วันพุธที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ย้อนศรชนรถเก๋ง! ปิกอัพทับซ้ำ หนุ่มนศ.ดับคาถนน

หนุ่มนักศึกษาวัย 19 ปี ขี่จยย.ย้อนศรออกจากซอยมืดข้างทาง หักหลบรถที่วิ่งมา พุ่งชนด้านหน้ารถเก๋ง ร่างกระเด็นไปตกบนถนน ถึงวันดวงดับมีรถปิกอัพวิ่งตามหลังมาพอดี ขับทับร่างลากไปอีก 5 เมตร ดับอนาถ...

เมื่อเวลา 21.45 น. วันที่ 11 มิ.ย. 58 พ.ต.ท.ศุภกิตติ คนสม พนักงานสอบสวน สภ.เมืองน่าน ได้รับแจ้งจากศูนย์วิทยุ 199 ว่ามีเหตุรถยนต์ชนรถจักรยานยนต์ มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ บริเวณหน้าตู้ยามตำรวจบ้านคอวัง ถนนสายน่าน-เวียงสา ต.กองควาย อ.เมืองน่าน

ผู้เสียชีวิตชื่อนายวีระชาติ ทรงสิริวรพัฒน์ อายุ 19 ปี อยู่บ้านห้วยไฟ หมู่ 4 ต.แม่ขะนิง อ.เวียงสา จ.น่าน สวมกางเกงขายาวสีน้ำเงิน เสื้อเชิ้ตสีขาว คาดว่าน่าจะเป็นนักศึกษาวิทยาลัยในจ.น่าน

ต่อมา เจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ตรวจสอบพบ รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า สีเทา ทะเบียน กค 9907 น่าน เสียหลักชนเกาะกลางถนน หลังจากชนกับรถจักรยานยนต์ฮอนด้าเวฟ สีดำแดง ทะเบียน กลย 702 น่าน สภาพได้รับความเสียหายเกือบทั้งคัน ห่างจากจุดที่ชน 5 เมตร มีรถกระบะ ยี่ห้อนิสสัน สีบรอนซ์ทอง ทะเบียน บฉ 2742 น่าน เสียหลักอยู่ริมถนน ขาออกจากตัวจังหวัดน่าน

จากการสอบสวนนายวรัญญู ยาวิไชย อายุ 26 ปี อยู่บ้านเลขที่ 104 บ้านหัวนา หมู่ 3 ต.ท่าน้าว อ.ภูเพียง จ.น่าน คนขับรถรถเก๋ง ซึ่งยืนรอมอบตัวอยู่ในที่เกิดเหตุ ให้การว่า ได้ขับรถวิ่งมาจากในเมืองน่าน เพื่อจะกลับบ้านที่เวียงสา ถึงที่เกิดเหตุเป็นทางโค้งและไม่มีแสงไฟส่องสว่าง

ขณะนั้น นายวีระชาติ ผู้ตาย ได้ขี่รถจักรยายนต์ย้อนศรออกมาจากทางแยก ขณะเดียวกันมีรถวิ่งมาเลนซ้าย ทำให้นายวีระชาติ หักหลบจนพุ่งชนด้านหน้ารถเก๋งของตนอย่างจัง ร่างตกจากรถกระเด็นไปอยู่กลางถนน ถูกรถกระบะนิสสัน ที่มีนายธนวิชญ์ ธงวิชัย อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 50/356 หมู่ 15 บ้านเจดีย์ ต.ดู่ใต้ อ.เมืองน่าน จ.น่าน เป็นคนขับ วิ่งตามหลังมาทับร่างพาลากอีกร่วม 5 เมตร จนเสียชีวิตคาที่

ขณะที่นายธนวิชญ์ คนขับรถกระบะ ให้การว่า กำลังขับพาญาติไปร่วมงานศพที่อ.เวียงสา เมื่อถึงที่เกิดเหตุมองไม่เห็นว่ามีอุบัติเหตุรถชนกัน เพียงแต่เห็นรถเก๋งอยู่ข้างหน้า จึงพยายามเบรกและหักหลบเพื่อไม่ให้ชนรถเก๋ง โดยที่มองไม่เห็นร่างของนายวีระชาติที่ถูกชนนอนอยู่กลางถนน จึงขับทับจนเสียชีวิตดังกล่าว

ด้านพ.ต.ท.ศุภกิตติ คนสม พงส.สภ.เมืองน่าน ได้ตรวจสอบ ทำแผนที่ในที่เกิดเหตุ จากนั้นแจ้งเจ้าหน้าที่วิทยาการมาตรวจอีกครั้ง ก่อนจะแจ้งข้อหาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.