วันศุกร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ตระการตาหลังม่านเหล็ก รัสเซีย ตามรอยเส้นทางเสด็จฯประพาสพระพุทธเจ้าหลวง

ความยิ่งใหญ่ของ “รัสเซีย” ในอดีตยังส่งผลถึงปัจจุบัน ทั้งสถาบันกษัตริย์ การเมือง พลเมือง และศิลปวัฒนธรรม ต่างเป็นรากเหง้าหลอมรวมเป็นมวลพลังยิ่งใหญ่ของอาณาจักรแห่งนี้ การเสด็จฯประพาสของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ถือเป็นต้นกำเนิดความสัมพันธ์แน่นแฟ้นระหว่างไทย-รัสเซีย และจุดประกายให้เกิดการจัดกิจกรรมพิเศษ “THE WISDOM Exclusive Experience : The Royal Journey to Russia” ให้สมาชิกเดอะวิสดอมกสิกรไทย ภายใต้การนำของ “ปกรณ์ พรรธนะแพทย์” รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ธนาคารกสิกรไทย เพื่อเดินทางย้อนรอยเส้นทางเสด็จฯประพาสรัสเซียของพระพุทธ เจ้าหลวง ทั้งแง่มุมประวัติศาสตร์ วิถีการทูต ศิลปวัฒนธรรม ตลอดจนสานสัมพันธ์ที่หยั่งลึกระหว่างไทยกับรัสเซีย อีกทั้งร่วมระลึกถึงพระอัจฉริยภาพ พระวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล และพระมหากรุณาธิคุณของล้นเกล้าฯรัชกาลที่ 5 ซึ่งทรงเป็นพระมหากษัตริย์ไทยพระองค์แรกที่เสด็จฯต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศยุโรป

ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์ และวิทยากรพิเศษบรรยายตลอดการเดินทาง “อ.เผ่าทอง ทองเจือ” บอกเล่าว่า พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้เสด็จฯประพาสยุโรป 2 ครั้ง ครั้งแรกในปี 1897 ซึ่งประสบความสำเร็จ ในการสร้างสัมพันธไมตรีกับรัสเซีย ในรัชสมัยพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 และครั้งที่ 2 ในปี 1907 เพื่อรักษาพระอาการประชวรเกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจ และพระวักกะ (ไต) และเจรจาราชการบ้านเมืองกับตะวันตก

“เส้นทางเสด็จฯประพาสรัสเซียของรัชกาลที่ 5 ระหว่างวันที่ 3-11 ก.ค.1897 เริ่มจากการประทับรถไฟพระที่นั่งจากเมืองวอร์ซอร์มายังสถานีรถไฟเมืองปีเตอร์ฮอฟฟ์ และพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 ได้เสด็จฯมารับเสด็จด้วยพระองค์เอง จากนั้นนำเสด็จสู่ พระราชวังฤดูร้อน “ปีเตอร์ฮอฟฟ์” พระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 ทรงต้อนรับด้วยความยินดี พร้อมถวายซองพระโอสถทองลงยาราชาวดีสีเหลือง มีรูปมงกุฎกรุงรัสเซียประดับเพชรอยู่มุมข้างจากฝีมือฟาร์แบเช่ ช่างทองประจำราชสำนักรัสเซีย และในซองมีลายพระราชหัตถเลขาของพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 จารึกเป็น ภาษาอังกฤษ ‘From your friend, Nicolas, Peterhof, 1897’ จดบันทึกว่า รัชกาลที่ 5 เคยเสด็จฯประทับที่ “ปีกซ้าย” ของพระราชวังฤดูร้อนปีเตอร์ฮอฟฟ์ และทรงฉายพระบรมฉายาลักษณ์ร่วมกับพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 ซึ่งถือเป็นภาพประวัติศาสตร์ตีพิมพ์ในหนังสือ พิมพ์ทั่วยุโรป ซึ่งช่วยในการต่อรองกับยุโรปชาติอื่น ในเรื่องเอกราชของประเทศไทย เพราะกระแสของการ ยึดครองประเทศต่างๆในเอเชียเป็นอาณานิคมขณะนั้นกำลังรุนแรงมาก รัชกาลที่ 5 ประทับ ณ นครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก วันที่ 3-5 ก.ค. แล้วเสด็จฯโดยทางรถไฟไปยังกรุงมอสโก และได้เสด็จฯกลับมายังนครเซนต์ปีเตอร์สเบิร์กอีกครั้ง ก่อนจะเสด็จฯออกจากรัสเซียที่ติดกับอ่าวฟินแลนด์โดยทางเรือ”

การย้อนรอยเส้นทางเสด็จฯประพาสรัสเซียครั้งนี้ ชาวคณะวิสดอมกสิกรไทยยังมีโอกาสเยือนสถานที่ท่องเที่ยวทางประวัติศาสตร์สำคัญหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็น เมืองเซนต์-ปีเตอร์สเบิร์ก ขึ้นทะเบียนเป็นเมืองมรดกโลกจากยูเนสโก และได้รับยกย่องเป็น 1 ใน 10 เมืองสวยที่สุดในโลก ทั้งในแง่ศิลปวัฒนธรรม ตลอดจนชั้นเชิงงานด้านสถาปัตยกรรมและวิศวกรรม ถือเป็นต้นรากความคิดของงานศิลป์ยุโรปเกือบทุกแขนง

ถัดมาคือ พระราชวังปีเตอร์ฮอฟฟ์ ที่ประทับของพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 สร้างในปี 1705 สมัยพระเจ้าปีเตอร์มหาราช คำว่า Peterhof เป็นภาษาดัตช์ แปลว่าบ้านของปีเตอร์ ได้แรงบันดาลใจจากการเสด็จฯประพาสยุโรป และทอดพระเนตรพระราชวังแวร์ซายส์ของฝรั่งเศส จึงทรงนำมาร่างเป็นแบบ ถือเป็นหนึ่งในตัวอย่างของการออกแบบพระ ราชวังและสวนที่สมบูรณ์แบบที่สุด โดยผสมผสานศิลปะทั้งแบบเรอเนสซองส์ บาร็อก และคลาสสิก โดย เฉพาะน้ำตกที่ลดหลั่นกันถึง 27 ชั้น เปรียบดังความยินดีต่อชัยชนะในสงคราม โลกครั้งที่หนึ่ง ยกย่องความ กล้าหาญของทหารรัสเซีย และทหารเรืออันยิ่งใหญ่ น้ำตกตกแต่งด้วยรูปปั้นถึง 225 ชิ้น มีรูปปั้นแซมซันกำลังง้างปากสิงโต

ใครมาเยือนรัสเซีย ก็ต้องไม่พลาด มหาวิหารเซนต์ไอแซค ที่มีผลงานสถาปัตยกรรมก้องโลกคือ วิหารทรงโดมสูงที่สุดในโลก เริ่มก่อสร้างตั้งแต่ปี 1818 แล้วเสร็จเมื่อปี 1858 เป็นหนึ่งในมหาวิหารสวยที่สุดของรัสเซีย สร้างในสมัยพระเจ้าอเล็กซานเดอร์ที่หนึ่ง ออกแบบโดยสถาปนิกฝรั่งเศส ใช้เวลาก่อสร้าง 40 ปี ประกอบด้วยเสาหินแกรนิต 48 ต้น น้ำหนักต้นละ 114 ตัน ภายในประดับด้วยประติมากรรมบอร์น และภาพวาดกว่า 400 ชิ้น โดยยอดโดมสุกอร่ามด้วยทองคำหนัก 100 กิโลกรัม มีเส้นผ่าศูนย์กลาง 25.8 เมตร ใหญ่เป็นอันดับ 4 ของโลก

พระราชวังแคทเธอลีน เป็นสถานที่ประวัติศาสตร์ที่พระพุทธเจ้าหลวงเคยเสด็จฯ โดยเรือกลไฟอเล็กซานเดรีย จากพระราชวังปีเตอร์ฮอฟฟ์ เรียกขานกันว่าหมู่บ้านพระเจ้าซาร์ เพราะที่นี่เป็นเมืองที่พระเจ้าปีเตอร์มหาราชพระราชทานที่ดินแก่พระนางแคทเธอลีน ตัวพระราชวังสร้างขึ้นในปี 1756 โดยสถาปนิกชาวอิตาเลียน เพชรน้ำงามของรัสเซียยังรวมถึง พระราชวังยูซุปอฟ ของเจ้าชายฟิลิกซ์ ยูซุปอฟ มีเรื่องราวสะเทือนขวัญซ่อนอยู่มากมาย พระองค์ใช้พระราชวังแห่งนี้วางแผนสังหารนักบุญคนบาป “กริกอรี เยฟิโมวิช รัสปูติน” เป็นที่ร่ำลือว่า ยาพิษและกระสุนเพชฌฆาตไม่สามารถปลิดชีพรัสปูติน กระทั่งสุดท้ายรัสปูตินถูกจับมัดแล้วทิ้งลงแม่น้ำจมน้ำตาย ปัจจุบันพระราชวังแห่งนี้เป็นพิพิธภัณฑ์จัดแสดงผลงานศิลปะจากต่างแดนที่เจ้าชายฟิลิกซ์เก็บสะสมไว้

พระราชวังเครมลิน เป็นสัญลักษณ์ของอดีตอันยิ่งใหญ่ในศตวรรษที่ 15 และรัชกาลที่ 5 เคยเสด็จฯมาประทับเช่นกัน ในยุคนั้นเป็นศูนย์กลางประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และสถาปัตยกรรมเก่าแก่ ตั้งอยู่บนเนื้อที่กว่า 170 ไร่ รอบล้อมด้วยกำแพงสีแดงและหอคอย ภายในมีวิหารดอร์มิชั่น, พระราชวังกราโนวิตายา สถานที่ประกอบพระราชพิธีของพระเจ้าซาร์ทุกพระองค์, วิหารอนันซิเอชั่นของราชวงศ์รัสเซีย ตลอดจนพิพิธภัณฑ์ Amoury Chamber สถานที่เก็บรวบรวมศาสตราวุธและทรัพย์สมบัติประเมินค่าไม่ได้ และห้องพระคลังมหาสมบัติของกษัตริย์และพระราชินี

อีกหนึ่งสถานที่น่าประทับใจคือ รถไฟใต้ดิน เปิดบริการวันที่ 15 พ.ค.1935 ปัจจุบันมีกว่า 12 สาย รวมระยะทาง 360 กม. จากที่เริ่มต้น 11.6 กม. ขณะนี้มีสถานีมากถึง 140 สถานี รองรับผู้ใช้บริการวันละ 350,000 คน นับเป็นสถานีรถไฟใต้ดินสวยงามที่สุดในโลก ตกแต่งด้วยงานประติมากรรมและจิตรกรรม ถ่ายทอดวิถีการเมือง สังคม และวัฒนธรรม ตามฝาผนังและเพดานของสถานียังตระการตาด้วยภาพวาดสีน้ำมัน และโคมไฟคริสตัลหรูหรา

ทุกย่างก้าวที่ชาวคณะได้ไปเยือนล้วนแต่เป็นร่องรอยของความก้าวหน้า ความมั่งคั่ง และอิทธิพลที่แผ่ขยายของอาณาจักรรัสเซียในอดีต ซึ่งใครๆก็ใฝ่ฝันอยากมาเห็นสักครั้งในชีวิต การตามรอยเส้นทางเสด็จฯประพาสของพระพุทธเจ้าหลวง รัชกาลที่ 5 จึงถือเป็นจุดเริ่มต้นของการสานสัมพันธ์ที่หยั่งลึกระหว่างไทยกับรัสเซีย ที่ประทับใจมิรู้ลืม.


ทีมข่าวหน้าสตรี

การเสด็จฯประพาสของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ถือเป็นต้นกำเนิดความสัมพันธ์แน่นแฟ้นระหว่างไทย-รัสเซีย 13 มิ.ย. 2558 11:18