วันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2561
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

ท่องเที่ยวไทยฟื้นจริง แต่มีปัญหาตามมาเยอะ

โดย ซูม

เมื่อไม่กี่วันมานี้เอง เว็บไซต์ CNN.com ได้นำถ้อยแถลงของบริษัทบัตรเครดิตมาสเตอร์การ์ด ว่าด้วยผลการสำรวจและคาดหมายเกี่ยวกับเมืองที่มีนักท่องเที่ยวไปเยือนมากที่สุดของโลก มานำเสนออย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่ง

หลังจากที่มาสเตอร์การ์ดได้เปิดเผยผลการสำรวจและการคาดหมายไปเมื่อสัปดาห์ก่อนโน้น และสำนักข่าวต่างๆ รวมถึงสื่อมวลชนชั้นนำในระดับนานาชาติหลายฉบับได้นำเสนอข่าวกันอย่างพร้อมเพรียง

การที่ CNN.com นำมาเสนอซ้ำพร้อมกับแสดงความคิดเห็นและลงภาพประกอบที่เกี่ยวกับเมืองต่างๆ เอาไว้ด้วย จึงเท่ากับเป็นการช่วยเผยแพร่ผลการสำรวจดังกล่าวนี้ออกไปให้ผู้คนรับรู้รับทราบอย่างกว้างขวางยิ่งขึ้น เพราะเครือข่าย CNN มีสมาชิกติดตามมากมายทั้งในสหรัฐอเมริกาและทั่วโลก

ซึ่งจะเป็นผลดีต่อประเทศไทยของเราโดยตรง เพราะในรายงานการสำรวจของมาสเตอร์การ์ดล่าสุดระบุว่า ในปี 2015 นี้ 10 เมืองที่มีนักท่องเที่ยวไปเยือนมากที่สุดนั้น กรุงเทพฯของเรากลับมาเป็นอันดับ 2 อีกครั้ง ดังผลการสำรวจโดยสรุปต่อไปนี้

1.ลอนดอน (นักท่องเที่ยว 18.82 ล้านคน) 2.กรุงเทพฯ (นักท่องเที่ยว 18.24 ล้านคน) 3.ปารีส (นักท่องเที่ยว 16.05 ล้านคน) 4.ดูไบ (นักท่องเที่ยว 14.26 ล้านคน) 5.อิสตันบูล (นักท่องเที่ยว 12.56 ล้านคน) 6.นิวยอร์ก (นักท่องเที่ยว 12.27 ล้านคน) 7.สิงคโปร์ (นักท่องเที่ยว 11.88 ล้านคน) 8.กัวลาลัมเปอร์ (นักท่องเที่ยว 11.12 ล้านคน) 9.โซล (นักท่องเที่ยว 10.35 ล้านคน) และ 10.ฮ่องกง (นักท่องเที่ยว 8.66 ล้านคน)

CNN ระบุด้วยว่า กรุงเทพฯ ซึ่งซวนเซไปนานเพราะความวุ่นวายทางการเมืองเริ่มมีนักท่องเที่ยวกลับไปเยือนอีกครั้งหลังการเมืองสงบ และพ่ายแพ้ลอนดอนไปเพียง 5 แสนกว่าคนเท่านั้น

จริงๆแล้วกรุงเทพฯ เคยเป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวติดอันดับ 1 ของโลกมาก่อนลอนดอนด้วยซ้ำ เพิ่งจะมาเสียตำแหน่งไปในช่วงหลังๆนี้เอง

แต่กรุงเทพฯ ก็มีจุดอ่อนตรงที่การใช้จ่ายต่อหัวของนักท่องเที่ยวไม่ค่อยสูงนักทำให้ค่าใช้จ่ายโดยรวมที่นักท่องเที่ยวจ่ายในบ้านเราอยู่ที่ 12,360 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือประมาณ 370,800 ล้านบาท เป็นอันดับที่ 7 ของโลก

สำหรับลอนดอนนั้น นอกจากจะเป็นแชมป์คนเที่ยวสูงสุดแล้ว ก็ยังเป็นแชมป์ที่นักท่องเที่ยวหอบเงินไปใช้จ่ายสูงสุดอีกด้วย โดยจะมีรายได้ถึง 20,230 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 606,900 ล้านบาทไทย

การที่รายได้จากนักท่องเที่ยวของเราไม่สูงนัก ส่วนหนึ่งก็เป็นเพราะค่าครองชีพในบ้านเรายังตํ่าอยู่มาก เมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ โดยเฉพาะค่าโรงแรม ค่าอาหาร ตํ่ากว่าประเทศในยุโรป และสหรัฐอเมริกา

เมื่อเอามาคูณกับนักท่องเที่ยวทั้งหมดจึงยังแพ้ทั้งปารีส นิวยอร์ก หรือแม้แต่โซล หรือสิงคโปร์ ซึ่งถ้ามองในแง่ดีก็คือ การที่ค่าครองชีพและค่าที่พักของเรายังไม่สูงนัก ก็เป็นแรงจูงใจอย่างหนึ่งที่จะดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาบ้านเรามากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ก็มีการวิเคราะห์เอาไว้ด้วยเหมือนกันว่า นักท่องเที่ยวที่มาเมืองไทยในช่วงหลังๆ จนทำให้จำนวนตัวเลขของเราพุ่งกระฉูดนั้น ส่วนใหญ่เป็นนักท่องเที่ยวจากจีน

เป็นที่ทราบกันดีแล้วว่านักท่องเที่ยวจีนมีหลายระดับ กลุ่มที่รํ่ารวยจริงๆ ซึ่งใช้เงินเป็นเบี้ย ซื้อทุกอย่างที่ขวางหน้ามักจะเดินทางไปยุโรปหรือสหรัฐอเมริกาเป็นส่วนใหญ่

กลุ่มรายได้ปานกลางลงมาจนถึงคนเพิ่งจะเก็บออมเงินได้ปีแรกๆ เกือบทั้งหมดจะตระเวนเที่ยวในเอเชีย และกลุ่มนี้แหละที่มาประเทศไทย ทำให้การใช้จ่ายไม่สูงเหมือนในกลุ่มแรก

นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวจีนกลุ่มนี้ก็ยังอาจมีปัญหาด้านความไม่ค่อยคุ้นกับวัฒนธรรมสมัยใหม่ การขาดระเบียบวินัย ไม่ดูแลรักษาสถานที่ท่องเที่ยว ทำให้มีเสียงบ่นพอสมควร อย่างที่เราได้ยินกันอยู่เป็นประจำ

อย่างไรก็ตาม การมาเที่ยวของนักท่องเที่ยวจีนก็ถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะการนำเงินมาใช้ปีละหลายแสนล้านบาทในบ้านเรานั้น จะสามารถช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้เป็นอย่างดียิ่ง

ดังนั้น แม้ปัญหาจะมีตามมาพอสมควร ก็คงต้องหาทางป้องกันและแก้ไขต่อไป แต่ที่น่ายินดีก็คือ ตัวเลขการท่องเที่ยวของเราฟื้นกลับมาแล้ว...และกรุงเทพฯก็กลับมาเป็นรองแชมป์โลกอีกครั้งแล้ว

ถ้าสถานการณ์บ้านเรายังสงบ ไม่มีอะไรวุ่นวายเกิดขึ้นอีก ก็ไม่แน่นะครับ ปีหน้าปีโน้นกรุงเทพฯ เราอาจจะแซงลอนดอน คว้าแชมป์โลกนักท่องเที่ยวมากที่สุดมาครองเหมือนเดิม.

“ซูม”

11 มิ.ย. 2558 13:42 11 มิ.ย. 2558 13:42 ไทยรัฐ