วันศุกร์ที่ 16 พฤศจิกายน พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
กุ้งไทยขอทวงคืนแชมป์โลก เกษตรกรร้องรัฐปล่อยสินเชื่อพิเศษหมื่นล้าน

กุ้งไทยขอทวงคืนแชมป์โลก เกษตรกรร้องรัฐปล่อยสินเชื่อพิเศษหมื่นล้าน

  • Share:

กุ้งไทยผ่านจุดต่ำสุดฟื้นไข้โรคตายด่วน (อีเอ็มเอส) แล้ว ปริมาณผลผลิตปีนี้เริ่มฟื้น เป็นโอกาสทวงคืนตลาดกุ้งส่งออกจากอินเดีย ชี้ยอดส่งออกกุ้ง 3 เดือนแรกปีนี้สูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน 7.64% กรมประมงชี้ผลผลิตปีนี้จะอยู่ที่ประมาณ 300,000 ตัน เพิ่มจากปีก่อนที่มี 230,000 ตัน ด้านสมาพันธ์เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งไทย วอนรัฐเทงบ 10,000 ล้านบาท ปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ เพื่อเพิ่มกำลังการผลิต

นายชูพงษ์ ลือสุขประเสริฐ กรรมการบริหารสมาคมแช่เยือกแข็งไทย กล่าวในการสัมมนาเรื่องการฟื้นฟูการผลิตกุ้งเพื่อแก้วิกฤติโรคตายด่วน (อีเอ็มเอส) จัดโดยกรมประมงว่า ในช่วงที่ไทยมีปัญหา อีเอ็มเอสระบาดหนักโดยเฉพาะปี 2556 ที่ผลผลิตเหลือเพียง 250,000 ตัน จากปี 2555 ที่มี 540,000 ตัน ทำให้ผู้ประกอบการห้องเย็นในไทย ในฐานะที่เป็นผู้ส่งออกสินค้ากุ้งของประเทศปรับตัวไม่ทันไปตามๆกัน เพราะไม่สามารถส่งสินค้าให้แก่ลูกค้าตามคำสั่งซื้อ (ออเดอร์) ได้ จนทำให้ลูกค้าเสียความ เชื่อมั่น เพราะสั่งซื้อสินค้าแล้วไม่ได้ตามที่ตกลง

“ขณะเดียวกันในช่วงที่ไทยได้รับผลกระทบหนักจากอีเอ็มเอส ทำให้ลูกค้าโดยเฉพาะในตลาดสหรัฐฯ ซึ่งเป็นตลาดใหญ่ที่ไทยเคยเป็นอันดับ 1 หันไปสั่งซื้อกุ้งจากประเทศคู่แข่งโดยเฉพาะอินเดีย เวียดนาม และอินโดนีเซียแทน ทำให้ประเทศเหล่านี้ เพิ่มกำลังการผลิตกุ้งเพื่อส่งออกอย่างมาก ทำให้การส่งออกกุ้งไทยไปสหรัฐฯ ลดลงมาอยู่ที่อันดับ 5 จากที่เคยเป็นอันดับ 1 ที่มีปริมาณการส่งออกกุ้งมากกว่าการส่งออกของอันดับ 2-5 รวมกันด้วยซ้ำ”

นายชูพงษ์กล่าวว่า ขณะนี้ปริมาณผลผลิตกุ้งในไทยเริ่มเพิ่มขึ้น ถือว่าได้ผ่านจุดต่ำสุดและเริ่มผงกหัวขึ้นแล้ว จากมาตรการแก้ไขปัญหาอีเอ็มเอสของกรมประมง ที่ได้รับอนุมัติงบประมาณจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และถือว่าไทยโชคดีที่องค์การอาหารและยาของสหรัฐฯ (เอฟดีเอ) ตรวจพบปัญหาว่ามียาปฏิชีวนะอยู่ในกุ้งที่นำเข้าจากอินเดีย ซึ่งเป็นอันดับ 1 ในตลาดกุ้งปัจจุบัน ซึ่งคงจะต้องถูกขึ้นบัญชีดำ (แบล็กลิสต์) และต้องใช้เวลาแก้ปัญหานานถึง 2-3 ปี ดังนั้น จึงเป็นโอกาสที่ลูกค้าจะกลับมาสั่งซื้อกุ้งไทยมากขึ้น ซึ่งกุ้งไทยได้พิสูจน์แล้วว่า มีมาตรฐานสูงสมกับที่เคยเป็นผู้ส่งออกอันดับ 1 ของโลก เพราะไม่เคยมีการตรวจพบการใช้ยาปฏิชีวนะ

“ลูกค้าประจำของไทย ก่อนหน้านี้ได้หยุดซื้อกุ้งไทยและไปซื้อของคู่แข่งแทน เพราะไทยไม่มีสินค้าจะส่งมอบให้ลูกค้า แต่เมื่อไปซื้อสินค้าจากคู่แข่งแล้วก็พบปัญหาด้านคุณภาพและสารปฏิชีวนะ จึงเป็นโอกาสของกุ้งไทยที่จะทวงตลาดคืน จากลูกค้าของเราที่ปล่อยไปช็อปปิ้งบ้านอื่นมานาน เพราะขณะนี้ผลผลิตไทยเริ่มกลับคืนมาแล้ว อย่างไรก็ตาม ผมมองว่าปริมาณการส่งออกกุ้งไทยในอนาคตไม่จำเป็นจะต้องเพิ่มผลผลิตให้สูงถึง 600,000 ตันเหมือนในอดีต เพราะการมีผลผลิตมากไปทำให้ไทยถูกกดราคารับซื้อ มองว่าปริมาณผลผลิตที่เหมาะสมอยู่ที่ 450,000 ตัน”

นายสมศักดิ์ ปณีตัธยาศัย นายกสมาคมกุ้งไทย กล่าวว่า ในช่วง 5 ปี ระหว่างปี 2553-2557 กุ้งไทย ลดลงอย่างมากจากการระบาดของอีเอ็มเอส โดยปี 2553 มีผลผลิตประมาณ 640,000 ตัน ในปี 2557 ลดลงเหลือประมาณ 230,000 ตันเท่านั้น หรือลดลง เกือบ 70% เมื่อไม่มีสินค้าส่งมอบให้ลูกค้าต่างประเทศ จึงทำให้มูลค่าการส่งออกกุ้งไทยลดลงไปด้วย โดยในปี 2553 มีมูลค่าการส่งออก 100,948 ล้านบาท ในปี 2557 ลดลงเหลือ 63,444 ล้านบาท

ทั้งนี้ คาดว่าในปีนี้ปริมาณผลผลิตน่าจะปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นมากกว่าปีที่ผ่านมา เพราะมาตรการแก้ไขปัญหาอีเอ็มเอส ที่กรมประมงดำเนินการเริ่มได้ผลอย่างน้อย 30% แล้ว และน่าจะได้ผลเพิ่มขึ้นตามลำดับ และจะส่งผลดีต่อภาพรวมการส่งออกกุ้งในปีนี้ด้วย โดยในช่วง 3 เดือนแรกของปีนี้ พบว่าปริมาณการส่งออกกุ้งไทยอยู่ที่ 31,845 ตัน เพิ่มขึ้นประมาณ 7.64% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สะท้อนภาพรวมที่ดีขึ้น แม้ว่ามูลค่าการส่งออก 11,352 ล้านบาท ลดลง 9.58% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากเป็นไปตามราคากุ้งในตลาดโลกที่ตกต่ำในช่วงต้นปี

“แม้กุ้งไทยเริ่มกลับมาเพิ่มขึ้น แต่ไม่อยากให้คาดการณ์ว่าจะมีจำนวนมาก เพราะจะถูกกดราคารับซื้อ”

นายคมน์ ศิลปาจารย์ ผู้อำนวยการกองวิจัยและพัฒนาประมงชายฝั่ง กล่าวว่า ในช่วงที่อีเอ็มเอส ระบาดหนักกำลังการผลิตกุ้งไทยตกต่ำลงไปมาก การเลี้ยงลูกกุ้ง 1 ล้านตัวได้ผลผลิตประมาณ 2.8 ตัน แต่ปัจจุบันเพิ่มขึ้นมาที่ 4.8 ตัน หลังจาก คสช. อนุมัติงบประมาณ 96 ล้านบาท มาแก้ปัญหาอีเอ็มเอส โดยนำเข้าพ่อแม่พันธุ์กุ้งจากต่างประเทศ มาผลิตพ่อแม่พันธุ์ที่มีคุณภาพปีละ 100,000 ตัวจำหน่ายให้แก่เกษตรกรทุกปี เพิ่มระบบการตรวจโรค และเพิ่มกำลังการผลิตจุลินทรีย์ ฟื้นฟูแหล่งเลี้ยงกุ้งให้ปลอดภัย เชื่อว่าในปีนี้จะได้ผลผลิตกุ้งประมาณ 300,000 ตัน

นายบรรจง นิสภวาณิชย์ ประธานสมาพันธ์เกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งไทย กล่าวว่า ในช่วง 3 เดือนแรกของปีนี้ราคากุ้งในประเทศตกต่ำ สมาพันธ์ฯ จึงขอให้รัฐบาลจัดทำโครงการชดเชยส่วนต่างราคากุ้ง เพื่อให้เกษตรกรมีความมั่นใจกล้าลงเลี้ยงลูกกุ้งเพิ่ม และเพิ่มผลผลิตกุ้งของประเทศโดยรวม แต่ก็ไม่ได้รับการตอบรับ และก็ไม่ทันแล้ว เพราะขณะนี้ราคากุ้งขยับเพิ่มขึ้นแล้ว แต่รัฐบาลควรจัดทำมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำให้แก่เกษตรกร โดยเตรียมวงเงินชดเชยดอกเบี้ย 10,000 ล้านบาท หรือคิดเป็น 10% ของมูลค่าส่งออกกุ้งทั้งระบบปีละ 100,000 ล้านบาท.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้