วันอาทิตย์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

รวบอดีตนักมวยดังเมืองอีสานค้ายาบ้า

ตำรวจขอนแก่น รวบอดีตนักมวยดังภาคอีสาน “แครี่บอย ส.ทวีทรัพย์” ตกอับ ร่วมกับพวกค้ายาบ้า เผยเป็นขบวนการใหญ่ครอบคลุมพื้นที่ในแต่ละภาคของประเทศไทย

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 13 มิ.ย.58 ที่ศูนย์ปฏิบัติการส่วนหน้า (ศปก.) กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น พล.ต.ท.คำรบ ปัญญาแก้ว ผู้ช่วย ผบ.ตร. พร้อมด้วย พล.ต.ต.สุรพล พินิจชอบ รอง ผบช.ภ.4, พล.ต.ต.จิตรจรูญ ศรีวนิชย์ ผบก.ภ.จว.ขอนแก่น, พล.ต.ธรากฤต ทับทองสิทธิ์ ผบ.มทบ.23, นายสุรชัย อุทัยวัฒนานนท์ ปลัดจังหวัดขอนแก่น และ พ.ต.อ.ภุชงค์ ภัทรพงษ์สินธุ์ ผกก.สส.สภ.จว.ขอนแก่น ร่วมกันแถลงข่าวผลการจับกุม นายวินัย พิมพ์อุบล อายุ 30 ปี อยู่บ้านเลขที่ 2 ม.27 บ.ลาด ต.บ้านค้อ อ.เมือง จ.ขอนแก่น อดีตนักมวยชื่อดังของภาคอีสาน “แครี่บอย ส.ทวีทรัพย์” ในรุ่นน้ำหนักไม่เกิน 45 กก. นายชัยวัฒน์ จันวิเศษ อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 280 ม.10 บ.วังตอ ต.บ้านค้อ อ.เมือง จ.ขอนแก่น และ น.ส.สิริโชค ดีสวนโคก อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 5/5 ซ.รอบเมือง 1 ถ.รอบเมือง ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ร้อยเอ็ด พร้อมของกลางยาบ้า 5,458 เม็ด โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง อาวุธปืนขนาด .38 จำนวน 1 กระบอก พร้อมกระสุนปืน 6 นัด หลังถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนสอบสวน กก.สส.ภ.จว.ขอนแก่น ติดตามจับกุมตัวได้ที่ บขส.ขอนแก่นแห่งที่ 2 ขณะเตรียมส่งขายยาบ้าดังกล่าว

จากการสอบสวน นายวินัย หรือ แครี่บอย ส.ทวีทรัพย์ นักมวยชื่อดังของภาคอีสาน ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ต้องหา ให้การรับสารภาพว่า พ้นโทษจากคดีค้าและเสพยาเสพติดมาเมื่อ 4 ปีที่ผ่านมา โดยขณะถูกคุมขังในเรือนจำขอนแก่นนั้น ยังคงยึดการชกมวยมาโดยตลอด โดยได้แชมป์ในรุ่นอายุไม่เกิน 45 กก.ในการแข่งขันกีฬาของเครือข่ายเรือนจำ เริ่มมาร่วมขบวนการค้าและเสพยาบ้าตั้งแต่ช่วงของการเดินสายชกมวยในเวทีต่างๆ สาเหตุที่ค้าเพราะว่ากำไรดี เนื่องจากรับมาในราคาเม็ดละ 150 บาท ขายเม็ดละ 250 บาท ยอมรับว่า ที่ร่วมกันค้ายาบ้าทุกวันนี้ เป็นขบวนการใหญ่ ครอบคลุมทั้งภาคเหนือ ภาคกลางและภาคอีสาน มีลูกค้าอายุตั้งแต่ 14 ปีขึ้นไป ทั้งนักเรียน นักศึกษาและคนขายแรงงาน โดยจะมีการนัดรับยาบ้าในจุดต่างๆ ทั้งที่ถนนเลี่ยงเมืองสายขอนแก่น-อุดรธานี และขอนแก่น-กาฬสินธุ์ รวมไปถึง บขส.ต่างๆ ในเขตเทศบาลนครขอนแก่นและพื้นที่ใกล้เคียง ส่วนยาบ้านั้น มาจากเครือข่ายทางภาคเหนือ ส่งเข้าไปที่กรุงเทพฯ ก่อน และเครือข่ายในกรุงเทพฯ จะกระจายไปยังภาคต่างๆ ต่อไป

ทางด้าน พล.ต.ท.คำรบ เปิดเผยว่า จากการสอบสวนพบว่าผู้ต้องหาดังกล่าวทั้งหมดทำงานเป็นเครือข่ายเชื่อมโยงกันทั้งในพื้นที่ภายในเรือนจำกลางในหลายจังหวัดของประเทศไทย เชื่อมโยงกับกลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดในต่างประเทศ โดยของกลางยาบ้าที่ยึดได้ในครั้งนี้ ผู้ต้องหารับมาจากกลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดชาวลาว แต่เป็นยาบ้ามาจากประเทศเมียนมา เนื่องจากมีสีที่ซีดไปจากยาบ้าที่มาจาก สปป.ลาว ซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเร่งสืบสวนสอบสวนผู้ร่วมขบวนการดังกล่าวต่อไป

ทั้งนี้ ของกลางดังกล่าวที่ยึดได้มีการส่งมาพักที่ กรุงเทพฯ ก่อนกระจายมาจำหน่ายในแถบจังหวัดภาคอีสาน เพื่อเลี่ยงการตรวจจับของเจ้าหน้าที่ที่มีการเพิ่มความเข้มงวดกวดขันจับกุมอย่างหนักอย่างต่อเนื่อง ทำให้ข้อมูลทางการข่าวของเจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องเข้มงวดและติดตามกลุ่มขบวนการค้ายาเสพติดทั้งในระดับจังหวัด ระดับประเทศและเครือข่ายข้ามชาติอย่างเข้มงวดเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม หลังการสอบปากคำแล้วเสร็จซึ่งผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพตลอดทุกข้อกล่าวหา และมีการซัดทอดไปยังผู้ร่วมขบวนการทั้งหมด ขณะที่อาวุธปืนมีการสั่งซื้อผ่านระบบไลน์ ซึ่งจะมีการตรวจสอบในภาพรวมทั้งหมดเช่นกัน เนื่องจากเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย จึงได้ตั้งข้อกล่าวหาว่ามียาเสพติดประเภทที่ 1 (ยาบ้า) ไว้ในครอบครองเพื่อเสพและจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย และครอบครองอาวุธปืนพร้อมเครื่องกระสุนโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนทำการควบคุมตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางดังกล่าวทั้งหมดนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองขอนแก่น เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป