วันเสาร์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ใบเตยให้ปากคำ ปฏิเสธเอี่ยวยูฟัน  เตือนพล.อ. รีบมาชี้แจง

ใบเตยให้ปากคำ ปฏิเสธเอี่ยวยูฟัน เตือนพล.อ. รีบมาชี้แจง

  • Share:

“ใบเตย อาร์สยาม” นัก ร้องชื่อดังเจ้าของเพลง “เช็คเรตติ้ง” เข้าพบพนักงานสอบสวนคดีแชร์ลูกโซ่บริษัทยูฟันฯ เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ หลังมีภาพถ่ายร่วมกับผู้บริหารของสถานีโทรทัศน์ที่บริษัทยูฟันฯถือหุ้น ปรากฏลงในเว็บไซต์คล้ายเป็นพรีเซ็นเตอร์ ปฏิเสธไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง ที่ไปแสดงเพราะถูกว่าจ้าง พร้อมให้ข้อมูลตำรวจ จะได้ทำลายขบวนการแก๊งแชร์ลูกโซ่ให้หมดสิ้นเสียที เผยต้นสังกัดคงหารือดำเนินคดีละเมิดลิขสิทธิ์ ด้านตำรวจเชื่อใบเตยถูกแอบอ้าง เผยยังมีทหารยศพลเอกอยู่ใน สปช.ถ่ายรูปคู่กับผู้บริหารของบริษัทยูฟันฯ เป็นอีกรายที่ต้องเรียกมาชี้แจง

“ใบเตย-อาร์สยาม” ให้ปากคำชุดคลี่คลายคดียูฟัน หลังพบภาพถูกแอบอ้างในเว็บไซต์ ชี้ถูกจ้างให้ร้องเพลง ปฏิเสธชักชวนใคร และไม่เกี่ยวข้อง ต้นสังกัดหารือดำเนินคดีละเมิดลิขสิทธิ์ เปิดเผยขึ้นเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 12 มิ.ย. ที่ศูนย์ปฏิบัติการสืบสวนและช่วยเหลือเหยื่อในคดีฉ้อโกงประชาชน (ยูฟัน) บก.ปคบ. ชั้น 4 ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษาฯ ถ.แจ้งวัฒนะ กทม. ใบเตย อาร์สยาม-สุธีวัน ทวีสิน นักร้องชื่อดังค่ายอาร์สยาม ในเครืออาร์เอส เจ้าของเพลง “เช็คเรตติ้ง” เดินทางมาเข้าให้ ปากคำกับ พล.ต.ท.สุวิระ ทรงเมตตา ผู้ช่วย ผบ.ตร. พ.ต.อ.อังกูร คล้ายคลึง รอง ผบก.ปคบ. พ.ต.อ.นราเดช กลมทุกสิ่ง รอง ผบก.ภ.จ.ฉะเชิงเทรา พ.ต.อ.รัฐศักดิ์ รักสลาม ผกก.ฝอ.9 บก.อก. บชภ.4 เพื่อชี้แจงความบริสุทธิ์ หลังพบว่ามีภาพถ่ายปรากฏร่วมแสดงการเปิดโทรทัศน์เรนโบว์ทีวี ของบริษัท แคทเทเลวิชั่น จำกัด ที่บริษัทยูฟันฯ อ้างมีหุ้นส่วน 49 เปอร์เซ็นต์ เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2558 ตำรวจสอบปากคำประมาณ 1 ชั่วโมง ก่อนแถลงข่าวร่วมกัน

ใบเตย-สุธีวัน เผยว่า เมื่อปลายเดือน ก.พ. ที่ผ่านมา บ.แคทเทเลวิชั่น จำกัด ติดต่อว่าจ้างผ่านบริษัทออกาไนซ์ ให้ไปร่วมแสดงร้องเพลงเปิดสถานีโทรทัศน์เรนโบว์ทีวี 3 เพลง ตนทราบเพียงว่าเป็นสถานีของนายทหารคนหนึ่ง แต่ไม่ทราบรายละเอียดว่า บ.ยูฟันฯ ถือหุ้นร่วมด้วย เมื่อแสดงเสร็จร่วมถ่ายรูปกับผู้บริหาร และกล่าวคำขอบคุณแขกผู้มาร่วมงาน แต่ไม่ได้ชักชวนใคร ขอยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ บ.แคทเทเลวิชั่น จำกัด และ บ.ยูฟันฯ แต่ภาพที่ปรากฏร่วมถ่ายกับผู้บริหารถูกนำไปเผยแพร่ในเว็บไซต์ต่างๆ ทั้งนี้ ยืนยันไปในฐานะนักร้อง ถูกว่าจ้างไปแสดงร้องเพลงเท่านั้น

“ใบเตยรู้สึกว่าถูกนำชื่อเสียงไปหาผลประโยชน์ แอบอ้างเป็นพรีเซ็นเตอร์ บ.ยูฟันฯ สร้างความเชื่อถือหลอกลวงประชาชนให้ตกเป็นเหยื่อ ตอนนี้ใบเตยตกเป็นผู้เสียหาย และต้นสังกัดอาร์สยามคงหารือดำเนินคดีเกี่ยวกับการละเมิดลิขสิทธิ์ภาพ ส่วนตัวที่มาให้ปากคำนั้น คงไม่ดำเนินการใดๆ เพราะถือว่ามาแสดงความบริสุทธิ์ใจ เพื่อข้อมูลเหล่านี้จะได้เป็นประโยชน์ ให้ตำรวจกวาดล้างขบวนการทำลายเศรษฐกิจประเทศที่เสียหายมหาศาล มีประชาชนตกเป็นเหยื่อมากมาย หากบุคคลใดมีข้อมูลเป็นประโยชน์ ควรเดินทางมาให้ข้อมูลกับตำรวจ เพื่อทำลายขบวน การแชร์ลูกโซ่ อาชญากรรมข้ามชาติให้หมดสิ้น” ใบเตย-สุธีวันกล่าว

พล.ต.ท.สุวิระกล่าวว่า ตำรวจตรวจสอบเส้นทางการเงินของ บ.ยูฟันฯ ไม่พบว่าใบเตย อาร์สยาม มีส่วนเกี่ยวข้อง และไม่ปรากฏว่าเป็นสมาชิกแต่อย่างใด รวมถึงการไปร้องเพลงเปิดสถานีโทรทัศน์เรนโบว์ทีวี ไม่พบว่าชักชวนใครเป็นสมาชิก แต่ตำรวจเรียกใบเตย อาร์สยาม มาสอบปากคำในฐานะพยานที่อยู่ในเหตุการณ์ เพื่อชี้ถึงพฤติการณ์สร้างภาพลักษณ์ของ บ.ยูฟันฯ หลอกลวงให้เกิดความน่าเชื่อถือ ทำให้มีประชาชนหลงเชื่อตกเป็นเหยื่อขบวนการแชร์ลูกโซ่ดังกล่าว ทั้งนี้ ดาราที่ตำรวจเรียกเข้ามาสอบปากคำนั้น ล้วนแต่ถูกแอบอ้างใช้ชื่อเสียง ไม่มีพยานหลักฐานใดชี้ว่าดาราเหล่านี้มีส่วนเกี่ยวข้องแต่อย่างใด ทั้งนี้ตำรวจรับแจ้งว่ามีแฮกเกอร์เจาะระบบคอมพิวเตอร์เข้าขโมยข้อมูลต่างๆ เบื้องต้นตนสั่งให้ปิดระบบข้อมูลสื่อสารทั้งหมด และใช้ระบบออฟไลน์ ให้ตำรวจควบคุมการทำงานเอกสารอย่างเข้มงวดแบ่งส่วนห้องเก็บสำนวนห้ามบุคคลภายนอกเข้าเด็ดขาด

พล.ต.ท.สุวิระกล่าวอีกว่า ส่วนกรณีพบนายทหารยศ พลเอก รายหนึ่ง สมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ที่ถ่ายคู่กับ ดาโต๊ะ แดเนียล เต ถูกนำภาพไปแอบอ้าง ในเว็บไซต์เครือข่าย บ.ยูฟันฯ ทำให้ประชาชนหลงเชื่อเบื้องต้นตำรวจกำลังรวบรวมข้อมูลทั้งหมด รวมทั้งต้องเรียกนายทหารคนดังกล่าว มาสอบถามข้อเท็จจริง โดยทำเป็นหนังสือแจ้งเตือนไป เพื่อให้เข้ามาชี้แจงกับตำรวจ คาดว่าน่าเป็นการแอบอ้างของ บ.ยูฟันฯ ในการสร้างความน่าเชื่อถือ ทำให้ประชาชนหลงเชื่อสมัครเป็นสมาชิก ส่วนการสรุปสำนวนมีความคืบหน้าไปมากกว่า 95 เปอร์เซ็นต์ ส่วนอีก 5 เปอร์เซ็นต์ เหลือเพียงตรวจสอบรายละเอียดความถูกต้องจุดเล็กน้อยที่ขาดหายให้ครบองค์ประกอบมากที่สุด การลำเลียงสำนวนและเอกสารพยานหลักฐานมีมาก อาจต้องใช้รถบรรทุก 6 ล้อ 1 คัน และรถกระบะ 1 คัน ในการลำเลียงเอกสารกว่า 3.5 แสนหน้า เพื่อส่งให้อัยการ ส่วนการช่วยเหลือคืนเงินให้ผู้เสียหายนั้น ตำรวจได้ประชุมกับ ปปง. ให้ส่งทรัพย์สินที่อายัดให้กับตำรวจ เพื่อทำคำร้องแนบท้ายสำนวนคดีอาญา ให้ศาลพิจารณาคำสั่งคืนเงินค่าเสียหาย ด้วยแล้ว

พ.ต.อ.อังกูรกล่าวว่า ในการสืบสวนติดตามผู้ที่ถูกออกหมายจับที่หลบหนีอยู่นั้น ตำรวจตั้งชุดสืบสวนพิเศษขึ้น เพื่อไล่ล่าบุคคลที่หลบหนีชุดสุดท้ายก่อนส่งสำนวนในวันที่ 15 มิ.ย.นี้ รวมทั้งลงพื้นที่ต่างจังหวัดเพื่อบล็อกเป้าหมาย เนื่องจากภารกิจสืบสวนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และปริมณฑล ดำเนินการจับกุมไปมากกว่า 70 เปอร์เซ็นต์ ทำให้ผู้ถูกหมายจับหลบหนีและโยกย้ายทรัพย์สินออกไปยังพื้นที่ต่างจังหวัดมากขึ้น จึงต้องแบ่งชุดสืบสวนชุดพิเศษ ออกไปติดตามอย่างใกล้ชิด เบื้องต้นพบบ้านเป้าหมายในหลายจุด แต่อยู่ระหว่างการเฝ้ารอหากพบผู้ถูกออกหมายจับปรากฏตัว จะดำเนินการจับกุมและอายัดทรัพย์สินทันที

ต่อมาช่วงบ่าย นายวันฉัตร สุดแก้ว อายุ 48 ปี เว็บมาสเตอร์บริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง เดินทางเข้าชี้แจงกับ พล.ต.ท.สุวิระ เพื่อความบริสุทธิ์ใจ หลังถูกหลอกให้ใช้ชื่อเปิดเว็บไซต์ 2 เว็บ เพื่อใช้เป็นพื้นที่ประชาสัมพันธ์จัดกิจกรรม ในการชักชวนบุคคลเข้าร่วมเป็นสมาชิก บ.ยูฟันฯ รวมถึงใช้เป็นพื้นที่แสดงการตอบโต้ตำรวจชุดสืบสวนคดียูฟันฯ อย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้นายวันฉัตร กล่าวว่า เดิมทำงานฟรีแลนซ์เปิดเว็บไซต์ต่างๆกว่า 100 เว็บ ก่อนมาทำงานประจำ มีนายธีรัฐ ประทีปรัตโนภาส เพื่อนเก่ามาขอร้องให้ตนใช้ชื่อเปิด www.ufunstorethailand.com และ www.ufunfoundation.com ได้ค่าเปิดเว็บ เว็บละ 500 บาท ตั้งแต่เมื่อปี 2557 แต่ไม่ทราบว่าเปิดไว้ทำอะไร โดยมีนายธีรัฐ เป็นผู้ดำเนินการควบคุมระบบทั้งหมด กระทั่งต้นปี 2558 พบว่า 2 เว็บ กระทำผิดกฎหมาย จึงได้ติดต่อแจ้งเตือนถึงนายธีรัฐ แต่ไม่สนใจ ตนจึงเดินทางมาชี้แจงกับตำรวจดังกล่าว ยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับ บ.ยูฟันฯ จากนี้จะลบเว็บไซต์ทั้ง 2
เว็บทันที

พล.ต.ท.สุวิระกล่าวว่า ตำรวจดำเนินการสืบสวน บ.ยูฟันฯ พบว่าเว็บไซต์ 2 เว็บนั้น ดำเนินกิจการชักชวนประชาชนให้ตอบโต้ตำรวจ มีการระดมสมาชิกไม่ให้แจ้งความอย่างต่อเนื่อง ตำรวจแกะรอยพบว่าเว็บไซต์ดังกล่าว มีชื่อนายวันฉัตร เป็นผู้ยื่นจดทะเบียน และเข้าให้ปากคำกับตำรวจ แสดงความบริสุทธิ์ใจก่อนตำรวจจะออกหมายจับ เบื้องต้นตำรวจสอบปากคำไว้ ในฐานะผู้ให้ถ้อยคำพยาน เพื่อจะได้ติดตามตัวนายธีรัฐมาสอบถึงความเชื่อมโยงอีกครั้ง

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้