วันจันทร์ที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เดนมาร์กตั้งเป้าเลิกใช้ธนบัตร-เหรียญ มุ่งหน้าเงินอิเล็กทรอนิกส์เต็มตัว

พิจารณาจากข้อเสนอของรัฐบาลเดนมาร์กที่ต้องการให้ร้านค้าส่วนใหญ่ในเดนมาร์ก ยุติการรับธนบัตรและเหรียญ แล้วหันมาใช้การชำระเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ทำให้เชื่อว่าเดนมาร์กน่าจะเป็นประเทศแรกในโลกที่เลิกใช้ธนบัตรและเหรียญ

แผนที่จะยุติการใช้ธนบัตรและเหรียญในการช็อปปิ้ง-ซื้อสินค้าของรัฐบาลเดนมาร์กในครั้งนี้ อาจทำให้เดนมาร์กกลายเป็นประเทศแรกในโลกที่โละทิ้งธนบัตรและเหรียญ โดยรัฐบาลได้ประกาศเสนอให้ร้านค้าเกือบทั้งหมดทั่วประเทศ ไม่รับซื้อขายสินค้าด้วยธนบัตรและเหรียญภายในเดือน ม.ค.2559

เงื่อนเวลาดังกล่าวถือว่าไม่เร็วจนเกินไป เมื่อปริมาณการใช้เงินสดของชาวสแกนดิเนเวียน อันประกอบด้วย 3 ประเทศ ได้แก่ นอร์เวย์ สวีเดน และเดนมาร์ก เหลือเพียงแค่ 6% ของการจับจ่ายทั้งหมด โดยบรรดาชาวสแกนดิเนเวียน 3 ประเทศดังกล่าว ถือเป็นพลเมืองผู้นำเทรนด์การชำระเงินผ่านอิเล็กทรอนิกส์ระดับโลก

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลยังกำหนดให้ผู้ให้บริการอย่างโรงพยาบาล ร้านขายยา และร้านรับส่งไปรษณีย์ ยังต้องรับเงินสดอยู่ ซึ่งข้อบังคับดังกล่าว จะต้องร่างเป็นกฎหมายเพื่อรองรับต่อไป

การชำระเงินผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งรวมทั้งเครดิตการ์ดนั้น ในมุมของผู้บริโภคบางราย อาจมองว่าไม่สะดวก โดยเฉพาะคนที่คุ้นชินกับการใช้และถือเงินสด แต่สำหรับร้านค้าแล้ว การใช้เงินอิเล็กทรอนิกส์ ช่วยสร้างความสะดวกและลดความเสี่ยงลงได้มาก โดยนอกจากลดต้นทุนในการเก็บและขนย้ายเงินแล้ว ยังลดปัญหาการโจรกรรม ยักยอกเงินได้ชะงัดอีกด้วย

นาย Micheal Busk-Jepsen ผู้อำนวยการบริหารสมาคมธนาคารแห่งประเทศเดนมาร์ก กล่าวว่า สังคมที่ไม่ใช้เงินสด ไม่ใช่สิ่งที่ไกลเกินเอื้อมอีกต่อไป ไม่นานจากนี้ เชื่อว่าโลกที่ไม่ต้องใช้เงินสดจะเกิดขึ้น เมื่อทุกอย่างพร้อม โดยเฉพาะผู้บริโภค

แม้ว่าปัจจุบัน ร้านค้าในเดนมาร์กทั้งหมดจะรับเงินสดจากลูกค้า แต่ผู้บริโภคชาวเดนมาร์กส่วนใหญ่กลับไม่นิยมใช้เงินสดกันแล้ว

โดยประชาชนเดนมาร์กเกือบ 40% ใช้จ่ายผ่านโทรศัพท์มือถือของตน ทั้งการโอนเงินระหว่างกันและการใช้ซื้อหาสินค้า เช่นเดียวกับพลเมืองสแกนดิเนเวียนในอีก 2 ประเทศ อันได้แก่ นอร์เวย์และสวีเดน

จากข้อมูลของธนาคารกลางนอร์เวย์ ปัจจุบันพลเมืองของ 3 ประเทศสแกนดิเนเวียนใช้เงินสดแค่ 6% ของการจับจ่ายทั้งหมด ในสวีเดนแม้แต่หนังสือพิมพ์ข้างทางที่ขาย โดยพวกไร้บ้าน ยังสามารถซื้อผ่านบัตรเครดิตได้ ขณะที่ในสหรัฐอเมริกา คนยังใช้เงินสดอยู่ถึง 47%

ขณะเดียวกัน ความนิยมในการจับจ่ายใช้สอยที่ไม่ใช้เงินสด ยังแพร่กระจายไปยังประเทศยุโรปอื่นๆด้วย จากข้อมูลของธนาคารกลางแห่งยุโรป (อีซีบี) ระบุว่า การใช้จ่ายที่ไม่ใช้เงินสดเพิ่มขึ้น 6% ในปี 2556 และในปี 2557 ที่ผ่านมา การใช้จ่ายที่ไม่ใช้เงิน มีสัดส่วนแซงการใช้จ่ายด้วยเงินในอังกฤษเป็นครั้งแรก

แม้ว่าสหประชาชาติก็ยังร่วมกับมูลนิธิบิลและเมลินดา เกตส์ สนับสนุนการผลักดันให้สังคม ใช้จ่ายผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์มากขึ้น เพื่อลดค่าใช้จ่ายและสร้างความเชื่อมั่น

อย่างไรก็ตาม การใช้เงินอิเล็กทรอนิกส์ ก็ยังเป็นอุปสรรคสำหรับคนบางกลุ่ม เช่น คนสูงวัยที่ถนัดใช้เงินสด หรือกลุ่มคนที่เข้าไม่ถึงระบบการจ่ายเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์ เช่น ไม่มีเครดิตการ์ด ขณะเดียวกันปัญหาการฉ้อโกงก็ยังเป็นเรื่องใหญ่และถือเป็นข้อกังวล

โดยข้อมูลจากธนาคารกลางยุโรป ระบุว่าการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ มีอัตราการฉ้อโกงมากขึ้น โดยในปี 2555 มีมูลค่า 1,300 ล้านยูโร หรือประมาณ 49,000 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 15% จากปีก่อนหน้า.