วันอังคารที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐLogin
4 ผู้เข้ารับการสรรหาโชว์กึ๋นก่อนเข้าชิงอธิการ มวล.

4 ผู้เข้ารับการสรรหาโชว์กึ๋นก่อนเข้าชิงอธิการ มวล.

  • Share:

ความคืบหน้าการสรรหาอธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ จ.นครศรีธรรมราช ที่กำลังเข้มงวดเข้ามาทุกขณะ เมื่อวันที่ 11 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานถึงการแสดงวิสัยทัศน์ย่อๆของ 4 ผู้ที่เข้ารับการสรรหาเป็นอธิการบดี มวล. ก่อนที่คณะกรรมการสรรหาฯฟังวิสัยทัศน์สดๆอีกครั้งในวันที่ 15 มิ.ย. ก่อนสรุปเหลือ 2 คน ส่งให้สภา มวล.ตัดสินใจแต่งตั้งให้เป็นอธิการบดี มวล.ภายในเดือน ก.ค.นี้ รายแรก ศ.ดร.ธรรมศักดิ์ พงส์พิชญามาตย์ ได้กล่าวแสดงวิสัยทัศน์ว่ามีประสบการณ์บริหารมหาวิทยาลัยต่างๆมามากกว่า 20 ปีทั้งมหาวิทยาลัยของรัฐและเอกชน โดยเป็นชาวจ.นครศรีธรรมราชโดยกำเนิด ปัญหาความต้องการเร่งด่วนของ มวล.ในขณะคือ การเดินหน้าก่อสร้างศูนย์การแพทย์ มวล.ให้แล้วเสร็จตามโรดแม็ปภายในปี 2562 เร่งฟื้นฟูขวัญกำลังใจพนักงานและเจ้าหน้าที่ มวล.ให้ร่วมมือกันพัฒนา มวล.ต่อไป สร้างความสัมพันธ์กับหน่วยงานภายนอกและชุมชนรอบๆ มวล.ทุกเดือน และแผนเร่งด่วนภายใน 1 ปีจะเร่งปรับปรุงอาคารสถานที่และห้องเรียนต่างๆให้ทันสมัยขึ้นกว่าเดิม เพื่อรองรับการเข้าสู่ประชาอาเซียน

ผศ.ดร.รงค์ บุญสวยขวัญ กล่าวแสดงวิสัยทัศน์ว่า การเป็นอธิการบดี มวล.จะต้องทำหน้าที่ในการตัดสินใจ ซึ่งการตัดสินใจของตนจะต้องอิงกับ 3 หลัก ประการแรกคือหลักกฎหมาย เป็นเรื่องที่สำคัญมากที่จะปฏิเสธไม่ได้ หลักที่ 2 หลักของความรู้ หลักของงานวิจัยหรือหลักของข้อมูลข่าวสาร อันนี้เป็นเรื่องสำคัญเพราะโลกสลับซับซ้อน และหลักที่ 3 การเป็นอธิการบดีจะต้องใช้หลักการมีส่วนร่วม เนื่องจากมหาวิทยาลัยเป็นองค์กรขนาดใหญ่ เป็นองค์กรในความหวัง เป็นองค์กรในการให้บริการสาธารณะ หลักของการมีส่วนร่วมมีความจำเป็นที่จะต้องใช้ตลอดเวลา ซึ่ง 3 หลักการนี้จะนำมาใช้บริหาร มวล.หากได้เป็นอธิการบดี มวล.

ด้าน รศ.ดร.สืบพงษ์ ธรรมชาติ กล่าวแสดงวิสัยทัศน์ว่า การดำเนินการให้ มวล.ไปสู่เป้าหมายและบรรลุวัตถุประสงค์จะสร้างคุณค่าทางด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและศิลปวัฒนธรรม เพื่อนำไปสู่การพัฒนาทั้งในระดับสังคมประเทศชาติ และก้าวไปสู่โลก การดำเนินการนี้เพื่อที่จะให้ควบคู่กันไปทั้ง 2ด้านไม่เฉพาะด้านใดด้านหนึ่ง ด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีก็มีความสำคัญและด้านศิลปศาสตร์ก็มีความสำคัญ ทั้งสองอย่างนี้คือการดำรงอยู่ของสังคม สำหรับภารกิจเร่งด่วนคือจะผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพทั้งด้านวิชาการและมีคุณธรรมคือทั้งดีและเก่งควบคู่กันไป โดยทำให้ได้ปริมาณตามเป้าที่วางไว้ ไม่ว่าจะเป็นระดับปริญญาตรี โทเอก และด้านที่2คือ การวิจัยจะต้องสูงขึ้นในระดับแนวหน้า การบริการทางวิชาการจะต้องทำให้กว้างออกไปสู่สังคมทางสื่อของสำนักวิชาต่างๆทั้งด้านสุขภาพ ด้านเกษตร หรือด้านอื่นๆ

ขณะที่ รศ.ดร.พูลพงศ์ บุญพราหมณ์ แถลงวิสัย–ทัศน์ว่า ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณที่ได้รับการเสนอชื่อเข้ารับการสรรหาในครั้งนี้ ทุกครั้งที่ผ่านมาได้ตอบปฏิเสธ แต่ครั้งนี้จากเหตุการณ์วิกฤติในการก่อสร้างศูนย์การแพทย์ มวล.ที่ได้รับผลกระทบอย่างมาก คิดว่าถึงเวลาแล้วที่พวกเราทุกคนจะต้องร่วมมือร่วมแรงใจกันในการแก้ปัญหาเพื่อที่จะก้าวฝ่าวิกฤตินี้ไปให้ได้และนำ มวล.เข้าสู่ความยิ่งใหญ่อีกครั้ง สิ่งที่ มวล.เผชิญอยู่ในขณะนี้มิใช่การก่อสร้างศูนย์การแพทย์เท่านั้น แต่ยังมีปัญหาอีกมากที่จะต้องเผชิญในยุคโลกาภิวัตน์ อันดับแรกคือจำนวนนักศึกษามีคุณภาพด้อยลง การรับนักศึกษาไม่ได้ตามเป้า ปัญหาด้านงบประมาณจากภาครัฐซึ่งมีไม่เพียงพอ โดยเฉพาะปัญหาคุณภาพของบัณฑิตที่จะก้าวเข้าสู่ AEC มีปัญหาด้านภาษามาก ปัญหาเหล่านี้หากตนเป็นอธิการบดี มวล.จะเร่งแก้ไขปรับปรุงให้นักศึกษามีคุณภาพดีขึ้นอย่างแน่นอน

ส่วนความคืบหน้ากรณีคนร้ายใช้ปืนอาก้ายิงถล่มบ้านพัก จนท.ภายใน มวล. วันเดียวกัน พล.ต.ศรีศักดิ์ เลิศล้ำ รักษาการรองอธิการบดี มวล.ฝ่ายกิจการพิเศษ เปิดเผยว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการข่มขู่และสร้างสถานการณ์ มวล.รับไม่ได้กับพฤติการณ์แบบนี้ เหตุที่เกิดขึ้นมาจาก สตง.ได้ทักท้วงเรื่องการเบิกเงินค่าจ้าง จนท.อปพร.ที่มาทำหน้าที่ดูแลรักษาความปลอดภัยภายใน มวล. เนื่องจากอ้าง จนท.อปพร.เหล่านี้เป็นผู้นำท้องถิ่นซึ่งมีเงินเดือนอยู่แล้วเป็นการเบิกเงินซ้ำซ้อน ประกอบกับการทำงานก็ลดเวลาลงจาก8 ชม. เป็น 6 ชม. สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ไม่ถูกต้องความจริงเพียงแต่แก้ให้ถูกต้องทุกอย่างก็จบ

“หลังจาก อปพร.กลุ่มนี้ลาออกแล้ว ก็มีเหตุคนร้ายขโมยหมูขุนในฟาร์ม มวล. ถัดมาขโมยหมูพันธุ์ แม้กระทั่งขี่ จยย.เข้ามาใน มวล.แล้วใช้ก้อนหินขว้างกระจกอาคารศูนย์วิจัยได้รับความเสียหาย ไม่รวมถึงการลักเล็กขโมยน้อยภายในอาคารสำนักงาน สาเหตุล้วนมาจากการลาออกของ อปพร.เหล่านี้ จนนำมาสู่การใช้ปืนยิงถล่มบ้านพัก จนท. ภายใน มวล.เสียงปืนจะต้องไม่มีในพื้นที่การศึกษา คนที่ทำเช่นนี้จะต้องรับผิดชอบ เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นหน้าที่ของตำรวจที่จะดำเนินคดีตามกฎหมาย สำหรับความขัดแย้งภายในก็จะเร่งสะสาง ยอมรับว่าความรุนแรงมีมากขึ้นคาดว่าก่อนวันที่ 19 มิ.ย.นี้ จะเรียกคู่กรณีทั้งหมดมาพูดคุยกันเพื่อหาทางออกให้ มวล.สู่ความสันติให้ได้ เราต้องทำเพื่อนักศึกษาและสถาบัน มั่นใจว่าทุกอย่างจะสงบลงได้” รักษาการอธิการบดี ม.วลัยลักษณ์กล่าวในที่สุด ซึ่งข่าวคืบหน้าจะเสนอต่อไป.

คุณอาจสนใจข่าวนี้

คุณอาจสนใจข่าวนี้