วันจันทร์ที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

มุมข้าราชการ 13/06/58

โดย ซี.12

สถานการณ์ทางการเมืองช่วงนี้พลิกผันไปมาเกินกว่าความคาดหมายจากท่าทีแบ่งรับแบ่งสู้ขานรับกับเสียงเรียกร้องให้จัดการปฏิรูปทางการเมืองให้เสร็จสรรพก่อนการเลือกตั้ง แต่พอเวลาผ่านไป พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ทำท่าเบื่อๆอยากๆเหมือนได้รับคำเตือนอะไรบางอย่าง ทำเอาสมัครพรรคพวกกลับลำแทบไม่ทัน...

อย่างไรก็ตาม เส้นทางการจัดทำ ประชามติ ก็เป็น หนทางที่เปิดกว้างอย่างคำอธิบายของ วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีที่เป็นมือกฎหมายตัวจริงว่า หลังการแก้ไข รัฐธรรมนูญชั่วคราว แล้ว สามารถ ทำได้ทั้งการรับ-ไม่รับ รัฐธรรมนูญ ไปจนถึงระยะเวลาในการปฏิรูป และเรื่องอื่นๆ...

อันที่จริงการทำประชามตินั้นไม่ว่าที่ใดๆในโลกเกิดขึ้นต่อเมื่อมีปัญหาสำคัญที่จะต้องตัดสินใจโดยเป็นปัญหาที่แม้กระทั่ง รัฐบาล หรือองค์กรที่มีหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินเองไม่อาจตัดสินใจได้ จึงต้องถามความเห็นจากประชาชน ซึ่งตามธรรมดาการถาม ประชามติ ที่ว่านั้นจะต้องเป็น ประเด็นเดียว หรือ คำถามเดียว และมีคำตอบอยู่เพียง 2 คำตอบ คือ เห็นด้วย หรือ ไม่เห็นด้วย...

อย่างกรณีตัวอย่างที่ผ่านมาในประเทศไทย การทำประชามติ รัฐธรรมนูญ 2550 ก็คือ รับ หรือ ไม่รับ ซึ่งผลออกมาคือ รับ จึงมีการประกาศใช้มาจนถึงวันที่ 22 พฤษภาคม 2557 ส่วนในต่างประเทศที่ผ่านมาไม่นานนักคือการทำประชามติถามประชาชนชาวสก็อตแลนด์ว่าจะ แยกประเทศ ออกจาก สหราชอาณาจักร อันประกอบด้วย อังกฤษ สก็อตแลนด์ เวลส์ และ ไอร์แลนด์เหนือ หรือไม่ ซึ่งผลการลงประชามติก็คือ ไม่แยก ซึ่ง รัฐบาลสก็อตแลนด์ ที่เป็นฝ่ายต้องการจะแยกตัวก็น้อมรับคำตัดสินของประชาชนและอยู่ร่วมกันต่อไปในสหราชอาณาจักร ไม่มีการถามแถมว่าถ้าแยกแล้วสถานะของ สก็อตแลนด์ จะเป็น ราชอาณาจักร หรือ สาธารณรัฐ...

ที่กำลังเป็นข่าวคราวล่าสุดคือการที่ อังกฤษ กำลังจะทำประชามติให้ประชาชนตัดสินใจว่าอังกฤษจะแยกตัวออกจาก สหภาพยุโรป หรือ อียู หรือไม่ ก็ถามเพียงแค่ว่า แยกหรือไม่แยก ไม่มีการถามต่อว่าถ้าแยกจะรออีกกี่ปีถึงแยกตัว ฉันใดก็ฉันนั้น การทำประชามติ รัฐธรรมนูญใหม่ จะต้องถามว่า เห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย ว่ากันแบบชาวบ้านคือ รับหรือไม่รับ เท่านั้น ไม่อาจจะถามต่อว่าถ้ารับจะให้ควรใช้เวลา 2 ปี เพื่อการปฏิรูปแล้วค่อย เลือกตั้งหรือไม่ หรือถ้าไม่รับจะให้ทำยังไง มันจะเข้ารกเข้าพงไปกันใหญ่ ...

มาว่ากันถึงเรื่องใกล้ตัวในแวดวงราชการปฏิกิริยาของ ประชาคมสาธารณสุข ที่เรียกร้องต้องการให้คืนตัว นพ.ณรงค์ สหเมธาพัฒน์ กลับสู่ตำแหน่ง ปลัดกระทรวงสาธารณสุข เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นวิถีคนกล้าที่ออกมาแสดง ให้สังคมราชการรับรู้ว่าคนดีอยู่ที่ไหนก็มีแต่ผู้คนหวนหาอาลัย ไม่อย่างนั้นคงไม่มีแนวร่วมมากมายขนาดนี้ต่อให้ รัฐมนตรี มีอำนาจล้นฟ้าก็ไม่อาจลบความทรงจำอันดีงามไปจากใจได้ ขอให้รอถึงวันสิ้นอำนาจแล้วจะรู้สึก...

นี่ก็เป็นรายการของคนดีมีฝีมือและความอดทนที่น่ายกย่องอย่าง กิตติพงษ์ ณ ระนอง อดีตเอกอัครราชทูต ณ กรุงวอชิงตัน สหรัฐอเมริกา ที่ถูกรัฐบาลที่แล้วใช้อคติย้ายลดชั้นลดศักดิ์ศรีลงมาเรื่อยๆ จนถูกส่งไปเป็น ทูตลิเบีย ที่ถือกันว่าเป็นสถานทูตสำหรับคนที่ขึ้นใหม่ มาถึงตอนนี้ ท่านทูตกิตติพงษ์ ซึ่งได้รับคืนความเป็นธรรมด้วยการเป็นเอกอัครราชทูตวิสามัญประจำสหราชอาณาจักรบริเตนใหญ่และไอร์แลนด์เหนือ เรียกง่ายๆก็คือ ทูตลอนดอน ซึ่งเมื่อ 2-3 วันก่อนนี่เองที่สำนักข่าวต่างประเทศรายงานภาพข่าวการเข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระบรมราชินีนาถ เอลิซาเบธ ที่ 2 เพื่อถวายพระราชสาส์นตราตั้งอย่างเป็นทางการ...

ปรีชา สุวรรณทัต อาจารย์พิเศษ สังกัดคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งให้ดํารงตําแหน่ง ศาสตราจารย์พิเศษ สาขาวิชากฎหมายมหาชน สังกัดคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นี่เป็นแบบอย่างของ นักวิชาการ ที่ผันตัวเองไปลงสนามการเมืองอยู่ระยะหนึ่งแล้ววันหนึ่งก็พบว่าไม่ใช่วิถีทางที่ถนัดจึงหวนกลับมาสู่ที่ตั้งดั้งเดิมอย่างมีเกียรติ...

“ซี.12”

12 มิ.ย. 2558 10:07 ไทยรัฐ