วันพุธที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ประวิตรปิดประตู สมคิดรมต. เสียงสปช.ยังสูสีกํ้ากึ่ง ควํ่า-ไม่ควํ่า ‘รธน.ใหม่’

“บิ๊กป้อม” ลั่นไม่ดึง “สมคิด” เสริมทัพ ครม. ชี้เจ้าตัวนั่ง 2 เก้าอี้ ใหญ่ เป็นกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์-ประธานที่ ปรึกษานายกฯก็เหมือนทีมเดียวกันอยู่แล้ว ไม่เห็นจำเป็นต้องเข้ามาทำอะไรเลย การันตี “หม่อมอุ๋ย” ทำงานโอเค สองคนนี้ไม่กินเกาเหลา วิป สปช.เช็กเสียงคว่ำ-ไม่คว่ำร่าง รธน.ล่าสุดก้ำกึ่งสูสีกันมาก “วันชัย” ขู่มีตำหนิแม้แต่นิดเดียวก็ไม่ยอม กปปส.จับตาใกล้ชิด ป.ป.ช.จ่อสรุปเร็วๆนี้ปม “ปู” ซุกนาฬิกาหรู

หลังจากที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ออกมาระบุยังไม่คิดจะดึงนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ประธานที่ปรึกษานายกฯ มาร่วม ครม. ล่าสุด พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ออกมายืนยันอีกคนว่าไม่มีความจำเป็นที่จะต้องดึงนายสมคิดเข้ามา

“บิ๊กป้อม” ยันไม่ดึง “สมคิด” เสริมทัพ

พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีกระแสข่าวจะปรับ ครม. โดยดึงนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ประธานที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เข้าร่วม ครม.ว่า ยังไม่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้าคสช.ไม่เคยพูดว่าจะปรับ ครม.และไม่เคยพูดว่าใน ครม.ใครไม่ดี เมื่อทำงานมันต้องเข้าเป้า เมื่อถามว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราวเปิดช่องให้เข้ามาเป็นได้ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ไม่เกี่ยวข้องกัน เพราะคนที่ถูกเว้นวรรคที่ถูกลงโทษแล้วยังจะย้อนหลังลงโทษอีก ก็ไม่เป็นธรรม การปลดล็อกเพื่อให้เกิดความเป็นธรรม ขณะที่มีการปรับ ครม.หรือไม่ ขอยืนยันมันคนละเรื่อง ไม่เกี่ยวกัน ผู้สื่อข่าวถามว่า หากดึงนายสมคิดเข้ามาเสริมทัพ ครม.จะดีขึ้นหรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ไม่เสริม เพราะนายสมคิดอยู่ในคณะกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ของ คสช. มีตนเป็นประธานอยู่แล้ว และนายสมคิดยังเป็นที่ปรึกษานายกฯอีก เหมือนร่วมทีมเดียวกันอยู่แล้ว ไม่เห็นจำเป็นต้องเข้ามาทำอะไรเลย ตัวท่านเองก็ไม่เคยพูดว่าอยากจะเป็น

ชี้ “หม่อมอุ๋ย–สมคิด” ไม่เกาเหลา

“ท่านทำงานกับผมทุกวัน รับรองเลยว่า ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกฯ ฝ่ายเศรษฐกิจและนายสมคิดไม่มีทะเลาะกันแน่นอน ไม่มีคู่กัด เขาทำเต็มที่และรับฟังซึ่งกันและกัน ม.ร.ว.ปรีดิยาธรก็พูดคุยกันทุกวันและชี้แจงอยู่ตลอด เขาโอเคพยายามแก้ไขปัญหาทุกอย่าง โดยเฉพาะเศรษฐกิจมหภาค ทำไว้รองรับทั้งหมด” พล.อ.ประวิตรกล่าว

ปชป.ตีราคาแค่ “คิดดี–พูดเก่ง”

นายเกียรติ สิทธีอมร รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ประธานที่ปรึกษานายกฯ ถือเป็นคนที่สังคมให้การยอมรับระดับหนึ่งทางด้านการตลาด ที่ผ่านมานายสมคิดบริหารหลายกระทรวง ทั้งเป็น รมว.คลังและพาณิชย์ ดังนั้น ผู้ที่จะแต่งตั้งต้องไปทบทวนว่าที่ผ่านมามีผลงานอะไรบ้าง ถามว่าเข้ามาแล้วจะทำอะไร ถ้าไม่มีผลงานก็ต้องปรับออกไป นายกรัฐมนตรีต้องเป็นผู้ประเมิน และต้องฟังเสียงประชาชน ถ้าทีมงานดีแต่ทำงานไม่ได้ แก้ปัญหาไม่ตรงจุด ก็ไร้ประโยชน์ไม่ว่าหน้าตาจะดีแค่ไหน หรือบางคนคิดดีมากทำวิชาการดีด้วย พูดเก่งต่างหาก แต่ไม่สามารถทำให้นโยบายเป็นรูปธรรมได้ ก็ไร้ประโยชน์

บี้แก้ราคาน้ำมันแพงสวนโลก

นายเกียรติกล่าวต่อว่า ปัญหาหลักของประเทศไทยเวลานี้คือ ราคาพลังงานแพงกว่าที่ควรจะเป็น เพราะนโยบายพลังงานเป็นปัญหามาก ประชาชนไม่ได้ประโยชน์จากราคาพลังงานโลกที่ลดลง จุดนี้แก้ไขปัญหาอย่างไร เพราะเป็นต้นทุนของสินค้าทุกประเภท จึงมีทั้งเรื่องของแพงเพราะต้นทุนแพง เกิดเงินฝืดและเงินเฟ้อ จะทำอย่างไรเพื่อลดหนี้ของภาคครัวเรือนที่สูงขึ้นโดยเฉพาะหนี้นอกระบบ รัฐบาลจะมีทางแก้อย่างไร ตนอยากฟังแนวทางแก้ไขปัญหานี้มากกว่าโจทย์ที่รัฐบาลต้องตอบให้ได้คือ จะแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจอย่างไร เพราะว่าภาวะเศรษฐกิจโลกมีเหมือนกัน แต่ทำไมประเทศไทยจึงอยู่รั้งท้าย

สนช.เปิดไฟเขียวแก้ รธน.ชั่วคราว

นพ.เจตน์ ศิรธรานนท์ โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวถึงการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราวปี 2557 จำนวน 7 ประเด็นว่า ที่ประชุม สนช.จะใช้เวลาพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราวในวันที่ 18 มิ.ย.โดยจะพิจารณาแบบ 3 วาระรวด คาดว่าใช้เวลาวันเดียวคงเสร็จเรียบร้อย เท่าที่ดูเนื้อหาในร่างแก้ไขที่ส่งมาให้ สนช.มีสาระสำคัญอยู่ 3 เรื่องคือ 1.การปลดล็อกให้ผู้เคยถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมาเป็นสนช. และ ครม.ได้ 2.การให้ถวายสัตย์ปฏิญาณตนต่อองค์รัชทายาท หรือผู้แทนพระองค์ได้ 3.การให้ สปช.ต้องพ้นตำแหน่ง ภายหลังการลงมติเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งทั้งหมดเป็นไปตามเจตนารมณ์รัฐธรรมนูญ ดูแล้วไม่มีอะไรขัดหลักการ หรือบกพร่องในข้อกฎหมาย เชื่อว่า สนช.ไม่น่าจะติดใจอะไร น่าจะให้ความเห็นชอบได้ภายในวันเดียว

กปปส.จับตาแผน สปช.คว่ำร่าง รธน.

นายถาวร เสนเนียม อดีตแกนนำกลุ่ม กปปส. กล่าวถึงกรณีสังคมวิจารณ์ว่ามีการส่งสัญญาณให้สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) คว่ำร่างรัฐธรรมนูญหลัง คสช.และ ครม.เสนอให้มีการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญชั่วคราวปี 2557 ใน 7 ประเด็น ว่า เป็นการส่งซิกหรือไม่ ต้องรอดู ตนไม่อยากคาดการณ์จึงขอติดตามอย่างใกล้ชิด แต่ทั้งนี้ หากร่างรัฐธรรมนูญที่กำลังยกร่างฯ ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง ยังยึดความเชื่อของผู้ยกร่างฯ โดยเฉพาะกลุ่มคนที่ทำตัวเกาะติดกับ คสช.เสนอตัวรับใช้แค่ช่วงการแต่งตั้ง เอาความคิดตัวเองเป็นใหญ่ ร่างรัฐธรรมนูญนี้จะเป็นปัญหา ที่สุดก็จะกลับเข้าสู่วงจรอุบาทว์เกิดการปฏิวัติในอนาคตขึ้นอีก เช่น การคงมาตรา 181-182 เลี่ยงการอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลหรือนายกฯ หรือการให้อำนาจ ส.ว.ลากตั้งมีสิทธิ์ถอดถอน ส่วนการที่รัฐบาลจะอยู่ยาวหรือไม่ ขึ้นอยู่กับประชาชน ถ้ารัฐบาลอยู่นานและมีผลงาน แก้ไขปัญหาชาติ จับต้องได้ ประชาชนก็อยากให้อยู่ แต่ถ้าอยู่นานแล้วการทุจริตยังเต็มบ้านเต็มเมืองอย่างนี้ ใครก็ไม่อยากให้อยู่

วิป สปช.บอกเดายาก–เสียงก้ำกึ่งสูสี

นายอลงกรณ์ พลบุตร เลขานุการคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาปฏิรูปแห่งชาติ (วิป สปช.) กล่าวถึงการแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราวปี 2557 ให้ยุบ สปช.ภายหลังการลงมติรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งถูกมองเป็นการส่งสัญญาณ สปช.คว่ำร่างรัฐธรรมนูญว่า เป็นการแก้ไขปลดล็อกให้ สปช.มีอิสระมากขึ้นในการพิจารณาจะผ่านร่างรัฐธรรมนูญหรือไม่ เพราะเมื่อมีการแก้ไขให้สปช.ต้องสิ้นสภาพไม่ว่าจะโหวตผ่านหรือไม่ผ่านร่างรัฐธรรมนูญ ทำให้ สปช.ใช้ดุลพินิจได้เต็มที่มากขึ้น ดีกว่าตามรัฐธรรมนูญชั่วคราวฉบับเดิมที่ให้ สปช.สิ้นสภาพ ถ้าร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านความเห็นชอบ เหมือนกับเป็นการบีบให้ สปช.ต้องโหวตผ่านร่างรัฐธรรมนูญ เพราะไม่มีใครอยากฮาราคีรีตัวเอง อย่างไรก็ตาม ยังเร็วเกินไปที่จะบอกว่า การแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราวครั้งนี้เป็นการส่งสัญญาณให้คว่ำร่างรัฐธรรมนูญ คงต้องรอดูเนื้อหาในร่างสุดท้ายก่อน เท่าที่ดูเสียงของ สปช.ขณะนี้ยังก้ำกึ่งสูสีกันอยู่

“วันชัย” ขู่ร่างฯมีตำหนินิดเดียวโดนคว่ำ

นายวันชัย สอนศิริ โฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการสภาปฏิรูปแห่งชาติ (วิป สปช.) กล่าวว่า การประชุมลับ สปช. ในวันที่ 15 มิ.ย.จะขออภิปรายต่อที่ประชุม เพื่อถอดรหัสการแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราวครั้งนี้ว่า สะท้อนและส่งสัญญาณอะไรต่อ สปช. ซึ่งจะทำให้เห็นจังหวะก้าวต่อไปอีก 2 เดือนที่เหลือของสปช.ควรไปทิศทางไหน และการโหวตรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญจะส่งผลต่อประเทศอย่างไร แต่จะไม่มีการชี้นำหรือโน้มน้าวให้สมาชิก สปช.คนอื่นให้ โหวตรับหรือไม่รับ ส่วนตัวเห็นว่า ระหว่างการเลือกให้ร่างรัฐธรรมนูญผ่านแล้วให้ กมธ.ยกร่างฯชุดนี้อยู่ต่อไปจนมีการเลือกตั้งกับเลือกให้ร่างฯไม่ผ่านแล้วให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี อยู่ปฏิรูปต่อไปพร้อมตั้ง กมธ.ยกร่างฯขึ้นใหม่ ตนขอเลือกคว่ำร่างรัฐธรรมนูญ จากนี้ไปเราจะได้เห็น สมาชิก สปช. แสดงความคิดเห็นของตนเองอย่างเต็มที่มากขึ้น จะไม่มีการประนีประนอมถ้อยทีถ้อยอาศัยเหมือนที่ผ่านมา เนื่องจากการแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราวนี้ ไม่ว่ารัฐธรรมนูญจะผ่าน สปช.หรือไม ่สปช.ก็ต้องไป ซึ่งสปช.ทุกคนจะยึดหลักการและมีอุดมการณ์ ไม่ยอมให้ร่างรัฐธรรมนูญผ่านได้หากมีตำหนิแม้แต่นิดเดียว

“ถวิลวดี” เตรียมเผยผลโพลรอบ 2

นางถวิลวดี บุรีกุล กมธ.ยกร่างฯและประธานอนุ กมธ.การมีส่วนร่วมและรับฟังความเห็นประชาชน กล่าวถึงความคืบหน้าการจัดทำผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อร่างรัฐธรรมนูญครั้งที่สอง ว่า เบื้องต้นทางสำนักงานสถิติแห่งชาติ ได้ดำเนินการสำรวจความคิดเห็นประชาชนทั่วประเทศจำนวน 77,160 ตัวอย่าง ซึ่งจัดทำเมื่อวันที่ 1-31 พ.ค.ที่ผ่านมา เสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยขณะนี้อยู่ระหว่างการประมวลผลจากข้อมูลที่ได้รับทั้งหมด จึงคาดว่าจะสามารถสรุปผลได้แบบเป็นทางการได้ช่วงสัปดาห์หน้า ทั้งนี้หลังจากได้ผลสรุปจากการสำรวจความคิดเห็นมาแล้วก็จะนำมาเสนอให้ที่ประชุม กมธ.ยกร่างฯได้รับทราบว่ามาตราที่ กมธ.ยกร่างฯเขียนบัญญัติไว้นั้นประชาชนมีความคิดเห็นอย่างไรบ้าง เพราะผลสำรวจครั้งนี้เป็นการนำเนื้อหาสาระสำคัญที่อยู่ในร่างรัฐธรรมนูญไปสอบถาม ซึ่งผลสำรวจที่ออกมาถือว่าเป็นประโยชน์อย่างมากในการนำไปประกอบการพิจารณายกร่างรัฐธรรมนูญในช่วงสุดท้ายนี้

สุดปลื้มคนสนใจมากร่าง รธน.

นางถวิลวดีกล่าวต่อว่า ส่วนตัวรู้สึกพอใจกับการจัดทำผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนในครั้งนี้มาก เพราะได้รู้ว่าประชาชนให้ความสำคัญและสนใจร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่กันเป็นจำนวนมาก และได้รับรู้ว่าประชาชนแต่ละพื้นที่นั้นมีความคิดเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญที่เรากำลังดำเนินการอย่างไรและยังได้รู้ว่าประชาชนได้รับทราบความคืบหน้าของการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญผ่านช่องทางใดมากที่สุดด้วย อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ทาง กมธ.ยกร่างฯได้เปิดช่องทาง การติดต่อสื่อสารและเผยแพร่ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสาระสำคัญของร่างรัฐธรรมนูญให้ประชาชนได้รับทราบหลายช่องทางด้วยกันไม่ว่าจะเป็นทางเฟซบุ๊ก หรือ Line Official Account รัฐธรรมนูญของฉัน ดังนั้น หากประชาชนคนใดสนใจก็สามารถเข้าไปติดตามความเคลื่อนไหวและสามารถเสนอความคิดเห็นได้

ปชป.ให้ “บิ๊กตู่” ปฏิรูปการเมืองก่อน

นายสาธิต ปิตุเตชะ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. ระบุถึงเรื่องการปฏิรูปว่า ทำได้แค่ไหนก็เอาแค่นั้นว่า ตนเข้าใจว่าเรื่องการปฏิรูปว่าไม่มีทางที่จะทำได้เสร็จหมด แม้จะใช้เวลา 3 ปี ถ้านายกรัฐมนตรีพูดว่าจะคงโรดแม็ปเดิม และ สปช.จะเสนออะไรมาบ้าง และนำไปสู่การเลือกตั้งซึ่งเป็นเรื่องที่ถูกต้อง เวลาที่จะเหลืออยู่ไม่มากต้องประกาศให้ชัดว่า จะปฏิรูปเรื่องอะไร ส่วนตัวอยากให้ปฏิรูปด้านการเมืองให้เสร็จ ตั้งบรรทัดฐาน แยกพฤติกรรมดี ไม่ดีของนักการเมือง ทำให้ประชาชนรู้ความต่างและความรับผิดชอบของพรรคการเมือง สิ่งใดที่นักการเมืองควรทำและไม่ควรทำ แจกแจงให้คนในสังคมรู้ แล้วการปฏิรูปเรื่องอื่นๆจะตามมาเอง รวมไปถึงการสร้างความปรองดองในสังคมให้เกิดขึ้น

ต้องเร่งปรับวัฒนธรรมองค์กร ตร.

นายสาธิตกล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ยังอยากให้เร่งเรื่องการปฏิรูปตำรวจให้ต้องมีความชัดเจน และไม่ใช่แค่ปฏิรูปเรื่องการแยกอำนาจสอบสวนออกจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) หรือไม่ ตรงนี้เป็นเพียงแนวคิดหนึ่งเท่านั้น แยกหรือไม่แยก ไม่ใช่ประเด็น การปฏิรูปตำรวจนั้นจะต้องปฏิรูปวัฒนธรรมองค์กรของตำรวจ โดยแยกเอาวัฒนธรรมที่ไม่ดีออกไปจากองค์กร วัฒนธรรมเอาใจนาย เอาใจนักการเมือง การจ่ายเงินเพื่อวิ่งเต้นตำแหน่ง จ่ายเงินแล้วเปลี่ยนสำนวนจากผิดก็กลายเป็นถูก ตนคิดว่าถ้าแยกวัฒนธรรมเหล่านี้ออกไปได้ คงจะปฏิรูปตำรวจไปได้กว่าครึ่งของทั้งหมดแล้ว

“เสรี” จวก “อมร” ยับปมงับ สปช.

อีกเรื่องหนึ่ง นายเสรี สุวรรณภานนท์ สมาชิกสปช.กล่าวถึงกรณีนายอมร วาณิชวิวัฒน์ สมาชิกสปช.ออกมาวิจารณ์การทำงานของ สปช.ว่า ชอบอภิปรายดราม่าเหมือนสภาการเมือง และชอบย้ายที่นั่งในสภาเพราะอยากออกทีวีว่า ตนไม่เคยเห็นพฤติกรรมอย่างที่นายอมรพูด ใครจะอยากออกทีวี แล้วนายอมรเองก็ได้ออกด้วย มันไม่ใช่อย่างที่นายอมรพูด ไม่ได้แก้ตัว แต่พูดแบบนั้นคนเข้าใจผิด เพราะเรื่องที่พูดออกมานั้นไม่จริง ส่วนที่นายอมรระบุว่า มีบางคนนำเรื่องความเคลื่อนไหวของ สปช.คอยรายงานผู้ใหญ่ ถ้ามาพูดแบบนี้ นายอมรต้องบอกให้ชัด ถ้ามีจริงเป็นใคร แล้วไปรู้ได้อย่างไร ขณะที่คนคนนั้นกำลังไปกระซิบผู้ใหญ่นายอมรได้ยินได้เห็นหรือถ้ารู้จริงก็เอ่ยชื่อออกมา ไม่ใช่มาเหมารวมมันเสียหาย จริงๆไม่ใช่เรื่องน่าอายหรือเสียหาย การทำงานของ สปช.เป็นเรื่องที่สามารถปรึกษากับใครได้ตลอด เป้าหมายการทำงานคือปฏิรูปให้สำเร็จ ถ้าอยากอิสระจนไม่คุยกันเลย คิดดูจะทำงานกันแบบไหน

งัดข้อมูลคอนเฟิร์มความขยัน

นายอลงกรณ์ พลบุตร สมาชิก สปช.กล่าวว่า เป็นเพียงความเห็นส่วนตัวที่ไม่เข้าใจข้อเท็จจริง ที่ผ่านมา สปช.ทำงานเต็มที่ ทั้งการประชุมในสภาและลงพื้นที่ 77 จังหวัดกว่าพันเวที ส่วนสถิติการขาด ลาประชุม ไม่มี สปช.คนใดที่ขาดการประชุมจนถึงขั้นต้องสิ้นสุดการดำรงตำแหน่ง ขณะที่การลาประชุมด้วยปัญหาสุขภาพของ สปช.ที่สูงอายุยอมรับว่ามีเป็นส่วนน้อยเท่านั้น โดยนับการประชุมสปช.ตั้งแต่เดือน ต.ค.57 ไม่มีการประชุมล่ม เพราะองค์ประชุมไม่ครบสักครั้ง

ป.ป.ช.ใกล้ปิดจ๊อบ “ปู” ซุกนาฬิกาหรู

นายวรวิทย์ สุขบุญ รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) กล่าวถึงความคืบหน้าการตรวจสอบบัญชีรายการทรัพย์สินและหนี้สินของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี กรณีถูกร้องเรียนเรื่องนาฬิกาหรู มูลค่า 2.5 ล้านบาท ที่ไม่ยื่นแสดงในบัญชีรายการทรัพย์สินฯ ว่า การตรวจสอบข้อเท็จจริงในเบื้องต้นใกล้ครบถ้วนแล้ว ขาดรายละเอียดเพียงเล็กน้อยที่ต้องให้เจ้าหน้าที่ไปดำเนินการต่อ คาดว่าจะได้ข้อสรุปเร็วๆ นี้ ส่วนการตรวจสอบบัญชีแสดงรายการทรัพย์สินฯเชิงลึกของอดีต 5 รัฐมนตรีเกี่ยวข้องในโครงการรับจำนำข้าวนั้น อยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อมูล

“ปนัดดา” รอคำตอบเงินเยียวยาม็อบ

ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะรองประธานคณะกรรมการเยียวยาด้านตัวเงินแก่ผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมือง ระหว่างปี 2547-2553 และระหว่างปี 2556-2557 กล่าวว่า ยังรอคำตอบจากสำนักงบประมาณส่งกลับมา ถึงจะนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุม ครม.ได้ เมื่อถามว่า คำวินิจฉัยของอนุกรรมการไต่สวนคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ชี้ว่าการจ่าย เงินเยียวยาของรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ มีอัตราที่สูงเกินไป ไม่มีกฎหมายรองรับ ถือว่ามีความผิด ขณะที่ผู้ถูกไต่สวนฟ้องร้องกลับ ยืนยันทำตามกฎหมาย ม.ล.ปนัดดากล่าวว่า ฐานตัวเลขเป็นเรื่องที่แต่ละรัฐบาลจะพิจารณาไปตามกรอบและความเหมาะสม

ตายจ่าย 4 แสนไม่มาก–ไม่น้อย

เมื่อถามว่า หวั่นหรือไม่ว่าผู้ที่มีสิทธิที่จะได้รับเงินเยียวยา จะไม่เข้าใจความแตกต่างกันมากของตัวเลขเยียวยาของ 2 รัฐบาล ม.ล.ปนัดดากล่าวว่า คิดว่าพี่น้องประชาชนเข้าใจ รัฐบาลสามารถอธิบายถึงที่มาที่ไปได้ ซึ่งใจจริงไม่อยากพูดให้เกิดความขัดแย้ง ตัวเลข 4 แสนบาทสำหรับผู้เสียชีวิต หลายหน่วยงานได้ร่วมพิจารณาและเห็นพ้องต้องกัน ไม่ใช่คนใดคนหนึ่งตัดสินใจ เพราะนั้นไม่ใช่เงินรัฐบาล แต่เป็นเงินภาษีประชาชน จะใช้จ่ายอะไรต้องอยู่บนฐานความถูกต้อง

“บิ๊กป้อม” ลั่นไม่ดึง “สมคิด” เสริมทัพ ครม. ชี้เจ้าตัวนั่ง 2 เก้าอี้ ใหญ่ เป็นกรรมการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์-ประธานที่ ปรึกษานายกฯก็เหมือนทีมเดียวกันอยู่แล้ว ไม่เห็นจำเป็นต้องเข้ามาทำอะไรเลย การันตี “หม่อมอุ๋ย” ทำงานโอเค... 14 มิ.ย. 2558 05:35 14 มิ.ย. 2558 05:35 ไทยรัฐ