วันพุธที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ฝันของฝน เต้นกินรำกิน แดนเซอร์ถึงโปรดิวเซอร์

ฝันของฝน เต้นกินรำกิน แดนเซอร์ถึงโปรดิวเซอร์

  • Share:

ขึ้นเวทีครั้งแรก เมื่อ 23 ปีที่แล้ว เป็นแดนเซอร์ให้พี่นิด อรพรรณ พานทอง เจ็ดสีคอนเสิร์ต

ตื่นเต้นมากถึงกับเต้นผิด ตอนนั้นอายุ 17 ปี เด็กที่สุดในบรรดาแดนเซอร์ทั้งหมด แล้วพี่นิดก็ดังมากด้วย คนดูก็เยอะ ตอนหลังมาดูเทปเห็นตัวเองเต้นผิดอยู่คนเดียว

นี่คือคำบอกเล่าของฝน พชร แก้วน้อย อายุ 41 ปี โปรดิวเซอร์โชว์ โรงเบียร์เยอรมันตะวันแดง เลียบทางด่วนรามอินทรา แวดวงงานบันเทิงนับฝนเป็นโชว์โปรดิวเซอร์ระดับแถวหน้า

เรียนโรงเรียนสายน้ำผึ้ง ชั้น ม.ต้น วันหนึ่งเลิกเรียนนั่งรถเมล์มาลงที่สนามกีฬาแห่งชาติ เดินผ่านตึกนิมิบุตร เห็นคนเล่นยิมนาสติก รู้ว่าทุกอย่างฟรีหมด เกิดสนใจจึงไปสมัครเรียน

เรียนยิมนาสติกลีลาทุกวันเป็นเวลา 3 ปี จบ ม.3 ช่วงปิดเทอม ครูสอนยิมนาสติกชวนไปทำงานที่สวนสยาม ตื่นเช้านั่งรถเมล์จากมาบุญครองไปสวนสยาม เข้างานแปดโมงไปยืนหน้าประตู

แล้วพูดคำว่า “สวัสดีค่ะ สวนสยามยินดีต้อนรับค่ะ สวนน้ำทางนี้นะคะ”

ตอนเย็นมีครูมาสอนเต้น เพื่อโชว์ส่งลูกค้ากลับบ้าน ตลอด 3 เดือน ได้เงินเดือนมา 4,500 บาท ตอนนั้นดีใจมาก

หมดจ๊อบ ไปเรียนต่อ ปวช.ที่พณิชยการสีลม จบบัญชี พยายามต่อปริญญาตรีอีก 2 ปี ก็ไม่ได้ต่อสักที

ที่พาณิชยการสีลมนี่เอง รุ่นพี่แดนเซอร์ดึงเข้าวงการ ฝนได้ไปเต้นให้ศิลปินหลายคน ดังๆ ชนิดที่เต้นไปใจเต้นไป อย่างพี่เบิร์ด ธงไชย แมคอินไตย์ ลูกน้ำ พาเมล่า และศิลปินส่วนใหญ่ของค่ายอาร์เอส

เต้นในคอนเสิร์ตของแร็พเตอร์ เคยเป็นสแตนด์อินให้กับแอนเดรีย สวอเรซ บนเวทีคอนเสิร์ต

“เมื่อก่อนแดนเซอร์มีไม่เยอะเหมือนสมัยนี้” ฝนว่า

เต้นมาตั้งแต่อายุ 17 พออายุ 30 ปี รู้สึกว่า 13 ปี นานไป ไม่อยากเต้นแล้ว มีเด็กใหม่ไฟแรงเข้ามาเยอะ ตัดสินใจไม่รับงาน ไปอยู่กับเพื่อนที่อเมริกา 3 เดือนกลับเมืองไทย แบกน้ำหนักมาอีก 10 กิโล

ด้วยความที่ยังมีคอนเนกชั่นในวงการเพื่อนๆก็เอางานมาให้เรื่อยๆ เป็นคนชอบคิด ชอบดัดแปลง ทำให้กลายเป็นโคโรกราฟ คนออกแบบท่าเต้นไปโดยไม่รู้ตัว

อายุ 38 แล้ว ฝนเริ่มมองตัวเองอีกครั้ง ยังสร้างตัวไม่ได้

พยายามทำอะไรหลายๆอย่าง เปิดผับก็เปิดมาแล้ว ร้านทำผมก็เปิดแล้ว ไปเรียนทำเล็บแต่งเล็บอะคริลิก ก็ทำมาหมดแล้ว

มาถึงตอนนี้ ทำร้านอาหารพร้อมๆกับงานโปรดิวเซอร์โชว์โรงเบียร์

งานของฝน คือทำโชว์เป็นคอนเสิร์ตตอนกลางคืน คิดธีมงาน... ตั้งแต่เพลงที่ 1 จนถึงเพลงที่ 20 ทำยังไงให้ลูกค้าสนุก งานนี้ดูเหมือนง่าย แต่ไม่ง่าย ฝนมีโคโรกราฟอีก 2 คนช่วยคิดท่าเต้น

ทำเสร็จก็จะเข้าไปในห้องซ้อม ดูว่าโอเคไหม อันนี้ได้ ถ้าไม่ได้ก็แก้

ทุกวันอังคารและวันศุกร์ ฝนไปดูน้องๆแดนเซอร์ซ้อมเต้นตามเพลง ทุกเดือนจะเพิ่ม 2 โชว์ และทุกวันตอน 2 ทุ่ม ฝนจะเข้าไปทำงานที่โรงเบียร์ เพื่อดูการทำงานของน้องๆ

การคิดโชว์ต้องทำยังไง ฝนว่าบางทีหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็ดูยูทูบ มีโชว์อะไร บางอันคนดูอาจจะมองก๊อบปี้ แต่เราก็เอามาดัดแปลงให้เข้ากับแดนเซอร์ของเราให้เข้ากับลูกค้าที่ดูเรา

“ในสถานบันเทิงจะทำอะไรที่ตีโจทย์ยากๆไม่ได้” ฝนว่า “เขามาสนุก มาดูอะไรที่บันเทิง ไม่ต้องคิดมาก”

ฝนได้ชื่อเป็นคนทำโชว์ตลกที่คนชอบมาก บางโชว์อยู่ได้นานถึงสี่ห้าปี แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับตัวนักแสดงด้วย ตลกของฝนคือตลกในเพลง โรงเบียร์เด็กเข้าได้ จะไม่ตลกทะลึ่ง เสื้อผ้าแดนเซอร์ก็ไม่โป๊

โชว์บางโชว์อยู่ที่ความนิยมและการเข้าออกของคนแสดง ไม่ว่าจะเป็นนักร้องหรือแดนเซอร์ โชว์บางโชว์เราทำให้คนนี้ พอคนนี้ออกไป โชว์นั้นก็อาจต้องโละไป หรือบางครั้งความนิยม เล่นกี่ครั้งคนก็ยังชอบ เราก็ทิ้งไม่ได้

“ที่อยู่ได้นานๆ ก็น่าจะเป็นคอมเมดี้” ฝนว่า

เวลาคิดโชว์รู้สึกว่าตันไหม ฝนบอกว่า อยู่โรงเบียร์มาเป็นปีที่ 8 แล้ว ไม่กลัวตัน ทุกอย่างสามารถจะไปต่อไปๆ ได้เรื่อยๆ

โรงเบียร์ที่ฝนทำงานมีโคโรกราฟหลายคน ไอเดียมาจากฝนก็จริง แต่บางครั้งพอมารวมกับโคโรกราฟคนนั้น แนวก็จะเปลี่ยนไป ตรงนี้ทำให้ไม่เหมือนใคร

ฝนไม่เคยไปดูโชว์ร้านอื่น คิดว่าโรงเบียร์เป็นเวทีที่อลังการที่สุดแล้ว ฝนมีเหตุผล ถ้าไปดูแล้วเกิดภาพจำ โชว์นี้คนอื่นทำแล้ว ก็จะไม่กล้าทำ

“พูดตรงๆ ไม่ได้ดูกันเอง ดูจากยูทูบ อย่างเสื้อผ้าแอลอีดีก็มาจากเมืองนอก แต่อยู่ที่ใครจะแตกไปเป็นโชว์ยังไง” ฝนว่า

โชว์ระดับโลกเคยเอามาปรับใช้ แต่บางโชว์แทบจะไม่ได้ เพราะยิ่งใหญ่เกินกว่าที่เราจะทำ

ละครเวทีก็ตามไปดู ดูแสงสีเสียง การนำเสนอของละครนั้นๆ ก็เอามาปรับใช้ได้

ฝนเคยไปเปิดหูเปิดตาดูโชว์ต่างประเทศ 3 ปี จะเก็บเงินไปอเมริกา มีโชว์ตรงไหนก็ไปดู หลักๆ คือลาสเวกัส ไปลาสเวกัสก็ไปนอนกับน้อง ไปนิวยอร์กก็ไปนอนกับพี่สาว เขาก็ช่วยหาบัตรให้ 

ฝนหุ้นกับเพื่อนทำธุรกิจให้เช่าสตูดิโอสำหรับแดนเซอร์หรือคนที่รักเต้น มี 2 ไซส์ 11 คูณ 9 กับ 10 คูณ 4 อยู่เลียบทางด่วนรามอินทรา ในปั๊มน้ำมันบางจาก ชั้น 2 ก่อนถึงซีดีซี

หากถือว่านี่คือความสำเร็จในชีวิต ฝนก็อยากฝากบทเรียน

“คอนเนกชั่นก็สำคัญมาก บางคนเก่งมาก แต่โอกาสทำงานไม่มี ก็จบ”

ตัวฝนเอง ถ้าไม่ได้ทำโรงเบียร์ หรือไม่รู้จักเพื่อนๆ ที่ทำออกาไนซ์...ก็จบเหมือนกัน

สมัยนี้โอกาสสำคัญกว่า เราโชคดีที่มีโอกาส ก็พยายามรักษาโอกาสนั้นไว้ให้ดีที่สุด อาชีพนี้เหมือนพรหมลิขิต จากเด็กที่ไม่มีอะไรเลย แม้แต่เงินขึ้นรถเมล์

แต่วันนี้เรามีบ้าน มีรถ มีสังคม

ฝนยังไม่มีบ้านหลังละ 10 ล้าน แต่ก็มีบ้านที่ให้พ่อแม่อยู่ ไม่ได้มีรถคันละห้าหกล้าน แต่ก็มีขับ ป่วยมีเงินหาหมอ วันนี้ถือว่ามาไกลมากแล้ว ไม่แค่มาไกล ฝนยังมาได้ถูกที่ถูกทาง ทางที่เคยฝัน

ตอนเด็กๆ ครูถามโตขึ้นอยากทำอาชีพอะไร

ฝนตอบว่า อาชีพเต้นกินรำกิน

ฝนตอบไปตามความจริงในหัวใจ ตอนเด็กเป็นคนชอบรำ

คำว่าเต้นกินรำกิน สมัยหนึ่งมีคนมองไม่มีเกียรติ แต่สำหรับฝน คำเต้นกินรำกิน เป็นคำศักดิ์สิทธิ์ เป็นคาถาเข้มขลัง ที่ช่วยให้ฝนมีกินมีใช้ อยู่สุขสบายมาถึงวันนี้.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้