วันอาทิตย์ที่ 22 กรกฎาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

สิงคโปร์ฉลองใหญ่ 50 ปี ผู้นำเผยหัวใจสู้คอร์รัปชัน

คุยนักข่าวอาเซียน-นายกรัฐมนตรี ลี เซียน ลุง (ขวาสุด) ให้สัมภาษณ์พิเศษคณะนักข่าวอาเซียนที่ทำเนียบอิสตานา และเผยว่าสิงคโปร์ไม่ยอมรับการคอร์รัปชันใดๆทั้งสิ้นตั้งแต่เริ่มต้น และตั้งแต่ระดับบนสุดถึงล่างสุด (ภาพจากกระทรวงข้อมูลข่าวสารสิงคโปร์-MCI)

“โครงการนักข่าวอาเซียนเยือนสิงคโปร์” (เอเจวีพี) ครั้งที่ 7 เมื่อต้นเดือนนี้ ซึ่งผู้เขียนเป็นหนึ่งในผู้เข้าร่วมจาก 9 ประเทศ รวม 17 คน โชคดีเป็นพิเศษ เพราะปีนี้ สิงคโปร์มีหลายเหตุการณ์สำคัญประจวบกันพอดี

ไม่ว่าจะเป็นวันครบรอบ 50 ปี การสถาปนาสาธารณรัฐสิงคโปร์ หลังแยกจากมาเลเซียเมื่อ 9 ส.ค.2508 การแข่งขันกีฬา “ซีเกมส์” ครั้งที่ 28 ซึ่งสิงคโปร์เป็นเจ้าภาพ หลังว่างเว้นมาถึง 22 ปี อีกทั้งสิ้นปีนี้จะเข้าสู่ “ประชาคมอาเซียน” ด้วย สิงคโปร์จึงถือเป็นวาระพิเศษ จัดงานเฉลิมฉลองคึกคักยิ่งใหญ่กว่า 330 โครงการ ทั้งด้านศิลปะ วัฒนธรรม มรดกของชาติ อาหาร กีฬา ดนตรี ฯลฯ เพื่อเคารพอดีต เฉลิมฉลองปัจจุบัน และมุ่งมั่นสู่อนาคต

การเฉลิมฉลองซึ่งมีสโลแกนว่า “ประชาชนเป็นหนึ่งเดียว” (One People) และมีโลโก้ “SG50” นี้ รายการเด่นๆ นอกจากซีเกมส์ซึ่งสิงคโปร์ตั้งเป้าเป็น “เจ้าเหรียญทอง” ยังจะมี “วันพาเหรดแห่งชาติ” (National Day Parade) “การเดินเฉลิมฉลอง 50 ปี” (Jubilee Walk), “เทศกาลศิลปะนานาชาติสิงคโปร์” (SIFA) ฯลฯ ปิดท้ายด้วยการเปิด “หอศิลป์แห่งชาติสิงคโปร์” (National Gallery Singapore) ในเดือน ก.ย.

“หอศิลป์แห่งชาติสิงคโปร์” ที่เราได้ไปเยี่ยมชมก่อนเปิดจริง สิงคโปร์ภูมิใจนำเสนอมาก เพราะจะเป็นศูนย์ทัศนศิลป์ที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชีย รวบรวมงานศิลปะล้ำค่าของทั้งสิงคโปร์และชาติอื่นๆ ในอาเซียนไว้กว่า 8,000 ชิ้น รวมทั้งของท่านถวัลย์ ดัชนี ศิลปินแห่งชาติของไทย หอศิลป์ฯนี้มีพื้นที่ถึง 64,000 ตร.ม. โดยเอาอาคารเก่าของศาลาเทศบาลและศาลฎีกาในยุคอาณานิคมอังกฤษมาเชื่อมต่อเติมเสริมแต่งใหม่สุดยิ่งใหญ่อลังการสมยี่ห้อสิงคโปร์ที่ทำอะไรเล็กๆไม่เป็น

ใครที่ไปเที่ยวสิงคโปร์ปีนี้จึงคุ้มเป็นพิเศษ นอกจากจะไปชมแหล่งท่องเที่ยวที่โด่งดังอย่างรีสอร์ตครบวงจร “มารีนา เบย์ แซนด์” อาคารที่มีมูลค่าแพงที่สุดในโลก (ราว 5.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ), สวนพฤกษชาติยักษ์ “การ์เดนส์ บาย เดอะ เบย์” ซึ่งมีพันธุ์ไม้หายากจากทั่วโลกกว่า 250,000 ชนิด หรือชิงช้าสวรรค์ “สิงคโปร์ฟลายเออร์” จุดชมวิวที่สูงถึง 165 เมตรแล้ว ยังสามารถไปชมงานเฉลิมฉลองต่างๆได้อย่างจุใจด้วย

คณะนักข่าวอาเซียนยังมีโอกาสไปเยี่ยมชมหน่วยงานและสัมภาษณ์บุคคลสำคัญของสิงคโปร์ รวมทั้งนายกรัฐมนตรี ลี เซียน ลุง ซึ่งเปิดทำเนียบ “อิสตานา” ให้สัมภาษณ์ 1 ชั่วโมงเต็ม นับเป็น “ไฮไลต์” ของทริปนี้

หนึ่งในคำถามของผมก็คือ “การคอร์รัปชันเป็นรากเหง้าของปัญหาร้ายแรงในทุกประเทศ รวมทั้งไทย สิงคโปร์ได้ชื่อว่ามีระดับคอร์รัปชันต่ำที่สุดในโลก ท่านทำได้อย่างไร อะไรคือ “หัวใจ” ในการยับยั้งและขจัดคอร์รัปชัน?”

ฯพณฯ ลี เซียน ลุง ตอบได้โดนใจว่า “ผมพูดแทนประเทศอื่นไม่ได้ แต่จากประสบการณ์ของเรา เรายึดนโยบาย “Zero Tolerance” (ความอดทนเป็นศูนย์) กับคอร์รัปชันตั้งแต่เริ่มต้น และตั้งแต่ระดับบนสุดจนถึงล่างสุด ผมคิดว่านั่นคือหนทางเดียวที่จะแก้ปัญหานี้ เพราะถ้าเราตัดสินว่านิดหน่อยไม่เป็นไร มากไปไม่ดี มันก็ยากจะได้ผล และต้องเริ่มจากหัวถึงหาง เพราะถ้านายใหญ่ทุจริต ต้องมีทั้งพวกเลขาฯ และเจ้าหน้าที่ที่รู้ และสรุปว่าในเมื่อเจ้านายใหญ่ทำได้ เราก็ทำได้ พวกเขาจะช่วยตัวเอง ทั้งระบบจะเดินไปไม่ได้ ดังนั้น เราจึงเริ่มตั้งแต่ต้น ด้วยทัศนคติไม่ยอมรับการคอร์รัปชันใดๆ ทั้งสิ้น ตั้งแต่พรรคกิจประชาชน (พีเอพี) เริ่มเป็นรัฐบาลใน พ.ศ.2502 เราเข้มงวดเรื่องนี้มาก เราแสดงให้เห็นว่าพร้อมเล่นงานใครก็ตามที่มีพฤติกรรมคอร์รัปชัน อาจเป็นตำรวจ เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง ข้าราชการพลเรือน หรือรัฐมนตรี ถ้าคุณทำผิดและพิสูจน์ได้ว่าผิด คุณต้องจ่ายค่าตอบแทน และบทลงโทษรุนแรงมาก เราทำอย่างนั้น ประชาชนก็เห็นว่าเราทำอย่างนั้นจริงๆ จึงถือว่าคอร์รัปชันเป็นเรื่องร้ายแรง เรามีสำนักงานต่อต้านคอร์รัปชัน (Corrupt Practices Investigation Bureau) หรือ “ซีพีไอบี” ขึ้นตรงต่อสำนักงานของผมและรายงานถึงผมโดยตรง ถ้าซีพีไอบีเชิญคุณไปดื่มกาแฟ คุณต้องกลุ้มแล้วล่ะ”

ท่านลี เซียน ลุง ยังบอกว่าเสียใจยิ่งที่รัฐบุรุษลี กวน ยู บิดาผู้ก่อตั้งประเทศสิ้นบุญ ไม่ได้อยู่ร่วมพิธีเฉลิมฉลองสิงคโปร์ 50 ปี แต่ท่านได้เตรียมพร้อมสิงคโปร์ไว้อย่างดีให้ก้าวเดินไปข้างหน้า ส่วนระบอบประชาธิปไตยแบบสิงคโปร์ ไม่ว่าใครจะเรียกอย่างไรหรือใช้เป็นโมเดลหรือไม่ มันได้ผลดีสำหรับสิงคโปร์ ทำให้มีรัฐบาลที่มีเสถียรภาพและประสิทธิภาพ แต่ก็มีวิวัฒนาการไปตามกาลเวลา เพราะสังคมและความคาดหวังเปลี่ยนแปลงไปเรื่อยๆ ความก้าวหน้าของประชาธิปไตยไม่ได้อยู่ที่ว่าจำนวนส.ส.ฝ่ายค้านในรัฐสภาเพิ่มขึ้น แต่อยู่ที่คุณภาพและการทำหน้าที่ของฝ่ายค้านในสภามากกว่า

กรณีประชาคมอาเซียน ท่านลี เซียน ลุง ชี้ว่าการรวมตัวทางเศรษฐกิจช่วยส่งเสริมการพัฒนาทั่วอาเซียน แต่การรวมตัวคงไม่หยุดเพียงเท่านี้ และบางเรื่อง เช่นเรื่องวิกฤติสิทธิมนุษยชน อาเซียน ไม่ใช่ประเทศเดียว เป็นไปไม่ได้ที่จะบอกให้ใครทำอย่างนั้น อย่าทำอย่างนี้ กรณีผู้อพยพทางเรือชาว “โรฮีนจา” ประเทศที่เกี่ยวข้องต้องแก้ปัญหาด้วยตัวเอง แต่ต้องกระตุ้น ปรึกษาหารือกัน และต้องแก้จาก “ต้นทาง” จากประเทศต้นตอ อีกทั้งต้องจัดการขบวนการค้ามนุษย์ด้วย ไม่มีประเทศใดสามารถรับผู้ลี้ภัยได้ไม่สิ้นสุด แค่รับโดยตั้งอยู่บนพื้นฐานด้านมนุษยธรรม

ส่วนเรื่องความขัดแย้งในทะเลจีนใต้ ซึ่งจีนและหลายชาติอาเซียนแย่งกันอ้างกรรมสิทธิ์ อาเซียนกำลังอยู่ในกระบวนการเจรจา “หลักปฏิบัติ” (Code of Conduct) กับจีน โดยอาเซียนมีทัศนคติร่วมกันในเรื่องนี้ แต่แต่ละประเทศอาจมีจุดยืนแตกต่างกันบ้าง สำหรับสิงคโปร์ ไม่อยู่ในสถานะที่จะตัดสินใครถูกใครผิด เพียงต้องการให้แก้ไขข้อพิพาทโดยสันติและเป็นไปตามกฎหมายระหว่างประเทศ
นั่นคือบางส่วนของ “วิสัยทัศน์” ของผู้นำรุ่นที่ 3 ของสิงคโปร์ ซึ่งอาจสะท้อนบางแง่มุมว่า เหตุใดประเทศหลากวัฒนธรรมและเชื้อชาติ ที่มีประชากรแค่ 5.4 ล้านคน จึงรุ่งโรจน์ก้าวไกลเช่นทุกวันนี้!

บวร โทศรีแก้ว

13 มิ.ย. 2558 08:49 13 มิ.ย. 2558 08:50 ไทยรัฐ