วันอาทิตย์ที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

เปิดมิติใหม่ ‘ศุลกากรไทยสู่มาตรฐานโลก’

เอกอัครราชทูตไทยในเบลเยียม พร้อมอธิบดีกรมศุลกากร เป็นผู้แทนไทยเข้าร่วมเป็นภาคีอนุสัญญาเกียวโต (ฉบับแก้ไข) ต่อเลขาฯ องค์การศุลกากรโลก ชี้ทำให้ประเทศไทยได้รับการยอมรับในเวทีการค้า และไม่ถูกกีดกันทางการค้าโลก 

เมื่อวันที่ 12 มิ.ย.58 บุญธง ก่อมงคลกูล ผู้สื่อข่าวไทยรัฐประจำประเทศเบลเยียม รายงาน จากกรุงบรัสเซลส์ ว่า นายนพปฏล คุณวิบูลย์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงบรัสเซลส์ ซึ่งเป็นหัวหน้าคณะผู้แทนไทยประจำสหภาพยุโรป และนายสมชัย สัจจพงษ์ อธิบดีกรมศุลกากร เป็นผู้แทนประเทศไทยนำ ‘ภาคยานุวัติสาร’ เข้าเป็นภาคีอนุสัญญาระหว่างประเทศว่าด้วยพิธีการศุลกากรที่เรียบง่ายและสอดคล้องกัน (The International Convention on the Simplification and Harmonization of Customs Procedures) หรืออนุสัญญาเกียวโต (ฉบับแก้ไข) (The Revised Kyoto Convention) อย่างเป็นทางการ มอบต่อนายคูนิโอะ มิคุริยา (Mr. Kunio Mikuriya) เลขาธิการองค์การศุลกากรโลก ณ สำนักงานใหญ่องค์การศุลกากรโลก กรุงบรัสเซลส์

นายนพปฏล คุณวิบูลย์ เอกอัครราชทูตฯ กล่าวว่า "อนุสัญญาเกียวโต (ฉบับแก้ไข) มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นต้นแบบหรือเกณฑ์มาตรฐานสากลในการจัดทำพิธีการศุลกากรให้มีมาตรฐานสากล เรียบง่าย และสอดคล้องกัน ปัจจุบันมีภาคีสมาชิก 99 ประเทศ โดยประเทศสมาชิก ASEAN ที่ได้เข้าเป็นภาคีแล้ว ได้แก่ เวียดนาม มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และกัมพูชา สำหรับประเทศไทยเข้าร่วมเป็นภาคีสมาชิกในลำดับที่ 100

นายสมชัย สัจจพงษ์ อธิบดีกรมศุลกากรกล่าวว่า "ผลของการเป็นภาคีจะทำให้ประเทศไทยได้รับการยอมรับในเวทีการค้าโลกและไม่ถูกกีดกันทางการค้าโลก สามารถใช้สิทธิออกเสียง ลงมติ หรือแสดงความคิดเห็นตลอดจนมีส่วนร่วมใดๆ ในการแก้ไขเพิ่มเติมอนุสัญญาฯ เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของประเทศได้

อธิบดีกรมศุลกากรได้กล่าวเพิ่มเติมว่า "การเข้าเป็นภาคีในครั้งนี้จะทำให้กรมศุลกากรต้องนำแนวทางของอนุสัญญาเกียวโต (ฉบับแก้ไข) มาพัฒนาพิธีการศุลกากรให้มีความเรียบง่าย โปร่งใส และมีมาตรฐานสากล เป็นการอำนวยความสะดวกทางการค้า และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันกับต่างประเทศให้กับผู้นำเข้า ผู้ส่งออก และผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ โดยการใช้อนุสัญญาฯ เป็นแนวทางในการพัฒนาพิธีการศุลกากรในอนาคต ซึ่งจะทำให้การพัฒนาเป็นไปตามทิศทางเดียวกับการปรับปรุงพิธีการศุลกากรตามมาตรฐานสากล รวมทั้งจะทำให้พิธีการศุลกากรมีความเรียบง่าย โปร่งใส มีประสิทธิภาพ โดยการนำระบบเทคโนโลยีสารสนเทศและเทคนิคในการควบคุมทางศุลกากรต่างๆ มาใช้

ทั้งนี้ สภานิติบัญญัติแห่งชาติได้มีมติเห็นชอบให้ร่างกฎหมายเพื่ออนุวัติเข้าเป็นภาคีสมาชิกอนุสัญญาเกียวโต (ฉบับแก้ไข) ซึ่งประกาศใช้เป็นกฎหมายโดยมีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 5 มีนาคม 2558 ขณะที่ ประเทศไทยได้เป็นสมาชิกองค์การศุลกากรโลก หรือ WCO ตั้งแต่วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2515 โดย กรมศุลกากรได้ดำเนินการแก้ไขกฎหมายเพื่อให้เป็นไปตามบทบัญญัติของอนุสัญญาฯ อาทิ การให้คำวินิจฉัยล่วงหน้าของศุลกากร (Advance Rulling) มีผลผูกพันทางกฎหมายในสามด้าน คือ พิกัดศุลกากร ราคา และถิ่นกำเนิดของสินค้าก่อนการนำเข้า เพื่อสร้างความเป็นธรรมและเพิ่มขีดความสามารถในการทำธุรกิจของผู้ประกอบการ

นอกจากนี้ ยังมีประเด็นอื่นๆ อีก อาทิ มีการเพิ่มบทนิยามคำว่า "การผ่านแดน" และ "การถ่ายลำ" มีการกำหนดนิยามในเรื่องดังกล่าวไว้อย่างชัดเจน ตลอดจนมีการกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการให้การนำข้อมูลอิเล็กทรอนิกส์มาใช้ในการศุลกากร มีผลโดยชอบด้วยกฎหมาย เช่นเดียวกับการดำเนินการทางศุลกากรโดยเอกสาร เป็นต้น ซึ่งหลักเกณฑ์ต่างๆ ที่ปรับปรุงใหม่เหล่านี้ จะเป็นการอำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบการนำเข้า-ส่งออก และยกระดับการดำเนินงานด้านการค้าระหว่างประเทศของไทยให้มีมาตรฐานที่เป็นสากลมากยิ่งขึ้น

เอกอัครราชทูตไทยในเบลเยียม พร้อมอธิบดีกรมศุลกากร เป็นผู้แทนไทยเข้าร่วมเป็นภาคีอนุสัญญาเกียวโต (ฉบับแก้ไข) ต่อเลขาฯ องค์การศุลกากรโลก ชี้ทำให้ประเทศไทยได้รับการยอมรับในเวทีการค้า และ 12 มิ.ย. 2558 17:21 ไทยรัฐ