วันศุกร์ที่ 23 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เดชคัมภีร์เทวดา

แรกๆทำท่าจะเข้าทางตันแต่พลันที่แก้ไขรัฐธรรมนูญ 7ประเด็น เหมือนเปิดทางโล่งให้ คสช.จะคิดทำอะไรก็มีกลไกขับเคลื่อนให้เลือกใช้ได้ทุกกระบวนท่า อยู่ที่ว่าจะแบบสั้นหรือยาวเท่านั้น

ข่าว “เขย่าขวด” สุดสัปดาห์นี้ชีพจรการเมืองวันนี้ต้องจับตาไปที่การแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราวปี 2557 ด้วย 7 ประเด็นเป็นสำคัญ

เพราะจะเป็นตัวกำหนดทิศทางการ เมืองอนาคตของ คสช.

18 มิถุนายน 2558 ซึ่ง สนช.จะลงมติจะเป็นจุดเริ่มต้นว่าการเมืองไทยจะเดินไปทางไหน อายุ คสช.จะสั้น-ยาวก็ตรงนี้แหละ...

คงจะยกเอาประเด็นสำคัญๆ ที่จะมีผลมาแยกย่อยให้เห็นกันว่าจะเกิดอะไรขึ้นด้วยฝีมือการปรุงแต่งที่แยบยลวางท่อเอาไว้ครบเครื่อง

อยู่ที่ว่าจะไปท่อไหนอย่างไรก็ขึ้นอยู่กับสถานการณ์อันมีตัวแปรสำคัญ คือรัฐธรรมนูญฉบับสมบูรณ์ที่ กมธ.ยกร่างฯกำลังปรุงแต่งอยู่

เริ่มจากการยกเลิกข้อห้ามให้นัก การเมืองที่เคยถูกตัดสิทธิเลือกตั้งสามารถเข้ามาเป็นหุ้นส่วนการเมืองกับ คสช.ได้

ไม่ว่าจะเป็น สนช.คณะกรรมการขับ เคลื่อนการปฏิรูปประเทศ กมธ.ยกร่างฯได้

ที่สำคัญก็คือเข้ามาเป็นรัฐมนตรีได้

นั่นเท่ากับว่าเป็นการเปิดกว้างเพื่อให้พวกบ้านเลขที่ 111-109 เข้ามาร่วมงานได้อย่างเต็มตัวไม่แยกเขาแยกเราอย่างที่ผ่านมา ซึ่งจะได้ประโยชน์ไปเต็มๆ เรียกว่าคุ้มค่า

1. ทำให้เกิดความพึงพอใจลดแรงต่อต้านก้าวไปสู่ความปรองดอง

2. จะได้บุคลากรเข้ามาเป็นรัฐมนตรีช่วยกันทำงาน

ว่าไปแล้วนักการเมืองระดับบ้านเลขที่ 111-109 นั้นต้องยอมรับความจริงกันหลายคนมีความรู้ความสามารถ มีฝีมือในการทำงาน ได้รับการยอมรับจากสังคม

หากเลือกสรรบุคคลเหล่านี้ที่เห็นว่าเหมาะสมเข้ามาร่วมงานน่าจะช่วยให้รัฐบาลทำงานได้กระฉับกระเฉงกว่าที่ผ่านมา

เน้นไปที่การทำงานในเชิงรุก เข้าถึงประชาชน รู้ใจชาวบ้าน

อยู่ที่ว่าจะเลือกใครเข้ามาเท่านั้นการที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.เข้ามาบริหารประเทศปีกว่ามาแล้วน่าจะรู้หน้ารู้ใจคนมากขึ้น

ยิ่งไปกว่าหากเลือกคนเหล่านี้มาช่วยงานอย่างหนึ่งที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นก็คือ การทุจริตเพราะควบคุมได้อยู่แล้ว

และตัวเขาเองก็คงไม่คิดเรื่องนี้ แต่ต้องการสร้างผลงาน ฝากฝีมือเพื่ออนาคตทางการเมืองข้างหน้ามากกว่า

อีกประเด็นหนึ่งคือ สปช.ที่จะพ้นจากตำแหน่งเมื่อลงมติร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะผ่านหรือไม่ผ่านก็ต้องไปอยู่ดี

แต่เมื่อมีตำแหน่งรองรับคือสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศจำนวน 200 คน รองรับซึ่งให้อำนาจ พล.อ.ประยุทธ์เป็นคนแต่งตั้งไม่ใช่ขบวนการสร้างภาพอย่างการตั้ง สปช.

นั่นทำให้อำนาจเต็มๆ อยู่ที่ พล.อ.ประยุทธ์เพียงคนเดียว

ใครอยากต่ออายุตัวเองก็ต้องเอาใจ “แป๊ะ” เอาไว้ให้ดีๆ ไม่ใช่แบบ สปช.ที่ไปคนละทิศละทางเอาความคิดตัวเองเป็นใหญ่ วุ่นวายไม่ต่างไปกับจับปูใส่กระด้ง

ทำตัวไม่แตกต่างไปจากสภานักเลือกตั้ง

ด้วยเงื่อนไขอย่างนี้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับสมบูรณ์ที่กำลังขัดเกลากันอยู่ในเวลานี้จะเป็นตัวแปรสำคัญที่จะไปซ้ายก็ได้โยกขวาก็ได้
อยู่ที่ว่า คสช.จะให้เดินไปทางไหน?

คว่ำก็ได้ไม่คว่ำก็ได้สำหรับรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

อยู่ที่ว่าต้องการจะให้เดินไปทางไหนที่เกิดผลดีต่อ คสช.รัฐบาลและ พล.อ.ประยุทธ์ เพราะสามารถควบคุม สปช.
ได้แน่

อยู่สั้นอยู่ยาวคงได้คำตอบกันแล้ว!!!

“ลิขิต จงสกุล”

13 มิ.ย. 2558 07:10