วันอาทิตย์ที่ 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

กรมชลฯ ไฟเขียวเพิ่มน้ำป้อนเกษตรอุตสาหกรรม ส่ง 'อีสท์วอเตอร์' จัดสรร

กรมชลประทาน รับไฟเขียวจากนายกรัฐมนตรี เพิ่มน้ำอีก 20 ล้าน ลบ.ม. ให้บริษัทจัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก หรืออีสท์วอเตอร์ วางระบบน้ำเพิ่ม…

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาประแสร์ เพื่อตรวจติดตามงานตามยุทธศาสตร์การบริหารจัดการทรัพยากรน้ำในพื้นที่ภาคตะวันออก พร้อมมอบนโยบายการวางแผนบริหารจัดการน้ำโดยยก อีสท์ วอเตอร์ โมเดล เป็นแบบอย่างเพื่อแก้ปัญหาเรื่องน้ำอย่างเป็นระบบทั้งประเทศ และรับทราบแผนการจัดสรรน้ำให้อีสท์วอเตอร์เพิ่มขึ้นอีก 20 ล้าน ลบ.ม. ของกรมชลประทาน เพื่อเตรียมวางระบบน้ำให้กับกลุ่มเกษตรอุตสาหกรรมและเสริมสร้างเสถียรภาพให้กับน้ำอุปโภคบริโภคนั้น


พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ ประธานคณะกรรมการกำหนดนโยบายและการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ได้นำทีมหน่วยงานหลักด้านน้ำ 5 หน่วยงาน ได้แก่ กรมชลประทาน กรมทรัพยากรน้ำ กรมทรัพยากรน้ำบาดาล กรมพัฒนาที่ดิน และ บริษัท จัดการและพัฒนาทรัพยากรน้ำภาคตะวันออก จำกัด (มหาชน) หรืออีสท์วอเตอร์ นำเสนอผลการดำเนินงานและแผนงานในอนาคต โดยโครงการหลักในการตรวจติดตามครั้งนี้ คือ โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการเก็บกักน้ำอ่างเก็บน้ำประแสร์ โครงการผลิตกระแสไฟฟ้าจากอ่างเก็บน้ำประแสร์ และโครงการผันน้ำอ่างเก็บน้ำประแสร์ไปยังลุ่มน้ำคลองใหญ่ เพื่อให้เกิดการใช้น้ำจากอ่างเก็บน้ำประแสร์อย่างเต็มประสิทธิภาพ และสร้างเสถียรภาพให้กับน้ำในจังหวัดระยองและชลบุรี โดยจะมีชุมชนกว่า 5 แสนครัวเรือนได้ใช้ประโยชน์เพื่อการอุปโภคบริโภค และในอนาคตพื้นที่เกษตรกรรมกว่า 80,000 ไร่ จะได้รับประโยชน์จากโครงการดังกล่าวเพิ่มขึ้นด้วย

ด้านโครงการผันน้ำอ่างเก็บน้ำประแสร์ไปยังลุ่มน้ำคลองใหญ่ ซึ่งมีบริษัท อีสท์ วอเตอร์ รับผิดชอบการก่อสร้างวางท่อและบริหารจัดการระบบสูบส่งน้ำ ได้ทำจุดแยกจ่ายน้ำเข้าประปาหมู่บ้านให้กับชุมชนตามแนวท่อ จำนวน 15 แห่ง ครอบคลุมผู้ใช้น้ำกว่า 4,000 ครัวเรือน ให้มีน้ำใช้ตลอดปีโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของชุมชนตามนโยบายของกระทรวงมหาดไทย โดยนายวิทยา ฉายสุวรรณ ประธานคณะกรรมการบริษัท อีสท์ วอเตอร์ ได้ยืนยันว่าจุดจ่ายน้ำทั้ง 15 แห่ง จะแล้วเสร็จสมบูรณ์ภายใน 3 เดือนนี้

อย่างไรก็ตาม ภายหลังการตรวจติดตามงาน นายกรัฐมนตรีได้มอบนโยบายการบริหารจัดการน้ำซึ่งเป็นปัญหาสำคัญของประเทศ โดยให้นำแนวทางการบริหารจัดการน้ำระดับสากลมาปรับใช้ และได้ชู อีสท์ วอเตอร์ โมเดล เป็นตัวอย่างในการนำไปวางระบบน้ำทั้งประเทศเพื่อรองรับพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษที่จะเกิดขึ้นในอนาคต พร้อมกับย้ำว่าการบริหารจัดการน้ำต้องมองรอบด้านทั้งระบบอุตสาหกรรม เกษตรกรรม อุปโภคบริโภค และยังต้องใช้เพื่อรักษาระบบนิเวศ ขณะเดียวกันก็ควรมีการพัฒนาแหล่งน้ำให้มีความสะอาด โดยเฉพาะแหล่งน้ำนอกเขตชลประทาน และต้องปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการเพาะปลูกและเปลี่ยนผู้ปลูกเป็นผู้ค้าแทน เพื่อแก้ปัญหาราคาสินค้าเกษตรควบคู่กันไป ทั้งนี้ยังได้ให้กรมชลประทานจัดสรรน้ำให้อีสท์ วอเตอร์ เพิ่มอีก 20 ล้าน ลบ.ม. รองรับการเติบโตของกลุ่มเกษตรอุตสาหกรรมและภาคครัวเรือน เพื่อให้เกิดการบริหารจัดการน้ำอย่างยั่งยืน.