วันพุธที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
"ทิติเซ่" เมืองแห่ง...นาฬิกากุ๊กกู ต้นกำเนิดเค้ก...แบล็กฟอเรสต์

"ทิติเซ่" เมืองแห่ง...นาฬิกากุ๊กกู ต้นกำเนิดเค้ก...แบล็กฟอเรสต์

  • Share:

สะพานไม้ชาเปล..สะพานไม้เก่าแก่ที่สุดในโลก.

ไปยุโรปคราวนี้ ตั้งเป้าว่าจะพาเพื่อนรักตระเวนดูบรรยากาศในมุม กว้างๆของยุโรปแบบประเภทปูพื้น เป็นการเรียกน้ำย่อยก่อนมีทริปต่อๆไปในเร็วๆนี้

ออกเดินทางจากกรุงเทพฯสู่มหานครแฟรงก์เฟิร์ตโดยสายการบินกาตาร์ แอร์เวย์ แวะเปลี่ยนเครื่องที่โดฮา ซึ่งก็ใช้เวลาไม่นาน ชั่วข้ามคืนเราก็มาถึงมหานครแฟรงก์เฟิร์ต เมืองท่าของชาวแฟรงก์ในอดีต ที่ปัจจุบันกลายเป็นเมืองท่าทางเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของเยอรมัน

มาเยอรมันหลายรอบ แต่คราวนี้ได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่ที่ไม่เคยเจอมาก่อน เสียงประกาศเรียกชื่อจากสาย การบินกาตาร์ แอร์เวย์ ทำให้รู้ว่า กระเป๋าสัมภาระใบใหญ่ที่เตรียมเก็บของไว้อย่างดิบดี เกิดเล่นตัวไม่ยอมขึ้นเครื่องมาด้วยซะงั้น พนักงานภาคพื้นดินของสายการบินแจ้งว่า แท็กที่ติดกระเป๋าคงหลุดหาย ทางพนักงานจึงกันกระเป๋าออกไว้ก่อน แต่ตอนนี้รู้ตัวเจ้าของแล้ว จะส่งกระเป๋าขึ้นเครื่องตามมาในวันรุ่งขึ้น ขอให้แจ้งชื่อโรงแรมที่พักไว้ ทางสายการบินจะจัดส่งกระเป๋าไปให้ที่โรงแรมทันทีที่กระเป๋ามาถึง

ทะเลสาบทิติเซ่...ที่มีด้านหลังเป็นป่าดำ.

เอาละสิ....คราวนี้ เครื่องกันหนาวสารพัดอยู่ในกระเป๋า ที่ใส่มานี่แค่ 20 องศาก็แทบไม่ไหวแล้ว ทำไงดี โชคดีมีประกันการเดินทางกับ บริษัท
เอไอจี ประกันภัย (ประเทศไทย) จำกัด เขาให้วงเงินถึง 35,000 บาท

กรณีที่เกิดปัญหากระเป๋าเดินทางสูญหายหรือมีข้อขัดข้องในระหว่างการเดินทาง งานนี้เลยไม่ต้องกังวล สามารถสอยเสื้อหนาวและของใช้จำเป็นที่ต้องใช้ในช่วง 24 ชั่วโมงที่กระเป๋ายังมาไม่ถึงมาใช้โดยเบิกค่าใช้จ่ายจากบริษัทประกันได้เมื่อกลับเมืองไทย บริการแบบนี้ถือว่าสุดยอด ต้องขอบคุณ “คุณมด” อิศรศักดิ์ เทศรัตนวงศ์ จากเอไอจี ที่ช่วยแนะนำบริการดีๆ แบบนี้ให้

คราวนี้ก็เริ่มเดินทางได้แบบหายห่วงละ....

ร้านขายนาฬิกากุ๊กกู...สินค้าแฮนด์เมดขึ้นชื่อในเขตแบล็กฟอเรสต์.

จากแฟรงก์เฟิร์ต แวะเดินเที่ยวที่ไฮเดลแบร์ก หาอะไรรองท้อง มื้อกลางวัน ก่อนมุ่งหน้าสู่ ทิติเซ่ (Titisee) เมืองเล็กๆริมทะเลสาบในเขตป่าดำ

ชื่อเต็มของเมืองนี้ คือ Titisee-Neustadt เป็นเมืองตากอากาศเล็กๆ ทางตอนใต้ของเยอรมัน ชื่อทิติเซ่ เป็นชื่อของทะเลสาบเล็กๆ ที่มาจากชื่อของ จักรพรรดิโรมันองค์หนึ่ง คือ Titus

เราไปถึงทิติเซ่ราวบ่ายสามโมง อากาศกำลังสบาย แวะจิบช็อกโกแลตร้อนๆแก้หนาว ดอกไม้กำลังเริ่มบานรับฤดูร้อนที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

สำหรับคนที่มาเที่ยวที่ทิติเซ่ถ้าไม่ชอบการล่องเรือชมทะเลสาบ ก็อาจจะเดินทอดน่องชมทัศนียภาพของทะเลสาบที่มีฉากหลังเป็นป่าสนอยู่บนภูเขา ที่เรียกว่า แบล็กฟอเรสต์ นั่นละ

โรงแรมริมทะเลสาบ..ถูกจองเต็มในช่วงปลายฤดูหนาวและต้นฤดูร้อน.

สาเหตุที่เรียกว่า แบล็กฟอเรสต์ หรือป่าดำ ก็เพราะว่าพื้นที่เป็นป่านั้นอยู่สูงกว่าที่อื่นๆ ต้นไม้ส่วนใหญ่เป็นต้นสน ต้นคริสต์มาส ขึ้นอยู่อย่างหนาแน่น จนแสงแดดไม่สามารถส่องทะลุเข้าไปข้างในป่าได้อย่างทั่วถึง ทำให้เมื่อมองจากที่ไกลๆ จะเห็นป่าเป็นแนวทึบทะมึน จึงเป็นที่มาของชื่อเรียก Black Forest หรือ ป่าดำ

ไฮไลต์ของเมืองนี้ นอกจากเป็นเมืองต้นกำเนิดของเค้กแบล็กฟอเรสต์รสเลิศแล้ว ทิติเซ่ ยังเป็นแหล่งผลิต นาฬิกากุ๊กกู ที่ดีที่สุดในโลก นาฬิกากุ๊กกูที่เมืองทิติเซ่ ถ้าเป็นของแท้จะทำจากไม้สนแกะสลักถ่วงด้วยตุ้มน้ำหนัก มีฟังก์ชันการทำงานทั้งตีบอกเวลาบางเรือนมีนกร้อง กล่องดนตรี ตุ๊กตาเต้นรำ และคนเลื่อยไม้ เป็นสัญลักษณ์แสดงถึงวิถีชีวิตดั้งเดิมของชาวทิติเซ่

อาคารด้านหน้าของโรงแรมทำเป็นรุปนาฬิกากุ๊กกู.
นาฬิกากุ๊กกูแบบต่างๆ.

ราคาของนาฬิกากุ๊กกูขึ้นอยู่กับขนาดตัวเรือนและฟังก์ชันของนาฬิกา ราคาเริ่มต้นส่วนใหญ่จะอยู่ที่ประมาณ 170 ยูโรไปจนถึง 2,500 ยูโร ที่เมื่อคูณเป็นเงินไทยแล้วอาจรู้สึกว่าแพงจนแทบหงายหลัง แต่พอซื้อกลับมาเมืองไทย ถ้าใครเห็นและเช็กราคาในเมืองไทยให้แอบดีใจได้เลยว่าได้ของดีราคาถูกจากแหล่งผลิตมาจริงๆ อย่างเรือนที่ซื้อกลับมา ราคา 358 ยูโร คิดเป็นเงินไทยก็ตกประมาณ 12,600 กว่าบาท

ปรากฏว่ามาดูราคาที่เมืองไทยแบบเดียวกันแถมตัวเรือนเล็กกว่า ราคาปาเข้าไปเกือบ 40,000 บาท ไม่เสียแรงที่หอบหิ้วมาไกล....

นอกจากกุ๊กกูแฮนด์เมดแล้ว ตอนนี้ ทิติเซ่กำลังมีชื่อเสียงเพิ่มขึ้นอีกอย่างหนึ่ง คือการเป็นเมืองรีสอร์ตสุขภาพ ในการรักษาโรคหัวใจที่ติดอันดับโลก

คืนนี้ เราพักที่เมืองไบรท์เนา ห่างจากทิติเซ่เพียง 20 นาที ยังอยู่ในเขตแบล็กฟอเรสต์ โรงแรมที่พักน่ารักมาก อาคารด้านหน้าทำเป็นรูปนาฬิกากุ๊กกูด้วย...ส่วนตัวอาคารหลักของโรงแรมยังคงเป็นสไตล์บาวาเรียน ดินเนอร์คืนนี้เป็นปลาเทราต์ย่าง เสิร์ฟพร้อมไวน์ขาวและมันฝรั่งอบหอมกรุ่น เข้ากันดีกับอากาศหนาวเย็นแบบเบาๆบางๆในค่ำคืนอันอิ่มสุข

แม่น้ำรอยซ์...ในวันฟ้าหม่นและฝนตก.
โรงแรมในเมืองไบรท์เนา...สไตล์บาวาเรียน ด้านหลังเป็นทางรถไฟ

วันรุ่งขึ้น เราเดินทางเข้าสวิตเซอร์แลนด์ โชคไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก เพราะฝนตกตลอดทั้งวัน โดยเฉพาะที่ลูเซิร์น สะพานไม้ชาเปล (Chapel bridge) สะพานไม้ที่เก่าแก่ที่สุดในโลก ที่เป็นทั้งสัญลักษณ์และประวัติศาสตร์ของเมืองลูเซิร์นเลยดูหม่นเหงา...ไปบ้าง

ทั้งฝนทั้งลมกระหน่ำ ว่าจะเดินไปแวะเยี่ยมเยียนสิงโตหินแกะสลัก สัญลักษณ์แห่งความกล้าหาญ ซื่อสัตย์และจงรักภักดีของทหารสวิตเซอร์แลนด์ที่ไปรับจ้างฝรั่งเศสรบป้องกันพระราชวัง ในคราวปฏิวัติใหญ่สมัยพระเจ้าหลุยส์ที่ 16 แต่ดูเหมือนฟ้าฝนจะไม่เป็นใจเอาเสียเลย

ฝากไว้ก่อนนะสิงโต...รอให้ฝนหายจะแวะไปทักทายนะ....!!!!

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้