วันพุธที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

โวยสื่อเขียนอยู่ได้ บิ๊กตู่ปัด! ดึงสมคิดร่วมครม.

ธีรยุทธแซวท.ทหารฉุนเฉียว สปช.ไขรหัสล้มรธน.-อยู่ยาว ‘อนุดิษฐ์’ฟองอาญาวิชา-พวก

“ประวิตร” ปัดไม่มีใบสั่งคว่ำร่าง รธน. “วิษณุ” แจงลงประชามติวันเดียว ยืดหยุ่นได้ไม่เกิน 17 ม.ค.59 งดกาบัตรล่วงหน้า-นอกราชอาณาจักร ตัดปัญหาเสียเวลา ไม่เปลืองงบฯ ด้าน สปช.ถอดรหัสแก้ รธน. ชั่วคราว ไฟเขียวล้มร่างแรกต่ออายุรัฐบาล “วันชัย” อ้างสกัดแรงกระเพื่อม นายกฯอยู่ต่อ 2 ปี สางปัญหาคั่งค้าง กมธ.ยกร่างฯตีกรอบปรับปมร้อนจบก่อน 23 ก.ค. ไม่เชื่อ สปช.โหวตทิ้งกลางทาง ปชป.ชี้โยนหินหยั่งกระแสจ้องอยู่ยาว รธน.ผ่านหรือแท้งเข้าล็อกยื้อเวลา พท.ขุดอดีตทรราชเตือนสติ คสช. “ธีรยุทธ” แซว “ลุงตู่” ท.ทหารฉุนเฉียว “ประยุทธ์” ดับข่าวจ่อดึง “สมคิด” ร่วมวง ครม. ฉุนสื่อถามทุกวันสืบทอดอำนาจ ว้ากทวงอะไรกันนักหนา อยากให้เส้นเลือดแตกตายหรือไง “อนุดิษฐ์” นำร่องฟ้องอาญา “วิชา กับพวก” กลั่นแกล้งชี้มูลคดีเยียวยาม็อบ

กรณีคณะรัฐมนตรี (ครม.) และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เห็นชอบให้แก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ปี 2557 ใน 7 ประเด็น ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์เป็นการปูทางไปสู่การต่ออายุรัฐบาลออกไปอีก 2 ปีนั้น

“ประวิตร” ย้ำเดินตามโรดแม็ป

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 12 มิ.ย. ที่กระทรวงกลาโหม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคงและรมว.กลาโหม กล่าวถึงการออกคำสั่งเรื่องการเคลื่อนย้ายอาวุธตามอำนาจของ คสช.เกี่ยวข้องกับความห่วงใยเรื่องรัฐธรรมนูญหรือกรณีรัฐบาลจะอยู่ต่อ 2 ปีหรือไม่ ว่า การเคลื่อนย้ายอาวุธต้องผ่านหัวหน้า คสช. ถือเป็นระเบียบปฏิบัติไม่มีปัญหาอะไร ไม่เกี่ยวกับทางการเมือง ส่วนใหญ่รัฐบาลชี้แจงหมดแล้ว รัฐบาลมีความจริงใจทุกอย่างตรงไปตรงมา การอยู่ต่อของรัฐบาลก็ไม่รู้จะอยู่อย่างไรเคยบอกไปแล้ว ทุกอย่างต้องเดินไปตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว เมื่อถามว่ารัฐบาลจะอยู่ต่อกรณีที่รัฐธรรมนูญไม่ผ่านใช่หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่ได้อยู่เพราะรัฐธรรมนูญไม่ผ่าน แต่เป็นไปตามโรดแม็ปที่เขียนไว้ ถ้ารัฐธรรมนูญผ่านหรือไม่ผ่านจะทำอย่างไร ทุกอย่างต้องทำตามขั้นตอนของรัฐธรรมนูญที่หัวหน้าคสช.ชี้แจงไป ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง เมื่อถามว่า เกรงหรือไม่ว่าเหตุการณ์วุ่นวายจะเกิดขึ้นในรัฐสภาเหมือนสมัยจอมพลถนอม กิตติขจร พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “ผมจำไม่ได้ สื่อจำเก่งเหลือเกิน ต้องเล่าให้ฟังหน่อย ความจริงไม่มีอะไร ในสภาเป็นแค่ลงคะแนนเสียงจะไปวุ่นวายอะไรมากมาย ผมไม่เท้าความไปยาวขนาดนั้น ถ้าสื่อจำได้ก็เล่าให้ประชาชนฟังด้วย”

ปัดพัลวันใบสั่ง สปช.ล้ม รธน.

เมื่อถามว่า คสช.จะเอาบทเรียนในประวัติศาสตร์มาแก้ไขปัญหาไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยเรื่องอำนาจหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่มี นายกฯได้พูดชัดเจน ตนก็พูดชัดเจนไม่มีอะไรเป็นประเด็น เมื่อถามย้ำว่า คสช.ไม่สามารถสั่ง สปช.และ สนช.ว่ารัฐธรรมนูญจะผ่านหรือไม่ผ่าน พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เรื่องนี้ชัดเจนว่าจะมีมาตราไหนถึงจะผ่านหรือไม่ผ่าน ทุกอย่างต้องจบ ยืนยันไม่มีใบสั่งจากรัฐบาล หรือ คสช. เพราะ สปช. และ สนช.เป็นคนที่มีเกียรติยศชื่อเสียง ได้รับการคัดเลือกจากคนที่มีคุณวุฒิ มีความรู้ ความสามารถ มีประสบการณ์เหมาะสม รัฐบาลและ คสช.ทำด้วยความโปร่งใสทุกเรื่อง ไม่เคยปิดบัง ไม่เคยอมพะนำ

“วิษณุ” แจงไม่มีลงประชามติล่วงหน้า

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย กล่าวถึงการทำประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ว่า ได้ซักซ้อมทำความเข้าใจเพื่อทำข้อตกลงกับ กกต.ที่ต้องไปออกกฎกติกาการออกเสียงประชามติ เสนอ สนช.ให้ความเห็นชอบ งบประมาณอยู่ที่ 2,667 ล้านบาท ส่วนที่ไม่ให้ออกเสียงประชามตินอกราชอาณาจักร เพราะเสียเวลา สิ้นเปลืองงบประมาณ ต้องใช้งบถึง 400 ล้านบาท จะยุ่งยากกับการแจกตัวร่างรัฐธรรมนูญที่ต้องให้ได้ 80 เปอร์เซ็นต์ของครัวเรือน รวมถึงการออกเสียงลงประชามติล่วงหน้าก่อน 7 วันก็ไม่ต้อง ให้ลงประชามติวันเดียวเลย ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่ม ส่วนวันลงประชามติไม่ขัดข้องถ้าเป็นวันที่ 10 ม.ค.59 แต่ไม่ได้ต้องล็อกตายตัว บวกลบได้นิดหน่อยถึงวันที่ 17 ม.ค.59 ส่วนเวลาเปิด-ปิดหีบเลือกตั้งจะเป็นเวลา 08.00-16.00 น.

แยกง่ายๆ ทำ 3 บัตร 3 สี 3 หีบ

นายวิษณุ กล่าวว่า ส่วนเกณฑ์การนับคะแนนที่กำหนดให้ขึ้นอยู่กับเสียงข้างมากของผู้มาใช้สิทธิ ซึ่งกำหนดไว้ในรัฐธรรมนูญชั่วคราวฉบับแก้ไขเพิ่มเติมแล้ว จะมาเท่าไรก็แล้วแต่ มาเท่าไรนับเท่านั้น ไม่ต้องครึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิเหมือนประชามติที่ผ่านมา สำหรับบัตรเลือกตั้งมี 3 บัตร 3 สี 3 หีบ เพื่อง่ายต่อการแยกบัตรเสียและการนับคะแนน และคำถามทั้ง 3 บัตร ควรมีแค่ถามว่ารับหรือไม่รับ ใช่หรือไม่ใช่ และเห็นชอบหรือไม่เห็น เท่านั้น และยึดเกณฑ์เดียวกันคือ เสียงข้างมากของผู้มาใช้สิทธิ์ ส่วน กกต.จังหวัดที่จะหมดวาระลงกว่า 60 จังหวัดก็ไม่ต้องไปตั้งใหม่ เพราะถ้าตั้งจะอยู่ถึง 4 ปี อาจไม่ได้ทำอะไร แต่ต้องมาจ่ายเงินเดือนตลอด จึงให้ กกต.ไปคิดดูว่าจะทำอย่างไร เพราะต้องเข้ามาช่วยทำประชามติด้วย

ขู่ทำโพลก่อน 7 วันมีความผิด

เมื่อถามว่า การรณรงค์ออกเสียงประชามติฝ่ายการเมืองจะออกมารณรงค์ได้หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ต้องหารือกันอีกครั้ง เรื่องนี้ทุกคนรู้ปัญหาอยู่แล้ว อย่างการจัดชุมนุมหรืออะไรต้องหยุดไว้ก่อน ส่วนที่นักวิชาการเป็นห่วงความบริสุทธิ์และเป็นธรรมของการออกเสียงประชามติ ภายใต้คำสั่งหัวหน้า คสช. ฉบับที่ 3/2557 ของการใช้มาตรา 44 รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวปี 57 ทำให้เป็นธรรมได้ ไม่ใช่เรื่องลำบากอะไร อาจจะผ่อนคลายซัก 1-2 อย่างได้ เมื่อถามว่าหากมีการรณรงค์ให้ไม่ออกมาใช้สิทธิมีความผิดหรือไม่ นายวิษณุกล่าวว่า ถือว่ามีความผิดรวมถึงฉีกบัตร ขัดขวางการลงประชามติ รวมถึงการทำโพลก่อนการทำประชามติ 7 วัน ถือว่ามีความผิดทั้งสิ้น

สมช.กัดติดกลุ่มการเมืองเคลื่อนไหว

นายอนุสิษฐ คุณากร เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวถึงความเคลื่อนไหวกลุ่มการเมืองว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ระบุแล้วว่า การเคลื่อนไหวไม่เกี่ยวกันกับการต่ออายุรัฐบาล นายกฯยืนยันเสมอว่าเป็นไปตามโรดแม็ป การผลักดันต่ออายุนั้นเป็นเรื่องของคนอื่น ขอให้ดำเนินการไปตามรัฐธรรมนูญ ซึ่งจากสายข่าวการเคลื่อนไหวแบบผิดปกติยังไม่มี แต่ในแง่ของการเลือกตั้ง ในแง่ของประชาธิปไตย ตนเชื่อว่าต้องมีการเคลื่อนไหวอยู่แล้ว อาจรวมตัวกันว่าจะทำอย่างไร แสดงความคิดเห็นอย่างไร

“วันชัย” ถอดรหัสให้ตีตกร่างแรก

ด้านนายวันชัย สอนศิริ สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) กล่าวถึงการแก้รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวให้ยุบสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ภายหลังการลงมติรับหรือไม่รับรัฐธรรมนูญว่า ผู้มีอำนาจคงเห็นว่า สปช.ยังทำงานไม่ดีพอ จึงควรปรับองค์ประกอบและวิธีการทำงานใหม่ ช่วยให้ สปช.อิสระมากขึ้น ไม่คำนึงว่าต้องโหวตให้รัฐธรรมนูญผ่านแล้วจะได้อยู่ต่อ สปช.จะคิดถึงส่วนรวมมากกว่าส่วนตัว ถ้าตามรัฐธรรมนูญเดิมมีแนวโน้มสูงว่า สปช.ต้องโหวตผ่านรัฐธรรมนูญเท่านั้น แต่ถ้าแก้ไขใหม่ก็ไม่แน่ว่า รัฐธรรมนูญจะผ่านหรือไม่ และมีแนวโน้มสูงว่ารัฐธรรมนูญจะถูกคว่ำ เพราะ สปช.จะยึดเหตุผลการไม่แก้รัฐธรรมนูญตามที่กลุ่มของตัวเองขอแก้ไขมาประกอบการพิจารณาเป็นสำคัญ และพิจารณาว่าถ้าโหวตผ่านร่างรัฐธรรมนูญนำไปสู่การทำประชามติ จะมีแรงกระเพื่อมเคลื่อนไหว เพราะจะมีการโต้แย้งจากเวทีแสดงความคิดเห็นต่างๆ เป็นการกวนน้ำให้ขุ่นในสถานการณ์ที่ยังไม่นิ่งพอ

พูดชัดคว่ำร่าง รธน.ต่ออายุรัฐบาล

นายวันชัยกล่าวอีกว่า ถ้าประชามติผ่านอายุรัฐบาลต้องนับถอยหลัง ในขณะที่การปฏิรูปยังค้างอยู่ แต่ถ้า สปช.คว่ำร่างรัฐธรรมนูญจะทำให้เหตุการณ์ดังกล่าวไม่เกิดขึ้น ไม่มีแรงกระเพื่อม ไม่เสียเงิน แม้ต้องเริ่มนับหนึ่งใหม่ แต่รัฐบาลยังทำงานต่อ แก้ปัญหาที่ค้างคาต่อไปเกือบ 2 ปี ตามความต้องการของประชาชน เมื่อคำนึงถึงประเทศเป็นสำคัญแล้ว การคว่ำร่างรัฐธรรมนูญจะเป็นประโยชน์มากกว่าปล่อยผ่านไป

ไม่ต่อวีซ่าโละทิ้งสภาดราม่า

นายอมร วาณิชวิวัฒน์ สมาชิก สปช.กล่าวว่า สปช.ไม่เสียขวัญที่มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราว ปี 2557 ทำให้ สปช.เหลือเวลาทำงานเพียง 3 เดือน เหตุที่ต้องเขย่าขวด สปช. เนื่องจาก สปช.ส่วนใหญ่มีอายุเฉลี่ย 60 ปี สุขภาพมีปัญหา บางคนเป็นข้าราชการประจำมีภารกิจมาก ไม่มีเวลามาประชุม แม้ สปช.ส่วนใหญ่มีคุณภาพแต่ผลงานยังมีข้อบกพร่อง อภิปรายในสภามีดราม่าเยอะเหมือนสภาการเมือง พูดถึงผลประโยชน์ในพื้นที่ตัวเอง บางคนพูดแต่เรื่องธุรกิจตนเอง บางคนไม่ได้พูดอะไรเลย แต่ชอบย้ายที่นั่งออกทีวี ไม่ต่างจาก ส.ส. มี สปช.บางคนคอยรายงานให้ผู้ใหญ่ทราบตลอดเวลาถึงปัญหาที่เกิดขึ้นใน สปช. คนเหล่านี้คอยกระซิบว่าใครมาทำงานสม่ำเสมอ หรือเซ็นชื่ออย่างเดียวแล้วออกไป ยอมรับว่าหลังแก้รัฐธรรมนูญชั่วคราว มีความเสี่ยงที่ สปช.จะคว่ำร่างรัฐธรรมนูญ ยิ่งถ้า สปช.นึกถึงผลประโยชน์ส่วนตัวก็มีแนวโน้มร่อแร่ ส่วนตัวขอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญมาตราเดียวคงโหวตให้ผ่าน แต่ไม่แน่ใจกลุ่มอื่นๆที่เสนอแก้เป็นร้อยมาตราว่า หาก กมธ.ยกร่างฯไม่แก้ไขให้ตามที่ต้องการจะโหวตอย่างไร

กมธ.ปรับแก้ปมร้อนจบก่อน 23 ก.ค.

เมื่อเวลา 09.30 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการ (กมธ.) ยกร่างรัฐธรรมนูญ โดยมีนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธาน กมธ.ยกร่างฯเป็นประธานการประชุม มีวาระเพื่อพิจารณาประเด็นสำคัญที่ควรหาข้อยุติก่อน ในเรื่องสภาผู้แทนราษฎร คำว่ากลุ่มการเมือง และโอเพ่นลิสต์ ที่ประชุม กมธ.ยกร่างฯ ได้พิจารณาประเด็นสำคัญไปแล้ว ได้แก่ ภาค 1 หมวด 2 ว่าด้วยประชาชน ประเด็นคำว่า พลเมือง สภาตรวจสอบภาคพลเมือง สมัชชาคุณธรรมแห่งชาติ สมัชชาพลเมือง การจัดแบ่งเรื่องสิทธิเสรีภาพ ภาค 2 หมวด 1 ว่าด้วยผู้นำการเมืองที่ดีและระบบผู้แทนที่ดี หมวด 2 ว่าด้วยยุทธศาสตร์ชาติและองค์กรยุทธศาสตร์ชาติ โดยประเด็นการสร้างพลเมืองให้เป็นใหญ่ ที่ประชุมคงหลักการไว้ในร่างรัฐธรรมนูญ ส่วนรายละเอียดจะนำไปบัญญัติไว้ใน พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญ

นายไพบูลย์ นิติตะวัน กมธ.ยกร่างฯ กล่าวว่า การพิจารณาประเด็นสำคัญที่ควรหาข้อยุติก่อนเบื้องต้นกำหนดให้เสร็จในวันที่ 23 มิ.ย.จากนั้นจะเข้าสู่การพิจารณาเป็นรายมาตรา

ไม่เชื่อ สปช.เดินเกมคว่ำร่างฯ

พล.อ.เลิศรัตน์ รัตนวานิช โฆษก กมธ.ยกร่างฯกล่าวว่า การพิจารณาหลักการสำคัญเกี่ยวกับโครงสร้างการเมืองยังไม่ได้ข้อยุติ คณะ กมธ.ยกร่างฯจะประชุมอีกครั้งวันที่ 15 มิ.ย. ส่วนประเด็นที่สำคัญ เช่น มาตรา 181 และมาตรา 182 ที่ส่วนใหญ่เสนอให้ตัดทิ้งจะพิจารณาวันที่ 17 มิ.ย.

ด้านนางถวิลวดี บุรีกุล กมธ.ยกร่างฯ กล่าวถึงกรณีที่ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวกำหนดให้ยุบ สปช.หลังเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญว่า ไม่เชื่อว่าจะส่งผลต่อทัศนคติของ สปช. ในการพิจารณาให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ เพราะสปช.ส่วนใหญ่อาสาเข้ามาปฏิบัติหน้าที่เพื่อผลประโยชน์ชาติ คงไม่นำชื่อเสียงมายึดติดกับประเด็นดังกล่าว ส่วนกระแสข่าวที่ระบุว่า สปช.จะคว่ำร่างรัฐธรรมนูญ ไม่เชื่อว่าเป็นความจริง เพราะ สปช.ที่ออกมาให้ความเห็นเป็นทัศนะส่วนบุคคลเท่านั้น ไม่ใช่เสียงส่วนใหญ่ของ สปช. อีกทั้งร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้เปรียบเสมือนลูกของ สปช. คณะ กมธ.ยกร่างฯบัญญัติสาระสำคัญเกี่ยวกับการปฏิรูปไว้ชัดเจน จึงไม่เชื่อว่า สปช.จะคว่ำร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้

“สมชัย” ดักคออย่าตั้งคำถามเพื่อตัวเอง

เมื่อเวลา 09.00 น. ที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง นายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต.ด้านกิจการบริหารงานเลือกตั้ง บรรยายพิเศษหัวข้อ “ความสำคัญของการเลือกตั้งกับการปกครองระบอบประชาธิปไตย” ให้ผู้รับการศึกษาหลักสูตร พตส.รุ่นที่ 6 สำนักงาน กกต. โดยกล่าวถึงการทำประชามติว่า กรณีที่กำหนดให้ สปช.และ สนช.ตั้งคำถามการทำประชามติได้สภาฯละ 1 คำถาม สังคมต้องช่วยกันส่งสารไปว่าไม่ใช่ตั้งคำถามตามใจตัวเองหรือเพื่อประโยชน์คนกลุ่มใด ควรเป็นคำถามย่อยในเนื้อหารัฐธรรมนูญที่ยังถกเถียงกันอยู่ เช่น เรื่องที่มานายกฯ ที่มา ส.ว. เพื่อคณะ กมธ.ยกร่างฯจะได้นำไปปรับแก้เนื้อหาก่อนนำขึ้นทูลเกล้าฯ

อาสาตีทะเบียนองค์กรร่วมรณรงค์

นายสมชัยกล่าวว่า ทั้งนี้จะเสนอต่อที่ประชุม กกต.เปิดให้องค์กรหรือพรรคการเมืองที่ประสงค์จะรณรงค์การออกเสียงประชามติมาลงทะเบียนใน 5-7 วัน ประกาศตัวให้ชัดเจนว่าจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญ หากบิดเบือนรูปแบบการรณรงค์จากที่เสนอมาต้องรับผิดชอบการกระทำเอง พร้อมเสนอโครงการจัดกิจกรรมรณรงค์ เช่น เว็บไซต์ แจกใบปลิว เป็นต้น และ กกต.อาจพิจารณาจัดสรรเวลาให้ทั้งสองฝ่ายดีเบตอย่างเท่าเทียม เชื่อว่าประชาชนจะเข้าใจมากขึ้น และจำกัดการเคลื่อนไหวของกลุ่มอื่นๆ ได้ ขณะที่งบประมาณการลงประชามติอาจจะเกิน 3,000 ล้านบาท เฉพาะการพิมพ์ร่างรัฐธรรมนูญและจัดส่งให้ประชาชนก็อาจใช้ 1,000 ล้านบาทแล้ว แต่ กกต.กำชับหน่วยงานปฏิบัติให้ใช้งบฯอย่างประหยัดและคำนึงถึงประโยชน์สูงสุด

ปชป.ชี้โยนหินหยั่งเชิงเปิดช่องอยู่ยาว

นางรัชฎาภรณ์ แก้วสนิท อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณี คสช. และ ครม.เสนอให้แก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราวปี 57 ใน 7 ประเด็นเปิดช่องให้พ่วงคำถามอื่นในการทำประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญว่า เป็นการโยนหินถามทางเพื่อหยั่งกระแสสังคมให้ถกเถียงและเปิดช่องไว้ก่อน ส่วนจะพ่วงคำถามอื่นเพื่อให้รัฐบาลอยู่บริหารต่ออีก 2 ปีหรือไม่นั้น รัฐบาลจะต้องดูกระแสสังคม ณ เวลานั้นว่าคะแนนนิยมของรัฐบาลในช่วงที่จะทำประชามติจะดีหรือตกลง หากดีก็อาจพ่วงคำถามอื่น หากไม่ดีก็ไม่ทำ เพราะมีทางเลือกอื่นอีก

คว่ำหรือผ่านก็เข้าล็อกยืดเวลา

นางรัชฎาภรณ์ กล่าวอีกว่า ทางเลือกที่ว่าคือ ขณะนี้ก็มีการเลื่อนขยายเวลาตามที่ประกาศโรดแม็ปไว้แล้ว เห็นได้จากการขยายเวลาให้ กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญชุดนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เป็นประธานฯในการพิจารณาแก้ไขเพิ่มเติมร่างรัฐธรรมนูญจากเดิม 60 วัน ออกไปอีก 30 วัน รวมเป็น 90 วัน ก็เท่ากับว่าขยายเวลาเพิ่มอีก 1 เดือน และตนมั่นใจว่า ร่างรัฐธรรมนูญนี้จะถูกคว่ำในที่ประชุม สปช. เพราะมีการตั้งสภาขับเคลื่อนปฏิรูปประเทศอีก 200 คน นั่นหมายความว่า สปช.บางส่วนจะไม่ตกงานเพราะมีสภาฯดังกล่าวรองรับแล้ว ที่สำคัญเมื่อคว่ำร่างรัฐธรรมนูญนี้แล้วจะต้องมีการตั้งกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่อีก 21 คน ให้เวลาในการยกร่างอีก 180 วันหรือ 6 เดือน เมื่อรวมกับ 1 เดือนที่ขยายเวลาให้ กมธ.ยกร่างฯชุดนายบวรศักดิ์ก็เท่ากับยืดเวลาไปอีก 7 เดือนก็เกินครึ่งปีแล้ว จะออกทางไหน ก็ได้ประโยชน์กับเขาทั้งนั้น ซึ่งสอดรับกับที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.ระบุกับผู้นำสิงคโปร์ว่าจะมีการเลือกตั้งในปี 2559

“เหวง” ขุดอดีตเตือนสติ คสช.

นพ.เหวง โตจิราการ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พท. และแกนนำ นปช. กล่าวว่า ชะตากรรมของคณะรัฐประหารที่ยึดอำนาจสำเร็จ ศึกษาจากประวัติศาสตร์การเมืองไทยตั้งแต่ยุคจอมพลสฤษดิ์เป็นต้นมา ไม่พ้นไปจากชะตากรรม 5 ประการ คือ 3 ขับไล่ 2 ยินยอม โดย 3 ขับไล่ประกอบด้วย 1.ประชาชนนับแสนนับล้านลุกฮือขึ้นขับไล่ ในสมัย “สฤษดิ์-ถนอม-ประภาส” ที่ถูกตราหน้าว่าเป็นทรราช สมัยคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (รสช.) ถูกตราหน้าว่าเผด็จการ 2. โดนขับไล่โดยคณะรัฐประหารชุดใหม่จากทหารด้วยกันเอง คือสมัยคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ที่มี พล.ร.อ.สงัดชลออยู่ เป็นหัวหน้า จัดตั้งรัฐบาลพลเรือนหรือรัฐบาลหอยขึ้นมา ไม่ต่างจากปัจจุบันที่ต้องการให้ปฏิรูปก่อนเลือกตั้ง ท้ายที่สุด พล.อ.เกรียงศักดิ์ ชมะนันทน์ ทำรัฐประหารโค่นล้มไล่ พล.ร.อ.สงัด ออกไป

ให้เลือกเอาชะตากรรมแบบไหน

นพ.เหวงกล่าวต่อว่า ส่วน 2 ยินยอมคือ1.คณะรัฐประหารของ พล.อ.เกรียงศักดิ์ ให้เลือกตั้งแล้วตั้งพรรคการเมืองลงเลือกตั้งกลับมาเป็นนายกฯ แต่เมื่อเกิดเรื่องฉาวโฉ่การสั่งซื้อน้ำมันซ้อนกัน 2 หน่วยงาน ก็ประกาศลาออกกลางสภา 2.คณะรัฐประหารของ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ที่ตั้งพรรคลงสนามเลือกตั้งเช่นเดียวกัน แม้ไม่ได้เสียงข้างมาก แต่ประวัติศาสตร์ไม่ได้ประณามเหยียดหยามเหมือนทรราชในอดีต จึงอยากเสนอให้ผู้มีอำนาจปัจจุบันลองพิจารณาดู หรืออาจจะมีชะตากรรมแบบใหม่ที่ดีกว่าหรือเลวร้ายกว่าประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาก็ไม่อาจคาดเดาล่วงหน้าได้

เครือข่ายต้านโกงหนุน “บิ๊กตู่” ต่อวีซ่า

เมื่อเวลา 11.30 น. ที่ศูนย์บริการประชาชน สำนักงาน ก.พ. ตัวแทนองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน จ.นครราชสีมา เข้ายืนหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช. ผ่าน พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด รองโฆษกประจำสำนักนายกฯ เพื่อขอบคุณที่ พล.อ.ประยุทธ์ตัดสินใจยึดอำนาจการปกครองประเทศตั้งแต่วันที่ 22 พ.ค.57 และขอให้ดำรงตำแหน่งนายกฯต่อไปอีก 2 ปี เพื่อปฏิรูปให้เสร็จก่อนเลือกตั้ง ปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชัน ปฏิรูปกระบวนการยุติธรรม ตำรวจและอัยการ ปฏิรูปพลังงาน การศึกษา แก้ปัญหาปากท้อง และลดความเหลื่อมล้ำในสังคม

“ธีรยุทธ” แซวลุงตู่ ท.ทหารฉุนเฉียว

เมื่อเวลา 11.40 น. ที่อาคารอิมแพค ฟอรั่ม เมืองทองธานี สำนักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ (สช.) จัดการประชุมวิชาการหัวข้อ “ปฏิรูปสุขภาพและชีวิต ปฏิรูปจิตสำนึกประชาธิปไตย ในโอกาส 9 ปี สช.” โดยมี นายธีรยุทธ บุญมี อาจารย์คณะสังคมวิทยา และ ผอ.สถาบันสัญญาธรรมศักดิ์เพื่อประชาธิปไตย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “พลังพลเมือง สร้างสังคมสุขภาวะ” ตอนหนึ่งว่า สาเหตุที่ช่วงนี้ไม่ใส่เสื้อกั๊กออกมาวิจารณ์การเมือง เพราะค่อนข้างกลัวลุงตู่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและหัวหน้า คสช.แกดุเป็นบ้าทั้งบ่นทั้งดุ 1 ปีแล้วที่ตนไม่ออกมาพูด เดี๋ยวจะถูกเรียกไปปรับทัศนคติ ที่ผ่านมาลุงตู่ทำให้ภาพลักษณ์จาก ท.ทหารอดทน เปลี่ยนเป็น ท.ทหารฉุนเฉียว ตนคงจะสรุปทิศทางการเมืองหลังการถกเถียงเรื่องรัฐธรรมนูญตกตะกอนแล้ว รวมถึงการทำงาน คสช.ผ่านมา 1 ปี จะพยายามทำบทสรุปให้จบก่อนสิ้นเดือนนี้ และนัดแถลงต่อสื่อมวลชนต่อไป

เหน็บ กมธ.ทำสับสนนิยาม “พลเมือง”

นายธีรยุทธกล่าวอีกว่า คำว่าจิตสำนึกและพลังพลเมืองที่ กมธ.ยกร่างฯ เขียนไว้ในร่างรัฐธรรมนูญ ในวงวิชาการต่างเข้าใจความหมายกันดี แต่ประชาชนทั่วไปอาจยังสับสน ในความหมายของตะวันตกพลเมืองคือต้องมีส่วนร่วมกับการเมืองอย่างแข็งขัน แต่ทางตะวันออกจะเป็นอีกอย่างหนึ่ง ที่รณรงค์เรื่องพลเมืองเป็นใหญ่เข้าใจว่าผู้ร่างรัฐธรรมนูญมีเจตนาดี แต่ไปทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่าพลเมืองเป็นคนละส่วนกับประชาชน เอาสิ่งที่ใหม่ที่ยังไม่เข้าใจ มาพูดอย่างกะทันหัน ส่วนตัวไม่คิดว่าการบัญญัติคำว่าพลเมืองในรัฐธรรมนูญอย่างเดียวจะแก้ปัญหาทั้งหมดได้ แต่ต้องสร้างความเข้าใจว่าประชาธิปไตยทุกคนต้องกล้าแสดงความคิดเห็น ความรับผิดชอบ ที่สุดแล้วต้องมีรัฐธรรมนูญที่เอื้อให้คนเป็นพลเมืองที่ดี มีกฎหมายที่เอื้อต่อการตรวจสอบทำงานของรัฐ มีการจัดตั้งกลุ่มสมัชชาพลเมือง เน้นกิจกรรมเป็นหลักโดยมุ่งไปที่ชนชั้นรากหญ้า ต้องผลักดันให้เป็นจริง

นายกฯร่วมเชียร์ตะกร้อชายไทย

สำหรับภารกิจการเดินทางเยือนสาธารณรัฐสิงคโปร์อย่างเป็นทางการของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์-โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นวันสุดท้าย เมื่อเวลา 09.10 น.นายกฯและภริยาพร้อมคณะเดินทางไปยังอุทยานสวนกล้วยไม้แห่งชาติ สวนพฤกษศาสตร์สิงคโปร์ เพื่อเยี่ยมชมและร่วมพิธีตั้งชื่อกล้วยไม้พันธุ์สกุลหวาย (Dendrobium) ชื่อ “ประยุทธ์ นราพร จันทร์โอชา (Dendrobium Prayut Naraporn Chan-o-cha) จากนั้นไปให้กำลังใจนักกีฬาและร่วมชมการแข่งขันกีฬาเซปักตะกร้อชายรอบชิงชนะเลิศ ที่อาคารสิงคโปร์ เอ็กซ์โป โดยไทยเอาชนะเมียนมาคว้าเหรียญทองในการแข่งขัน จากนั้นนายกฯขึ้นมอบเหรียญทองและร่วมถ่ายรูปกับทัพนักกีฬาไทย ขณะที่นักตะกร้อและทีมสตาฟฟ์โค้ช ร้องเพลงคืนความสุขให้ประเทศไทย ทำให้บรรยากาศเป็นไปอย่างชื่นมื่น

ย้ำยึดพิมพ์เขียวเลือกตั้งปีหน้า

จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์และคณะ เดินทางไปยังศูนย์ประชุมมารีนาเบย์ ครูซ เซ็นเตอร์ รับประทานอาหารกลางวันและหารือนักธุรกิจชั้นนำสิงคโปร์ สาขาต่างๆ โดยนายกฯ กล่าวว่า รัฐบาลกำลังดำเนินการตามโรดแม็ป ระยะที่ 2 เข้าสู่การปฏิรูปประเทศด้านต่างๆ และคาดว่าจะมีการเลือกตั้งทั่วไปในปีหน้า หลังต้องเผชิญความท้าทายหลายด้าน ทั้งสถานการณ์การเมืองและอุทกภัยครั้งใหญ่ แต่สามารถก้าวข้ามมาได้ด้วยดี เนื่องจากมีพื้นฐานทางสังคมและเศรษฐกิจที่เข้มแข็ง หลังเสร็จสิ้นการประชุม นายกฯเดินทางกลับประเทศไทยจากท่าอากาศยานชางงี โดยเครื่องบินของกองทัพอากาศ

ดับข่าวดึง “สมคิด” ร่วมวงรัฐบาล

ต่อมาเวลา 17.30 น. ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. กล่าวถึงกระแสข่าวที่จะมีการปรับ ครม.โดยดึงนายสมคิด จาตุศรี-พิทักษ์ ประธานที่ปรึกษานายกฯมาร่วม ครม.ว่า มันมีอะไรกันนักหนา นายสมคิดเข้ามาแล้วจะเกิดอะไรขึ้น มีข้อดีข้อเสียอย่างไร ตอบตนให้ได้ก่อนแล้วตนจะตัดสินใจว่าจะเอานายสมคิดเข้าไม่เข้า ตนยังไม่ได้คิดเรื่องนี้เลย เขียนอยู่ได้ทุกวัน การทำงานเป็นระบบไม่ใช่ทำงานคนเดียวมันแก้ได้หรือ ตนไม่ได้เลือกใครเป็นเบอร์หนึ่งเบอร์สอง การทำงานวันนี้ว่าตนไม่ฉลาดโอเค แต่ตนเอาคนฉลาดมาอยู่กับตนก็ถามทั้งสองทางมันก็ตรงกัน ทำไมต้องเอาคนนั้นคนนี้เข้ามา ถ้าเอานายสมคิดเข้ามาแล้วแก้ไม่ได้ก็หาโทษคนอื่นไปเรื่อย และก็มีนายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการ ธปท.เขียนกันอยู่แค่นี้ เขาไม่มาหรอกจะบอกให้ อย่าไปวิจารณ์ อย่าไปเลือกงานแทนเขา ถ้ามาเมื่อไหร่ก็เมื่อนั้น ให้เข้าใจว่าการทำงานของประเทศนี้บ้านเมืองนี้ทำงานกันด้วยระบบ ไม่ได้ทำงานด้วยบุคคล

ปรับ ครม.วิเคราะห์กันไปเอง

เมื่อถามว่า ถ้ารัฐธรรมนูญชั่วคราวแก้ไขผ่านแล้วอาจจะมีการปรับ ครม.ครั้งใหญ่หรือไม่ พล.อ.ประยุทธ์ตอบว่า “ก็พูดอยู่นี่ยังไม่ได้ปรับอะไรเลย พวกคุณไปวิเคราะห์กันไปเอง ปรับเมื่อไหร่ผมบอกเอง ไม่ต้องไปเขียนดักหน้าดักหลังจะปรับอย่างนั้นอย่างนี้ อีกสามเดือนปรับ อ่าน นสพ.บนเครื่องบินเมื่อกี้ไม่อยากลงมาเลยประเทศไทย ไปที่ไหนก็ได้ อ่านแล้ววุ่นวายเหลือเกิน ไม่มีอะไรก็จะให้มี สงบสักวันได้ไหมประเทศไทย คนไทยไม่ได้เลยไม่ชอบความสุขชอบความเจ็บปวดทรมาน ทุจริตชอบไม่ดีมากกว่าดี”

ลั่นอยากให้เส้นเลือดแตกตายหรือไง

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวต่อว่า ที่เดินทางไปทุกประเทศไม่มีเวลาไปไหนเลยพูดทั้งวันเช้ายันเย็น พอพูดมากหาว่าทวงบุญคุณอีกแล้ว ก็เขียนกันอยู่แค่นี้มันได้ประโยชน์อะไรขึ้นมา หรืออยากให้ตนเส้นโลหิตแตกตายหรืออย่างไร บอกเลยถ้าไม่อยากให้อยู่บอกมา และไปถามคนอื่นด้วยเขาว่าอย่างไร อย่ามาถามตนบอกไปก็ไม่เชื่อหาว่าจะสืบทอดอำนาจ คนไทยนึกถึงแต่อำนาจ ทำไมไม่นึกถึงว่าอยู่ต่อเพราะอยากจะทำความดี คิดอย่างนี้บ้างไหม ถ้าอยู่แล้วมันเสียหายมีอำนาจตนก็ไม่อยู่ วันนี้ทำทุกเรื่องให้ยังไม่เสร็จเลยเริ่มตีโพยตีพาย มันถึงเวลาของโรดแม็ปหรือยัง กลัวอะไรกันนักหนา ทวงอะไรกันนักหนา อีกพวกหนึ่งก็คล้อยตามเขาไปด้วยรู้เท่าถึงการณ์รู้เท่าไม่ถึงการณ์บ้างสนุกหรืออย่างไร ประเทศ ชาติถูกปั่นหัวกันทุกวัน ตนขอพูดออกสื่อให้คนที่มีมันฟังอยู่ฟังเสียบ้างประเทศชาติมันเสียหายมากี่ปีแล้ว ดังนั้น ไอ้คนที่เกี่ยวข้องกับความเสียหายทั้งหมดมันไม่ควรจะออกมาพูดอะไรทั้งสิ้นเวลานี้ เศรษฐกิจอย่างนั้นอย่างนี้ เตือนหลายครั้งแล้วอย่าออกมาพูดยังออกมาอีก ตัวเองติดคุกจะตายมิตายแหล่ระวังก็แล้วกัน นายสมคิดแก้รัฐธรรมนูญสืบทอดอำนาจ อ่านแล้วไร้สาระเปลืองกระดาษน้ำหมึกที่ทำให้โลกมันสกปรก เปลืองสมองมันคิดตาม

บ่นวุ่นวายเหมือนไก่ตรุษจีน

พล.อ.ประยุทธ์กล่าวอีกว่า นักการเมืองหลายคนออกมาถามว่าจะปฏิรูปอะไร ถ้าอย่างนี้จะไปฝากความหวังไว้ได้ไหม เพราะเขายังไม่รู้เลยจะปฏิรูปอะไร แล้วอยากจะเลือกตั้งกันเหลือเกิน กลัวจะเป็นจะตายหรืออย่างไรก็ไม่รู้ ทั้งๆที่ตนก็อยู่ในกรอบ มันเป็นอะไรนักหนา วันนี้ปัญหาบ้านเมืองมีเยอะแยะยังไม่รู้ชะตากรรมเลย ตนพูดหลายครั้งแล้ว คนดีคนต้องการปฏิรูป และต้องการเปลี่ยนแปลงประเทศให้เดินไปข้างหน้ามีเยอะ เพราะเขาเบื่อหน่าย ถ้าไม่เบื่อหน่าย ตนไม่เข้ามาทำตรงนี้ ถ้าเขาดี ตนจะมาทำลายความสุขทำไม การทุจริต บุกรุกป่า 26 ล้านไร่ ได้รื้อเอาคืนเพราะผิดกฎหมายก็มาบอกว่ารังแกคนจน “วนอยู่อย่างนี้เหมือนไก่ที่อยู่ในเข่งตรุษจีนจริงๆ ผมว่าอย่างนั้น ตายทั้งหมดทั้งเล้านั่นแหละ วันนี้ทำให้ทุกอย่าง ไม่ได้ทวงบุญคุณ วันหน้าถ้ามีเรื่องมีราวขึ้นมาอีก อย่าไปบ่นกับใคร เพราะบ่นกับใครไม่ได้แล้ว ปัดโธ่ ทุกอย่างมีบทเรียนมาทั้งสิ้น วันนี้ยังไม่เคยผิดโรดแม็ปสักตัว กลัวอะไรกันนักหนา เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็พาดหัวกันอีกว่ากลัวอะไรกันหนา”

ขออยู่แค่ในกรอบโรดแม็ป

เวลา 20.15 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการคืนความสุขให้คนในชาติถึงเรื่องการปฏิรูปว่า ขอยืนยันอีกครั้งสำหรับการปฏิรูปในขณะนี้ เราเริ่มต้นแล้วอยู่ในระยะที่ 2 ของรัฐบาลและ คสช. ฉะนั้นถ้าเราทำได้แค่ไหนก็แค่นั้น ต่อไปเป็นการส่งต่อระยะที่ 3 คือการเลือกตั้งรัฐบาลก็ว่าไป ทำต่อหรือไม่ก็แล้วแต่ เพราะว่าตนทำได้แค่นี้ พยายามทำให้มากที่สุดเท่าที่เวลามีอยู่ตามโรดแม็ป อย่ามาถามเรื่องนี้อีก เสียเวลา ทำงาน ต้องเอาเวลามาตอบคำถามแบบนี้ตลอดเวลา นักข่าวชอบถามเรื่องนี้ทำให้ไม่มีเวลาทำงานแล้วก็อารมณ์หงุดหงิด ทั้งนี้ขอบคุณในกำลังใจที่ให้ตนและรัฐบาล แต่อย่าลืมให้กำลังใจตัวเองด้วย อย่าไปตื่นตระหนกวิตกจริต ขอให้เริ่มจากการไว้วางใจซึ่งกันและกัน ร่วมมือกันแก้ปัญหาเพราะไม่มีอะไรที่แก้ไม่ได้ ถ้าคนไทยทุกคนร่วมกันทำงาน

“อนุดิษฐ์” ฟ้องอาญา “วิชากับพวก”

อีกเรื่อง ที่ศาลจังหวัดนนทบุรี เมื่อเวลา 14.00 น. นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความ ได้รับมอบหมายจาก น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ อดีต รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร นำเอกสารยื่นฟ้องคดีอาญาต่อคณะอนุกรรมการไต่สวนคดีอนุมัติเงินเยียวยาให้ผู้ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมือง 2548-2553 ป.ป.ช.ที่มีนายวิชา มหาคุณ เป็นประธาน พร้อมคณะกรรมการรวม 11 คน นายวิญญัติกล่าวว่า การยื่นฟ้องครั้งนี้เพื่อปกป้องสิทธิ เพราะเห็นว่าการกระทำหรือการไต่สวนคณะอนุกรรมการ ป.ป.ช.ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะยังไม่ได้มีการตรวจสอบข้อเท็จจริงพร้อมทั้งพยานหลักฐานอย่างละเอียดรอบคอบก่อนที่จะชี้มูล เป็นการกลั่นแกล้งหรือเลือกปฏิบัติ ทำให้ผู้ที่ถูกกล่าวหาได้รับความเสียหาย

อดีต รมต.อื่นรอรับทราบข้อกล่าวหา

น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ อดีต รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กล่าวว่า หลังจากตนส่งทนายไปรับทราบข้อกล่าวหาจาก ป.ป.ช.เมื่อวันที่ 9 มิ.ย.ได้กลับมาพิจารณารายละเอียดของข้อกล่าวหา เห็นว่าการดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริงของคณะอนุกรรมการไต่สวนฯ ของ ป.ป.ช. ยังขาดประเด็นสาระสำคัญ มองว่าเป็นการกล่าวหาโดยปราศจากความผิด ทำให้เกิดความเสียหาย เพราะมั่นใจว่าสิ่งที่อดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ และ ครม.ขณะนั้นดำเนินการเรื่องเงินเยียวยา ล้วนแล้วแต่เป็นไปตามระเบียบทุกประการ และเป็นอำนาจบริหารราชการแผ่นดินของ ครม. เรื่องจำนวนเงินไม่ใช่สาระสำคัญ ถ้าวิธีการผิดอนุมัติงบประมาณเพียงบาทเดียวก็ผิดแล้ว ส่วนตัวเห็นว่าการจ่ายเงินเยียวยาของรัฐบาลชุดนี้ก็ดำเนินการไม่แตกต่างกัน ในเบื้องต้นทราบว่ามีตนที่รับทราบข้อกล่าวหาแล้วเพียงผู้เดียว จึงดำเนินการฟ้องร้อง หลังจากนี้หากมีอดีตรัฐมนตรีท่านอื่นๆ รับทราบข้อกล่าวหาก็อาจดำเนินการเช่นเดียวกัน

ป.ป.ช.ดึงอัยการช่วยแก้ต่าง

นายปานเทพ กล้าณรงค์ราญ ประธาน ป.ป.ช. กล่าวถึงกรณีอดีตรัฐมนตรีที่ถูก ป.ป.ช.แจ้งข้อกล่าวหา กรณีอนุมัติเงินเยียวยาให้ผู้ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมทางการเมือง 2548-2553 จะฟ้องกลับนายวิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช.ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการไต่สวนคดีดังกล่าว ข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบว่า ป.ป.ช.เตรียมแก้ต่าง โดยให้อัยการเข้ามาช่วย และให้สำนักคดีของสำนักงาน ป.ป.ช.รวบรวมข้อมูลเพื่อยืนยันว่าทุกอย่างทำตามหน้าที่ เชื่อว่าไม่น่าจะมีปัญหา การแจ้งข้อกล่าวหาเป็นไปตามกฎหมายและข้อเท็จจริงที่ได้จากการไต่สวน ยืนยันว่าไม่ได้กลั่นแกล้ง ส่วนในวันที่ 30 มิ.ย.ครบกำหนดที่ให้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ และอดีต ครม.รวม 34 คน ต้องมารับทราบข้อกล่าวหา ถ้าไม่มาแสดงว่าไม่ได้ติดใจอะไร ป.ป.ช.ก็ต้องดำเนินการต่อตามขั้นตอนกฎหมาย

สหรัฐฯ ยังลดระดับคอบร้าโกลด์

วันเดียวกัน สำนักข่าวเอพีรายงานว่า นายสก็อต มาร์เซียล เจ้าหน้าที่ระดับสูงกระทรวงต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวขณะเข้าให้ข้อมูลต่อคณะอนุกรรมาธิการสภาผู้แทนฯ ที่กำกับดูแลนโยบายต่างประเทศสหรัฐฯ ต่อภูมิภาคเอเชียเมื่อวันที่ 11 มิ.ย.ว่า รัฐบาลสหรัฐฯตัดสินใจเดินหน้าเตรียมฝึกคอบร้าโกลด์ของปีหน้าในไทย แต่จะลดระดับการ ฝึกลงอีกครั้งเพราะสถานการณ์การเมืองในไทย ส่วนความช่วยเหลือทางทหารจะยังคงถูกระงับไว้จนกว่าไทยจะมีรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตย

ผบ.ทบ.เล็งจัดหา ฮ. ฝูงใหม่

เมื่อเวลา 09.00 น.ที่กองพลทหารม้าที่ 2 รักษาพระองค์ (พล.ม.2.รอ.) พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหมและ ผบ.ทบ.กล่าวถึงการดูแลซ่อมบำรุงเฮลิคอปเตอร์ว่า ปีนี้กองทัพบก (ทบ.) มีการจัดหาเพิ่มเติม เพราะเฮลิคอปเตอร์มีสภาพเก่าโดยเฉพาะรุ่น ฮิ้วอี้ ที่ใช้งานกว่า 40 ปี ทั้งนี้ ทบ.ได้จัดสรรงบประมาณดำเนินการเพราะอาวุธยุทโธปกรณ์ ต้องปลดประจำการตามสภาพ ปัจจุบันได้พยายามจัดหามาใหม่โดยตั้งโครงการจัดหาเฮลิคอปเตอร์ใช้งานแบบทั่วไปทดแทน เช่น เฮลิคอปเตอร์ ลาโกต้า หรือเฮลิคอปเตอร์ รุ่น AW139 อาจจะมีอีกหลายประเภท หลายขนาด และต้องทันสมัยมีความปลอดภัยตามมาตรฐาน โดยการจัดหาเฮลิคอปเตอร์นั้นจะมีคณะกรรมการจัดหาขึ้นมา ขอให้มั่นใจว่าเราดำเนินการอย่างโปร่งใสทุกขั้นตอน

กมธ.งบฯ 59 ไม่แตะ 3 กระทรวง

ที่รัฐสภา พล.ท.ชาตอุดม ดิตถะสิริ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ในฐานะโฆษกคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2559 แถลงว่า กมธ.พิจารณาร่าง พ.ร.บ.ดังกล่าวไปแล้ว 3 กระทรวงได้แก่ กระทรวงการคลัง ตั้งงบไว้ 199,328.8 ล้านบาท กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารจำนวน 5,253 ล้านบาท และกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม 36,420.7 ล้านบาท โดย กมธ.ยังไม่ปรับลดวงเงิน และไม่ได้ตั้งเป้าหมายว่าต้องปรับลดงบประมาณเท่าใด เนื่องจากจัดสรรงบประมาณตามหลักเกณฑ์ สำหรับหลักเกณฑ์การพิจารณา กมธ.จะดูว่าการจัดสรรงบประมาณเป็นไปตามนโยบายรัฐบาล สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เป็นนโยบายเร่งด่วนที่สำคัญ

“ประวิตร” ปัดไม่มีใบสั่งคว่ำร่าง รธน. “วิษณุ” แจงลงประชามติวันเดียว ยืดหยุ่นได้ไม่เกิน 17 ม.ค.59 งดกาบัตรล่วงหน้า-นอกราชอาณาจักร ตัดปัญหาเสียเวลา ไม่เปลืองงบฯ ด้าน สปช.ถอดรหัสแก้ รธน. ชั่วคราว ไฟเขียวล้มร่างแรกต่ออายุรัฐบาล 13 มิ.ย. 2558 05:01 ไทยรัฐ