วันอาทิตย์ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ปาฏิหาริย์...เหนือม่อนจำศีล แดดบังบด...ธาตุมิตรสัมพันธ์

โดย

องค์พระธาตุมิตรสัมพันธ์.

ปาฏิหาริย์...คือเหตุที่เกิดอันเป็นที่ น่าอัศจรรย์...!!

ซึ่ง....อิทธิแห่งปรากฏการณ์ที่สำแดงนั้นสามารถเกิดขึ้นได้ในทุกพื้นที่ทั่วทุกมุมโลก ไม่ว่าจะอยู่ในสถานที่เร้นลับ โบราณสถาน หรือ ศาสนาสถานของศาสนาหรือลัทธิต่างๆ.....

ทั้งนี้ทั้งนั้น.....ขึ้นอยู่กับ ความเลื่อมใสศรัทธาต่อสิ่งนั้นๆว่า...ศักดิ์สิทธิ์...!!

O O O

วัดม่อนจำศีล บ้านป่าขาม หมู่ 1 ตำบลพระบาท อำเภอเมืองลำปาง เป็นปริมณฑลพื้นที่สถานแห่งหนึ่งซึ่ง เชื่อกันว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์แห่งหนึ่งบนแผ่นดินล้านนา เนื่องจากเป็นโบราณสถานและพุทธสถานที่เก่าแก่อายุกกว่าพันปี....

ด้วยคาบเวลาอันยาวนาน ผ่านถึงบางยุควัดนี้ก็เจริญรุ่งเรือง บางยุคก็เสื่อมสภาพชำรุดทรุดโทรมไปตามอายุขัยของวัสดุ ซึ่งก็มีการบูรณปฏิสังขรณ์กันมาเป็นช่วงๆ และพอจะลำดับบันทึกมีหลักฐานยืนยันได้ก็ตั้งแต่ปี 2351 เป็นต้นมา โดย พระมหาป่าเมืองแปง เป็นเจ้าอาวาสรูปแรกและมรณภาพในปี 2380

O O O

สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ...... ทหารเข้าไปพักอาศัยอยู่ในพื้นที่ของวัด พระสงฆ์จึงย้ายไปจำพรรษาที่วัด ม่อนปู่ยักษ์ หลังสงครามยุติก็ได้ทิ้งความสกปรกชำรุดรกร้าง พระอูปัณณะวะ วัดจองคำ ได้นำภิกษุ สามเณร และผู้ศรัทธามาบูรณะ แล้วให้ พระอาจารย์ไพฑูรย์ โกสลโล เป็นเจ้าอาวาส

วัดม่อนจำศีลจึงได้ฟื้นคืนชีพกลับมาอีกครั้งหนึ่ง โดยเริ่มทำการสอนวิปัสสนากรรมฐาน สายสติปัฏฐาน และสืบสานกระทั่งรุ่งเรือง โดยผ่านต่อกันมาอีกหลายท่าน กระทั่ง พระครูพิศาลสุภัทรกิจ รับตำแหน่งเจ้าอาวาสรูปปัจจุบัน มาตั้งแต่ปี 2530

O O O

ศาสนสถานแห่งนี้แม้จะอยู่ในส่วนภูมิภาคแต่ก็มิได้อยู่ห่างไกลพระราชา....ครั้งที่ พระนางเจ้าจามเทวี มาสร้างเมืองให้ พระอนันตยศ (อินทรเถิงกร) พระราชโอรส ก็ได้เสด็จมาจำศีลที่วัดม่อนจำศีล และได้ซ่อมแซมสร้างพระธาตุให้ใหญ่ครอบองค์เดิมตามคำแนะนำของ หลวงปู่ฤาษีวาสุเทพ (...ฤาษีตนนี้เป็นผู้เลี้ยงดูพระนางในวัยเด็กก่อนที่จะส่งไปเป็นธิดาบุญธรรมกษัตริย์เมืองละโว้...)

สมัยพระพุทธ เจ้าหลวง รัชกาลที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ก็ได้มา บูรณปฏิสังขรณ์ โดยมีพิธีกรรมอันเป็นที่มาของการฟ้อน ผีมด ผีเม็ง ของจังหวัดลำปางและทั่วภาคเหนือ

ปีนี้....1 พฤศจิกายน พระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัว รัชกาลปัจจุบัน พระราชทานกฐินหลวง ทอด ณ วัดม่อนจำศีล

O O O

ศาสนสถาน “วัดม่อนจำศีล” มีตำนานเล่าขาน กันมาว่า...เมื่อ 1,735 ปีที่แล้ว “เจ้าหลวงคำใหญ่” ครองเมืองกุกะนคร (พม่า) เป็นสหายกับ “เจ้าหลวงดำ” ผู้ครองเมืองตุ่ย (คงจะเป็นสบตุ๋ยในปัจจุบัน) ซึ่งช่วงระหว่างนั้นเมืองต่างๆมีการรบสู้กันเพื่อแย่งชิมอำนาจและไพร่พล

เจ้าหลวงคำใหญ่พ่ายแพ้ข้าศึก เจ้าหลวงดำจึงช่วยพาหลบหนีมาซ่อนตัวในถ้ำของม่อน (ภาษาท้องถิ่นม่อนหมายถึงภูเขาที่ไม่สูงนัก) ด้วยความสงสารและอาดูรที่สูญเสียทหารไปถึง 542 คน เจ้าหลวงคำใหญ่จึงถือศีลปฏิบัติธรรม เพื่ออุทิศส่วนกุศลให้กับทหารที่ล้มตายเหล่านั้น .....อันเป็นที่มาของคำว่า “ม่อนจำศีล”

O O O

ด้วย....เจ้าหลวงทั้ง 2 รักกันมากจึงสร้างกู่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุของพระพุทธเจ้า ขึ้นที่วัดม่อนจำศีลคนละองค์ เจ้าหลวงคำใหญ่สร้างองค์ซ้าย เจ้าหลวงดำสร้างองค์ขวา โดยตั้งชื่อกู่ทั้ง 2 องค์ว่า “พระธาตุมิตรสัมพันธ์” โดยได้อธิษฐานจิตร่วมกันว่า...หาก ตายไป ใครได้เกิดก่อนให้กลับมาบูรณะวัดแห่งนี้ อีก.....

หลังเสียชีวิต....เจ้าหลวงดำกลับมาเกิดก่อนส่วนวิญญาณเจ้าหลวงคำใหญ่ยังเฝ้าพระธาตุอยู่ ซึ่งเมื่อใดที่เจ้าหลวงดำในชาติปัจจุบันสร้างพระใหญ่ได้สำเร็จเจ้าหลวงคำใหญ่ก็จะได้ไปเกิด มาร่วมกิจกุศลตามแรงบุญแห่งจิตร่วมอธิษฐาน...

O O O

....ล่วงถึงปีนี้ (2558)...วัดม่อนจำศีลมีโครงการสร้างอาคารสอนและปฏิบัติวิปัสสนากรรมฐาน ประดิษฐานพระพุทธเจ้า 9 พระองค์ไว้บนดาดฟ้า โดยมี องค์เอกใหญ่สุดเป็นพระประธาน....

และก่อนวางศิลาฤกษ์....มุณีพราหมณ์ ได้เป็นเจ้าพิธีในการ บวงสรวงขอขมาเทพยดาอารักษ์ เพื่อเคารพต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ตามความเชื่อที่สืบสานกันมาอย่างยาวนาน

(...มุณีพราหมณ์ เป็นปรมาจารย์ที่มีชื่อเสียงแห่งล้านนามากว่า 20 ปี เป็นศิษย์ครูสิงคำแห่งแขวงไชยบุรี ประเทศลาว แล้วมาครอบครูเป็นศิษย์พร้อมทั้งศึกษาเรียนรู้ศาสตร์เพิ่มเติมกับราชครูวิชิตปากเกร็ดจนแตกฉาน จึงได้รับอนุญาตให้ดำเนินพิธีกรรมต่างๆได้...)

O O O

กิจพิธีครั้งนี้.....พระราชจินดานายก “อ้าย สิริธัมโม” เจ้าคณะจังหวัดลำปาง เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ นายธานินทร์ สุภาแสน ผู้ว่าราชการจังหวัดลำปาง ประธานฝ่ายฆราวาสพร้อม นายไพโรจน์ โล่ห์สุนทร อดีต รมช.มหาดไทย ร่วมกับข้าราชการและประชาชน

โดย.....ถือมหัทธโณฤกษ์ดาวจันทรเสวยดาวปุรพษาฒนักษัตรที่ 20 แรม 3 ค่ำ เดือน 7 เวลา ดำเนินพิธีกรรมคาบเวลานั้นท้องฟ้าโปร่งแดดแผ่จ้า ผ่านไประยะหนึ่งเจ้าพิธีให้ ประธานกับคณะจุดธูปบวงสรวงเทพยดา พลันเมฆก็ไหลมาบังบดดวงอาทิตย์ให้ร่มเงาเฉพาะบริเวณปริมณฑล ของวัดฯ

ปรากฏการณ์นี้สร้างความอัศจรรย์แก่ผู้อยู่ในพิธีกรรมไม่น้อย...แต่บางคนก็บอกว่า บังเอิญ

O O O

เมื่อหมดช่วงแดดกลับมาทอจ้าอีก.....พอถึงขั้นตอนให้ ประธานเทเหล้าลงพื้นธรณีบวงสรวงเจ้าที่ พลันเมฆกลุ่มนั้นกลับย้อนมาบังบดอีก
ครั้ง ผู้อยู่ในเหตุการณ์พูดเป็นเสียงเดียวกันว่า...งึด.!!

เชื่อหรือไม่ว่า...ปาฏิหาริย์มีจริง และ เมื่อสร้างพระพุทธรูปองค์ใหญ่นี้แล้วเสร็จ ก็ยังไม่รู้ว่า เจ้าคำหลวงใหญ่จะไปเกิดเป็นใคร ในนครลำปางตามแรงอธิษฐานในตำนานหรือไม่...อย่าลบหลู่!!!

ก้อง กังฟู

13 มิ.ย. 2558 09:36 ไทยรัฐ