วันจันทร์ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ช้างศึกซีเกมส์สะเด่า ไร้พ่าย 5 นัด กับภารกิจป้องกันแชมป์

ผ่านไปได้อย่างสวยงาม สำหรับการแข่งขันฟุตบอลในกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 28 ที่ประเทศสิงคโปร์ เมื่อทีมนักเตะของไทย สามารถเก็บชัยชนะได้ครบทุกนัดที่ลงสนาม ทะลุเข้าสู่รอบตัดเชือกเป็นที่หนึ่งของกลุ่ม เอ ได้อย่างน่าเกรงขาม...

ในช่วงก่อนหน้าที่มหกรรมกีฬาแห่งอาเซียนจะเริ่มต้นขึ้น แฟนบอลต่างตกอยู่ในอาการวิตกกันเป็นแถว เมื่อโปรแกรมการแข่งขันไปคาบเกี่ยวกับศึกฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกโซนเอเชีย รอบ 2 ทำให้มีความกังวลใจว่าจะแบ่งทีมงานสตาฟฟ์โค้ช และตัวนักเตะอย่างไร ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อทั้งทีมไทย และ เวียดนาม ต่างดวงสมพงษ์ยิ่งกว่าคู่แท้ เมื่อจับสลากมาอยู่ในกลุ่มเดียวกันทั้งสองรายการ ทำให้ "ซิโก้" เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง แม่ทัพขุนพลทีมชาติไทย ออกมาประกาศแบ่งทีมงานและนักเตะกันอย่างชัดเจน เพื่อความสบายใจของทุกฝ่าย

ถึงกระนั้น สื่อต่างชาติ ต่างเห็นตรงกันว่านี้คือกลลวงของอดีตศูนย์หน้าทีมชาติไทย ที่จะทำให้คู่แข่งตายใจ เมื่อประกาศส่งคู่ซี้ข้างกายอย่าง โชคทวี พรหมรัตน์ เข้ามารับหน้าทีมเฮดโค้ช มีอำนาจเด็ดขาดในการทำทีมชุดนี้เพียงผู้เดียว ชนิดที่ผู้จัดการทีมชาติเวียดนามถึงกับหัวเราะ พร้อมกับออกปากว่า ไม่เชื่อว่ากุนซือทีมชาติไทยชุดใหญ่จะไม่เดินทางมาคุมทีมด้วยตัวเองแม้แต่นัดเดียว

อย่างไรก็ตาม เมื่อผลงานในรอบแรกออกมา เป็นที่ชัดเจนแล้วว่า ทีมชาติไทยชุดอายุไม่เกิน 23 ปี ของอดีตปราการหลังทีมชาติไทย ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม ถึงแม้จะมีการช่วยติว และสั่งการจากทางไกลมาบ้างในช่วงพักครึ่ง แต่นั่นก็เป็นเพียงแค่ปัจจัยส่วนน้อยเท่านั้น โดยเฉพาะผลงานชิ้นโบว์แดง ซึ่งสามารถถล่มเอาชนะทีมเจ้าของฉายา "บาร์ซา แห่งอาเซียน" ทีมชาติเวียดนาม มาได้ในนัดสุดท้ายของรอบแรก ด้วยสกอร์ 3-1


แฟนบอลกดไลค์ด้วยสถิติ คลีนชีต 4 นัดรวด

ผลงานในรอบแรกทั้งหมด 5 นัด ทีมชาติไทยมีการสลับสับเปลี่ยนผู้เล่นลงสนานจนเกือบครบทีม ซึ่งนอกเหนือจากชัยชนะที่ทราบแล้ว ผลงานในเกมรับก็ยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน กองหลังตัวกลางทั้ง อาทิตย์ ดาวสว่าง และ อดิศร พรหมรักษ์ รวมไปจนถึง ธนบูรณ์ เกษารัตน์ ยืนปัดกวาดเกมรับได้อย่างสุดยอด โดยเฉพาะการอ่านเกมที่ชาญฉลาดเกินวัย ทำให้หน้าปากประตูพ้นจากรอยมลทินเกือบ 450 นาที หากไม่โดน เล ทานห์ บินห์ เจาะไข่แดง ในช่วงท้ายเกม นัดสุดท้ายของรอบแรก ทีมชาติไทย อาจจะมีสถิติที่น่ากล่าวขานที่สุดในซีเกมส์ครั้งนี้

"ชนานันท์" เกิดใหม่อีกครั้ง

สำหรับ "เจ้าทู" แล้ว ในเมืองไทยต่างทราบสรรพคุณกันดีถึงความยอดเยี่ยมในการยิงประตู แต่ในระดับชาติ เหมือนยังไปไม่สุด โดยในซีเกมส์ ที่เมียนมา เมื่อ 2 ปี ที่แล้ว ทำได้เพียงเป็นอะไหล่ในแดนหน้า เมื่อต้องนั่งสำรอง อดิศักดิ์ ไกรสร ส่วนในเอเชียนเกมส์ ที่อินชอน ลงไปสัมผัสเกมเพียงไม่กี่นาทีก็ยิงได้ ในเกมที่พบกับอินโดนีเซีย แต่เข่าเจ้ากรรมดันบิดผิดรูปจนต้องถูกหามออกจากสนาม พร้อมปิดเทอมยาวไปหลายเดือนเลยทีเดียว

แต่ในซีเกมส์ที่แดนลอดช่อง ชนานันท์ แจ้งเกิดได้อย่างสุดยอด ในฐานะกองหน้าอันดับต้นๆ ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เมื่อเจ้าตัวผลิตสกอร์ได้ถึง 4 ลูก ในเกมที่พบกับลาว ถึงแม้ว่าในเกมต่อๆ มา จะยังยิงเพิ่มไม่ได้ แต่บทบาทในการทำเกม มีมากกว่าการยืนรอหน้าประตูเท่านั้น เมื่อเล่นได้อย่างรู้ใจกับเพื่อนร่วมทีม ทั้งยิงทั้งจ่าย รวมถึงลงมาล้วงลูกเองในบางจังหวะ ทำให้ต่อจากนี้ แฟนบอลอาเซียนน่าจะรู้จักชื่อของกองหน้าจากแดนสยามเพิ่มขึ้นอีกคนอย่างแน่นอน

"อโยธยา" ไม่สิ้นกองฝีเท้าดี

จะเห็นได้ว่าในเกมที่ทีมชาติไทยมีการใช้นักเตะในระบบโรเตชั่น เพื่อหมุนเวียนไปตามความเหมาะสม แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้เราสามารถคว้าชัยมาได้ทุกนัดนั้น คือแผงมิดฟิลด์ที่ความฉลาดเป็นกรด การอ่านทางบอลชั้นเลิศ และการผ่านบอลที่ยอดเยี่ยมนั้น จะไม่น่าแปลกใจ หากหลังเกมสถิติการครองบอลจะมากกว่าคู่แข่ง เพราะอย่างน้อยหากมีบอลในการครอบครอง นั้นก็ส่งผลต่อการกำหนดทิศทางของผลการแข่งขันได้เป็นอย่างดี 

โดยกองกลางชุดนี้มีหลายคนที่โชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่น ทั้งในรายของ สารัช อยู่เย็น ที่ถูกเลือกให้เป็นตัวหลักทั้งทีมชาติไทยชุดใหญ่ และสโมสร "เจ้านิว" ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ ถึงแม้ฟอร์มสุดยอดจะยังไม่กลับมา หลังหายจากอาการบาดเจ็บ แต่อย่างน้อยชั้นเชิงในการจ่ายบอลยังช่วยทีมไว้ได้มากพอสมควร 

นอกจากนี้ผู้เล่นหน้าใหม่อย่าง เชาว์วัฒน์ วีระชาติ หนุ่มน้อยวัย 18 ปี จากเชียงใหม่ ซึ่งถูกเคี่ยวกรำโดย บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ฉายแสงได้อย่างเจิดจรัส ทั้งรุกและรับ รวมถึงจังหวะการผ่านบอลที่เห็นได้ถึงวิสัยทัศน์ในการมองเกม น่าจะการันตีตำแหน่งตัวจริงได้อย่างแน่นอนในซีเกมส์ครั้งต่อไป หากยังรักษาฟอร์มการเล่นแบบนี้เอาไว้ได้ ส่วน "เจ้ากลิ้ง" ศิวกร จักขุประสาท แม้ได้ลงเล่นกับเกมที่กดดันกับเวียดนามในนัดสุดท้าย แต่ยังทำหน้าที่ได้อย่างน่าอุ่นใจในตำแหน่งหน้าแผงแบ็กโฟร์


ตัดเชือกชนมหามิตร "อินโดนีเซีย"

ในเกมรอบรองชนะเลิศที่ต้องพบกับ อินโดนีเซีย แน่นอนว่าสื่อหลายสำนักต่างยกให้ไทยเป็นต่ออยู่หลายขุม แต่ฟุตบอลแบบทัวร์นาเมนต์ อะไรก็เกิดขึ้นได้เสมอ ยิ่งขุนพลจากแดนชวา แสดงให้เห็นแล้วว่า พวกเขาเข้มแข็งแค่ไหนในการฝ่าฟันอุปสรรคในรอบแรก เข้าสู่รอบรองชนะเลิศแบบพลิกความคาดหมาย ด้วยการคว่ำเจ้าภาพในนัดสุดท้ายนั้น ยิ่งเป็นดัชนีชี้วัดได้เป็นอย่างดี ว่าเกมนี้ไม่ง่ายอย่างที่คิด

แต่ด้วยศักยภาพของตัวผู้เล่นที่เหนือกว่าอย่างเห็นได้ชัด บวกกับทีมเวิร์กของทีมที่เล่นกันมาอย่างยาวนาน น่าจะทำให้ขุนพลทีมชาติไทยผ่านอินโดนีเซียได้ไม่ยาก และผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้อีกสมัย


รอบชิงฯ พร้อมท้าชนทุกทีม

สำหรับในรอบชิงชนะเลิศ แน่นอนว่าในส่วนของตัวเล่นหากฟลุกทีมครบ 11 คน ทีมชาติไทย คือ ทีมที่น่ากลัวมากอีกทีมหนึ่งของทัวร์นาเมนต์ ซึ่งไม่ว่าอีกคู่หนึ่งในรอบรอง จะเป็นใครก็ตาม ที่หลุดเข้ามาเจอกับทีมชาติไทย ก็จะเป็นเกมที่สนุกอีกหนึ่งเกม เนื่องจากเวียดนามพบกับไทยมาแล้วในรอบแรก ขณะที่ เมียนมา มีการอุ่นเครื่องกับไทยอยู่เป็นระยะก่อนหน้านี้ ทำให้รู้ตื้นลึกหนาบางกันเป็นอย่างดี รวมถึงแท็กติกของเกมที่อาจจะทันกันบ้างในบางจังหวะ ทำให้เกมออกมาสนุกสูสี และน่าติดตามเป็นอย่างมาก 

สำหรับเป้าหมายแรกของทีมชาติไทยในครั้งนี้ ผ่านไปเรียบร้อยแล้ว ด้วยการเข้ารอบมาเป็นที่ 1 ของสาย และไม่แพ้ใคร ส่วนจะสามารถเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศ และหยิบเหรียญทองมาคล้องคอได้อีกสมัยหรือไม่นั้น คำตอบรออยู่ใน วันเสาร์ที่ 13 มิถุนายนนี้ เวลา 19.30 น. 

ผ่านไปได้อย่างสวยงาม สำหรับการแข่งขันฟุตบอลในกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 28 ที่ประเทศสิงคโปร์ เมื่อทีมนักเตะของไทย สามารถเก็บชัยชนะได้ครบทุกนัดที่ลงสนาม ทะลุเข้าสู่รอบตัดเชือกเป็นที่หนึ่งของกลุ่ม เอ ได้อย่างน่าเกรงขาม... 12 มิ.ย. 2558 14:47 ไทยรัฐ