วันเสาร์ที่ 18 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เปิดปูม 800 ปีแมกนาคาร์ตา มหากฎบัตรรากฐานประชาธิปไตย (ชมคลิป)

800 ปีแมกนาคาร์ตา มหากฎบัตรรากฐานประชาธิปไตยและการปกป้องสิทธิมนุษยชน

ลินคอนเชียร์เป็นเมืองทางตะวันออกของอังกฤษอยู่ห่างจากกรุงลอนดอนไปทางเหนือประมาณ 250 กิโลเมตรใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง ลินคอนเชียร์เป็นเมืองเก่าแก่ที่มีสำคัญทางประวัติศาสตร์หนึ่งในนั้นก็คือวิหารลินคอนที่มีอายุมากกว่า 900 ปี ใครที่เคยชมภาพยนตร์เรื่อง Davinci Code ที่ในฉากเป็นวิหารเวสต์มินสเตอร์ ที่จริงแล้วคือวิหารลินคอน โดยทีมงานไม่ได้รับอนุญาตให้ถ่ายทำในสถานที่จริงจึงมาใช้วิหารลินคอนแทน

วิหารลินคอนแห่งนี้สร้างขึ้นในยุคกลางของอังกฤษและเคยเป็นอาคารที่สูงที่สุดในโลกมานาน 200 ปีในช่วงปี พ.ศ.1854-2092 แต่จุดประสงค์การเดินทางครั้งนี้เราไม่ได้มาเพื่อชมความงดงามและยิ่งใหญ่ของวิหารแห่งนี้เพียงอย่างเดียวแต่เรามาตามหาเอกสารที่สำคัญและมีชื่อเสียงมากที่สุดฉบับหนึ่งของโลกนั่นก็คือแมกนาคาร์ตา หรือ มหากฎบัตร

มหากฎบัตรที่ว่านี้เขียนขึ้นเมื่อ 800 ปีก่อนและมีการคัดลอกสำเนาแจกไปตามที่ต่างๆ ทั่วประเทศเพื่อเป็นการประกาศให้ประชาชนได้รับทราบซึ่งโบสถ์ วิหารต่างๆ เป็นสถานที่ที่ได้รับ มหากฎบัตรนี้ ปัจจุบันมหากฎบัตรฉบับดั้งเดิมเหลืออยู่เพียง 4 ฉบับเท่านั้น 2 ฉบับอยู่ที่หอสมุดแห่งชาติอังกฤษที่กรุงลอนดอน อีก 1 ฉบับอยู่ที่วิหาร ซอลส์เบอรี่ และอีก 1 ฉบับที่ได้ขึ้นชื่อว่าสมบูรณ์ที่สุดอยู่ที่วิหารลินคอนแห่งนี้

ทำไมแมกนาคาร์ตาหรือมหากฎบัตรจึงกลายเป็นเอกสารที่สำคัญและมีชื่อเสียงไปทั่วโลก

ย้อนกลับไปในยุคกลางของอังกฤษในรัชสมัยของพระเจ้าจอห์นที่ทรงปกครองอังกฤษในช่วงปี พ.ศ.1742-1759 ในช่วงนั้นพระเจ้าจอห์นต้องทำการสู้รบกับกษัตริย์ฝรั่งเศสเพื่อรักษาดินแดนของอังกฤษในฝรั่งเศส แต่การทำสงครามก็ตามมาด้วยค่าใช้จ่ายที่สูงและเมื่อแพ้เสียดินแดนก็ยิ่งทำให้รายได้ที่จะเข้าท้องพระคลังหดหายลง

พระเจ้าจอห์นเลือกที่จะแก้ปัญหาเหล่านี้ด้วยการหารายได้เพิ่มจากข้าราชการที่ต้องการรักษาตำแหน่ง จากระบบยุติธรรมและจากสิทธิการถือครองที่ดินในระบบศักดินา ใครที่ต้องการอยู่ในตำแหน่งผู้ปกครองส่วนท้องถิ่นก็ต้องจ่ายเงินเพิ่มจากเงินรายปีที่จ่ายเป็นประจำอยู่แล้ว ในกระบวนการยุติธรรมนอกจากค่าปรับในการทำผิดกฎหรือฝ่าฝืนกฎแล้วบางครั้งคู่ความพยายามจะเสนอให้เงินจำนวนมากเพื่อให้ศาลของกษัตริย์ตัดสินเข้าข้างตัวเอง ส่วนสิทธิในการถือครองที่ดินตามระบบศักดินาพระเจ้าจอห์นก็ได้เพิกเฉยต่อกฎหมายจารีตประเพณีที่ปฏิบัติกันมาเช่น ริบทรัพย์ของขุนนางที่ไม่มีทายาท นอกจากนั้น พระเจ้าจอห์นยังใช้สิทธิในการขอเงินช่วยเหลือพิเศษ ซึ่งได้เรียกเป็นเงินมหาศาลเช่น เงินช่วยในการจัดงานเสกสมรสของพระธิดาซึ่งบรรดาขุนนางต้องให้เพื่อรักษาสิทธิในการครอบครองที่ดิน นอกจากนั้น พระเจ้าจอห์นยังขายสิทธิของผู้รับมรดกที่ยังอายุน้อยให้คนอื่นรวมถึงแม่ม่ายของขุนนางที่เสียชีวิตที่คิดจะแต่งงานใหม่หรือไม่อยากแต่งงานใหม่ก็จะต้องจ่ายเงินให้กับพระเจ้าจอห์น ใครที่ไม่มีเงินให้หรือติดหนี้ก็จะถูกลงโทษอย่างรุนแรงเช่น ยึดทรัพย์ จับเป็นตัวประกันหรือนำมาคุมขังและปล่อยให้อดข้าวจนตาย

ทั้งหมดนี้คือสิ่งที่ทำให้บรรดาขุนนางไม่พอใจเป็นอย่างมาก และในที่สุดในปี ค.ศ.1758 บรรดาขุนนางได้รวมตัวกันเพื่อขอเข้าเฝ้าเพื่อเรียกร้องให้พระเจ้าจอห์นทรงปฏิบัติตามกฎหมายจารีตประเพณีที่มีมา แต่พระองค์ทรงไม่ให้เข้าเฝ้าและปฏิเสธข้อเรียกร้อง นี่คือฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้ขุนนาง 25 คนประกาศสงครามกับพระเจ้าจอห์น ในที่สุดกลุ่มขุนนางสามารถยึดกรุงลอนดอนได้ ซึ่งเป็นการบีบให้พระเจ้าจอห์นต้องเปิดการเจรจา

ในที่สุดในวันที่ 15 มิถุนายน ปีค.ศ.1758 พระเจ้าจอห์นก็ได้ประทับตราพระราชลัญจกรลงบนแมกนาคาร์ตาหรือมหากฎบัตร เนื้อหาใน 63 มาตราของมหากฎบัตรส่วนใหญ่พูดถึงเรื่องการประนีประนอมในการเก็บภาษีขุนนางและการบริหารจัดการ

สาธุคุณ มาร์ค ฮอคนัลแห่งวิหารลินคอล์น ซึ่งดูแลเรื่องการให้การศึกษาเล่าว่า มหากฎบัตรกลายเป็นเอกสารสำคัญทางประวัติศาสตร์เพราะเป็นครั้งแรกที่มีการจำกัดพระราชอำนาจของกษัตริย์ให้เป็นไปตามกฎหมาย โดยกษัตริย์อังกฤษจะมีปฐมบรมราชโองการในวันราชาภิเษก ซึ่งพระเจ้าจอห์นทรงบอกว่าจะให้ความยุติธรรม ปกป้องคนยากจนและอ่อนแอ แต่ไม่มีอะไรไปบังคับกษัตริย์ให้ทำตามที่พูดและกษัตริย์ก็มักจะไม่รักษาสัญญาเพื่อประโยชน์ทางการเมือง แต่มหากฎบัตรทำให้กษัตริย์ต้องอยู่ภายใต้กฎหมายเป็นครั้งแรก เป็นกลไกแรกที่ทำให้กษัตริย์ต้องทำตามกฎหมาย เป็นครั้งแรกที่แสดงให้เห็นว่าไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมายแม้แต่กษัตริย์

ในช่วง 800 ปีที่ผ่านมา เนื้อหาใน "มหากฎบัตร" ได้ถูกยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงไป แต่เนื้อหาในมาตราที่ 39 และ 40 ยังคงยืนหยัดข้ามกาลเวลาและกลายเป็นส่วนหนึ่งของกฎหมายอังกฤษในปัจจุบันและเป็นมาตราที่มีการกล่าวอ้างถึงไปทั่วโลก โดยได้ระบุไว้ว่า


(39) No free man shall be seized or imprisoned, or stripped of his rights or possessions, or outlawed or exiled, or deprived of his standing in any way, nor will we proceed with force against him, or send others to do so, except by the lawful judgment of his equals or by the law of the land.

ไม่ควรมีเสรีชนถูกจับ ถูกขังคุก ถูกเพิกถอนสิทธิ ถูกควบคุม ถูกทำให้ผิดกฎหมาย ถูกเนรเทศ หรือถูกถอดถอนจากตำแหน่งไม่ว่าจะกรณีใดก็ตามและไม่ควรใช้กำลังบังคับหรือส่งผู้อื่นไปบังคับตราบใดที่ยังไม่มีการตัดสินทางกฎหมายด้วยความเท่าเทียมหรือด้วยกฎหมายของแผ่นดิน

(40) To no one will we sell, to no one deny or delay right or justice.

ไม่ควรมีใครถูกขาย ไม่ควรมีใครถูกปฏิเสธหรือหน่วงเหนี่ยวสิทธิหรือความยุติธรรม

ถึงแม้ในยุคกลางคำว่าเสรีชนไม่ได้รวมบรรดาชาวนา ชาวบ้านที่ยังต้องขึ้นอยู่กับเจ้าของที่ดิน แต่หลักการพื้นฐานที่เปิดให้ได้เข้าถึงกระบวนการยุติธรรมอย่างเท่าเทียม เคารพสิทธิส่วนบุคคลได้ถูกนำมาอ้างถึงและตีความใหม่ในหลายยุคหลายสมัย ทำให้มหากฎบัตรกลายเป็นสัญลักษณ์ที่สำคัญของประชาธิปไตยและอิสรเสรีภาพ

สำหรับมหากฎบัตรที่วิหารลินคอนปัจจุบันได้ถูกย้ายไปจัดแสดงอยู่ที่ปราสาทลินคอนซึ่งอยู่ติดกันโดยได้มีการสร้างอาคารใหม่ในโอกาสครบรอบ 800 ปีของแมกนาคาร์ตา หรือมหากฎบัตร เพื่อจัดแสดงโดยเฉพาะและเพิ่งเปิดให้ได้เข้าชมเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ภายในอาคารจะมีตราสัญลักษณ์ประจำตระกูลขุนนางทั้ง 25 คนที่กล้าหาญลุกขึ้นมาเรียกร้องความเป็นธรรม รวมไปถึงข้อความในมหากฎบัตรที่ถูกนำมาขยายและแปลเป็นภาษาปัจจุบันเพื่อให้เข้าใจได้ง่ายโดยได้มีการเน้นมาตราที่สำคัญเช่นมาตราที่ 39 และ 40

ถึงแม้มหากฎบัตรที่ลินคอนแห่งนี้จะเป็นสมบัติของทางวิหารมา 800 ปีไม่เคยเปลี่ยนมือไปไหน แต่ก็ถือว่าเป็นมหากฎบัตรที่เดินทางมากที่สุดในโลกโดยมีหลายประเทศเช่นสหรัฐอเมริกาได้ขอยืมไปจัดแสดงเนื่องจากยังมีความสมบูรณ์อยู่มาก โดยเฉพาะตราพระราชลัญจกรของพระเจ้าจอห์นที่ยังคงผูกติดอยู่กับแผ่นกระดาษหนังในขณะที่ฉบับอื่นตราพระราชลัญจกรได้หลุดไปบ้างแล้ว หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมจึงใช้ตราพระราชลัญจกร นักประวัติศาสตร์ได้อธิบายไว้ว่าในยุคกลางของอังกฤษกษัตริย์จะไม่ลงพระนามในเอกสารใดๆ แต่จะใช้ตราพระราชลัญจกรแทน

ในโอกาสฉลองครบรอบ 800 ปีแมกนาคาร์ตา ในปีนี้คาดว่าจะมีนักท่องเที่ยวจากทั้งในและนอกประเทศอังกฤษแวะเวียนมาชมเอกสารที่ได้ชื่อว่าเป็นหลักพื้นฐานที่สำคัญของประชาธิปไตยและการปกป้องสิทธิมนุษยชนฉบับนี้.

นับเป็นเวลากว่า 800 ปีแล้ว ที่ 'แมกนาคาร์ตา' หรือมหากฎบัตร ถือกำเนิดขึ้นบนโลกใบนี้ ซึ่งแมกนาคาร์ตานี้เอง ที่ถือได้ว่าเป็นสัญลักษณ์แรกแห่งรากฐานประชาธิปไตยและการปกป้องสิทธิมนุษยชน ... 14 มิ.ย. 2558 00:09 15 มิ.ย. 2558 11:58 ไทยรัฐ