วันพฤหัสบดีที่ 18 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
 รองผู้ว่าการรถไฟจีนชี้ประโยชน์อื้อ ‘โครงการความร่วมมือรถไฟไทย-จีน’

รองผู้ว่าการรถไฟจีนชี้ประโยชน์อื้อ ‘โครงการความร่วมมือรถไฟไทย-จีน’

  • Share:

‘หวง หมิน’ รองผู้ว่าการองค์การรถไฟแห่งประเทศจีน ชี้ประโยชน์จากความร่วมมือด้านการรถไฟระหว่างจีนกับไทย จะช่วยยกระดับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของไทยอย่างมีพลัง พร้อมเสริมสร้างบทบาทสำคัญของไทยที่เป็นชุมทางของอาเซียน 

นายหวง หมิน รองผู้ว่าการองค์การรถไฟแห่งประเทศจีน ให้สัมภาษณ์ชี้แจงโครงการความร่วมมือด้านการรถไฟระหว่างจีนกับไทย ซึ่งประสบความสำเร็จ ในเดือนกรกฎาคม 2557 เมื่อรัฐบาลไทยประกาศแผนพัฒนาทางรถไฟมาตรฐานสากลฉบับใหม่ โดยระบุว่า จะสร้างทางรถไฟมาตรฐานสองสาย ได้แก่ ทางรถไฟสายหนองคาย-โคราช-แก่งคอย-มาบตาพุด (ยาวประมาณ 734 กิโลเมตร) กับทางรถไฟแก่งคอย-กรุงเทพฯ (ยาวประมาณ 133 กิโลเมตร) ภายใต้การสนับสนุนของผู้นำทั้งจีนและไทย เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม ปี 2557 ที่กรุงเทพมหานคร และผู้นำทั้งสองได้ร่วมลงนามใน “บันทึกช่วยจำเพื่อความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านการรถไฟภายใต้กรอบยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมและการขนส่งแห่งประเทศไทยฉบับปี 2558-2565” เป็นสัญลักษณ์แสดงให้เห็นว่า ความร่วมมือด้านการรถไฟจีน-ไทยก้าวสู่ช่วงใหม่

นายหวง หมิน รองผู้ว่าการองค์การรถไฟแห่งประเทศจีน

รองผู้ว่าการองค์การรถไฟจีนยังชี้ถึงผลคืบหน้าของโครงการรถไฟจีน-ไทยในขณะนี้ ว่า ปัจจุบัน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของจีนและไทยได้จัดตั้งกลไกปฏิบัติงานสำหรับความร่วมมือด้านการรถไฟขึ้นมาแล้ว ขณะที่การแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารระหว่างกันเป็นไปอย่างราบรื่น โดยรายละเอียดความร่วมมือและรายการที่เป็นรูปธรรมกำลังเดินหน้าอย่างมั่นคงและเป็นขั้นตอน

โดยวันที่ 21 มกราคม ปี 2558 การประชุมคณะกรรมการร่วมเพื่อความร่วมมือด้านการรถไฟจีน-ไทย ครั้งแรกจัดขึ้นที่กรุงเทพฯ ทั้งสองฝ่ายตกลงจะปฏิบัติตามความเห็นร่วมกันระหว่างผู้นำสองประเทศ นั่นคือ เร่งผลักดันทางรถไฟหนองคาย-โคราช-แก่งคอย-มาบตาพุด และทางรถไฟแก่งคอย-กรุงเทพฯ พร้อมกับร่วมทำการศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการ หารือรูปแบบร่วมมือ และแผนระดมทุน และได้ลงนามใน “บันทึกการประชุมคณะกรรมการร่วมเพื่อความร่วมมือด้านการรถไฟจีน-ไทยครั้งแรก” เมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ปี 2558

ส่วนการประชุมคณะกรรมการร่วมเพื่อความร่วมมือด้านการรถไฟจีน-ไทยครั้งที่ 2 จัดขึ้นที่กรุงปักกิ่ง โดยสองฝ่ายได้อภิปรายประเด็นสำคัญต่างๆ และได้บรรลุความเห็นร่วมกันที่สำคัญเกี่ยวกับกฎบัตรของคณะกรรมการฯ วันเริ่มต้นและสิ้นสุดโครงการ รูปแบบร่วมมือและแผนระดมทุน ข้ออนุมัติเทคโนโลยีด้านการรถไฟ การสร้างสรรค์ศักยภาพด้านการรถไฟ และได้ลงนามใน “บันทึกการประชุมคณะกรรมการร่วมเพื่อความร่วมมือด้านการรถไฟจีน-ไทยครั้งที่ 2”

ระหว่างวันที่ 10-12 มีนาคม ปี 2558 การประชุมคณะกรรมการร่วมเพื่อความร่วมมือด้านการรถไฟจีน-ไทยครั้งที่ 3 จัดขึ้นที่กรุงเทพฯ สองฝ่ายได้ข้อตกลงเกี่ยวกับการแบ่งงานของโครงการสร้างทางรถไฟหนองคาย-มาบตาพุด และทางรถไฟแก่งคอย-กรุงเทพฯ การบริหารจัดการ การอบรมบุคลากร เป็นต้น

ระหว่างวันที่ 6-8 มีนาคม ปี 2558 การประชุมคณะกรรมการร่วมเพื่อความร่วมมือด้านการรถไฟจีน-ไทยครั้งที่ 3 จัดขึ้นที่เมืองคุนหมิง สองฝ่ายได้อภิปรายลงลึกในรายละเอียดเกี่ยวกับการกำหนดเส้นทางรถไฟ วันเวลาเริ่มต้นโครงการ รูปแบบความร่วมมือ แผนการลงทุนและการระดมทุน การอบรมเจ้าหน้าที่ และบรรลุความเห็นร่วมกันที่สำคัญ ที่ประชุมลงนาม ใน “บันทึกการประชุมคณะกรรมการร่วมเพื่อความร่วมมือด้านการรถไฟจีน-ไทยครั้งที่ 4” โดยขณะนี้ คณะผู้เชี่ยวชาญขององค์การรถไฟแห่งประเทศจีนกับผู้เชี่ยวชาญของไทยกำลังทำการศึกษาถึงความเป็นไปได้ของโครงการอยู่ที่กรุงเทพมหานคร

ส่วนโครงการรถไฟจีน-ไทย จะเริ่มก่อสร้างเมื่อไร? ระยะเวลาก่อสร้างนานแค่ไหน? นั้น นายหวง หมิน ได้ตอบว่า ตามความเห็นร่วมกันระหว่างจีนกับไทยที่มีอยู่ในปัจจุบัน สองฝ่ายเห็นด้วยในหลักการว่า จะใช้รูปแบบ EPC (รับเหมาก่อสร้างโครงการ ที่รวมทั้งการออกแบบ จัดซื้อและก่อสร้าง) เป็นรูปแบบความร่วมมือของโครงการรถไฟจีน-ไทย ต้องเสร็จสิ้นภารกิจ 6 อย่าง ได้แก่ การศึกษาความเป็นไปได้ การประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม ขั้นตอนการอนุมัติ การเวนคืนที่ดิน การโยกย้ายชาวบ้านไปอยู่ที่อื่น การเซ็นสัญญา EPC และเงินลงทุนที่ถึงบัญชี ถือเป็นเงื่อนไขบังคับของการเปิดดำเนินการก่อสร้าง พยายามเร่งงานการศึกษาความเป็นไปได้ของทางรถไฟบางตอนให้แล้วเสร็จในเดือนสิงหาคมปี 2558 และเริ่มต้นก่อสร้างในเดือนตุลาคม ระยะเวลาการก่อสร้าง 30 เดือน อีกส่วนให้สิ้นสุดการศึกษาความเป็นไปได้ก่อนสิ้นปีนี้ และเริ่มต้นก่อสร้างในต้นปี 2559 ระยะเวลาการก่อสร้าง 36 เดือน

พร้อมกันนั้น รองผู้ว่าการรถไฟจีนยังตอบคำถามที่ถามว่า การสร้างทางรถไฟมาตรฐานสากลนั้น มีความหมายสำคัญอย่างยิ่งสำหรับประเทศไทย และหน่วยงานการรถไฟของจีนจะสามารถทำให้เป้าหมายนี้เป็นจริงอย่างไรว่า บนพื้นฐานแห่งการก่อสร้างและบริหารจัดการทางรถไฟนานหลายปี ทำให้การรถไฟจีนมีระบบเทคโนโลยีการรถไฟที่สมบูรณ์และครบวงจร การสำรวจออกแบบ การวิจัยและผลิตอุปกรณ์ การก่อสร้าง และการบริหารจัดการทางรถไฟของจีน ล้วนอยู่ในระดับแนวหน้าของโลก

การรถไฟจีนสร้างโครงการเรลเวย์ เบด (Railway Bed) ที่รองรับเงื่อนไขทางภูมิประเทศที่สลับซับซ้อนที่สุดของโลก สร้างสะพานที่ให้ทั้งรถยนต์และรถไฟวิ่งผ่านที่มีความโค้งยาวที่สุดในโลก และสร้างอุโมงค์ยาวขนาดใหญ่จำนวนมากที่สุดของโลก การรถไฟจีนวิจัยและผลิตรถไฟทุกรุ่นทุกชนิดขึ้นมาเอง รวมถึงรถไฟขนส่งผู้โดยสาร หัวรถจักร และรถไฟขนส่งสินค้า สามารถตอบสนองความต้องการอุปกรณ์ที่เกิดจากความเร็วไม่เท่ากัน รางรถไฟประเภทที่ไม่เหมือนกัน และเงื่อนไขการขนส่งที่แตกต่างกัน ครองเทคโนโลยีควบคุมรถไฟโดยอัตโนมัติอย่างรอบด้าน และประสบความสำเร็จในการควบคุมการเดินรถแบบผสม และการเชื่อมต่อรางรถไฟความเร็วสูงกับรางรถไฟทั่วไป

ปัจจุบัน จีนมีทางรถไฟที่เปิดให้บริการแล้วกว่า 112,000 กิโลเมตร แต่ละวันเปิดเดินรถไฟขนส่งผู้โดยสารกว่า 7,000 ขบวน เปิดเดินรถไฟขนส่งสินค้า 20,000 ขบวน ประสิทธิภาพการขนส่ง และยอดการปฏิบัติงานของจีนล้วนเป็นอันดับหนึ่งของโลก การรถไฟจีนมีศักยภาพบริบูรณ์ในการก่อสร้างและบริหารจัดการทางรถไฟความเร็วสูงกับทางรถไฟทั่วไปให้สนองตอบเงื่อนไขทางภูมิประเทศที่สลับซับซ้อน สิ่งแวดล้อมที่มีภูมิอากาศพิเศษ และความต้องการการขนส่งทุกชนิด

จากนั้น นายหวงยังกล่าวถึงประโยชน์ที่ประชาชนทั้งจีนและไทย รวมทั้งเศรษฐกิจในภูมิภาคอาเซียนที่จะได้รับภายหลังโครงการรถไฟจีน-ไทย สร้างเสร็จสมบูรณ์ว่า ประเทศไทยเป็นคู่ค้าหลักของจีนในอาเซียน จีนเป็นตลาดส่งออกสินค้าใหญ่เป็นอันดับแรกของไทย และเป็นประเทศที่มีนักท่องเที่ยวไปเมืองไทยมากที่สุด หลังจากทางรถไฟหนองคาย-มาบตาพุด ในโครงการร่วมมือด้านการรถไฟจีน-ไทย สร้างแล้วเสร็จ จะเชื่อมต่อกับทางรถไฟจีน-ลาว ที่กำหนดจะสร้างขึ้นมา และบรรลุซึ่งการเชื่อมต่อกันระหว่างทางรถไฟของจีนและไทย ถึงเวลานั้น สินค้าของสองประเทศสามารถหมุนเวียนกันผ่านทางรถไฟได้สะดวก ต้นทุนการขนส่งจะต่ำลงได้อย่างมาก ประชาชนทั้งจีนและไทยก็สามารถโดยสารรถไฟเดินทางถึงกันได้อย่างสะดวกสบายยิ่งขึ้น

‘ความร่วมมือในโครงการรถไฟระหว่างจีนกับไทยจะยกระดับการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของไทยอย่างมีพลัง เสริมสร้างบทบาทสำคัญของไทยที่เป็นชุมทางของอาเซียน กระตุ้นการไปมาหาสู่กันทางการค้าและการแลกเปลี่ยนทางบุคลากรระหว่างประเทศอาเซียน และระหว่างอาเซียนกับจีน ผลักดันการพัฒนาเป็นเมืองแห่งใหม่ และการท่องเที่ยวของไทย เพิ่มโอกาสการมีงานทำของมวลชน และสร้างแรงขับเคลื่อนการพัฒนาเศรษฐกิจแก่ประเทศไทยในอนาคต’ รองผู้ว่าการรถไฟของจีน กล่าวทิ้งท้ายถึงประโยชน์ของโครงการรถไฟจีน-ไทย ที่จะบังเกิดขึ้นในอีกไม่กี่ข้างหน้า.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้