วันพุธที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ใช้การรอนสิทธิแทนเวนคืน แก้สายสีส้มช่วงประชาสงเคราะห์-ออกตอนสร้าง, เสร็จกลับคืน

วันที่ 12 มิ.ย. นายพีระยุทธ สิงห์พัฒนากุล ผู้ว่าการการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เปิดเผยว่า หลังจากคณะกรรมการจัดระบบการจราจรทางบก (คจร.) เห็นชอบแนวเส้นทางโครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม (ตะวันออก) ศูนย์วัฒนธรรม-มีนบุรี โดยให้ใช้แนวเส้นทางเดิมตามแผนแม่บท ขั้นตอนต่อไป รฟม.จะต้องรายงานบอร์ด รฟม.รับทราบ ก่อนส่งเรื่องให้กระทรวงคมนาคม นำเสนอที่ประชุม ครม.เห็นชอบ ทั้งนี้ โครงการรถไฟฟ้าสายสีส้ม เป็นโครงการเร่งด่วนของรัฐบาล การอนุมัติคงจะไม่ล่าช้า รฟม.ตั้งเป้าจะสามารถเริ่มการประกวด ราคาได้ประมาณเดือน ต.ค.2558 ทั้งนี้ เหตุผลของ คจร. ที่ให้ใช้แนวเส้นทางเดิมตามแผนแม่บท คือ 1.ถ้าปรับไปใช้แนวเส้นทางใหม่จะมั่นใจได้อย่างไรว่าจะไม่มีผู้คัดค้านรายใหม่เกิดขึ้นอีก 2.ต้องการเปิดพื้นที่ย่าน กทม.2 ที่ยังขาดระบบขนส่งมวลชน 3.เส้นทางเดิมอนุมัติหลักการตั้งแต่ปี 2539 แต่มามีปัญหาช่วงปี 2556-2557 4.รัฐลงทุนก่อสร้างสถานีร่วมที่ศูนย์วัฒนธรรมรองรับไว้แล้ว หากไม่ใช้อาจจะทำให้เสียงบประมาณและประโยชน์ใช้สอย 5.แนวเดิมผ่านการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมแล้ว หากเปลี่ยนจะต้องศึกษากันใหม่ทำให้เสียเวลา

นายพีระยุทธกล่าวว่า สำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการเวนคืนที่ดิน คจร. มีมติให้ รฟม. ไปทำความเข้าใจ และหาแนวทางลดผลกระทบที่จะเกิดกับชาวบ้านให้น้อยที่สุด ซึ่งตามแนวเส้นทางเดิมจากดินแดง ผ่านชุมชนประชาสงเคราะห์ ไปสถานีศูนย์วัฒนธรรม มีผู้ได้รับผลกระทบจากการเวนคืนที่ดินจำนวน 184 แปลง ประกอบด้วยบ้านพักอาศัย อาคารต่างๆขนาด 2-4 ชั้น ขณะนี้ รฟม.อยู่ระหว่างการพิจารณาหาแนวทางช่วยเหลือ เบื้องต้นอาจจะใช้วิธีรอนสิทธิแทนการเวนคืนที่ดิน โดยเจ้าของที่ดินยังมีสิทธิ์ในที่ดินของตนเองและสามารถพักอาศัยได้ตามเดิม ทั้งนี้ ระหว่างก่อสร้างจำเป็นต้องรื้อและให้ย้ายออกไปก่อน โดย รฟม.จะก่อสร้างให้ใหม่ทดแทนภายหลังโครงการก่อสร้างแล้วเสร็จ โดยเร็วๆนี้จะเชิญผู้แทนชุมชนและชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบมาชี้แจงและทำความเข้าใจ ส่วนกรณีพนักงาน ลูกจ้าง รฟม. ได้แจ้งให้ย้ายออกจากบ้านพักแล้วเช่นกัน โดยขอให้ย้ายออกโดยเร็วที่สุด อย่างช้าไม่เกินสิ้นปี 2558 เนื่องจากต้องเคลียร์พื้นที่สำหรับก่อสร้างศูนย์ซ่อมบำรุง หรือเดปโป้สายสีส้ม โดยใช้พื้นที่ก่อสร้างประมาณ 300 ไร่.