วันศุกร์ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ท่วมกทม.! ‘ทหาร’ ช่วยดูแลการจราจร อุโมงค์ดินแดง

ผู้ว่าฯ กทม.รุดถกทีมเร่งระบายน้ำหลังเจอพายุฝนถล่มหนัก น้ำท่วมขังค่อนกรุงอีกระลอก โดย มอบนโยบาย 4 ข้อให้ปฏิบัติ เตรียมพร้อมรับมือขั้นสูงสุด เน้นประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รับมือจราจรปั่นป่วน และระบายน้ำในถนนสายหลักก่อนแล้วถึงดูถนนสายรอง โดยมีทหาร-ตำรวจร่วมแก้ปัญหาน้ำท่วมขัง ช่วยเหลือประชาชน ปลัด กทม.ยอมรับ ปีนี้ปริมาณน้ำฝนในกรุงสูงกว่าค่าเฉลี่ยปีกลาย ขณะที่กรมอุตุนิยมวิทยาเตือนไทยยังมีฝนหนักอีกหลายวัน

หลังเกิดฝนตกหนักในพื้นที่ กทม.ช่วงกลางดึกวันที่ 12 ต่อเนื่องวันที่ 13 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในช่วงสายวันที่ 13 มิ.ย. ที่ศาลาว่าการ กทม. ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อติดตามเฝ้าระวังและแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนเนื่องจากมีฝนตกต่อเนื่องจากเมื่อช่วงคืนวันที่ 12 มิ.ย. ที่ผ่านมา ส่งผลให้มีน้ำท่วมขังในหลายจุด โดย ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์กล่าวภายหลังการประชุมว่า การประชุมครั้งนี้ สาระสำคัญคือการปฏิบัติงาน และการประสานงานหน่วยงานที่เข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาจราจรหลังเกิดฝนตกหนัก ส่วนนโยบายการแก้ไขปัญหา สิ่งที่ตนได้ตอกย้ำคือ 1. คงไว้ซึ่งความพร้อมในระดับสูงของทุกช่วงเวลา เพราะฝนไม่เชื่อฟังใครไม่เชื่อฟังพยากรณ์อากาศ ดังนั้นให้เราได้เตรียมความพร้อมอยู่ตลอดเวลา ล่าสุดกรมอุตุนิยมวิทยารายงานสภาพอากาศว่าจะมีฝนตกไปจนถึงวันที่ 17 มิ.ย.นี้ 2. การประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิด เช่น เรื่องการดูแลจราจร คือ กระทรวงกลาโหม และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ 3. หากระบายน้ำบนถนนสายหลักสำคัญเรียบร้อยแล้ว ให้รีบเข้าไปแก้ไขเพื่อเร่งระบายน้ำบนถนนสายรอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งหมู่บ้านที่มีพื้นที่ลุ่มต่ำ 4. เรื่องการติดต่อสื่อสารระหว่างหน่วยงานภายในของ กทม. จะต้องสามารถประสานงานได้ตลอดเวลา เพื่อการแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็ว

ด้านนายสัญญา ชีนิมิตร ปลัด กทม. กล่าวว่า กทม.เตรียมความพร้อมที่มีอยู่ทั้งหมดในการรับมือแก้ไขในช่วงสถานการณ์ฝนตก แต่หากมีปริมาณฝนตกเกินกว่า 60 มิลลิเมตร (มม.) เราขอเวลาในการระบายน้ำเพื่อเข้าสู่ระบบ แต่ยืนยันว่าอุปกรณ์และบุคลากรมีความพร้อม 100 เปอร์เซ็นต์ ส่วนพื้นที่ไหนที่เป็นจุดอ่อน ก็ใช้กำลังเข้าไปเสริม ซึ่งจากเมื่อคืนที่ผ่านมา กทม.สามารถเร่งระบายน้ำในหลายพื้นที่จนแห้งได้อย่างรวดเร็วความรุนแรงก็น้อยลง อย่างไร ก็ตาม มีการรายงานค่าเฉลี่ยปริมาณน้ำฝนตั้งแต่เดือนมกราคม 2558 จนถึงปัจจุบัน พบว่าอยู่ที่ 591 มิลลิเมตร สูงกว่าค่าเฉลี่ยปีที่ผ่านมา คิดเป็นร้อยละ 17.2

ขณะที่ช่วงบ่าย นายบุญธรรม ตั้งล้ำเลิศ หน.เวรพยากรณ์อากาศประจำวัน กรมอุตุนิยมวิทยาเปิดเผยว่า ฝนที่ตกตั้งแต่ช่วงเช้ามืดเป็นเพราะลมตะวันออกเฉียงใต้ที่พัดนำความชื้นจากทะเลจีนใต้เข้ามาปกคลุม แต่จากนี้ลมจะเริ่มถอยออกไป ทำให้ฝนช่วงเช้าเริ่มลดลง แต่ยังมีมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามันและประเทศไทยเริ่มมีกำลังแรงขึ้น ทำให้ตั้งแต่วันที่ 14-17 มิ.ย. มีฝนตกในพื้นที่ภาคตะวันตก ภาคกลาง ภาคใต้ และภาคตะวันออกบางจังหวัด ประมาณร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ ส่วนใหญ่จะเป็นฝนที่ตกในช่วงบ่าย ขณะที่ กทม.และปริมณฑล มีฝนฟ้าคะนองเป็นแห่งๆ ถึงกระจาย ร้อยละ 30-60 ของพื้นที่ ตลอดช่วงวันดังกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ตั้งแต่เวลา 01.55 น.วันที่ 13 มิ.ย. ศูนย์ป้องกันน้ำท่วม สำนักการระบายน้ำ กทม. รายงานข้อมูลสถานการณ์ฝนว่า มีฝนอ่อนฝั่งธนบุรี และฝนอ่อน-ปานกลางแนวริมแม่น้ำเจ้าพระยา และพื้นที่ฝั่งพระนครเกือบทั้งหมด ยกเว้นเขตดอนเมือง สายไหม หลักสี่ บางเขน ปริมาณสูงสุดวัดได้ที่เขตดินแดง 63.5 มม. ทำให้มีน้ำท่วมขังรอการระบายหลายจุด ดังนี้ 1. ถนนสุรวงศ์ บริเวณทางด่วน-ถนนเจริญกรุง มีน้ำท่วมสูง 20 ซม. 2. ถนนสวนพลู บริเวณตลาดสวนพลู-วิทยุการบิน มีน้ำท่วมสูง 15-20 ซม. 3. ถนนพระราม 6 ช่วงทางด่วน มีน้ำท่วมสูง 15-20 ซม. 4.ถนนสนามไชย บริเวณถนนเศรษฐการ-ถนนท้ายวัง มีน้ำท่วมสูง 15-20 ซม. 5. ถนนเพชรบุรี แยกมิตรสัมพันธ์-แยกอโศก มีน้ำท่วมสูง 15-20 ซม.ต่อมาเวลา 02.15 น.มีฝนอ่อนแนวริมแม่น้ำเจ้าพระยาและพื้นที่ฝั่งพระนครเกือบทั้งหมด ยกเว้นเขตดอนเมือง สายไหม หลักสี่ ปริมาณสูงสุดวัดได้ที่เขตดินแดง 74 มม. มีรายงานน้ำท่วมขังรอการระบาย ดังนี้ 1. ถนนศรีอยุธยา วังสวนผักกาด มีน้ำท่วมสูง 15-20 ซม. 2. ถนนจอมทอง ช่วงซอย 10-14 มีน้ำท่วมสูง 5-10 ซม. 3. ถนนศรีอยุธยา สน.พญาไท-โรงเรียนอำนวยศิลป์ มีน้ำท่วมสูง 5-20 ซม. 4. ถนนอโศกมนตรี แยกซิโนไทย มีน้ำท่วมสูง 15-20ซม.

จากนั้นเวลา 02.40 น. กทม.มีฝนอ่อน-ปานกลาง เขตแนวริมแม่น้ำเจ้าพระยาและฝนอ่อนพื้นที่ฝั่งพระนคร ปริมาณฝนสูงสุดวัดได้ที่เขตดินแดง 81 มิลลิเมตร มีรายงานน้ำท่วมขังรอการระบาย ดังนี้ 1.ถนนสุขุมวิท ช่วงซอย 33-51 ซอย 51-63 และซอย 63-69 มีน้ำท่วมสูง 10 ซม. 2.ถนนรามคำแหงช่วงซอย 1-คลองกะจะ มีน้ำท่วมสูง 15-20 ซม. 3.ถนนลาดพร้าว ช่วงซอย 122-คลองเจ้าคุณสิงห์ มีน้ำท่วมสูง 15-20 ซม. 4.ถนนดินแดง ช่วงซอยสุทธิพร-ตลาดขวัญ มีน้ำท่วมสูง 15-20 ซม. 5.ถนนเอกมัย มีน้ำท่วมสูง 15-20 ซม. 6.ถนนพระราม 4 มีน้ำท่วมสูง 5-10 ซม. 7.ถนนประชาสุข มีน้ำท่วมสูง 20-40 ซม. 8.ถนนบางนา ขาออกซอยลาซาล-แบริ่ง มีน้ำท่วมสูง 10 ซม. 9.ถนนวิภาวดีฯ หน้าโรงเรียนสุรศักดิ์มนตรี 10.ถนนรัชดาภิเษก แยกพระราม 9-โรบินสัน 11.ถนนรัชดาภิเษก ถนนวิภาวดีฯ-ถนนสุทธิสาร12.ถนนพหลโยธินหน้า บช.ตชด.-สะพานควาย

ด้าน พ.อ.หญิง ศิริจันทร์ งาทอง รองโฆษกกองทัพบก กล่าวถึงการลงพื้นที่ช่วยเหลือประชาชนในช่วงที่เกิดฝนตกหนักและมีน้ำท่วมขัง ซึ่งการปฏิบัติงานส่วนใหญ่เป็นการอำนวยการจราจร ยานพาหนะที่สัญจรบนถนน โดยเวลา 01.30 น. กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ม.2 รอ.) โดยกองพันทหารม้าที่ 3 รักษาพระองค์ จัดกำลังพล 1 ชุดปฏิบัติการเป็นเจ้าหน้าที่จราจร ประจำสี่แยกมเหสักข์ เขตบางรัก เนื่องจากฝนตกหนักมีน้ำท่วมสูงประมาณ 30 ซม.ใช้เวลา 1 ชั่วโมง การระบายน้ำจึงเข้าสู่ปกติ ขณะนี้หน่วยได้จัดกำลังพลอำนวยความสะดวกด้านการจราจรแก่ผู้ที่สัญจร เพื่อลดการเกิดอุบัติเหตุ และเวลา 03.30 น. ชุดบรรเทาสาธารณภัย กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ ออกช่วยอำนวยความสะดวกการจราจร บริเวณถนนวิภาวดีฯ-รังสิต เนื่องจากน้ำท่วมขังรอการระบายเช่นกัน

ส่วน พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วย ผบ.ตร.และโฆษก ตร.กล่าวว่า ขณะนี้เมื่อฝนตกหนักในกรุงเทพฯและปริมณฑล ทำให้เกิดน้ำท่วมขัง มีผลต่อการจราจรโดยเฉพาะในชั่วโมงเร่งด่วน เพื่อแก้ไขปัญหาและบริหารจัดการจราจรให้กระทบผู้ใช้รถใช้ถนนน้อยที่สุด พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร.สั่งการให้ บก.จร.บก.ทล. ภ.จ.นนทบุรี ภ.จ.สมุทรปราการ ภ.จ.ปทุมธานี และ ภ.จ.นครปฐม ติดตามรายงานสภาพอากาศจากกรมอุตุนิยมวิทยา และศูนย์ควบคุมระบบป้องกันน้ำท่วมกรุงเทพมหานครอย่างใกล้ชิด พร้อมทั้งให้รายงานสภาพน้ำท่วมขังทุกถนน กรณีที่เห็นว่ารถยนต์ขนาดเล็กไม่สามารถผ่านไปได้ หรือที่มีน้ำท่วมขังสูงตั้งแต่ 15 เซนติเมตรขึ้นไป ให้จัดรถยกเพื่อช่วยเหลือ เร่งอำนวยความสะดวกการจราจร รวมถึงบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างรวดเร็ว

ขณะเดียวกัน มีความคิดเห็นจากนักวิชาการเกี่ยวกับการแก้ปัญหาน้ำท่วมขังใน กทม. โดยนายสุทัศน์ วีสกุล รองผู้อำนวยการสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ สสนก.ในฐานะประธานคณะทำงานประเมินความพร้อมของระบบระบายน้ำในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ปี 2556 เปิดเผยถึงจุดอ่อนหลักในระบบระบายน้ำของ กทม.คือ ระบบระบายน้ำในท่อตามซอยต่างๆ ออกแบบมารองรับน้ำแค่ 2 ปี ขณะที่ระบบใหญ่ ส่วนถนนหลักๆ เช่น ถนนสุขุมวิท รองรับปริมาณน้ำรอบ 5 ปีเท่านั้น ปัจจุบันสำนักการระบายน้ำของ กทม. ทำได้เพียงเสริมระบบการระบายน้ำ ไม่ได้ลงทุนวางระบบใหม่ จึงเป็นสาเหตุทำให้น้ำท่วมกรุงเทพฯได้ง่าย

ส่วนนายเสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวว่า ปัจจุบันกรุงเทพฯมีอุโมงค์ยักษ์เพื่อระบายน้ำ 7 แห่ง อยู่ระหว่างเตรียมก่อสร้างอีก 3 แห่ง แต่ทั้งหมดนี้สามารถระบายน้ำครอบคลุมพื้นที่เพียง 15 ตร.กม. หรือเพียง 1 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่กรุงเทพฯ ทั้งหมด 1,500 ตร.กม. นอกจากนี้ การทำงานของอุโมงค์ยักษ์ก็มีข้อจำกัด เนื่องจากเป็นเครื่องสูบน้ำที่มีกำลังการสูบมาก ดังนั้น จึงต้องมีปริมาณน้ำมากพอที่จะเดินเครื่องได้ แต่ปัญหาคือระบบลำเลียงน้ำ ทั้งคูคลอง บ่อพักน้ำ ท่อระบายน้ำต่างๆ ไม่สามารถลำเลียงน้ำฝนมาถึงอุโมงค์ได้ เพราะระบบลำเลียงใช้มานานไม่สามารถรองรับฝนในปัจจุบันได้แล้ว

สำหรับแนวทางแก้ไขปัญหาการระบายน้ำท่วมขังของกรุงเทพฯ มีอยู่ 3 แนวทาง คือ 1.ลงทุนระบบการระบายน้ำกันใหม่ โดยขยายขนาดท่อระบายน้ำ และเพิ่มจำนวนบ่อพักน้ำใต้ถนนให้ถี่ขึ้นทุกๆ 10 เมตร ควรมีบ่อพักน้ำใต้ดิน 1 บ่อ 2.วางระบบระบายน้ำบนถนนให้น้ำซึมผ่านได้ง่ายไม่ให้เกิดน้ำท่วมขัง โดยเฉพาะในพื้นที่เขตเศรษฐกิจสำคัญของกรุงเทพฯ และแหล่งชุมชนหนาแน่น และ 3.ต้องบังคับใช้กฎหมายกับสิ่งก่อสร้างที่ขวางทางน้ำ เก็บภาษีจากผู้ที่ไปสร้างอาคาร บ้านเรือนในแหล่งรับน้ำหรือทางเดินน้ำ

ผู้ว่าฯ กทม.รุดถกทีมเร่งระบายน้ำหลังเจอพายุฝนถล่มหนัก น้ำท่วมขังค่อนกรุงอีกระลอก โดย มอบนโยบาย 4 ข้อให้ปฏิบัติ เตรียมพร้อมรับมือขั้นสูงสุด เน้นประสานงานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รับมือจราจรปั่นป่วน... 14 มิ.ย. 2558 05:46 ไทยรัฐ