหรี่ และข้อหาให้บริการสินค้าบารากู่อันอาจเป็นอันตรายแก่ผู้บริโภค ตามคำสั่งคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคที่ 9/2558 ลง 28 ม.ค.58 แห่ง พ.ร.บ.คุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522

ที่ ตร. พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร.กล่าวว่า มีคำสั่งให้ ผบช.ทุกพื้นที่กำหนดแผนปราบปรามกลุ่มเด็กแว้นที่รวมตัวสร้างความเดือดร้อน โดยเฉพาะพื้นที่กรุงเทพฯ ปทุมธานี นนทบุรี สมุทรปราการ พระนครศรีอยุธยา ชลบุรี ฉะเชิงเทรา นครปฐม สมุทรสาคร และ จ.สมุทรสงคราม ให้แต่ละ บก. จัดกำลัง 50 นาย สลับหมุนเวียนเพื่อไม่ให้โหลด ตั้งด่านตรวจสกัดรถซิ่งทั้งรถ จยย.และรถยนต์ ตรวจค้นยาเสพติด อาวุธ เน้นรถดัดแปลงผิดกฎหมายแยกจากงานปกติ มอบหมายรอง ผบก.เป็นผู้ควบคุมสั่งการ ต้องติดต่อได้ตลอดช่วงที่ตั้งจุดตรวจ 5-7 จุดในแต่ละพื้นที่สลับหมุนเวียนกำลังสายตรวจและจราจรที่ต้องลงพื้นที่คุมอาชญากรรมและอำนวยการจราจร ให้กองปราบปราม ทางหลวง ท่องเที่ยว และชุดปฏิบัติการพิเศษเป็นหน่วยสนับสนุน จัดกำลังออกตรวจเสริมเพื่อให้ครอบคลุมทุกพื้นที่ เรื่องนี้ต้องทำให้เข้มแข็งเพื่อแก้ไขปัญหาใหญ่ในสังคมตามนโยบายของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เนื่องจากมีหนังสือร้องเรียนเข้ามาเป็นจำนวนมาก

พล.ต.อ.สมยศกล่าวต่อไปว่า เพื่อแก้ไขปัญหาสร้างความเดือดร้อนรำคาญ และอาจก่อให้เกิดเหตุอาชญากรรมรุนแรง สิ่งสำคัญต้องมองลึกไปด้วยว่า ผู้ปกครองมีความรับผิดชอบเพียงพอหรือไม่ ตำรวจหน่วยเดียวจะแก้ไขปัญหาอย่างครบวงจรคงไม่ได้ เพราะกำลังสายตรวจต้องลงพื้นที่ป้องกันคดีอาชญากรรม ตำรวจจราจรต้องแก้ไขปัญหาจราจรเร่งด่วนช่วงเช้าและเย็น ให้ตั้งด่านยันเช้าแล้วต้องมาดูแลปัญหาจราจรคงไม่ไหว ต้องใช้การบังคับใช้กฎหมายเข้ามาควบคุมพฤติกรรม การวางกำลังทำให้ไม่มีเด็กแว้นออกมาสร้างความเดือดร้อนในพื้นที่เสี่ยง รวมทั้งการตรวจสถานบริการขาใหญ่ที่ฝ่าฝืนกฎหมายปล่อยให้เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีเข้าไปมั่วสุมเปิดเกินเวลา ทำกันมานานไม่เกรงกลัวกฎหมาย มักแอบอ้างคนใหญ่คนโตหาผลประโยชน์ นายกรัฐมนตรีย้ำเป็นนโยบายไม่ให้แอบอ้างฝ่าฝืนกฎหมาย ที่ผ่านมาไม่มีการดำเนินการจริงจัง มีการมั่วสุมเสพยาทะเลาะวิวาทตีกันยิงกัน ยุคนี้จะต้องไม่ปล่อยไว้

ขณะที่ พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วย ผบ.ตร.กล่าวว่า ได้ข้อสรุปตรงกันว่ากลุ่มวัยรุ่นที่มีการแสดงพฤติกรรมอย่างนี้เป็นการแสดงตัวตน ต้องการแสดงออกให้ได้รับการยอมรับจากสังคม ตำรวจจะไม่มองปัญหาเด็กแว้นอย่างเดียว เพราะในกลุ่มที่จับกุมบางคนโดนข้อหายาเสพติด เป็นเรื่องที่ต้องแก้ไขไปพร้อมกัน และมาตรการเพิ่มโทษเพียงอย่างเดียวไม่ใช่คำตอบสุดท้าย จะนำมาตรการที่คุยกันเสนอเป็นโรดแม็ปของรัฐบาล เพื่อแก้ไขปัญหาเด็กเยาวชนที่มีพฤติกรรมเสี่ยงทั้งหมด จะควบคุมร้านแต่งรถผู้สนับสนุนอยู่เบื้องหลังจัดแข่ง ทุกหน่วยงานทำให้เข้มแข็งเพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืน

ตำรวจลุยจับร้านเหล้า 2 แห่งริมถนนพหลโยธินใกล้แยกเกษตร ขณะเข้าไปตรวจยังมีดนตรีแสดงอยู่เสียงดังสนั่นหวั่นไหว ตรวจสอบพบเยาวชนอายุต่ำกว่า 20 ปี 76 คนนั่งดื่มกิน สูบบารากู่อย่างโจ๋งครึ่ม... 14 มิ.ย. 2558 05:52 14 มิ.ย. 2558 05:52 ไทยรัฐ