วันอังคารที่ 24 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

น้ำเข้าเขื่อนวิกฤติรอบ 51 ปี พาณิชย์ตรึงพื้นที่ภัยแล้งบี้พ่อค้าฉวยโอกาส

กฟผ.เตือนน้ำในเขื่อนเข้าขั้นวิกฤติ ปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนภูมิพลต่ำสุดในรอบ 51 ปี ประกาศขอให้เกษตรกรชะลอทำนาปีออกไปก่อน พร้อมจี้ทุกฝ่ายใช้น้ำอย่างประหยัด ด้านพาณิชย์ สั่งเข้มตรวจสถานการณ์สินค้าในพื้นที่ภัยแล้ง หวั่นสินค้าขาดแคลน พ่อค้าฉวยโอกาสขึ้นราคา

นายณัฐจพนธ์ ภูมิเวียงศรี ผู้ช่วยผู้ว่าการโรงไฟฟ้าพลังน้ำ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า ขณะนี้สถานการณ์น้ำในเขื่อนภูมิพล และเขื่อนสิริกิติ์ อยู่ในภาวะวิกฤติ โดยตั้งแต่วันที่ 1 พ.ค.-11 มิ.ย. ที่ผ่านมา มีปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนภูมิพลเพียง 4 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ถือเป็นปริมาณต่ำสุดในรอบ 51 ปี หรือตั้งแต่มีการเก็บกักน้ำของเขื่อนทั้งสองแห่ง ขณะที่ปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนสิริกิติ์ อยู่ในเกณฑ์ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยถึง 46% ซึ่งถือเป็นปริมาณลดลงในระดับวิกฤติ เหลือปริมาณน้ำใช้งานได้เพียง 779 ล้าน ลบ.ม. ส่งผลให้การระบายน้ำ เพื่อการเกษตรไม่เพียงพอ เนื่องจากปริมาณน้ำส่วนนี้ต้องสำรองไว้ใช้เพื่อการอุปโภค-บริโภคและรักษาระบบนิเวศ

ล่าสุดคณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ ซึ่งมีรองอธิบดีกรมชลประทาน เป็นประธาน ได้ประกาศให้เกษตรกรที่ยังไม่ได้เริ่มทำการเพาะปลูกข้าวนาปี ชะลอการเพาะปลูกออกไปก่อนจนกว่าจะมีฝนตกชุกตามปกติ และให้ปรับลดการใช้น้ำจากเขื่อนทั้ง 4 แห่ง ในลุ่มน้ำเจ้าพระยาลงเพื่อประคองปริมาณน้ำที่เหลืออยู่ให้สามารถระบายเพื่อการอุปโภค-บริโภค และรักษาระบบนิเวศ ตลอดจนเจียดจ่ายน้ำบางส่วนให้กับพื้นที่นาที่ได้ทำการเพาะปลูกไปแล้วได้เพียงพอในช่วง 40 วัน หรือจนกว่าจะมีปริมาณฝนธรรมชาติเพียงพอ

ขณะเดียวกันในขณะนี้ เขื่อนภูมิพลได้ปรับลดการระบายน้ำจากวันละ 22 ล้าน ลบ.ม. ลงเหลือวันละ 10 ล้าน ลบ.ม. และเขื่อนสิริกิติ์ ปรับลดการระบายน้ำจากวันละ 33 ล้าน ลบ.ม. ลงเหลือวันละ 22 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งสถานการณ์น้ำของเขื่อนทั้ง 2 นับว่าอยู่ในขั้นวิกฤติ ทั้งในแง่ของปริมาณน้ำในอ่างฯ และปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างฯ ซึ่งในอดีตเขื่อนทั้งสองเคยมีปริมาณน้ำในอ่างฯ ต่ำที่สุดเมื่อปี 2535

“จากสถานการณ์น้ำดังกล่าว คณะอนุกรรมการติดตามและวิเคราะห์แนวโน้มสถานการณ์น้ำ กฟผ. จึงขอความร่วมมือจากเกษตรกร ปฏิบัติตามข้อแนะนำของกรมชลประทาน และทุกภาคส่วนต้องร่วมกันใช้น้ำอย่างประหยัดเพื่อให้สามารถผ่านพ้นช่วง 40 วันนี้ไปได้”

ด้านนายสุชาติ สินรัตน์ รองอธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้การค้าภายในจังหวัด เพิ่มความถี่และเข้มงวดในการติดตาม ตรวจสอบราคาสินค้า ที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาภัยแล้ง และขาดแคลนน้ำในหลายพื้นที่ เพื่อเร่งหามาตรการป้องกันการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาของพ่อค้าแม่ค้า และสินค้าขาดตลาด โดยเฉพาะสินค้าประเภทผัก ผลไม้ เนื้อสัตว์ ที่พบว่าบางชนิดราคาเริ่มปรับเพิ่มขึ้น 3-5% เบื้องต้นจะเน้นแก้ปัญหาด้วยการเชื่อมโยงผู้ผลิตไปสู่แหล่งจำหน่ายที่ขาดแคลน

สำหรับสถานการณ์สินค้าหมวดอาหารสด/สินค้าอุปโภคบริโภคที่สำคัญ ประจำสัปดาห์ สัปดาห์ที่ 2 ของเดือน มิ.ย.2558 พบว่า อาหารสดส่วนใหญ่ราคาทรงตัว ยกเว้นคะน้า ที่กิโลกรัม (กก.) 25-28 บาท สูงขึ้นจากสัปดาห์ก่อน 12.77% เพราะอากาศร้อนจัดส่งผลให้ผักเจริญเติบโตช้าและผลผลิตลดลง เป็นต้น ส่วนสินค้าอื่นๆ เช่น มะนาว ผลละ 3-3.5 บาท ลดลง 13.16-40.91% เพราะผลผลิตรุ่นใหม่ออกสู่ตลาดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่วนหมูเนื้อแดง-สะโพก กก.ละ 130-135 บาท, ไก่สดทั้งตัวรวมเครื่องใน กก.ละ 60-65 บาท, ไข่ไก่ฟองละ 2.90-3 บาท ถือเป็นราคาที่ทรงตัว เพราะผลผลิตเพียงพอกับความต้องการบริโภค

“กรมฯติดตามราคาสินค้าอุปโภคบริโภคอย่างใกล้ชิด แต่ยังไม่ได้รับรายงานว่ารายการสินค้าใดราคาสูงขึ้นอย่างผิดปกติ แม้ว่าปีนี้เกษตรกรประสบปัญหาภัยแล้งจนต้องเลื่อนการเพาะปลูกออกไปหลายพื้นที่ แต่ถ้าประชาชนพบการเอารัดเอาเปรียบ หรือไม่ได้รับความเป็นธรรม สามารถโทร.แจ้งไปได้ที่สายด่วนกรมการค้าภายใน 1569 ตลอด 24 ชั่วโมง”

ส่วนการร้องเรียนเกี่ยวกับสินค้าตั้งแต่เดือน ม.ค.-มิ.ย.58 พบว่า มีประชาชนร้องเรียนเรื่องไม่ปิดป้ายแสดงราคา 555 ราย ราคาสินค้าแพง 233 ราย ความผิดตาม พ.ร.บ.ชั่งตวงวัด 92 ราย แสดงราคาจำหน่ายปลีกไม่ตรงกับราคาจำหน่าย 153 ราย ปรับราคาจำหน่ายสูงขึ้น 26 ราย สินค้าเกษตรราคาตกต่ำ 16 ราย ผู้ค้า ปฏิเสธการจำหน่ายโดยไม่มีเหตุผล 7 ราย กักตุนสินค้า 1 ราย ขายเกินราคาที่กำหนด 1 ราย อื่นๆ 85 ราย รวม 1,169 ราย

พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า จากการที่กรมการค้าภายใน ได้จัดทำโครงการเครือข่ายนักศึกษาอาสาออนไลน์ เพื่อให้นักศึกษามีส่วนร่วมดูแล แจ้งข้อมูลข่าวสาร และพฤติกรรมการซื้อขายสินค้าและบริการ ผ่าน Application Line ของกรมฯนั้น ในเดือน พ.ค.58 นักศึกษาในเครือข่ายได้แจ้งเบาะแสความไม่เป็นธรรมจากการซื้อสินค้าและบริการจำนวนมาก ส่วนใหญ่เป็นการกระทำผิดคือ ไม่ปิดป้ายแสดงราคา จำหน่ายสูงเกินสมควร และเครื่องชั่งไม่เที่ยงตรง ซึ่งกรมฯได้ส่งเจ้าหน้าที่ออกตรวจสอบ และเปรียบเทียบปรับแล้วรวม 94,000 บาท.

กฟผ.เตือนน้ำในเขื่อนเข้าขั้นวิกฤติ ปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนภูมิพลต่ำสุดในรอบ 51 ปี ประกาศขอให้เกษตรกรชะลอทำนาปีออกไปก่อน พร้อมจี้ทุกฝ่ายใช้น้ำอย่างประ-หยัด ด้านพาณิชย์... 13 มิ.ย. 2558 03:55 ไทยรัฐ