วันศุกร์ที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
ขวางลําปรับครม. ‘อุ๋ย’ ตีกัน ‘สมคิด’ (ชมคลิป)

ขวางลําปรับครม. ‘อุ๋ย’ ตีกัน ‘สมคิด’ (ชมคลิป)

  • Share:

‘วิษณุ’ ปัดเปล่ารวบรัด ดันแก้รธน. 3 วาระรวด บิ๊กตู่บอกผู้นําสิงคโปร์ ไทย ‘เลือกตั้ง’ แน่ปี 59

“พรเพชร” เด้งดึ๋ง นัด สนช.ถกแก้ รธน.ชั่วคราวสามวาระรวด “วิษณุ” ปัดไม่ได้รวบรัดเปิดประตูรอรับก๊วนบ้านเลขที่ 111-109 ร่วมวงอำนาจ กมธ.ยกร่างฯยังหัวชนฝายึดหลักการเดิม เสียงประชาชนชี้เปรี้ยงต้องการนายกฯ-ส.ว.เลือกตั้ง-สภาขับเคลื่อนปฏิรูปฯ “ภุชงค์” เผยประชามติต้องกา 3 บัตร ยึดเสียงข้างมากของผู้มาใช้สิทธิ ปชป.ถามหานิยามปฏิรูปเพื่ออะไร เหน็บ คสช.คิดอยู่ยาวให้กล้าๆหน่อย “สุชน” ดักคอไม่คิดคืนอำนาจให้ประชาชน จี้แจงแก้ประเด็นกระทบพระราชอำนาจ “ปึ้ง” เตือนผู้นำต้องมองคนให้ขาด “ยงยุทธ” ปัดปูทางปรับ ครม. “หม่อมอุ๋ย” ตีกัน “สมคิด” เสียบ “บุญทรง” วาง 20 ล้านประกันตัว “บิ๊กโด่ง” รับหนักใจ นศ.เห็นต่าง “บิ๊กตู่” แจง “ลีเซียนลุง” เลือกตั้งได้ปี 59

ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้ความเห็นชอบแก้ไขใน 7 ประเด็น ส่งถึงมือนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) แล้ว พร้อมเรียกประชุม สนช. วันที่ 18 มิ.ย. เพื่อพิจารณา 3 วาระรวดให้เสร็จภายในวันเดียว

สนช.เด้งดึ๋งนัดถกสามวาระรวด

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 11 มิ.ย.ที่รัฐสภา นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) แถลงว่า ได้รับร่างขอแก้ไขเพิ่มรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว 2557 จากคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้ว ซึ่งตามรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวมาตรา 46 กำหนดให้ สนช.พิจารณาให้เสร็จภายใน 15 วันนับแต่วันที่ได้รับร่าง ซึ่งจะสิ้นสุดวันที่ 25 มิ.ย. จึงเรียกประชุม สนช. วันที่ 18 มิ.ย. เพื่อพิจารณาเรื่องดังกล่าว 3 วาระรวด พยายามให้เสร็จในวันเดียว โดยเชิญตัวแทน ครม.และคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ซึ่งมีอำนาจเต็มในการตัดสินใจเข้าร่วมประชุมด้วย อาจมีบางประเด็นต้องประชุมลับ หากสมาชิกมีประเด็นที่ต้องการแก้ไข สามารถสอบถามความเห็นจากผู้แทนได้ แต่หากผู้แทน ครม. และ คสช.ไม่เห็นด้วย และยืนยันตามร่างเดิม ก็ต้องยึดตามนั้น

ฟันโชะ 6 ประเด็นหลักที่ปรับแก้

นายพรเพชรกล่าวว่า สำหรับเนื้อหาในร่างแก้ไขมีทั้งหมด 6 ประเด็น ส่วนประเด็นที่ 7 เป็นการขอปรับแก้ไขถ้อยคำ ซึ่งสรุปได้ 3 ประเด็นหลัก คือ 1.ขอแก้ไขมาตรา 8 (4) เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ที่เคยถูกเพิกถอนสิทธิทางการเมือง ไม่ว่าจะเป็นสมาชิกบ้านเลขที่ 111 และ 109 ให้มีสิทธิเป็น สนช. รวมถึงตำแหน่งอื่น 2.เรื่องการแก้ไขการถวายสัตย์ต่อหน้าพระมหากษัตริย์ สามารถถวายต่อองค์รัชทายาทหรือผู้แทนพระองค์ได้ และ 3.กำหนดให้ทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ โดยให้ยึดถือเป็นหลักการ ไม่ว่าจะเป็นฉบับของนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธาน กมธ.ยกร่างรัฐธรรมนูญ ถ้าผ่าน สปช.ก็ต้องไปทำประชามติ หรือถ้าไม่ผ่าน สปช. แล้วมีการตั้งคณะกรรมการ 21 คนขึ้นมาร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ก็ต้องไปทำประชามติเช่นกัน ส่วนการกำหนดให้ทำประชามติเรื่องอื่นๆด้วยนั้น เนื่องจากร่างรัฐธรรมนูญไม่ได้ให้ถามว่ารัฐบาลอยู่ต่อหรือไม่ แต่เป็นการให้ สปช.และ สนช.ตั้งคำถาม ไม่เกี่ยวกับการต่ออายุรัฐบาล

หลักการเปิดช่องทำประชามติ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เนื้อหาร่างแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ที่ ครม.และ คสช.ส่งให้ สนช.พิจารณา มีทั้งสิ้น 7 ประเด็น 9 มาตรา โดยมีหลักการและเหตุผล เพื่อกำหนดวิธีการจัดทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญและบทบัญญัติอื่นให้เหมาะสมยิ่งขึ้น มีประเด็นที่น่าสนใจ คือ มาตรา 3 ให้ยกเลิกความใน (4) ของมาตรา 8 เกี่ยวกับคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามของ สนช. จากเดิมกำหนดให้คนที่เป็น สนช. ต้องไม่เคยถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง เป็นไม่อยู่ในระหว่างถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ส่วนมาตรา 4 ให้เพิ่มเติมข้อความเป็นวรรคหก ของมาตรา 19 การถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระมหากษัตริย์ตามรัฐธรรมนูญหรือกฎหมาย พระมหากษัตริย์จะโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้กระทำต่อพระรัชทายาท ซึ่งบรรลุนิติภาวะแล้ว หรือต่อผู้แทนพระองค์ก็ได้

สอดไส้ประเด็นอื่นไปด้วยก็ได้

ขณะที่มาตรา 5 ให้แก้ไขเพิ่มเติมในมาตรา 37 เพื่อขยายเวลาการพิจารณาแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ ของ กมธ.ยกร่างฯ ได้อีกไม่เกิน 30 วัน จากเดิมที่กำหนดพิจารณาให้เสร็จภายใน 60 วัน และเมื่อ สปช.ให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญ ให้แจ้ง ครม.ทราบ เพื่อแจ้งต่อคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ดำเนินการให้มีการออกเสียงประชามติ โดย สปช.หรือ สนช.จะมีมติเสนอประเด็นอื่นใดที่สมควรจัดให้มีการออกเสียงประชามติเพิ่มเติมพร้อมไปในคราวเดียวกันด้วย สภาละไม่เกินหนึ่งประเด็นก็ได้ โดยให้ กกต.ดำเนินการจัดทำประชามติไปในคราวเดียวกันกับการจัดทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ ให้ กกต.ประกาศกำหนดวันออกเสียงประชามติโดยต้องไม่เร็วกว่า 30 วันแต่ไม่ช้ากว่า 45 วันนับแต่วันที่ กกต.ส่งร่างรัฐธรรมนูญให้แก่ผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติได้ไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ของครัวเรือนทั้งหมดที่ผู้มีสิทธิออกเสียงประชามติมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน

ตีกรอบ สปช.พ้นวงจรร่าง รธน.

มาตรา 6 ในกรณีที่เสียงข้างมากของผู้ออกเสียงประชามติ เห็นชอบด้วยกับประเด็นดังกล่าว แต่บทบัญญัติของร่างรัฐธรรมนูญไม่สอดคล้องกับผลการออกเสียงประชามติ ให้ กมธ.ยกร่างฯแก้ไขร่างใหม่ให้สอดคล้องกับผลการออกเสียงประชามติ ให้แล้วเสร็จใน 30 วัน แล้วส่งร่างให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาว่าเป็นการชอบด้วยกับผลการออกเสียงประชามติหรือไม่ หากศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้วเห็นว่าไม่สอดคล้อง ต้องส่งร่างให้ กมธ.ยกร่างฯปรับแก้ใหม่ภายใน 15 วัน นับแต่วันที่ศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัย และมาตรา 7 กำหนดให้ สปช.ต้องเป็นอันสิ้นสุดลง ไม่ว่าจะในกรณีพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญไม่เสร็จภายในเวลาที่กำหนด หรือลงมติให้ความเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญก็ตาม และให้ กมธ.ยกร่างฯเป็นอันสิ้นสุดลงด้วย

ดันสภาขับเคลื่อนปฏิรูปฯลุยต่อ

ส่วนมาตรา 8 ให้เพิ่มเติมข้อความว่า เมื่อ สปช.สิ้นสุดลง ให้มีสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศแทน มีสมาชิก 200 คน โดยนายกฯเป็นผู้แต่งตั้ง และเมื่อ กมธ.ยกร่างฯต้องสิ้นสุดลงไม่ว่าในกรณีใด ให้หัวหน้า คสช. แต่งตั้งผู้ที่จะมายกร่างรัฐธรรมนูญฉบับต่อไป โดยให้ใช้ชื่อ “กรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญ” มีสมาชิกจำนวน 21 คน และยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้แล้วเสร็จภายใน 6 เดือน จากนั้นต้องนำไปทำประชามติอีกครั้ง และมาตรา 9 เมื่อ สนช.ให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมแล้ว ให้นายกฯนำขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายภายใน 15 วันเพื่อพระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธย และเมื่อประกาศในราชกิจจานุเบกษาแล้วให้ใช้บังคับได้ โดยให้นายกรัฐมนตรีลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ

“วิษณุ” ปัด สนช.รวบรัด 3 วาระ

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การประชุม สนช. วันที่ 18 มิ.ย. ทั้ง ครม. และ คสช.จะเข้าร่วมประชุมด้วย ซึ่งตนจะไปเป็นตัวแทน ครม.ชี้แจงหลักการและเหตุผลการแก้ไข โดยเปิดให้สมาชิก สนช.อภิปราย จากนั้น สนช.จะมีการลงมติ และการพิจารณาแบบ 3 วาระรวด ไม่ได้เป็นการรวบรัดในวันเดียว เพราะในอดีตวุฒิสภาเคยทำมาแล้วตอนพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี เมื่อถามว่าการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญดังกล่าว จะมีโอกาสที่นักการเมืองบ้านเลขที่ 111 และบ้านเลขที่ 109 จะมาเป็นสมาชิกสภาขับเคลื่อนปฏิรูปได้หรือไม่ นายวิษณุตอบว่า ตอบไม่ได้ เป็นเรื่องของคนมีอำนาจแต่งตั้ง แต่เมื่อเปิดทางไว้อย่างนี้ให้รู้ว่าทุกอย่างเป็นไปได้ เมื่อก่อนมันปิดทาง แต่มาคิดกันภายหลังว่าการปิดไว้อย่างนั้นจะเหมือนมีอคติ

อ้าซ่ารอรับบ้านเลขที่ 111–109

นายวิษณุกล่าวต่อว่า ส่งสัญญาณว่าไม่ได้อคติ ไม่เหมือน 6-8 เดือนก่อนที่มองหน้ากันไม่สนิท หากเปิดไว้แล้วจะตั้งหรือไม่ตั้งยังพอได้ ซึ่งมีส่วนช่วยสร้างความปรองดอง แต่บางคนอาจไม่ได้ยินดียินร้ายอะไร ตั้งให้เป็นเขาอาจไม่เป็นก็ได้ เมื่อถึงเวลาสภาขับเคลื่อนปฏิรูปประเทศ อาจจะเห็นคนหน้าแปลกๆเข้ามาก็ได้ สำหรับเรื่องการถวายสัตย์ปฏิญาณ สาเหตุที่ต้องเขียนเอาไว้ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราว เพราะ กมธ.ยกร่างฯได้เขียนในร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ด้วย ไม่อย่างนั้นจะกลายเป็นว่า กว่าจะมีผู้แทนพระองค์ไปรับการถวายสัตย์ปฏิญาณได้ ต้องรอให้มีรัฐธรรมนูญใหม่ก่อน ซึ่งไม่รู้ว่าเดือนไหน ในระหว่างนี้ควรจะใช้ในหลักเดียวกัน

โต้วุ่นไม่มีใบสั่งให้ สปช.คว่ำ รธน.

นายวิษณุกล่าวว่า ส่วนคำถามอื่นที่จะเสนอให้ถามในการทำประชามติด้วยนั้น คำถามที่จะให้รัฐบาลปฏิรูปประเทศก่อนเลือกตั้ง 2 ปีนั้นถามได้ แต่ต้องโหวตกันและเอาชนะกันให้ได้ในที่ประชุม สปช.ก่อน แต่ไม่ใช่โยนเผือกร้อนให้รัฐบาล สมมติเกิดทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญแล้วไม่ผ่าน พอไปร่างใหม่ใช้เวลา 6 เดือน ไปทำประชามติอีกหนปลายปี ไปถามเพิ่มเติมวันนั้นอีกได้ เมื่อถามว่า 2 พรรคการเมืองใหญ่ออกมาตั้งข้อสังเกตว่า สปช.จะโหวตคว่ำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ นายวิษณุตอบว่า ไม่ทราบ ไปคาดคะเนอย่างนั้นไม่ได้ ต้องรอดู กมธ.ยกร่างฯปรับแก้ก่อน ถ้าออกมาดูดีไม่รู้จะไปคว่ำทำไม และยืนยันว่าไม่มีใบสั่งจาก ครม.และคสช.ให้คว่ำร่างรัฐธรรมนูญ

ยกร่างฯหัวชนฝายึดหลักการเดิม

ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญ มีนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ ประธาน กมธ.ยกร่างฯ เป็นประธานการประชุม เพื่อพิจารณาปรับปรุงและแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญ โดยที่ประชุมได้ข้อสรุปเกี่ยวกับประเด็นว่าด้วยพลเมือง ซึ่งมีข้อเสนอให้ตัดและปรับบทบัญญัติ จะคงคำว่าพลเมืองไว้ในร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แต่จะปรับจัดวางถ้อยคำให้เหมาะสมกับเนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญ คือจะไม่บัญญัติคำว่าพลเมืองแทนคำว่าประชาชนทุกมาตรา ซึ่งประเด็นที่ประชาชนต้องเข้ามามีส่วนร่วมในฐานะพลเมืองนั้น กมธ.ยกร่างฯได้ตั้งคณะทำงานเพื่อพิจารณาทำเป็นข้อสังเกตแนบไปกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ด้วย

พล.ท.นาวิน ดำริกาญจน์ โฆษก กมธ.ยกร่างฯ ให้สัมภาษณ์ว่า เบื้องต้น กมธ.ยกร่างฯจะพิจารณาประเด็นคำขอแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญของ สปช. และ ครม. ซึ่งการพิจารณายังเป็นไปตามโครงสร้างเสาหลักของร่างรัฐธรรมนูญที่กำหนดไว้ เพราะหากไม่ยึดตามโครงสร้างหลักจะเท่ากับเป็นการรื้อใหม่ทั้งหมด

ชี้เปรี้ยงต้องนายกฯ–ส.ว.เลือกตั้ง

นายประชา เตรัตน์ กมธ.ยกร่างฯ แถลงผลสำรวจความคิดเห็นประชาชนครั้งที่ 1 โดย กมธ.การมีส่วนร่วมและรับฟังความเห็นของประชาชน ว่า จากการร่วมมือกับมหาวิทยาลัยราชภัฏทั่วประเทศ สำรวจความเห็นประชาชนจำนวน 26,708 คน พบว่า ร้อยละ 77.5 เห็นว่านายกรัฐมนตรีควรมาจาก ส.ส. ขณะที่ร้อยละ 61.8 เห็นว่าควรมี ส.ส.แบบแบ่งเขต 250 คน ร้อยละ 63.85 เห็นว่าผู้สมัคร ส.ส.ต้องสังกัดพรรคการเมืองหรือกลุ่มการเมือง ส่วนที่มา ส.ว. ร้อยละ 57.47 เห็นว่า ส.ว.ควรมาจากการเลือกตั้งทั้งหมด ส่วนร้อยละ 31.37 เห็นว่าควรมาจากเลือกตั้งและสรรหา มีเพียงร้อยละ 11.16 ที่เห็นว่าควรมาจากการสรรหา นอกจากนี้ร้อยละ 82.85 เห็นว่าควรมีสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศและคณะกรรมการยุทธศาสตร์ชาติ มีเพียงร้อยละ 17.15 เห็นว่าไม่ควรมี

“ภุชงค์” เผยประชามติใช้ 3 บัตร

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี หารือร่วมกับตัวแทน 3 หน่วยงาน ประกอบด้วย นายภุชงค์ นุตราวงศ์ เลขาธิการ กกต. นายกฤษฎา บุญราช อธิบดีกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย และตัวแทนสำนักงบประมาณ เพื่อกำหนดแนวทางและเตรียมความพร้อมการออกเสียงทำประชามติรับหรือไม่รับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยใช้เวลา 2 ชั่วโมง จากนั้นนายภุชงค์เปิดเผยว่า จากการแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว กำหนดให้ กกต.ดำเนินการร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ โดยจะมีการออกประกาศ กกต.เกี่ยวกับวิธีการดำเนินการว่าจะใช้บัตรกี่ใบ หีบบัตรอย่างไร และใช้ พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ ที่เกี่ยวกับการกำหนดบทลงโทษผู้กระทำความผิด ขณะที่การเปิดโอกาสให้ตั้งคำถามอื่นจาก สนช. และ สปช.อาจต้องใช้บัตรลงคะแนนถึง 3 บัตร ถ้าใช้บัตรใบเดียวจะเกิดความสับสนได้ โดยจะใช้บัตรและหีบบัตรมีสีฉูดฉาดแตกต่างกัน งบประมาณคิดไว้ประมาณ 2,600 ล้านบาท แต่ไม่ถึง 3,000 ล้านบาท ส่วนวันลงมติคาดว่าเป็นวันที่ 10 ม.ค.59

ยึดเสียงข้างมากผ่านประชามติ

เมื่อถามว่าจะเปิดโอกาสให้ฝ่ายการเมืองรณรงค์การออกเสียงประชามติหรือไม่ นายภุชงค์ กล่าวว่า ขึ้นอยู่กับฝ่ายความมั่นคง รวมถึงการพิจารณาผ่อนกฎหมายพิเศษที่ใช้อยู่ สิ่งที่หนักใจน่าจะเป็นของกระดาษที่ใช้จัดพิมพ์ร่างรัฐธรรมนูญและบัตรลงคะแนน เนื่องจากต้องใช้มากกว่าทุกครั้งแต่ได้สำรวจสำนักพิมพ์ทั้งหมดแล้ว ทั้งนี้ รัฐธรรมนูญชั่วคราวฉบับแก้ไขเพิ่มเติม กำหนดให้ยึดเสียงข้างมากของจำนวนผู้ออกเสียงประชามติเป็นผลการลงประชามติ โดยไม่จำเป็นต้องมีผู้ออกมาใช้สิทธิเกินกึ่งหนึ่งของผู้มีสิทธิตามกฎหมายเดิมกำหนด และการทำประชามติครั้งนี้ จะไม่มีการลงคะแนนนอกราชอาณาจักร

ปชป.ถามหานิยามปฏิรูปเพื่ออะไร

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ร่างเสนอแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญชั่วคราว 7 ประเด็นของ คสช.และ ครม. คาดว่าจะมีการตั้งคำถามเพื่อทำประชามติให้รัฐบาลอยู่ต่ออีก 2 ปี เพื่อปฏิรูปประเทศให้เสร็จก่อนแล้วค่อยจัดการเลือกตั้ง จึงต้องขอความชัดเจนและถามกลับไปยังผู้เกี่ยวข้อง ว่านิยามของการปฏิรูปประเทศนั้นมีอะไรบ้าง อย่างไร เช่น การปฏิรูปตำรวจ การปฏิรูปวัฒนธรรมการเมืองประชาธิปไตย ขอให้ระบุมาให้ชัดว่าจะทำเรื่องอะไร 1 ปีที่ผ่านมามีปัญหาและอุปสรรคอะไรทำให้การปฏิรูปไม่บรรลุวัตถุประสงค์ จึงต้องขออยู่ต่ออีก 2 ปี และ 2 ปีที่จะอยู่ต่อ รัฐบาลจะมีการประเมินผลงานหรือผลสำเร็จของการปฏิรูปที่ว่าอย่างไร ส่วนตัวเห็นว่าเหตุผลที่จะขออยู่ต่ออีก 2 ปี ไม่ทำตามโรดแม็ปเดิมที่วางไว้ ยังไม่สามารถตอบคำถามต่อสังคมได้ชัดเจน

เหน็บ คสช.คิดอยู่ยาวต้องกล้าๆ

นายนิพิฏฐ์กล่าวว่า ถ้า คสช.ต้องอยู่ต่อไปไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด ขอให้ใช้อำนาจที่มีอยู่ไปเลย เพราะไม่มีที่ไหนในโลกที่รัฐบาลซึ่งมาจากการยึดอำนาจจะมาถามประชาชนว่าจะให้อยู่ต่อหรือไม่ เพราะจะเป็นปัญหาต่อคนที่ตอบคำถามเหล่านี้ เนื่องจากคนที่อยู่ในสังคมประชาธิปไตย จะตอบคำถามเพื่ออนุญาตหรือยินยอมให้อยู่ต่อไป ไม่ได้ เพราะถ้ายินยอมก็เท่ากับว่าสนับสนุนให้มีการใช้อำนาจพิเศษ การนำ 2 เรื่อง คือ ร่างรัฐธรรมนูญกับถามพ่วงในเรื่องอื่นมาผูกโยง อาจทำให้คนที่เคยเห็นด้วยหมั่นไส้ อาจลงมติไม่ให้ร่างรัฐธรรมนูญผ่านเลยก็ได้

“สุชน” อัดไม่คิดคืนอำนาจ ปชช.

ขณะที่นายสุชน ชาลีเครือ อดีตประธานวุฒิสภา กล่าวว่า ขณะนี้ครบ 1 ปีของการรัฐประหาร แต่ไม่มีความชัดเจนเลยว่าจะคืนอำนาจให้ประชาชนเมื่อไหร่ การจัดการเลือกตั้งต้องเป็นรัฐบาลที่เป็นคนทำ ไม่ใช่ กมธ.ยกร่างฯ หรือ สปช. ตนก็รอฟังอยู่ต้องมีกรอบเวลาที่ชัดเจน และ กมธ.ยกร่างฯ ต้องทำงานให้สอดคล้องกับกรอบเวลาที่จะจัดให้มีการเลือกตั้ง แต่เมื่อโยนไปให้ สนช. สปช.หรือแม่น้ำ 5 สายทำ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. ก็ต้องฟังคนอื่น ซึ่งมีทั้งผู้หวังดีและไม่หวังดี การต้องมาแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวแสดงว่า คสช.ไม่เคยคิดแบบเบ็ดเสร็จ คิดแก้ไขไปเรื่อยๆ ไม่คิดว่าจะคืนอำนาจให้กับประชาชนเมื่อไร ตนไม่ต้องการไปวิพากษ์วิจารณ์อะไรมาก จะกลายเป็นว่าไปฝ่าฝืนคำสั่ง คสช. แต่ที่ออกมาเพื่อสะท้อนความเห็นในฐานะคนไทยเท่านั้น

จี้แจงชงแก้ประเด็นละเอียดอ่อน

นายสุชนกล่าวว่า มีการถกเถียงประเด็นที่เสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราวกันมาก ซึ่งประเด็นที่สังคมเป็นห่วง คือ มีการแก้ไขอันกระทบต่อพระราชอำนาจ จากประสบการณ์ของตนที่ผ่านมาทั้งรัฐบาลแต่งตั้งรัฐบาลเลือกตั้ง หรือไม่ว่าจะเป็นคณะปฏิวัติรัฐประหารชุดไหน ไปแตะในหมวด 2 ที่ว่าด้วยพระมหากษัตริย์ ซึ่งถือเป็นหมวดที่สำคัญมาก ที่ประชาชนคนไทยให้การเคารพ ถือว่านี่เป็นครั้งแรกทุกคนจึงเป็นห่วง ดังนั้นการแก้ไขในมาตรานี้ต้องอธิบายต่อสังคมให้ชัดเจนถึงที่มาที่ไป ว่าเหตุใดถึงได้มีการเสนอแก้ไขในประเด็นนี้ เนื่องจากเป็นเรื่องละเอียดอ่อน เพราะหากทำไม่รอบคอบจะเสียหาย หรือทำให้มีการเข้าใจไม่ตรงกันจะเกิดปัญหาขึ้นได้ ซึ่งตนเป็นห่วง แต่ถ้ามีอะไรแอบแฝงก็จะเป็นตราบาปไปตลอดชีวิต จึงขอให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องออกมาชี้แจงด้วย

เตือนผู้นำต้องมองคนให้ขาด

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล แกนนำพรรคเพื่อไทย กล่าวว่า ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวใน 7 ประเด็น หนึ่งในนั้นเป็นการเปิดโอกาสให้อดีตรัฐมนตรีสมัยรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่อยู่บ้านเลขที่ 111 และ 109 เข้ามาช่วยงานรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ ถือเป็นเรื่องที่น่าสนใจ แต่ฝากไปถึงนายกฯว่า สมัยรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ แนวคิดการบริหารงานเพื่อนำพาประเทศให้พ้นวิกฤติและฟื้นฟูเศรษฐกิจ ล้วนมาจากสมองของ พ.ต.ท.ทักษิณแทบทุกเรื่อง และเป็นผู้ที่จี้ให้รัฐมนตรีทำตาม ขอให้ พล.อ.ประยุทธ์มองให้ขาด เพราะท่านไม่เหมือน พ.ต.ท.ทักษิณ ฝากเตือนด้วยความปรารถนาดี อยากเห็นเศรษฐกิจฟื้นตัว เรียกความ เชื่อมั่นนักลงทุน เดินตามโรดแม็ป แต่วันนี้ต่างชาติมองเห็นแนวโน้มที่รัฐบาลทหารจะลากยาวต่อไป ไม่เป็นไปตามที่พูดไว้ตั้งแต่ต้น

“บิ๊กป๊อก” เชื่อไม่มีคำถามต่ออายุ

ที่โรงแรมรามาการ์เด้นส์ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงกรณีที่ฝ่ายการเมืองและนักวิชาการ ตั้งข้อสังเกตว่าอาจมีการทำประชามติตั้งคำถามต่ออายุรัฐบาลไปอีก 2 ปีว่า ทั้ง สปช.และสนช. จะมีหรือไม่มีหัวข้อดังกล่าวก็ได้ คสช.เองไม่ได้กำหนดให้ถามในเรื่องดังกล่าว และต่อให้มีการถามจริงเชื่อว่านายกฯในฐานะหัวหน้า คสช.คงไม่เอาคำถามนี้ ถ้าถามให้อยู่ต่อก็ไม่ผ่านให้ ส่วนตัวมองว่าไม่ผ่านจะให้อยู่ต่อเท่าไหร่ก็ไม่ผ่านให้ เพราะอาจทำให้เกิดปัญหาตามมาได้

“ยงยุทธ” ปัดหวังปูทางปรับ ครม.

ที่ทำเนียบรัฐบาล นายยงยุทธ ยุทธวงศ์ รองนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การเสนอแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวทั้ง 7 ประเด็น ถือเป็นความเห็นร่วมกันของ ครม.และ คสช. ส่วนการแก้ไขให้ผู้ที่เคยถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งเป็นรัฐมนตรีได้นั้น ไม่คิดว่าเป็นการปูทางเพื่อนำไปสู่การปรับ ครม. ตอนนี้ยังไม่มีสัญญาณใดๆจากรัฐบาล มีเพียงข่าวเท่านั้น ซึ่งหลักในการแก้ไขรัฐธรรมนูญชั่วคราวก็เพื่อเปิดทางให้ทำประชามติ ถือเป็นเรื่องดีจะได้หาข้อยุติในเรื่องใดเรื่องหนึ่ง ส่วนปัญหาความขัดแย้งในสังคมที่ยืดเยื้อยาวนาน แก้ได้ด้วยการหันหน้าเข้าหากัน โดยที่รัฐบาลไม่ต้องเข้ามาเป็นตัวกลาง เพราะความปรองดองจะเกิดขึ้นได้ด้วยตัวเราเอง เริ่มจากคนในสังคมลดอคติ

“หม่อมอุ๋ย” ตีกัน “สมคิด” ร่วม ครม.

ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายเศรษฐกิจ กล่าวถึงกระแสข่าวการปรับ ครม. โดยดึงนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ สมาชิก คสช. มาดูเรื่องเศรษฐกิจแทนตนเองว่า “ไม่มี ท่านไม่มาหรอก” ผู้สื่อข่าวถามว่าภาวะเศรษฐกิจแบบนี้จำเป็นต้องหาคนมาช่วยทีมเศรษฐกิจหรือไม่ ม.ร.ว.ปรีดิ-ยาธรตอบว่า “ไม่เห็นต้องมีเลย ก็ทำได้อยู่แล้วอยากให้เข้าใจว่าเศรษฐกิจของประเทศตอนที่เราเข้ามายังติดลบอยู่ นี่บวกมา 2 งวด ขึ้นมาเรื่อยจนถึงร้อยละ 3 ซึ่งเราขึ้นในขณะที่ประเทศอื่นลง โลกทั้งโลกชะลอตัวอันมาจากหลายสาเหตุ โดยเฉพาะจีนที่ปรับฐานเศรษฐกิจของเขา และจากราคาน้ำมันที่ลดลงถือว่าแรงที่สุด ราคาโลหะ ราคาสินค้าเกษตรลดลง ทำให้การส่งออกของทั้งโลกลดลง การนำเข้าก็ลดลง การค้าทั้งโลกชะลอตัว ของเราถือว่าดีแล้ว และเชื่อว่าจากนี้ไปจะค่อยๆปรับตัวดีขึ้น

ติงสื่ออย่าถามวีไอพีให้ปรี๊ดแตก

ที่แหล่งสมาคมนายทหารสัญญาบัตร กรมการทหารสื่อสาร พล.ท.สุชาติ ผ่องพุฒิ เจ้ากรมการทหารสื่อสาร ในฐานะเลขานุการคณะทำงานเพื่อติดตามการเผยแพร่ข่าวสารต่อสาธารณะ 5 ด้าน คสช.และพล.ต.ท.ประวุฒิ ถาวรศิริ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในฐานะประธานคณะทำงานด้านสื่อสิ่งพิมพ์ ได้เชิญสื่อสิ่งพิมพ์ต่างๆมาประชุมเพื่อแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นและรับทราบแนวทางการประชาสัมพันธ์ของ คสช. โดย พล.ท.สุชาติกล่าวว่า ที่ผ่านมาเคยขอบรรณาธิการสื่อสิ่งพิมพ์ก็เรียบร้อยดี แต่ห่วงใยผู้สื่อข่าวภาคสนาม ขอให้ตั้งคำถามอย่างสร้างสรรค์ อย่ายั่วยุหรือพาดพิงบุคคลที่ 3 จนนำไปสู่ปัญหาอีก บางครั้งผู้สื่อข่าวสัมภาษณ์บุคคลระดับวีไอพีของรัฐบาลจนเกิดอารมณ์ ทำให้ภาพออกมาไม่ดี ขอให้ตั้งคำถามที่เหมาะสมใช้ดุลพินิจ ไม่ให้เกิดความแตกแยกและเกิดปัญหา ส่วนสื่อออนไลน์ขอให้สื่อตรวจสอบข้อมูลด้วย ตนไม่สบายใจเพราะมีการเผยแพร่ข้อมูลไม่ชัดเจน กระทบต่อความมั่นคง อยากให้บรรณาธิการทบทวนถึงการเขียนคอลัมน์ต่างๆ ต้องมีคุณค่า สร้างความเข้าใจแก่ประชาชน

ส่งฝ่าย ก.ม.เช็กถอดยศ “ทักษิณ”

วันเดียวกัน ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร. กล่าวถึงความ คืบหน้าการถอดยศ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่า พล.ต.อ.ชัยยะ ศิริอำพันธ์กุล ที่ปรึกษา (สบ10) ได้เสนอความเห็นมาแล้ว ได้ให้ฝ่ายกฎหมายตรวจสอบความครบถ้วนตามระเบียบกฎหมายปี 2557 โดยเฉพาะข้อสั่งการลายลักษณ์อักษรที่ให้ พล.ต.อ.ชัยยะดำเนินการให้ครบถ้วน เพื่อเสนอต่อสำนักงานเลขาธิการนายกรัฐมนตรี เท่าที่ทราบน่าจะมีความสมบูรณ์แต่เพื่อให้เกิดความรอบคอบ จะให้ฝ่ายกฎหมายพิจารณาเพื่อสรุปเป็นรายงาน คาดว่าจะใช้เวลาไม่มาก ขึ้นอยู่กับการพิจารณาความครบถ้วนของฝ่ายกฎหมาย ถ้าความเห็นของคณะกรรมการที่นำเสนอขึ้นมามีความครบถ้วนไม่น่าจะใช้เวลามาก ซึ่งไม่อยากเร่งรัด อาจจะทำให้เกิดความผิดพลาด เรื่องนี้มีข้อกฎหมายกำหนดไว้ชัดเจน หากเข้าข่ายต้องดำเนินการไปตามขั้นตอน

ไม่คาดโทษผู้ว่าฯ กทม.แก้น้ำท่วม

อีกเรื่อง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวถึงการให้ความช่วยเหลือ กทม.เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำท่วมว่า กองทัพกับกระทรวงมหาดไทยได้จัดกำลังพลเตรียมให้ความช่วยเหลือ ทั้งการอำนวยความสะดวกด้านจราจร แก้ไขอุบัติเหตุบนท้องถนน โดยเชิญเจ้าหน้าที่สำนักการระบายน้ำ กทม. มาพูดคุย ตนให้นโยบายเน้นประสิทธิภาพการระบายน้ำ เมื่อถามว่าจะมีการคาดโทษผู้ว่าฯ กทม.หรือไม่ หากเกิดปัญหาน้ำท่วมหนักอีก พล.อ.อนุพงษ์ตอบว่า ตนไม่มีอำนาจไปคาดโทษผู้ว่าฯกทม. หากไม่ทำอะไรที่ผิดกฎหมาย และจากที่ได้ฟังบรรยายสรุปเมื่อวันที่ 10 มิ.ย. กทม.ยืนยันว่าระบายน้ำได้เร็วกว่าเดิม หาก กทม.ทำได้ตามนั้นจริง ตนก็คงพึงพอใจ

“บุญทรง” วาง 20 ล้านประกันตัว

นายธนฤกษ์ นิติเศรณี ประธานแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองในศาลฎีกาและเจ้าของสำนวนคดีทุจริตและฮั้วประมูลโครงการระบายข้าวแบบรัฐต่อรัฐ หรือจีทูจี กล่าวว่า หลังจากที่ยื่นฟ้องคดีแล้ว จนถึงขณะนี้มีจำเลย 3-4 ราย ยื่นหลักทรัพย์เพื่อขอปล่อยชั่วคราว โดยวันที่ 11 มิ.ย. นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ อดีต รมว.พาณิชย์ ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ขอปล่อยชั่วคราว โดยใช้หลักทรัพย์เป็นสมุดบัญชีเงินฝากธนาคาร ซึ่งศาลพิจารณาแล้วตีราคาประกันนายบุญทรง 20 ล้านบาท พร้อมกำหนดเงื่อนไขห้ามจำเลยเดินทางออกนอกประเทศ เว้นแต่จะได้รับอนุญาต ขณะที่จำเลยที่เหลือสามารถยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวได้ จนถึงวันนัดพิจารณาครั้งแรกในวันที่ 29 มิ.ย.นี้ เวลา 09.30 น. จำเลยทั้งหมดจะต้องมาศาลในวันดังกล่าว

สนช.ไม่ให้คัดสำนวนถอดถอน

เวลา 10.00 น. ที่รัฐสภา มีการประชุมสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีนายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธาน สนช. เป็นประธานการประชุม โดยก่อนเข้าสู่การประชุม นายพรเพชรได้ขอหารือ และถามความเห็นของสมาชิก สนช. กรณีที่อดีต ส.ส. 248 ราย ที่ถูกมติของ ป.ป.ช.ชี้มูลให้ถอดถอนว่า จะอนุญาตให้ผู้ถูกกล่าวหาคัดสำเนาสำนวนคดีหรือไม่ โดยนายสมชาย แสวงการ นายวัลลภ ตังคณานุรักษ์ นายกล้านรงค์ จันทิก สมาชิก สนช. ลุกขึ้นอภิปราย จากนั้นนาย พรเพชรจึงสรุปว่าไม่อนุญาตให้คัดสำเนาสำนวนคดีถอดถอนอดีต ส.ส.ทั้ง 248 ราย

“บิ๊กโด่ง” รับหนักใจ นศ.เห็นต่าง

พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม และ ผบ.ทบ. กล่าวถึงการเคลื่อนไหวของกลุ่มต่างๆทางการเมืองในขณะนี้ว่า รู้สึกดีใจที่กลุ่มคนส่วนใหญ่เข้าใจดีและให้กำลังใจ ส่วนที่ยังมีความคิดเห็นฝังแน่นนั้นเปลี่ยนแปลงลำบาก แต่หากไม่ก่อให้เกิดปัญหาในภาพใหญ่ก็อนุโลมให้ โดยเฉพาะนักศึกษา ตนรู้สึกหนักใจเพราะยังถือเป็นเยาวชนที่ยังมีความคิดเห็นไปในทางที่ไม่สร้างสรรค์ต่อสังคม อยากขอร้องผู้ปกครองและครูช่วยดูแลด้วย บางพื้นที่เจ้าหน้าที่พยายามทำความเข้าใจ ไม่ให้เกิดการกระทบกระทั่งและความรุนแรง แต่หากก่อให้เกิดความไม่เรียบร้อยเจ้าหน้าที่ก็จำเป็นต้องทำตามอำนาจและกฎหมายที่มีอยู่

“อนุพงษ์” สั่งห้ามมีปลุกระดมตีกัน

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย กล่าวระหว่างมอบนโยบายแก่ปลัดจังหวัดและนายอำเภอทั่วประเทศว่า เรื่องความปรองดอง ตั้งแต่ปี 2549 คงเห็นบริบทความเปลี่ยนแปลงของมวลชนที่มีความรุนแรง บริบทแบบนี้ไม่ใช่แนวทางที่ประเทศชาติจะเดินทางไปได้ บ้านเมืองต้องไม่กลับไปเป็นแบบนั้น อย่าให้มีการปลุกกระดมเอาสีเสื้อมาทำให้คนตีกัน อยู่ท่ามกลางความแตกต่างกันได้สังคมเราลำบากมีการปลุกระดมปล่อยข่าวลวงข่าวจริงด้วยวิธีไอโอ รบกันด้วยวิธีการแบบนี้ ทำให้คนเชื่อแล้วขัดแย้งกัน

เลื่อนสืบพยานอดีต ส.ส.มีอาวุธ

ที่ศาลทหารกรุงเทพ อัยการศาลทหารนัดสืบ พยานคดีระหว่าง พนักงานอัยการศาลทหารเป็นโจทก์ฟ้องนายสัชญา สถิรพงษะสุทธิ และนางปารีณา ไกรคุปต์ อดีต ส.ส.ราชบุรี ผู้ต้องหาคดีร่วมกันครอบครองอาวุธสงคราม แต่เนื่องจากเจ้าพนักงานตำรวจได้ออกหมายจับนางปารีณา ได้ภายหลังก่อนที่จะยื่นฟ้องศาล ซึ่งในวันนี้ทางอัยการศาลทหารจึงขอเลื่อนการสืบพยานโจทก์ออกไป เพื่อจะได้รวมคดีกับที่อัยการทหารฟ้องนางปารีณา โดยอัยการนัดให้มาที่ศาลในวันที่ 22 ก.ค. เวลา 09.00 น. เพื่อนัดสอบคำให้การจำเลยต่อไป

หวั่นแบกหนี้รถไฟไทยเชื่อมจีน

ที่รัฐสภา นายกฤษณ มุตานันท์ หัวหน้าคณะทำงานระบบรางรถไฟ และตัวแทนชมรมวิศวะฯจุฬาฯร่วมปฏิรูปประเทศ (วศ.รปปท.) ยื่นหนังสือถึงนายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธาน สนช.คนที่ 1 เพื่อให้พิจารณายับยั้งความเสียหายจากการดำเนินโครงการทางรถไฟขนาด 1.435 เมตร สายหนองคาย-มาบตาพุด เพื่อเชื่อมต่อกับจีน เนื่องจากเป็นโครงการที่กระทรวงคมนาคมกำลังดำเนินการอย่างเร่งรีบ โดยที่การศึกษาความเป็นไปได้ของโครงการและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมยังไม่เสร็จ ไม่ตอบโจทย์การพัฒนาโลจิสติกส์ของประเทศ จะเป็นอุปสรรคต่อทิศทางการปฏิรูปโครงสร้างพื้นฐานระบบรางของประเทศ สุดท้ายจะเป็นภาระคนไทยที่ต้องใช้หนี้

วอน สธ.หยุดคุกคามขายบุหรี่

อีกเรื่อง นางวราภรณ์ นะมาตร์ ผู้อำนวยการสมาคมการค้ายาสูบไทย กล่าวว่า ได้รับแจ้งจากสมาชิกร้านค้าโชห่วยในเขตพื้นที่ภาคกลาง เช่น นครปฐม สมุทรสาคร ราชบุรี สระบุรี สมุทรสงครามและตราด ว่าหลังจาก ครม.ผ่านร่าง พ.ร.บ.ควบคุมผลิตภัณฑ์ยาสูบ ได้มีเจ้าหน้าที่สาธารณสุขตระเวนออกตรวจตามร้านค้า บังคับให้ร้านค้าเซ็นเอกสารห้ามร้านค้าแบ่งขายบุหรี่เป็นมวน และห้ามโชว์บุหรี่ ทั้งที่ร่าง พ.ร.บ.ยังไม่มีผลบังคับใช้ การที่เจ้าหน้าที่กระทรวงสาธารณสุขกระทำการโดยพลการ จึงตอกย้ำข้อกังวลเรื่องการใช้อำนาจและดุลพินิจของเจ้าหน้าที่ในการปรับ-จับร้านค้า จึงขอเรียกร้องให้หยุดการกระทำที่คุกคามทันที เพราะสร้างความเข้าใจผิดให้กับร้านค้า

“บิ๊กตู่” บินจับเข่าคุยผู้นำสิงคโปร์

เมื่อเวลา 08.30 น. ที่ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ดอนเมือง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช. พร้อมด้วยนางนราพร จันทร์โอชา ภริยา และคณะเดินทางโดยเครื่องบินเอ-310 ของกองทัพอากาศ ไปยังท่าอากาศยานนานาชาติชางงี สาธารณรัฐสิงคโปร์ เยือนสิงคโปร์อย่างเป็นทางการ จากนั้นเวลา 13.30 น. พล.อ.ประยุทธ์เข้าร่วมพิธีต้อนรับอย่างเป็นทางการ ที่ทำเนียบประธานาธิบดีสาธารณรัฐสิงคโปร์ เข้าเยี่ยมคารวะ นายโทนี ตัน เค็ง ยัม ประธานาธิบดีสิงคโปร์ โดย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวถึงสถานการณ์การเมืองไทยว่า ขณะนี้ไทยกลับมามีเสถียรภาพและความมั่นคง กำลังดำเนินตามกรอบระยะเวลาที่กำหนดไว้ ขณะที่ประธานาธิบดีสิงคโปร์กล่าวเชื่อมั่นเสถียรภาพของไทย ภายใต้การนำ พล.อ.ประยุทธ์และรัฐบาลชุดปัจจุบัน

บอก “ลีเซียนลุง” เลือกตั้งได้ปี 59

จากนั้น พล.อ.ประยุทธ์ ร่วมประชุม Leader’s Retret กับนายลี เซียน ลุง นายกรัฐมนตรีสิงคโปร์ โดย พล.อ.ประยุทธ์กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการขับเคลื่อนวางรากฐานที่มั่นคงในการพัฒนาประชาธิปไตยอย่างยั่งยืน และกำลังเดินหน้าตามโรดแม็ป คาดว่าจัดการเลือกตั้งทั่วไปได้ในปี 59 จากนั้นร่วมเป็นสักขีพยานพิธีลงนามความตกลงและบันทึกความเข้าใจ 4 ฉบับ อาทิ 1.ความตกลงเพื่อการเว้นการเก็บภาษีซ้อนไทย-สิงคโปร์ (ฉบับแก้ไข) 2.บันทึกความเข้าใจว่าด้วยการท่องเที่ยวทางเรือ 3.บันทึกความเข้าใจสำหรับความร่วมมือด้านการแลกเปลี่ยนข้อมูล ประสบการณ์ และการเข้าร่วมกิจกรรมด้านการผลิตและการตลาด และ 4.บันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือระหว่างสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยกับสิงคโปร์ โดยนายกฯสิงคโปร์เป็นเจ้าภาพเลี้ยงอาหารค่ำ

“ปู” เดินสายชิมทุเรียนนครนายก

วันเดียวกัน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้โพสต์ภาพและข้อความลงเฟซบุ๊กว่า ได้เดินทางไปชมและชิมผลไม้ที่สวนละอองฟ้า จ.นครนายก ที่ปลูกทุเรียนมากกว่า 50 สายพันธุ์ และผลไม้อื่นๆ อาทิ มังคุด สับปะรด เงาะ กระท้อน ขนุน เป็นผลไม้ปลอดสารพิษปลูกแบบออร์แกนิก ตามแนวคิดความสมบูรณ์ที่มีอยู่แล้วในธรรมชาติจะทำให้ได้ผลผลิตที่ดี เปรียบเสมือนการปลูกเพื่อคนที่เรารัก ความอร่อยก็จะออกมาเอง เลยทำให้สวนแห่งนี้กลายเป็นแหล่งเรียนรู้ทางธรรมชาติของคนรุ่นใหม่

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้