วันพฤหัสบดีที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

มนตรีรับสำนึกผิด ตำรวจคุมเข้มไป2กระทรวงทำแผนฯ-ศาลอนุญาตฝากขัง

ตร.คุมเข้มอดีตกรมวังผู้ใหญ่ประจำพระองค์อดีตพระวรชายาฯ ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่กระทรวงไอซีที สถานที่ที่กระทำความผิดแอบอ้างเบื้องสูง พร้อม คุมตัวส่งฝากขังศาลอาญา ก่อนขออนุญาตศาลเบิกตัวออกมาทำแผนต่อที่กระทรวงพลังงานในช่วงบ่าย โดยมีโฆษก ตร. และ ผบช.น.ควบคุมใกล้ชิด ขณะเจ้าตัวบอกเสียใจ และสำนึกผิดในสิ่งที่ทำลงไปแล้ว

กรณีสำนักงานตำรวจแห่งชาติแถลงจับกุมนายมนตรี โสตางกูร หรือหลุยส์ อายุ 53 ปี อดีตกรมวังผู้ใหญ่ประจำพระองค์อดีตพระวรชายาฯ แอบอ้างเบื้องสูงให้นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว.กระทรวงพลังงาน และ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรรพ อดีต รมว.กระทรวงไอซีที แต่งตั้งให้เข้าไปดำรงตำแหน่งในคณะกรรมการบริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน) และคณะกรรมการบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) โดยถูกแจ้งความผิดข้อหาหมิ่นเบื้องสูง เป็นเจ้าพนักงานรับเรียกสินบน เป็นเจ้าพนักงานจูงใจหรือข่มขืนใจบุคคลอื่นให้สินบน เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ ตามประมวลกฎหมายอาญา ม.112 ม.148 ม.149 และ ม.157 และ พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 ม.123 และม.123 (1) ตามที่เสนอข่าวไปนั้น

ความคืบหน้าเรื่องนี้ เมื่อเวลา 09.45 น.วันที่ 12 มิ.ย. ที่ สน.บางซื่อ พล.ต.ต.ภัคพงศ์ พงษ์เภตา รอง ผบช.น. พล.ต.ต.ก่อเกียรติ วงศ์สุเมธ ผบก.น.2 และ พ.ต.อ.สุริยา นาคแก้ว ผกก.สน.บางซื่อ เบิกตัวนายมนตรี โสตางกูร หรือ หลุยส์ อายุ 53 ปี อดีตกรมวังผู้ใหญ่ สำนักพระราชวัง อดีตกรรมการบริษัท ปตท. ผู้ต้องหาที่ถูกฝากขังใน ห้องขัง สน.บางซื่อ ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ และฝากขังศาล

โดยนายมนตรีอยู่ในสภาพสวมเสื้อโปโลแขนสั้นลายขวางสีส้มขาว กางเกงขายาวสีเทา ร่างกายอิดโรยอ่อนล้าอย่างเห็นได้ชัด ถูกควบคุมออกจากห้องขังขึ้นรถตู้โตโยต้า รุ่นคอมมูเตอร์ สีขาว ทะเบียน ฮภ 2108 กรุงเทพมหานคร มีรถยนต์สายตรวจ บก.สปพ.นำขบวน และมีรถยนต์สายตรวจ กองปราบปราม ปิดหัวท้ายรถตู้ที่นายมนตรี ผู้ต้องหานั่ง ภายในรถมีเจ้าหน้าที่ตำรวจพร้อมอาวุธครบมือคอยควบคุมอย่างใกล้ชิด ตามติดด้วยรถยนต์ของสื่อมวลชนทุกแขนงวิ่งตามกันเป็นขบวนออกจาก สน.บางซื่อ มุ่งตรงไปที่ บริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) เพื่อทำแผนประกอบคำรับสารภาพ โดยมี พ.ต.ท.วินิจ ศรีสูงเนิน พงส.สบ 3 สน.ทุ่งสองห้อง พาผู้ต้องหานำชี้ และบันทึกภาพทั้งหมด 3 จุด จุดแรกชี้ป้ายบริษัทที่ทำงาน ที่นั่งประชุมบอร์ด ห้องประชุม 1 และที่นั่งห้องทำงานผู้ต้องหาบนชั้น 2 ต่อจากนั้นนำผู้ต้องหาไปที่กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือไอซีที ภายในศูนย์ราชการ อาคารบี ชั้น 9 โดยให้นายมนตรีชี้ยืนยัน 2 จุด จุดแรกที่ป้ายชื่อกระทรวง และจุดที่สอง ป้ายห้องทำงานของ น.อ.อนุดิษฐ์ นาคทรรพ อดีต รมว.ไอซีที ทั้ง 2 แห่ง ใช้เวลาทำแผนประมาณ 30 นาทีเสร็จสิ้น หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมนายมนตรีขึ้นรถตู้คันเดิม เดินทางไปที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก เพื่อดำเนินการผัดฟ้องฝากขัง

ทันทีที่มาถึงศาลอาญา พ.ต.อ.ชยุต มารยาทตร์ รอง ผบก.น.6 ได้ควบคุมตัวนายมนตรีไปยื่นคำร้องฝากขังครั้งแรกต่อศาล เป็นเวลา 12 วัน ตั้งแต่วันที่ 12-23 มิ.ย. เนื่องจากการสอบสวนไม่เสร็จสิ้น ต้องสอบสวนพยานอีก 10 ปาก และรอผลการตรวจสอบประวัติการต้องโทษผู้ต้องหา โดยพนักงานสอบสวนได้ขอคัดค้านการประกันตัวผู้ต้องหาด้วย เนื่องจากคดีมีอัตราโทษสูง และกระทบต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ เกรงว่าผู้ต้องหาจะหลบหนีหรือยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน ทั้งนี้ พนักงานสอบสวนระบุว่า หากศาลอนุญาตให้ฝากขังผู้ต้องหา พนักงานสอบสวนจะขอรับตัวผู้ต้องหากลับไปควบคุมต่อที่หน่วยฝึกทหารใหม่ แขวงศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา เนื่องจากคดีนี้มีการกระทำผิดในหลายท้องที่ และมีความจำเป็นต้องนำผู้ต้องหาไปชี้แหล่งซุกซ่อนทรัพย์ที่ได้มาจากการกระทำผิดเพื่อยึดเป็นของกลาง ประกอบการสอบสวนดำเนินคดีต่อไป โดยผู้ต้องหารายนี้เป็นบุคคลเดียวกับผู้ต้องหาในคดี พ.1265/2558 ด้วย

ขณะที่คำร้องฝากขังบรรยายพฤติการณ์สรุปว่า เมื่อต้นเดือน ก.ย.54 ขณะนั้นผู้ต้องหาเป็นกรมวังผู้ใหญ่ประจำพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ อดีตพระวรชายาฯ เข้าไปพบนายพิชัย นริพทะพันธุ์ ขณะนั้นเป็น รมว.พลังงาน ผู้ต้องหาแอบอ้างว่าสมเด็จ พระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร และพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ อดีตพระวรชายาฯมีความสนพระทัยด้านพลังงาน และมีพระประสงค์ให้ผู้ต้องหารับตำแหน่งเป็นกรรมการหรือบอร์ด บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) นายพิชัยได้เสนอผู้ต้องหาต่อ บมจ.ปตท.จนได้รับแต่งตั้งเป็นกรรมการ บมจ.ปตท.การกระทำของผู้ต้องหาดังกล่าว เป็นการหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือ แสดงความอาฆาต มาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาทฯ

ต่อมาเดือน พ.ค.58 พ.อ.วิจารณ์ จดแตง ผอ.ส่วนกฎหมายและสิทธิมนุษยชน กอ.รมน. ได้รับการแต่งตั้งจาก คสช.ให้สืบสวนหาข่าว และดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดฐานหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ โดยการสืบสวนสอบสวนพบว่าผู้ต้องหาได้กระทำความผิดจริง เข้าร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สน.บางซื่อ ต่อมาศาลอาญาได้ออกหมายจับเมื่อวันที่ 9 มิ.ย.58 เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ป.ได้จับกุมผู้ต้องหาเมื่อวันที่ 11 มิ.ย.58 แจ้งข้อกล่าวหาดำเนินคดีกับผู้ต้องหา ในความผิดฐานหมิ่นประมาทรัชทายาท เป็นเจ้าพนักงานใช้อำนาจในตำแหน่งโดยมิชอบ ข่มขืนใจหรือจูงใจ เพื่อให้บุคคลใดมอบให้หรือหาให้ซึ่งทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดแก่ตนเอง หรือผู้อื่น เป็นเจ้าหน้าที่รัฐปฏิบัติหรือละเว้นปฏิบัติอย่างใดในพฤติการณ์ที่ทำให้ผู้อื่นเชื่อว่ามีตำแหน่ง โดยตนเองไม่ได้มีตำแหน่งหรือหน้าที่นั้น เพื่อแสวงหาประโยชน์มิควรได้สำหรับตนเองหรือผู้อื่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112, 148 พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 123 ชั้นสอบสวนผู้ต้องหารับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา เหตุเกิดที่กระทรวงพลังงาน แขวง-เขตจตุจักร กทม.

ขณะเดียวกัน พนักงานสอบสวนยังยื่นคำร้องฝากขังครั้งแรก นายมนตรีผู้ต้องหาตามหมายจับศาล อาญา คดีแอบอ้างเบื้องสูง พ.1265/2558 ในความผิดเดียวกันนี้ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112, 148, พ.ร.บ.ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2542 มาตรา 123 จากพฤติการณ์เดียวกัน กรณีเมื่อเดือน ก.ย. 54 นายมนตรีได้แอบอ้างถึงสถาบันกับ น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร หรือไอซีที เพื่อให้ได้รับแต่งตั้งเป็นบอร์ดบริษัท กสท.โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) เหตุเกิดที่กระทรวงไอซีที ชั้นสอบสวนผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหาเช่นเดียวกัน พนักงานสอบสวนขออำนาจศาลฝากขัง เนื่องจากต้องสอบสวนพยานเพิ่มอีก 10 ปาก และรอผลการตรวจสอบประวัติการต้องโทษผู้ต้องหา พนักงานสอบสวนได้คัดค้านการประกันตัวผู้ต้องหาเช่นเดียวกัน ศาลพิจารณาคำร้องและสอบถามผู้ต้องหาแล้วไม่คัดค้านแล้ว อนุญาตให้ฝากขังได้

ภายหลังเสร็จสิ้นกระบวนการฝากขัง พนักงานสอบสวนได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาออกจากศาล นำมาพักผ่อนและรับประทานอาหารกลางวันที่ สน.พหล– โยธิน จนกระทั่งเวลา 14.30 น. พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วย ผบ.ตร. และโฆษก ตร. พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. เดินทางมาร่วมกับพนักงานสอบสวน สน.บางซื่อ ควบคุมตัวนายมนตรี ออกไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่ กระทรวงพลังงาน ถนนกำแพงเพชร กม.11 โดยบันทึกภาพให้ผู้ต้องหาชี้ป้ายกระทรวง ด้านหน้าประตูทางเข้ากระทรวง และไปชี้หน้าห้องทำงาน ชั้น 25 ของนายพิชัย นริพทะพันธุ์ รมว.พลังงาน ที่เคยมาติดต่อขอตำแหน่ง จากนั้นได้ควบคุมผู้ต้องหาไปชี้ที่ป้าย ปตท.ด้านหน้าติดกับถนนวิภาวดีรังสิต และห้องทำงานของผู้ต้องหาชั้น 25 ในฐานะบอร์ด ปตท.ใช้เวลาประมาณ 30 นาที

ขณะที่นายมนตรี ผู้ต้องหากล่าวสั้นๆยอมรับสารภาพว่าทำผิดจริง เสียใจกับสิ่งที่ทำลงไป และสำนึกผิดในสิ่งที่ทำลงไปแล้ว

ด้าน พล.ต.ท.ศรีวราห์ ผบช.น.กล่าวหลังจากการทำแผนประกอบคำรับสารภาพเสร็จสิ้นว่า ได้ทำเรื่องขออนุญาตศาลเบิกตัวผู้ต้องหามาทำแผนประกอบคำรับสารภาพต่อที่กระทรวงพลังงาน และ ปตท.ตามคำรับสารภาพ ส่วนจะขยายผลไปถึงใครอีก อยู่ระหว่างการสอบสวนตอบไม่ได้ เป็นความลับอยู่ในสำนวน สำหรับทรัพย์สินผู้ต้องหา อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานให้ ปปง.ตรวจสอบ หลังจากนี้ จะนำผู้ต้องหาไปควบคุมในสถานที่ลับเปิดเผยไม่ได้ และจะดำเนินการทำแผนประกอบคำรับสารภาพต่อในวันที่ 13 มิ.ย. ตามเหตุที่เกิดในพื้นที่ สน.บางรัก และ สน.ทองหล่อ ต่อไป

อย่างไรก็ตาม หลังเสร็จสิ้นการทำแผนประกอบคำรับสารภาพ เจ้าหน้าที่ตำรวจได้คุมตัวนายมนตรี ขึ้นรถตู้ตำรวจกลับไปสอบสวนต่อที่ บช.น. ก่อนนำไปคุมขังต่อที่ สน.ธรรมศาลา ในช่วงเย็นวันเดียวกัน

พ.ต.อ.เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ รอง ผบก.จร. ในฐานะผู้ช่วยโฆษก บช.น.เปิดเผยว่า ได้นำตัวนายมนตรีกลับมาที่ บช.น. เพื่อสอบสวนเพิ่มเติมและทำสำนวนที่ผู้ต้องหานำไปชี้จุดประกอบคำรับภาพเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา และในวันที่ 13 มิ.ย. ช่วงเช้า พล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ ผู้ช่วย ผบ.ตร.และ พล.ต.ท.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล ผบช.น. จะนำตัวผู้ต้องหาไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพในจุดที่เหลืออีก 2 จุด ในท้องที่ สน.ทองหล่อ และ สน.บางรัก

ตร.คุมเข้มอดีตกรมวังผู้ใหญ่ประจำพระองค์อดีตพระวรชายาฯ ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพที่กระทรวงไอซีที สถานที่ที่กระทำความผิดแอบอ้างเบื้องสูง พร้อม คุมตัวส่งฝากขังศาลอาญา ก่อนขออนุญาตศาลเบิกตัวออกมาทำแผนต่อที่กระทรวงพลังงานในช่วงบ่าย