วันอาทิตย์ที่ 22 เมษายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ส่งสัญญาณปรับทีมเศรษฐกิจ

โดย สายล่อฟ้า

ใน 7 ประเด็นที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม รัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวปี 2557 นั้น มีอยู่ประเด็นหนึ่งที่น่าสนใจไม่น้อยคือ คุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของ สนช. จากเดิมระบุว่า ต้องไม่เคยถูกถอดถอนสิทธิเลือกตั้ง ให้เป็นไม่อยู่ระหว่างการเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง

จึงทำให้บุคคลที่เคยถูกเพิกถอนเข้ามาเป็น สนช.กรรมการอื่นหรือ ครม.ได้ ยกเว้นถูกตัดสิทธิจากคดีทุจริตยังถูกห้ามอยู่

นั่นก็หมายความว่าบรรดาบ้านเลขที่ 111-109 ที่ถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง จากการยุบพรรคสามารถเข้ามาร่วมงานกับ คสช.ได้

อยู่ที่ว่าจะเข้ามาอยู่ในจุดไหนเท่านั้น

เรียกว่าเป็นการเปิดกว้างให้บุคคลที่มีความรู้ความสามารถ แม้จะเป็นนักการเมืองก็เข้ามาร่วมงานกันได้

คนหนึ่งที่ชัดเจนก็คือ ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรัฐมนตรีหลายกระทรวง รองนายกฯฝ่ายเศรษฐกิจสมัยที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เป็นนายกฯรัฐบาลพรรคเพื่อไทย จนกระทั่งพรรคถูกยุบและถูกเว้นวรรคทางการเมือง

จากนั้นได้ลาออกจากพรรค เพราะแนวคิดทางการเมืองและแนวทางการทำงานที่ต่างกัน จึงกลายเป็นว่าต่างคนต่างอยู่ต่างคนต่างทำ

ดร.สมคิดได้แสดงความคิดเห็นทั้งด้านการเมืองและด้านเศรษฐกิจมาตลอด ในการปาฐกถาในวาระต่างๆ ด้วยความเป็นห่วงเป็นใย

แม้จะถอยห่างการเมือง แต่ก็ยังทำงานการเมืองในลักษณะนี้

จนกระทั่ง คสช.ได้เข้ามาควบคุมอำนาจการปกครองประเทศ ดร.สมคิดจึงถูกแต่งตั้งให้เป็นที่ปรึกษา คสช.ฝ่ายต่างประเทศ และสุดท้ายก็ได้เป็น 1 ใน คสช.เต็มตัว โดยทำหน้าที่ให้คำปรึกษาในด้านต่างๆ แม้กระทั่งด้านเศรษฐกิจ

เพียงแต่ไม่ได้แสดงความเห็นโดยตรง แต่ได้ผ่านช่องทางรองนายกฯ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ ซึ่งเป็นตัวเชื่อมประสาน

เพราะเกรงว่าจะเกิดปัญหากับทีมเศรษฐกิจที่มี ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกฯหัวหน้าฝ่ายเศรษฐกิจ

ซึ่งส่วนใหญ่แล้วแนวคิดจะไม่ตรงกัน

ความจริงแล้ว ครม.ชุดนี้ ดร.สมคิดมีโอกาสที่จะได้เป็นรัฐมนตรี แต่เผอิญด้วยข้อห้ามดังกล่าว ทำให้ไม่สามารถแต่งตั้งโดยที่ไม่มีใครคิดมาก่อน
หรือแม้กระทั่งการเสนอชื่อ นายอดิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ อดีตผู้จัดการใหญ่ธนาคารกรุงไทย ให้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ซึ่ง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯเห็นชอบแล้ว แต่สุดท้ายก็มีมือดีเขี่ยทิ้งตัดชื่อออกไป

ด้วยข้อหาเคยเดินทางไปพบ พ.ต.ท.ทักษิณ ทั้งๆที่ข้อเท็จจริงไม่ได้เป็นไปเช่นนั้น ทำให้นายสมหมาย ภาษี ได้เป็นรัฐมนตรีคลังแทน

พูดง่ายๆ ว่านี่ขนาด คสช.คุมอำนาจก็ยังเกิดเหตุเช่นนี้ได้

ในท่ามกลางปัญหาเศรษฐกิจที่เป็นจุดอ่อนของรัฐบาลชุดนี้ด้วยคะแนนที่ “สอบตก” แม้จะอ้างว่าเกิดจากผลพวงจากรัฐบาลชุดที่แล้ว ผลกระทบจากเศรษฐกิจโลก หนี้สินครัวเรือนที่ซ้ำเติมเข้าไปอีก

หากปล่อยให้เป็นไปอย่างนี้ย่อมไม่เกิดผลดี หรือที่คิดจะต่ออายุไปอีก 2 ปีนั้น ปัญหาเศรษฐกิจจะมีผลต่อความเชื่อมั่นเชื่อถืออย่างไม่ต้องสงสัย

เมื่อมาถึงจุดนี้แล้วจากการที่ พล.อ.ประยุทธ์ปฏิเสธมาตลอด ว่ายังไม่มีการปรับทีมเศรษฐกิจ จะด้วยความเกรงใจหรืออะไรก็ตาม ย่อมมิอาจปฏิเสธความจริงได้

ถ้าไม่ปรับเปลี่ยนทีมเศรษฐกิจใหม่ ไม่ว่ารัฐบาลหรือ คสช.ก็อยู่ลำบากครับ...

“สายล่อฟ้า”

12 มิ.ย. 2558 09:39 ไทยรัฐ