วันพฤหัสบดีที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ฟังทัศนะอดีตเจ้าเหรียญทองไทยสุดเก๋า วิเคราะห์เหตุสองหนุ่มปินส์โดดน้ำแป้ก !? (ชมคลิป)

เป็นที่ฮือฮาในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ครั้งที่ 28 เมื่อ จอห์น เอลเมอร์สัน ฟาบริกา และ จอห์น เดวิด ปาโฮโย 2 นักกีฬากระโดดน้ำชาวฟิลิปปินส์ โชว์ลีลาการกระโดดน้ำซิงโครไนซ์สปริงบอร์ด 3 เมตร พลาดท่าไป โดยการกระโดดครั้งที่ 4 ของฟาบริกา ตีลังกาไม่ครบรอบเอาหลังกระแทกกับผิวน้ำอย่างแรง ในขณะที่ ปาโฮโย กระโดดครั้งที่ 4 เช่นกัน แต่เอาขาลงน้ำ ทำให้ทั้งคู่ได้ไป 0 คะแนนทันที

หลังจากที่เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวขึ้นนั้น ได้มีคลิปการแข่งขันของทั้งคู่ถูกแชร์ต่อและเป็นที่พูดถึงกันในโลกออนไลน์อย่างมากมาย หลายคนต่างสงสัยว่าเพราะเหตุใดนักกีฬาตัวแทนประเทศฟิลิปปินส์ทั้งสองคน จึงได้พลาดท่าได้อย่างน่าขันเช่นนี้ กระนั้นแล้วทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ ขออาสาหาคำตอบมาให้ผู้อ่านด้านล่างนี้แล้ว...

หนุ่มนักโดดน้ำตากาล็อก เผย ใครก็พลาดได้ ย้ำภูมิใจเป็นตัวแทนชาติ

จากเว็บข่าวอินไควเรอร์ INQUIRER ของฟิลิปปินส์ เปิดเผยว่า มีผู้มาแสดงความคิดเห็นเชิงเยาะเย้ยในคลิปที่ ปาโฮโย กระโดดน้ำพลาดและทำให้ได้ 0 คะแนนในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ที่ประเทศสิงคโปร์

จอห์น เดวิด ปาโฮโย ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. ที่ผ่านมาว่า “นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผมทำผิดพลาด และผมก็ไม่ได้เป็นคนแรกที่พลาดแบบนั้น อย่างไรก็ตาม ผมยังมีความภาคภูมิใจ เพราะว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะมีสิทธิ์เป็นตัวแทนของทีมชาติในการแข่งขันกีฬาที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้ ถ้าเป็นคุณ คุณยังสามารถยิ้มได้หรือไม่ หลังจากที่เพิ่งอับอายท่ามกลางสายตาคนดูหลายพันคน” พร้อมกันนี้ ยังได้ติดแท็ก จอห์น เอลเมอร์สัน ฟาบริกา เพื่อนนักกระโดดน้ำที่พลาดได้ 0 คะแนนเช่นเดียวกัน และยังกล่าวเสริมอีกว่า พวกเขามีประสบการณ์กระโดดน้ำซิงโครไนซ์เพียงแค่ 4 วันเท่านั้นเอง

ทั้งนี้ ปาโฮโย ได้แชร์คลิปวิดีโอกระโดดน้ำที่ประสบความสำเร็จบนเฟซบุ๊กของเขาและฟาบริกา พร้อมเขียนบรรยายใต้คลิปนั้นว่า "ทำไมถึงแชร์แต่สิ่งที่พวกเราทำผิดพลาด และทำไมถึงไม่แชร์ในสิ่งที่พวกเราประสบความสำเร็จล่ะ?" 

“แม้เราจะไม่ชนะ แต่ก็ทำให้เราเรียนรู้ข้อจำกัดของตัวเอง และมันจะทำให้พวกเราเป็นแชมป์ และขอขอบคุณผู้สนับสนุน โค้ช และขอขอบคุณเป็นพิเศษให้กับคนที่ทำสิ่งที่ดีที่สุดที่ทำให้ประสบการณ์เหล่านี้เกิดขึ้นมาได้ ผมเป็นหนี้คุณทั้งหมด” ปาโฮโย กล่าว

นักกีฬาใหม่ ท่ายาก ตื่นเต้น เหตุ 2 หนุ่มปินส์พลาดท่า !?

นายสุชาติ พิชิ อดีตนักกระโดดน้ำทีมชาติไทยรุ่นเก๋า และเป็นผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์วันนั้น เปิดเผยกับทีมข่าวเฉพาะกิจไทยรัฐออนไลน์ถึงกรณีนักกีฬากระโดดน้ำของฟิลิปปินส์ที่กำลังเป็นประเด็นในขณะนี้ว่า เหตุการณ์พลาดท่าที่เกิดขึ้นนั้น เป็นเพราะ...

1. ทั้งคู่เป็นนักกีฬาใหม่ จังหวะก้าวที่สี่ ก่อนที่จะเทคตัวทำได้ไม่ดี การทรงตัวยังไม่ดี
2. การกระโดดสปริงบอร์ด เป็นอุปกรณ์ที่ต้องใช้ความยืดหยุ่นของสปริงสูง
3. ท่าที่ทั้งคู่ใช้ในการแข่งเป็นท่าที่ยาก
4. ทั้งคู่เกิดความตื่นเต้น เนื่องจากไม่เคยแข่งระดับชาติที่ไหนมาก่อน ซีเกมส์เป็นแมตช์แรก

ในการแข่งขันกระโดดน้ำระดับซีเกมส์ ก็มีโอกาสที่นักกีฬาจะได้ 0 คะแนน แต่ก็น้อยมากไม่ถึง 20% เท่านั้น ซึ่งต้องเข้าใจและเห็นใจว่า นักกีฬาจากฟิลิปปินส์ทั้งคู่นี้เป็นนักกีฬาใหม่และการแข่งขันซีเกมส์เป็นแมตช์การแข่งขันระดับนานาชาติครั้งแรกของทั้งคู่อีกด้วย

“ตอนนั้นผมก็นั่งดูอยู่ในเหตุการณ์ ก่อนแข่งก็โอเคนะ ขนาดตอนซ้อมก่อนแข่ง 20 นาที เขาก็ยังกระโดดท่านี้อยู่ก็ยังปกติ แต่เมื่อถึงตอนแข่งอาจจะเกิดแอ็กซิเดนท์ตรงที่ว่าเป็นจังหวะแรกและก็เกิดความรู้สึกตื่นเต้น แต่เหตุการณ์แบบนี้ก็รู้สึกชินแล้ว เพราะการแข่งขันระดับโลก เวิลด์คลาส หรือแชมเปียนชิพก็เคยเกิดขึ้นมาแล้ว ขณะที่ หากเป็นนักกีฬามืออาชีพระดับสูงขึ้นไปจะมีวิธีไม่ให้ตัวเองได้รับบาดเจ็บ นั่นคือ ถ้าเกิดการผิดพลาดขึ้นมาจริงๆ ก็จะกระโดดลงน้ำไปเฉยๆ แต่กรณีนี้นักกีฬาจากฟิลิปปินส์ทั้งสองคน เหมือนฝืนที่จะไปต่อ ฝืนที่จะเล่นท่านั้น โดยที่ทุกอย่างมันไม่สมบูรณ์ก็เลยเป็นเหตุทำให้ตัวเองบาดเจ็บ” อดีตแชมป์ซีเกมส์ อธิบาย

ลงน้ำผิดท่า แค่เจ็บๆ แสบๆ !

เมื่อทีมข่าวฯ ถามว่า การลงน้ำลักษณะนี้อันตรายแค่ไหน อดีตนักกระโดดน้ำทีมชาติไทย ตอบว่า ไม่อันตราย เมื่อนักกีฬาเดินไปถึงปลายสปริงแล้วจะรู้ว่าตัวเองจะสามารถกระโดดได้หรือไม่ สำหรับนักกีฬามืออาชีพขั้นสูงขึ้นไปจะสามารถตัดสินใจได้ว่าควรจะกระโดดลงไปหรือไม่ควรจะกระโดด แต่นักกีฬาจากฟิลิปปินส์ทั้งคู่ค่อนข้างใหม่ เมื่อไปยืนอยู่ตรงจุดนั้นยังตัดสินใจไม่ได้

ทั้งนี้ นักกีฬาจากฟิลิปปินส์ทั้งสองคน ไม่ได้รับบาดเจ็บอะไรมากมาย คนแรกที่เอาหลังลงน้ำแค่เจ็บแสบๆ นิดหน่อย แต่คนที่สองไม่เจ็บเลยเพราะว่าใช้ขาลงน้ำอย่างนั้นถือว่าท่าไม่สมบูรณ์ แต่วันแข่งจริงคงไม่เจ็บมากเท่าไหร่ คงจะอายมากกว่า

“นักกีฬาสามารถตัดสินใจขอไม่กระโดดก็ได้ เขาก็อาจจะให้ข้ออ้างกับกรรมการไปว่าสปริงลื่นบ้าง หรือว่ามีเสียงรบกวน ทางกรรมการเขาจะตัดสินอีกทีว่าควรจะให้กระโดดใหม่หรือเปล่า แต่เด็กสองคนนี้เขาค่อนข้างที่จะใหม่กับสนาม เขาไม่เคยแข่งที่ไหนมาก่อนเลย แมตช์นี้เป็นแมตช์แรก ซึ่งจังหวะการตัดสินใจตรงจุดนั้นเพียงแค่เสี้ยววินาที เด็กสองคนนี้เขาตัดสินใจที่จะฝืนกระโดดไป ผลออกมาก็ผิดพลาดอย่างที่เห็น” นายสุชาติ ระบุ

โค้ชปินส์ไม่ซีเรียส มองเด็กใหม่ซ้อมไม่ถึง 6 เดือน 

นอกจากนี้ อดีตนักกระโดดน้ำทีมชาติไทย เผยว่า ได้เข้าไปพูดคุยกับโค้ชของฟิลิปปินส์ โดยทางฟิลิปปินส์มีความต้องการโค้ชต่างชาติเพื่อสอนนักกีฬา เนื่องจากปัจจุบันทีมกระโดดน้ำของฟิลิปปินส์เป็นนักกีฬาใหม่ทั้งหมด ส่วนชุดเก่าก็เลิกเล่นและแยกย้ายกันไป ทำให้ทางสมาคมฯ ต้องการที่จะหานักกีฬาต่างชาติไปสอนเด็กเหล่านี้

ส่วนโค้ชฟิลิปปินส์เองก็ไม่ได้ซีเรียส เพราะถือว่าเด็กสองคนนั้นเป็นนักกีฬาใหม่ เรื่องแบบนี้ต้องเข้าใจว่ามันเกิดขึ้นได้กับนักกีฬาของทุกคนทุกชาติ ขึ้นอยู่กับว่าการแข่งขันตอนนั้น นักกีฬาจะตัดสินใจอย่างไร เพราะโค้ชช่วยอะไรไม่ได้ โค้ชช่วยได้แค่ก่อนที่นักกีฬาจะกระโดดและหลังจากที่นักกีฬากระโดดแล้วเท่านั้น

“นักกีฬาจากฟิลิปปินส์ทั้งสองคน เพิ่งมาซ้อมได้ไม่ถึง 6 เดือน ก็เหมือนว่าเพิ่งเริ่มเล่น เหมือนกับคนที่ไม่รู้จักกระโดดน้ำมาก่อนและก็จับมาเล่น แล้วเอามาแข่งเพื่อให้มีชื่ออยู่ในซีเกมส์ ทำให้ท่าทางทุกอย่างยังไม่มีความแน่นอนก็เลยพลาด” นักกระโดดน้ำผู้มากประสบการณ์ แสดงความเห็น

“ถ้าจะให้แนะนำตอนแข่งในครั้งนั้น คือ นักกีฬาจากฟิลิปปินส์ต้องไม่คิดอะไรแล้ว ผมจะบอกนักกีฬาของผมทุกคนว่า ถ้าท่าใดแข่งดีหรือแข่งไม่ดี ก็ขอให้ไม่ต้องไปคิดถึงท่านั้นแล้ว ให้คิดท่าต่อไปเลย เพราะนักกีฬากระโดดน้ำจะแข่งประมาณ 6 ท่า ซึ่งแต่ละท่าจะไม่ซ้ำกัน และถ้าเกิดว่าท่านั้นกระโดดไปแล้วมันไม่ดีก็ไม่ต้องไปคิดถึงมันแล้ว ให้คิดท่าต่อไป เพราะมันไม่สามารถที่จะไปแก้ไขอะไรตรงนั้นได้แล้วจะเป็นอย่างนี้มากกว่า” เจ้าของเหรียญทองซีเกมส์หลายสมัย ทิ้งท้าย

"ทำไมถึงแชร์แต่สิ่งที่พวกเราทำผิดพลาด และทำไมถึงไม่แชร์ในสิ่งที่พวกเราประสบความสำเร็จล่ะ?" เผยความรู้สึกของนักโดดน้ำชาวฟิลิปปินส์ หลังพลาดท่าในกีฬาซีเกมส์ที่สิงคโปร์ ก่อนไปฟังคำแนะนำจากรุ่นพี่อดีตเจ้าเหรียญทองซีเกมส์หลายสมัย